เสียงฟ้าร้องคำรามดังสะท้อนผ่านหน้าต่างกระจกหนาของวิลล่าอย่างต่อเนื่อง ทว่าเสียงสายฝนและม่านหมอกสีนมหนาทึบที่เข้าห่อหุ้มตัวอาคารไว้กลับสร้างบรรยากาศที่วิเวกและเงียบสงัดอย่างประหลาด ผมยืนอยู่ในห้องควบคุมระบบกลางของวิลล่า นิ้วมือลูบไล้ไปตามขอบไอแพดอัจฉริยะที่กำลังแสดงผลภาพกล้องวงจรปิดระบบอินฟราเรด รอยยิ้มหยักลึกฉายชัดบนใบหน้าเมื่อมองเห็นร่างบอบบางในชุดคลุมซาตินสีแชมเปญของดาราสาว 'ดาหวัน' กำลังเดินกระสับกระส่ายอยู่กลางห้องนอนใหญ่ เธอพยายามยกมือทาบอกที่ยังสะท้อนขึ้นลงรวดเร็วจากกิจกรรมเสร็จสมเมื่อครู่ใหญ่ ความซ่านกระสันที่เธอบ่มเพาะและระบายออกมาผ่านปลายนิ้วตัวเธอเองยังคงทิ้งรอยอุ่นร้อนไว้บนเรือนร่างจนเธอไม่อาจนิ่งเฉยได้
ผมละสายตาจากจออินฟราเรด หันไปมอง 'อัครินทร์' ที่เวลานี้สลัดสูทตัวนอกทิ้ง เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมคอที่เปียกชื้นเม็ดเหงื่อบางๆ บอดี้การ์ดหนุ่มยืนก้มหน้านิ่งกำคีย์การ์ดสีดำในมือแน่นจนนิ้วซีดขาว แขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของเขาสั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ดิบเถื่อนที่พยายามกดข่มไว้ เขารู้ดีว่าหากเปิดบานประตูก้าวข้ามเส้นสายสีน้ำเงินของกระจก One-Way เข้าไป โลกที่สงบเสงี่ยมระหว่างเขากับเ้านายสาวจะพังทลายลงในพริบตา
"พร้อมจะไปทำหน้าที่ผู้ดูแล... และสั่งสอนคุณหนูที่แสนร่านร้อนของเธอแล้วหรือยังอัค?" ผมเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย สวมแว่นตากรอบดำกลับเข้าที่เดิมเพื่อให้ใบหน้ากลับมาอยู่ในมาดของสถาปนิกใหญ่วัย 52 ปีที่น่าเกรงขาม
"ครับอานนท์... ผมพร้อมแล้ว" อัครินทร์เงยหน้าขึ้น สบตาของผมด้วยแววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยไฟตัณหาเร่าร้อนที่แผดเผาสามัญสำนึกจนหมดสิ้น
"ดี... ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มเกมได้เลย"
ผมสไลด์นิ้วบนหน้าจอไอแพดอย่างแ่เบาเพื่อกดยกเลิกสวิตช์จ่ายไฟหลักของวิลล่าหลักในทันที
พรึบ!
แสงไฟระย้าและโคมไฟหัวเตียงทุกดวงในวิลล่าพลันดับวูบลง เหลือเพียงความมืดมิดสนิทที่โรยตัวเข้าครอบงำ ท่ามกลางเสียงพายุฝนซัดสาดดังโหมจากภายนอก ทั่วทั้งวิลล่าตกอยู่ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงรำไรสีเทาหม่นจากม่านหมอกด้านนอกสะท้อนผ่านหน้าต่างกระจกั์เข้ามาอย่างแ่เบา
"อัค! อัคอยู่ไหน... อัคคะ!" เสียงหวานแหลมของดาหวันร้องเรียกหาบอดี้การ์ดของเธอด้วยความตื่นตระหนกดังผ่านระบบส่งสัญญาณเสียงเข้ามาอย่างชัดเจน ร่างบางก้าวถอยหลังกอดเสื้อคลุมเข้าหาตัวแน่นด้วยความกลัวภัยในที่มืด
ผมและอัครินทร์ก้าวออกจากห้องสังเกตการณ์เดินตรงไปตามทางเดินมืดสลัว อัคเปิดสวิตช์ไฟฉายดวงเล็กนำทางตรงไปยังห้องนอนของเธอตามแผนการที่ผมวางจัดฉากไว้ ขณะที่ในมือของผมถือถาดอลูมิเนียมที่มีขวดไวน์อุ่นสีแดงเข้มและแก้วคริสตัลสามใบส่งเสียงกริ๊กเบาๆ ยามเคลื่อนไหว
เมื่อพวกเราก้าวข้ามผ่านประตูกระจกบานใหญ่เข้าไปในห้องนอน อัคส่องแสงไฟฉายลงบนพื้นเพื่อไม่ให้แสงจ้าแยงตาเ้านายสาว ดาหวันสะดุ้งตัวโยนพุ่งตรงเข้ามาหาอัครินทร์แทบจะในทันที เธอเอื้อมฝ่ามือบางคว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนแข็งแกร่งของเขาไว้แน่น ร่างกายบอบบางสั่นเทาระริกจนเนื้อผ้าซาตินแเีไปกับขาสวย
"อัค... เกิดอะไรขึ้นคะ? ไฟดับหมดเลย โทรศัพท์ก็ไม่มีสัญญาณ..." ดาหวันละล่ำละลักถาม น้ำเสียงสั่นพร่า ก่อนที่เธอจะชะงักเมื่อแสงไฟฉายสลัวลากผ่านร่างของผมที่ก้าวตามเข้ามาข้างหลัง
"ขอโทษที่ทำให้ตระหนกใยามวิกาลนะคะหนูดาหวัน" ผมเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มสุภาพ นุ่มนวล ละมุนหูประหนึ่งลุงผู้ดูแลแสนอบอุ่น "พอดีพายุข้างนอกค่อนข้างแรงจัด ทำให้หม้อแปลงระบบควบคุมขัดข้องชั่วคราว อากำลังให้อัคช่วยเข้าไปตรวจสอบระบบไฟสำรอง... แต่อารู้สึกว่าห้องนี้หนาวและชื้นเกินไป เลยถือวิสาสะเอาไวน์อุ่นสมุนไพรมาให้หนูจิบคลายหนาวและปลอบขวัญเสียหน่อยค่ะ"
ผมวางถาดเครื่องดื่มลงบนโต๊ะไม้ข้างเตียงนอนสี่เสาอย่างใจเย็น แสงไฟฉายสลัวจากมืออัครินทร์สะท้อนใบหน้าของดาหวันที่แดงก่ำจากแรงอารมณ์ที่ยังตกค้างและแอลกอฮอล์ที่เริ่มแล่นริ้วในกาย เธอสบตาผมด้วยความประหม่าปนเอียงอาย สายตากวาดมองบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนกำหมัดแน่นขนาบข้างอยู่ใกล้ชิด
"ข... ขอบคุณค่ะอานนท์ ดาหวันใหมดเลยค่ะ" เธอรับแก้วไวน์อุ่นจากมือของผมไปด้วยปลายนิ้วที่สั่นระริก
"ดื่มเสียหน่อยนะคะเด็กดี... มันจะช่วยคลายความกังวลและทำให้ร่างกายอุ่นขึ้นในความมืดนี้ค่ะ" ผมกระซิบเสียงแ่ พลางหยิบแก้วของตัวเองและยื่นแก้วอีกใบให้อัครินทร์ "อัค... เธอก็ดื่มด้วยสิ เดินทางเหนื่อยๆ มาทั้งวันแล้ว คืนนี้ต้องทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้คุณหนูอีกยาวนานนะ"
บอดี้การ์ดหนุ่มรับแก้วไปดื่มจนหมดรวดเดียวอย่างดิบเถื่อน ดาหวันมองภาพนั้นด้วยความแปลกใจก่อนจะยกแก้วไวน์อุ่นของตัวเองขึ้นจิบตาม รสชาติหวานร้อนของไวน์อุ่นบวกกับเครื่องเทศธรรมชาติแล่นวาบผ่านลำคอลงสู่ท้องน้อย ปลุกปั่นกระแสอารมณ์ใคร่และความเหนื่อยล้าในกายให้ปั่นป่วนทวีคูณ ร่างกายบอบบางเริ่มโอนเอนเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ผสมผสานกับตัณหาลึกซึ้ง
ผมเฝ้ามองภาพนั้นผ่านกรอบแว่นตาสีดำอย่างพึงพอใจ ขยับกายก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะข้างเตียงพลางถอดแว่นตาออกวางลงอย่างช้าๆ เผยแววตาเสือร้ายจอมบงการที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมหม่นแสงของดาราสาว
"หนูดาหวันรู้ไหมคะ... ในความมืดมิดและสายหมอกหนาทึบแบบนี้ วิลล่ากระจกจะแปรสภาพเป็กรงขังแสนสุขที่ไม่มีใครจากโลกภายนอกมองเห็นเราได้เลย... แม้แต่เงาก็ตาม" ผมกระซิบน้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็ความดุดันบงการอารมณ์ "ตราบใดที่ประตูปิดล็อก... ทุกกิจกรรมและความร่านร้อนที่เกิดขึ้นในห้องนี้ จะถูกเก็บงำไว้เป็ความลับระหว่างเราสามคนเท่านั้นค่ะ"
ดาหวันสะดุ้งสุดตัว แก้วไวน์ในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้นหากผมไม่อิอัคเอื้อมมือไปรับไว้ทัน ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาเมื่อตระหนักถึงความนัยลึกซึ้งในประโยคนั้น สายตาคมกริบของผมจ้องมองทรวงอกอวบสะท้อนขึ้นลงใต้เสื้อคลุมที่หลวมหลุดลุ่ยจนเห็นส่วนยอดของปทุมถันรำไร
"อานนท์... พูดเื่อะไรคะ... ดาหวันไม่เข้าใจ..." เธอเสียงสั่นพร่าเบี่ยงใบหน้าหลบเลี่ยง แสร้งทำตัวเรียบร้อยเย่อหยิ่งทระนงตามสัญชาตญาณ
"หึ... จะปฏิเสธอีกเหรอคะเด็กดี? ทั้งที่เมื่อครู่ยืนครางระเส่าเรียกชื่อบอดี้การ์ดหนุ่มคนนี้ลั่นห้องนอน แถมนิ้วเรียวยังบดขยี้ร่องรักจนเฉอะแฉะน้ำรักนองเปียกชุ่มพิงกระจกหน้าต่างบานั์นี้ไปหมดแล้ว" ผมหัวเราะต่ำในลำคอ ยื่นฝ่ามือหนาเข้าไปลูบครูดไล้แก้มใสสีระเรื่อ "อัคเองเขาก็เฝ้ามองความกระสันอยากของคุณหนูของเขาผ่านกระจก One-Way บานนี้มาโดยตลอดจนอยากจะบดขยี้เนื้อตัวนุ่มๆ นี้แทบคลั่งแล้วใช่ไหมคะอัค?"
คำสารภาพเปิดโปงความลับทำเอาดาหวันตัวแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่า ดวงตาเบิกกว้างสั่นระริกหันไปสบตามองบอดี้การ์ดส่วนตัวของเธอด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดสลับกับใบหน้าของผม ความลับแสนลามกที่เธอคิดว่าทำลงไปในที่ลับตาคน บัดนี้ถูกกระชากหน้ากากออกต่อหน้าชายหนุ่มสองคนอย่างหมดจด
"อัค... เธอ... เธอแอบดูฉัน..." ดาหวันเสียงสั่นเครือ ครางสะอื้นแ่เบาด้วยความรู้สึกผิดบาปอับอายขายหน้าอย่างรุนแรง ทว่าในส่วนลึกของร่างกาย ท้องน้อยกลับบิดเกร็งจนร่องเนื้อสีหวานขับหลั่งน้ำรักเปียกแฉะหลั่งไหลเปื้อนเป้ากางเกงลูกไม้บางเบาทันทีอย่างบ้าคลั่งยามที่จินตนาการวาบหวามแปรเปลี่ยนเป็ความจริงต่อหน้า
อัครินทร์ไม่ตอบคำถาม แต่เขาก้าวขยับเข้ามาชิดร่างบอบบางของเ้านายสาว in ทันที แสงไฟฉายสลัวสะท้อนแววตาคมกริบดุดันกระหายอยากแสนดิบเถื่อนทลายกำแพงบอดี้การ์ดออกจนหมดสิ้น
"อัค... เฝ้ารอเวลาที่จะกอดและขยี้รอยรักบนเรือนร่างคุณหนูของเธอมาตลอดสามปีใช่ไหมคะ?" ผมเอ่ยชี้นำบงการน้ำเสียงเด็ดขาด "เด็กดี... เข้าไปทำหน้าที่อารักขาความใคร่ของเธอสิ กอดประคองและทำให้เธอเชื่องสิอัค"
บอดี้การ์ดหนุ่มตอบสนองคำสั่งทันที ฝ่ามือหนาใหญ่และแข็งแกร่งของเขาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วของดาหวัน ดึงร่างบางเข้ามากระแทกแนบชิดแผงอกแกร่งกล้าของเขาอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน ดาหวันสะดุ้งกรีดร้องครางเสียงหวานแ่เบาในลำคอเมื่อเนื้อแนบเนื้อบดเบียดเข้าหากัน สองมือบางของเธอพยายามยันอกแกร่งไว้ตามสัญชาตญาณรักนวลสงวนตัว แต่กลับพ่ายแพ้ต่อพละกำลังมหาศาลของชายหนุ่มร่างั์ที่โอบรัดเอวเธอจนขยับเขยื้อนไม่ได้
"อัค... ฮื้อ... อย่าทำแบบนี้... ฉันเป็เ้านายเธอนะ..." ดาหวันครางร้องน้ำตาปริ่มขอบแก้ม ทว่าสะโพกกลมกลึงกลับบิดส่ายตอบสนองท่อนขาแกร่งของอัคที่แทรกเข้ามาเบียดบดกึ่งกลางกาย
"คุณหนูครับ... คืนนี้ไม่มีเ้านายและผู้ดูแลหรอกครับ มีเพียงแค่ผมที่อยากจะขย้ำคุณหนูให้สั่นสะท้านไปทั้งตัวเท่านั้น" อัครินทร์กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าดุดันข้างใบหู ก่อนจะซุกไซ้ริมฝีปากร้อนผ่าวลงบนซอกคอระหงส์ สูดดมความหอมหวานอย่างหิวกระหายบดเค้นสร้างรอยจูบสีแดงเข้มจนเธอครางครวญร้องระงม
ผมก้าวไปหยิบไอแพดกดยกเลิกฟิล์มกรองแสงสะท้อนของกระจกั์บางส่วน เผยให้เห็นสายฝนและม่านหมอกสีขาวหนาทึบภายนอกหน้าผาสูงชันที่เคลื่อนไหวคลอเคลียกระจกราวกับพายุิญญา เงาร่างของพวกเขาสองคนที่โอบกอดบดเบียดเนื้อตัวกันสะท้อนสะเปะสะปะตามผิวกระจกรอบทิศทางปะปนกับสายฝนภายนอก
"แกะกระดุมเสื้อคลุมของเธอออกทีละเม็ดสิอัค... เผยเนื้อตัวขาวๆ ให้ประจักษ์แก่สายตาอา และขยำมันให้สมกับความกระสันอยากที่เธอเก็บสะกดมานาน" ผมยืนสั่งการอยู่เบื้องหน้า กอดอกมองการกระทำอันดิบเถื่อนอย่างใจเย็น
อัครินทร์เอื้อมมือสั่นระริกด้วยไฟตัณหาจับสาบเสื้อคลุมซาตินบางเบาออกแรงฉีกกระชากจนเชือกผูกเอวหลุดลุ่ย ปลดเปลื้องเผยแผ่นอกขาวนวลเนียนสล้าง เต้าอวบอิ่มชูชันทั้งสองข้างสั่นะเืตามจังหวะหายใจหอบกระชั้นของเธอ ยอดปทุมถันสีชมพูเข้มแข็งตัวสู้แสงไฟสลัวอย่างน่ามอง ฝ่ามือหนาหยาบกร้านของบอดี้การ์ดตะปบเข้าที่ปทุมถันอวบอิ่มบีบขยำสลับบดคลึงรุนแรงจนเนื้อนุ่มปลิ้นตามง่ามนิ้ว
"อ๊า! อัค... ฮื้อ... เจ็บ... อานนท์ช่วยด้วย... อ๊า..." ดาหวันครางร้องแหงนหน้าขึ้น สองมือเกาะบ่าแกร่งของอัครินทร์ไว้แน่นสะโพกบิดส่ายเสียวซ่านอย่างรุนแรงเมื่อยอดอกถูกปลุกเร้าหนักหน่วง ยิ่งมองเห็นสายตาคมกริบของผมที่จ้องมองเต้าอวบของเธอสลับกับการบดเบียดบดเค้นขยำของบอดี้การ์ด หัวใจของเธอเต้นรัวแรงกระสันเสียวปานจะขาดใจ ร่างกายเปียกชุ่มชื้นแฉะจนน้ำรักหลั่งนองไหลอาบขาอ่อนริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ท่ามกลางพายุฝนและม่านหมอกที่ล้อมกักขังพวกเราไว้ในกรงสวาทนี้!