ลิขิตรักต้าเจีย(ด้ายแดงที่มองไม่เห็น)

    ตอนที่ 3 อาหารคลายโกรธ เพิ่มโทสะ

            ด้วยคำพูดของอาฟู่ ทำให้ฉันถูกลากตัวมาขังไว้ในห้องครัวพร้อมกับคำสั่งที่ว่า ‘พรุ่งนี้เช้าจะต้องมีอาหารรสเลิศตั้งอยู่เต็มโต๊ะ มิเช่นนั้นทั้งเ๽้าและอาฟู่จะต้องโดนลงโทษอย่างหนัก!’

            ฉันยังจำเหตุการณ์เมื่อกี้ได้ดี อาฟู่ยืนกรานมั่นเหมาะว่าฉันสามารถทำอาหารได้ ส่วนฉันก็ปฏิเสธสุดฤทธิ์ว่าทำอาหารไม่เป็๞และพร้อมจะรับการลงโทษ แต่อนิจจา ดูเหมือนวันนี้จะยังไม่ใช่วันตายของฉัน ท่านโหวที่ตอนแรกทำท่าว่ากำลังโกรธจัดถึงได้ยอมปล่อยให้ฉันได้โชว์ฝีมือการทำอาหาร

            เห้อ.....อันตัวฉันนั้นจะโดนโบยโดนตีโดนตัดหัวจนตายก็หาได้กลัว แต่กับอาฟู่ หนุ่มน้อยหน้าหล่อคนนั้น จะดึงเขาเข้ามารับโทษร่วมกับฉันไม่ได้

            “ฟางเหนียงนี่คือสูตรอาหารและวิธีการทำอาหารของพ่อครัวคนก่อน เขาทำอาหารเก่งและอร่อยมาก ท่านโหวยังเอ่ยปากชมอยู่บ่อยครั้ง เ๯้าลองเอาไปดูแล้วทำตามได้”

            ฉันหยิบสมุดน้อยในมือของอาฟู่มาเปิดดู

            ไก่ตุ๋นโสม..หมูผัดหวาน..สามชั้นกรอบฟู..ซุปปลาสามรสฯ

            แค่ชื่ออาหารก็ไม่น่ากินแล้ว ต่อมาวิธีทำ แค่อ่านและลองจินตนาการตามฉันก็สามารถจินตนาการรสชาติของอาหารของแต่ละเมนูได้ บางเมนูจืดชืด บางเมนูอมน้ำมันเลี่ยน บางเมนูเผ็ดโดด ช่างไม่มีเมนูที่มีรสกลมกล่อมเสียเลย คนที่ชื่นชมว่าอาหารเหล่านี้อร่อยคือคนที่มีการรับรสแย่มาก ใช่แล้วฉันกำลังด่าท่านโหวอยู่ คนอย่างเขานอกจากจะมีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาแล้วก็ไม่มีอะไรดีสักอย่าง!

            “เอาคืนไปเถอะ ขอบใจเ๯้ามาก”

            “เอะ! หากเ๽้าคืนข้ามาแล้วเ๽้าจะทำอาหารเช่นไร เ๽้าทำอาหารเป็๲หรือ?”

            “ก็พอได้อยู่” ฉันพูดอย่างไม่ค่อยใส่ใจก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาหนึ่งอันแล้วจัดการรวบผมยาวขึ้นเป็๞กลมปักด้วยตะเกียบไม้อย่างชำนาญ

            “ที่นี่มีแต่เครื่องครัว อาหารล่ะถูกเก็บไว้ที่ไหน?”

            “อ้อ อาหารถูกเก็บไว้ห้องด้านหลังของห้องครัว นี่กุญแจ ท่านโหวบอกว่าเ๯้าสามารถใช้วัตถุดิบที่๻้๪๫๷า๹ได้เต็มที่”

            ฉันรับกุญแจมาจากอาฟู่ “ขอบใจ...เ๽้ากลับไปเถอะ ข้าจะเริ่มทำอาหารแล้ว” พูดไปรวบชายกระโปรงและชายเสื้อที่ยาวรุงรังขึ้นมาเก็บให้เรียบร้อย

            “เ๯้าทำอาหารได้จริงหรือ?”

            “พอได้อยู่ ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ทำให้เ๽้าโดนลงโทษหรอก”

            “ข้าไม่ได้กลัวจะถูกลงโทษ แต่ข้ากลัวเ๯้าจะถูกลงโทษต่างหาก”

            เอาแล้วไง บรรยากาศแห่งความรักอบอวลเข้ามาแล้วไง “ขอบใจ ไม่ต้องห่วงข้าทำได้แน่นอน เ๽้ารีบกลับไปเถอะ หากท่านโหวเรียกหาเ๽้าแล้วไม่พบอาจพานมาโกรธข้าได้” ฉันพูดอย่างทีเล่นทีจริง

            “เช่นนั้นข้าไปแล้วนะ ถ้าเ๯้ามีอะไรให้ข้าช่วยก็ไปหาข้าได้”

            “โอเค...เอ่อ ได้ๆ”

            รอจนอาฟู่เดินจากไปแล้วและห้องครัวรวมทั้งบริเวณโดยรอบเงียบสนิท ฉันจึงเริ่มคิดรายการอาหารในหัว

     

     

            ขอบฟ้าเริ่มมีแสง คนในจวนก็เริ่มตื่นขึ้นมาทำงานของตนเอง

            เนื่องด้วยมีคำสั่งจากท่านโหวให้ฉันเป็๞คนทำอาหารทั้งหมดคนเดียว คนครัวคนอื่นๆ หรือพ่อครัวหลักจึงไม่ได้เข้ามาในครัว พวกเขายืนเกาะตามหน้าต่างและประตูดูฉันทำอาหารอย่างตื่นเต้น ยามเห็นไฟลุกชันสูงเกือบถึงหลังคาก็พากันร้องหวู ยามได้กลิ่นหอมของอาหารก็พากันสูดดม ไม่นานอาหารหน้าตาน่ากินหลายอย่างก็ถูกลำเลียงไปยังห้องอาหาร

     

            “อาหารวันนี้ดูน่ากินกว่าทุกวัน หวังว่ารสชาติจะอร่อยดีไม่แพ้หน้าตา” ไท่ฮูหยินเจียงเอ่ยชม ทำให้ฉันรู้สึกดีใจจนยิ้มกว้าง

            “แต่หากไม่ดีเหมือนหน้าตา ก็เตรียมรับการลงโทษได้เลย”

            รอยยิ้มดีใจหายไปในพริบตา ไอ้บ้านี่! พูดดีๆ บ้างไม่เป็๞หรือไง!

            “อาหารวันนี้ข้าขอตั้งชื่อว่า คลายโกรธลดโทสะ!...มีอาหารห้าอย่าง คือผัด ย่าง ต้ม ซุปและนึ่ง...อย่างแรกผัดไก่แห้งใส่ขิงกระชาย คือนำเนื้อไก่มาหั่นเป็๲เส้นบางขนาดพอดีนำไปผึ่งไอไฟหนึ่งเค่อจนแห้ง......ปรุงรสด้วยซอสถั่วและเกลือกับน้ำตาลเล็กน้อยก็จะได้ไก่แห้งผัดขิงกระชายที่มีรสกลมกล่อมจากเนื้อไก่แต่เมื่อกินโดนขิงกับกระชายกลับทำให้รู้สึกเผ็ดเย็น อาหารจานนี้สื่อถึงคนที่มีเหตุผลและใช้ชีวิตอยู่ในความพอดี ไม่มีปากมีเสียงกับใคร หากแต่เมื่อถูกรังแกก็ย่อมต้องมีความรู้สึกโกรธ ไม่พอใจเช่นกัน.....”

            จานนี้ฉัน๻้๪๫๷า๹จะสื่อให้เขารู้ว่าฉันเองก็มีความรู้สึกโกรธและไม่พอใจเขาอยู่เหมือนกัน

            “อย่างที่สองคือเต้าหู้เลิศรส หั่นเต้าหู้เป็๲เต๋าพอดีคำจัดเรียงลงในหม้อ.....ก็จะได้เต้าหู้เลิศรสที่มีน้ำซุปกลมกล่อมแต่เต้าหู้หวานเปรี้ยว กินแล้วไม่เลี่ยนกำลังพอดี จานนี้สื่อถึงคนที่ต้องรู้จักความพอดี มีเหตุมีผลเกื้อหนุนตลอดการกระทำ”

            จานนี้ฉันแอบด่าท่านโหว ให้เขามีความพอดีในอารมณ์ ไม่ใช่เอาแต่โกรธอยู่ตลอด

            “จานที่สามปลาย่างเกลือราดซอสหวาน จานนี้ทำง่าย เพียงนำเกลือไปพอกปลาจนมิด...จานนี้ไม่ได้สื่อถึงอะไรหากแต่ข้าเคยได้ยินมาว่าปลาจะช่วยให้สมองทำงานได้ดี ทำให้ฉลาดรู้คิด รู้ทำ”

            สายตาคมคายปนไม่พอใจถูกส่งมาให้ฉัน ทำให้ทั่วตัวเย็นวาบขนลุก ดูเหมือนเขาจะรู้แล้วว่าฉันกำลังหลอกด่าเขาอยู่>

            “จานที่สี่หมูสไลด์ในน้ำมะนาว นำหมูมาสไลด์จนบางเฉียบ ....เนื้อที่ได้จะมีรสหวานเค็มและ จานนี้จะช่วยให้คนกินเจริญอาหารมากขึ้น อีกทั้งยังเป็๲ตัวตัดไม่ทำให้รู้สึกเลี่ยนจากอาหารทั้งสามอย่างก่อนหน้า”

    ไท่ฮูหยินพยักหน้าเห็นด้วย

            “สุดท้ายคือซุปเห็ดหวาน นำเห็ด เกลือสามหยิบมือ น้ำตาลหนึ่งช้อนและซอสถั่วครึ่งช้อนไปตุ๋นในหม้อหนึ่งชั่วยาม นำมากรองก็จะได้ซุปเห็ดหวานที่มีรสกลมกล่อม ล้างปากได้ดี...จานนี้สื่อว่าไม่ว่าเราจะมีเ๱ื่๵๹ที่ไม่พอใจมากมายแต่สุดท้ายเราควรปล่อยวางและจบทุกอย่างลงด้วยดี” จานนี้ฉันตั้งใจจะบอกให้เขาลืมเ๱ื่๵๹เมื่อคืน ลืมเ๱ื่๵๹ของฉันไปซะ!

            ที่จริงฉันสามารถทำอาหารที่ดีกว่านี้ได้ แต่ที่เลือกทำอาหารง่ายๆ พื้นๆ เพราะอยากจะสื่อข้อความ (หลอกด่า) ถึงเฉิงโหว ให้เขาเลิกแล้วต่อกันไป (คงเลิกแล้วหรอกมั้ง หลอกด่าเขาไปขนาดนั้น><)

            “อาหารก็ดูพื้น แต่เมื่อฟังเ๽้าอธิบายแล้วอาหารพวกนี้ดูน่ากินขึ้นมาก”

            “ขอบคุณไท่ฮูหยิน”

            “หึ ก็ต้องกินก่อนถึงจะรู้”

            ชิ เก๊กสุดๆ เห็นอย่างนี้แล้วฉันรู้สึกดีมากที่ระบบไม่พาให้ฉันไปอยู่ในร่างของเฟยเซียน ถ้าต้องคู่กับคนแบบนี้ยอมเป็๞สาวใช้ต่อไปดีกว่า

            “อื้ม...อร่อยจริงๆ เกิดมาก็เพิ่งเคยกินอาหารที่มีรสชาติแตกแยกกัน แต่เมื่อรวมกันแล้วกลับอร่อยอย่างน่าประหลาด”

            ฉันยิ้มหน้าบานเมื่อได้ยินคำชมจากไท่ฮูหยิน ส่วนท่านโหวนั้นไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงนั่งกินอย่างเงียบๆ สีหน้าก็ราบเรียบดูไม่รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบกันแน่ แต่แอบบอกว่าอาหารทุกจานถูกกินจนเรียบ ไม่เหลือแม้น้ำซุปสักหยดให้คนใช้ได้กินเลยล่ะ และคนที่กินอาหารของฉันมากที่สุดนั่นก็คือเจียงจื่อลู่ เฉิงโหวน่าตายด้วยล่ะ