“ นี่สินะเมืองหนานโจว ” ตี้เฉินมองขึ้นไปที่ ป้ายบอกทางเข้าเมือง
ลักษณะของเมืองหนานโจว มีกำแพงสูงใหญ่ เพียงด้านเดียว และมีกำแพงชั้นในอีกชั้นหนึ่ง ทางลาดยาวไปสู่เมือง คงเป็เส้นทางที่ตรงไปสู่ประตูเมืองเป็แน่
เขาเดินตรงไปตามเส้นทาง เสียงนกนาๆชนิด เริ่มร้องเรียกคู่หากันเป็สัญญาณบ่งบอกว่าได้เวลาจะพลบค่ำแล้ว
“ เห้ยไอน้องชาย จะเข้าเมืองเวลานี้ต้องมีตราสัญลักษณ์ เ้ามีตราสัญลักษณ์ไหม ” ชายสวมชุดคลุมในชุดเกราะเต็มอัตรามีอาวุธอยู่ในมือเพรียบพร้อม แลดูแล้วคงจะเป็ทหารยามประจำประตูเมืองอย่างแน่นอน
“ ตราสัญลักษณ๋ อย่างนั้นหรือ ” ตี้เฉินพูดด้วยน้ำเสียงที่สงสัยเพราะมันก็ไม่ได้สังเกตุเห็นว่ามันมีของแบบนั้นอยู่กับตัว มันจึงพยายามค้นเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของมัน จนมันทำขนไก่ฟ้าตกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“ เห้ย นั่นอะไร !! ” ทหารยามะโด้วยความใ พลางชี้ปลายหอกมาที่ ตี้เฉิน เขาจึงรีบก้มลงหยิบขนไก่ฟ้าพร้อมกล่าวกับทหารยามคนนั้น
“ อ่อ นี่ นะหรือ ขนของไก่ฟ้า ข้าออกไปล่าไก่ฟ้าที่ป่า ข้างๆ เมืองมา ” ตี้เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูซื่อ ๆ แต่นั้นก็เริ่มทำให้ทหารยามคนนั้นเริ่มตาโตพร้อมกับกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่
“ ไอหนุ่ม…เอาอย่างนี้นะ เ้าแค่เอาขนไก่ฟ้านั้นให้ข้าแล้วเ้าก็เดินเข้าเมืองไป แล้วเราสองคนก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน โอเคไหม ?!? ” ทหารยามคนนั้นเดินเข้ามาโอบไหล่ตี้เฉินเอาไว้ ราวกับมันพยายามที่จะตีสนิทตี้เฉิน
“ อา…อา..ได้สิ ” ตี้เฉินจึงรีบตอบรับเพราะถ้าไม่มีป้ายนั้นเขาก็เข้าเมืองไม่ได้เช่นกัน เขายื่นขนไก่ฟ้าให้ทหารยามพร้อมกับเขาก็เปิดประตูเมืองให้ตี้เฉินเดินเข้ามาได้อย่างง่ายดาย
“ เห้อ มนุษย์นี่ก็คืุ์จริงๆ ” มันสบถขึ้นมาในใจ
.
.
เมื่อเขาเดินเข้ามาในเมืองได้แล้ว แต่ในเมืองกลับเงียบสงัดราวกับไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ในเมือง อาจจะด้วยนั่นเป็เวลาที่ทุกคนกลับเข้าบ้านนอนกันเสียหมดแล้ว
เขาเดินไปพร้อมๆกับระลึกความทรงจำของตี้เฉิน พยายามที่จะหาบ้านของเขา เพื่อที่จะกลับไปดูเหตุการณ์ แต่แล้วก็ยังคงมีบ้านอยู่หลังหนึ่ง ที่ยังคงมีงานอะไรสักอย่างอยู่ ถ้าตามความทรงจำของเขาแล้วนั่นก็คือบ้านของเขา เขากำลังคิดทบทวนความทรงจำของเขา แต่กลับจำไม่ได้เลยว่า ในวันนี้บ้านของเขากำลังจัดงานฉลองอะไรกันอยู่
เขาเริ่มเดินเข้าไปใกล้บ้านมากขึ้น จนเริ่มเห็นคนที่อยู่ภายในบ้าน บ้านของเขามีลักษณะเป็บ้านสองชั้น ด้านล่างเป็ห้องรับแขกที่พอจะจุคนได้ประมาณ 20 คน ตัวบ้านชั้นบนเป็ห้องนอนของลูกบ้าน และตัวเขาเอง
เขาเปิดประตูบ้านเข้าไปและพบกับรูปใบหน้าของชายสักคนนึง ที่ดูคุ้นเคยเสียจนเหมือนใบหน้าของเขาเอง
ทุกคนในงานต่างร้องไห้กันระงม ราวกับว่านี่คืองานเลี้ยงแสนเศร้าให้กับคนที่อยู่ในรูป ทุกคนต่างใส่ชุดขาวหมวกสามเหลี่ยม ก่อนที่เขาจะปิดประตูพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า
“ ข้า..กลับมาแล้ว ” เขาพูดพลางทำเสียงเหนื่อยหอบหลังจากที่เดินทางมาระยะไกล เขาเริ่มทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ ทำให้ทุกคนที่อยู่ในงานหันมามองเขาเพียงคนเดียว สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เขา ก่อนที่จะมีใครสักคนะโขึ้นมา
“ ผีหลอกกก !!!!!! ” แม้แต่ตัวเขาเองยังลุกขึ้นด้วยอาการใกลัวว่า ใครคือผี ตามมาด้วยเสียงกรี้ดะโโหวกเหวกโวยวายอย่างไม่หยุดหย่อน
กรี้ดดดด !?!?!
อ้ากกกก !?!?
กรี้ดดดด?!?!?
อ้ากกกก!?!?!?
ตี้เฉินพยายามควบคุมสติของเขาเองและพยายามนึกย้อนอดีตใบหน้าที่อยู่บนรูปนั่นขึ้นมา…
.
.
.
ใช่แล้วนั่นคือใบหน้าของเขาเอง ชายหนุ่มผู้มีคิ้วที่สวยงาม ใบหน้าคมเหลี่ยม ริมฝีปากกระจับที่ชวนน่าดูดดื่ม หญิงใดที่ได้สบตาอันกลมโตของเขาก็จะคล้ายถูกมนตร์เสน่ห์ให้ตรึงติดกับเขาไปเป็วัน
“ คงมีใครสักคนแจ้งข่าวมาว่าข้าคงตายไปแล้วเป็แน่ ที่บ้านถึงจัดงานศพให้กับข้าถึงแม้ร่างกายของข้าจะไม่ได้กลับมาก็ตาม ” เขาเริ่มคิดในใจ ก่อนที่ชายแก่หน้าตาคุ้นเคยในความทรงจำของเขาจะเดินเข้ามา
“ ลูกพ่อเ้ายังไม่ตายอย่างนั้นรึ ” ชายแก่เครายาว ผมขาว ในชุดผ้าไหมก็เดินมาหาเขาและพยายามจะพิสูจน์ว่าเขายังมีชีวิตอยู่
“ ท่านพ่อ…ข้ายังไม่ตาย..” เขาพูดกับพ่อของเขาตามน้ำไป
“ อย่างนั้นก็ดีแล้ว ข้าดีใจเหลือเกินที่เ้ายังมีชีวิตอยู่…ไอพวกสมาคมเขี้ยวหมาป่ามันช่างร้ายนักกุข่าว ว่าเ้านั้นโดนลอบสังหารและชิงตัวไป ” พ่อของเขานามว่า ตี้เทียน อดีตเป็หัวหน้าสมาคมกระต่ายขาว ที่มีระดับการปรุงยาอยู่แค่เพียงนักปรุงยามืออาชีพขั้นสูงเท่านั้น แต่เมื่อลูกชายของเขาเติบโตขึ้นจึงมอบกิจการสมาคมให้เขาได้ดูแลต่อรวมไปถึงการติดต่อค้าขายกับสมาคมต่างๆ ด้วยเช่นกัน
“เอ้ะ! แล้วนี่มันอะไรกันน่ะลูก โอสถเม็ดนี้ลูกไปได้มาจากไหนกัน .?!?” ในระหว่างที่เขากำลังพิสูจ์นว่าตี้เฉินมีชีวิตอยู่มือของเขาก็ไปััเข้ากับโอสถปลุกพลังระดับ 9 ที่ ตี้เฉินได้ปรุงเอาไว้ในป่า มันยังคงส่องแสงเป็ประกายสีขาว จนแม้แต่พ่อของเขายังใกับโอสถเม็ดนี้
“ เอ๋อ นี่เป็โอสถจากเพื่อนข้าน่ะ เพื่อนข้าจากแดนไกลนำมาฝากข้ากับท่านพ่อ ท่านทานโอสถเม็ดนี้ดูสิ ” มันเห็นแล้วว่าถ้ายิ่งปล่อยให้พ่อของมันงง จะยิ่งทำให้พ่อของเขาสงสัยในตัวมันมากขึ้นไปอีกจึงได้ ปั้นเื่ขึ้นมาว่าได้รับมาจากเพื่อนแดนไกล
“ โอ้ๆ อย่างนั้นหรือ งั้นข้าไม่เกรงใจละนะ ” ตี้เทียน กลืนโอสถเม็ดนั้นเข้าไปอย่างรวดเร็ว โอสถเม็ดนั้นไหลเข้าลำคออย่างงายดาย ท่ามกลางทุกๆคน ในสมาคมที่กำลังยืนดูพวกเขาสองคนอยู่
.
..
…
…
“ โอ้วววววววว !!!!! ” ตี้เทียน ะโออกมา ราวกับมันกำลังะเิพลังความเป็หนุ่มของมันกลับมาอีกครั้ง ผม หนวด เครา ของมันที่ขาวซีดกลับมาดกดำราวกับถ่าน กล้ามเนื้อที่หย่อนยานก้กลับมาเต่งตึงเหมือนหนุ่ม ๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้ ร่างกายของ ตี้เทียนส่องแสงเป็ประกายไปทั่วงานจนคนในงานต่างอุทานเป็คำเดียวกัน
“ โอ้วววววววว !!!! ”
.
.
.
“ เอาล่ะ ตี้เฉินเ้ากลับมาเหนื่อย ๆ ข้าคงจะไม่อยากซักถามอะไรเ้าตอนนี้ ข้าอยากให้เ้ากลับขึ้นไปพักผ่อนบนห้อง เดี๋ยวข้างล่างนี้พ่อจะเคลียร์ให้เอง ” มันพูดพลางตบลงมาบนไหล่ของตี้เฉิน อย่างหนักหน่วงราวกับ พ่อของเขาได้กลายเป็นักกล้ามไปแล้ว ก่อนที่เขาจะหันมาพูดประโยคสุดท้ายกับตี้เฉิน
" ส่วนโอสถนี้…ถ้าเ้ามีโอกาสได้เจอเพื่อนของเ้าอีก บอกไปเลยว่าพ่อขอซื้อไม่อั้น "
ตี้เฉินรู้ตัวดีว่ามันกำลังทำเื่ที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง โอสถปลุกพลังระดับ 9 ผู้ที่สมควรจะได้ใช้มันนั่นก็คือผู้ฝึกยุทธในระดับเซียน หากผู้ที่ใช้โอสถมีระดับลมปราณที่ไม่เพียงพอต่อการใช้โอสถจะทำให้มันผู้นั้นเริ่มคลั่งทุกครั้งเมื่อมันขาดยาโอสถขนานนั้นไป มันให้มนุษย์ได้ลิ้มลองความแข็งแกร่งแล้วครั้งหนึ่ง และแน่นอนว่า มนุษย์คงจะไม่หยุดแค่เพียงครั้งนี้เท่านั้น และข่าวของมันก็ได้แพร่งพรายไปถึงหูของสมาคมอื่น ๆ เรียบร้อย
ถ้าหากอ่านแล้วถูกใจอย่าลืมกดติดตามและให้กำลังใจด้วยนะครับ
นิยายจะกลับมาอัพอีกทีวันจันทร์ ที่ 17 นะครับ