หลังจากนั่งฝันถึงอนาคตอยู่นาน สืออวี่ก็ถูกดึงกลับสู่โลกความจริง
ภารกิจ่เช้าไม่ได้จบแค่การให้อาหารฝูงหมาป่าหิมะ แต่ยังมีงานจิปาถะอีกเพียบรอเขาอยู่ เล่นเอาหัวหมุนติ้วไปตลอดเช้า กว่าจะได้พักหายใจก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยง แต่ตารางงาน่บ่ายก็ยังแน่นเอี๊ยดชนิดหายใจรดต้นคอ
หลังจากจัดการมื้อเที่ยงและพักผ่อนสั้นๆ เด็กฝึกงานทุกคนในหอพักเดียวกับสืออวี่ก็ได้รับมอบหมายภารกิจเดียวกัน ซึ่งเป็งานรูทีนที่พวกเขาทำกันมาพักใหญ่แล้ว นั่นคือ... การสังเกตและบันทึกการเติบโตของหนอนไหมเขียว
...
่บ่าย
สืออวี่เดินตามขบวนกลุ่มใหญ่เข้าไปในป่าทึบ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านใบไม้แทบจะส่องไม่ถึงพื้น ที่นี่คืออาณาจักรของเหล่าหนอนไหมเขียว
หนอนไหมเขียวคือประชากรส่วนใหญ่ของศูนย์เพาะเลี้ยงฯ ถ้าจะเทียบให้เห็นภาพ หมาป่าหิมะมีแค่ประมาณ 50 ตัว แต่หนอนไหมเขียวมีเป็พัน! คำนิยามสั้นๆ สำหรับพวกมันคือ "โหลจนเกร่อ"
ความแข็งแกร่งของพวกมันก็น่าเวทนาจับใจ เมื่อเทียบกับหมาป่าหิมะที่ตื่นรู้สกิลเผ่าพันธุ์ได้ถึงสี่อย่าง หนอนไหมเขียวมีสกิลติดตัวแค่อย่างเดียวคือ ‘พ่นใย’ แถมไอ้สกิลพ่นใยนี้ ต่อให้ฝึกเืตาแทบกระเด็นจนบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบ ความแข็งแกร่งก็ทำได้แค่พอๆ กับลวดเหล็ก ซึ่งในโลกของสัตว์อสูร ถือว่าเป็สกิลที่ไม่ได้เื่เท่าไหร่
เหล่าผู้ฝึกอสูรแบ่งระดับสกิลของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติออกตามพลังและผลลัพธ์ ไล่จากระดับต่ำไปสูงคือ: ไร้ระดับ > ระดับต่ำ > ระดับกลาง > ระดับสูง > ระดับดีเลิศ...
ซึ่งสกิลพ่นใยของหนอนไหมเขียวนั้น... ยังนับเป็สกิลระดับต่ำไม่ได้ด้วยซ้ำ! มันถูกจัดอยู่ในกลุ่ม ‘ไร้ระดับ’
ดังนั้นการที่ระดับเผ่าพันธุ์ของหนอนไหมเขียวถูกจัดให้อยู่ในระดับเหนือสามัญขั้นต่ำก็ถือว่าให้เกียรติวงศ์ตระกูลมันสุดๆ แล้ว เพราะลำพังแค่สัตว์ป่าธรรมดาส่วนใหญ่ หนอนไหมเขียวก็สู้ไม่ได้ด้วยซ้ำ ที่ยังได้เครดิตว่าเหนือกว่า ก็เพราะมันมีโอกาสเติบโตในอนาคตนี่แหละ
แต่ถึงอย่างนั้น สกิลพ่นใยก็ยังมีประโยชน์หลายอย่าง
ทว่าศูนย์เพาะเลี้ยงฯ ไม่ได้เลี้ยงพวกมันเพื่อเอาเส้นใยไปทอผ้า เหตุผลที่เลี้ยงสัตว์อสูรที่อ่อนแอขนาดนี้ ก็เพราะหนอนไหมเขียวเป็หนึ่งในสัตว์อสูรไม่กี่ชนิดในธรรมชาติที่สามารถวิวัฒนาการได้เองหนึ่งครั้ง
เมื่อพวกมันได้รับสารอาหารเพียงพอ ก็จะวิวัฒนาการกลายเป็ผีเสื้อผลึกวายุ และมีโอกาสตื่นรู้สกิลเผ่าพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า ‘คมมีดสายลม’
แม้หลังวิวัฒนาการแล้ว ระดับเผ่าพันธุ์จะยังคงเป็ระดับเหนือสามัญขั้นต่ำ เนื่องจากอายุขัยที่สั้น แต่ผีเสื้อผลึกวายุก็ถือเป็สัตว์อสูรประเภทแมลงที่เลี้ยงง่ายที่สุด และเป็ตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ฝึกอสูรมือใหม่กระเป๋าแห้ง
งานของพวกสืออวี่ คือการบันทึกการเติบโตของหนอนไหมเขียว เพื่อประเมินว่าพวกมันจะพร้อมวิวัฒนาการเมื่อไหร่
เมื่อเทียบกับหมาป่าหิมะเมื่อเช้าแล้ว หนอนไหมเขียวดูแทบไม่มีพิษภัย ขนาดตัวแค่ฝ่ามือ ตัวสีเขียวอ้วนกลมขนปุย ดวงตาใสซื่อ บนหัวมีหนวดสีเหลืองสองเส้น หน้าตาเหมือนกับหนอนผีเสื้อกลางคืนบนโลกเดิมเปี๊ยบ
พอได้ััตัวจริง สืออวี่ก็เข้าใจแจ่มแจ้งว่าทำไมพวกมันถึงได้ฉายาว่า "กากสุดในรุ่น" แห่งวงการสัตว์อสูร... เพราะสกิลพ่นใยของหนอนไหมเขียวที่ยังไม่ผ่านการฝึกฝนพวกนี้ เขาแค่ใช้มือดึงเบาๆ ก็ขาดแล้ว...
ระหว่างสังเกตการณ์ สืออวี่ก็โดนพ่นใยใส่เต็มมือ
เทียบกับหมาป่าหิมะแล้ว หนอนไหมเขียวสติปัญญาต่ำเตี้ยเรี่ยดินกว่ามาก บวกกับที่สืออวี่ยังไม่ชำนาญการสื่อจิต ทำให้หนอนไหมเขียวแสดงอาการต่อต้าน แต่การต่อต้านนี่มัน... ช่างไร้พิษสงจริงๆ
แต่นั่นยังไม่ใช่เื่ที่ทำให้เขาพูดไม่ออกที่สุด สิ่งที่ทำให้สืออวี่อ้าปากค้างคือ สารานุกรมสกิลในหัวดันแจ้งเตือนว่า สกิลระดับสูงอย่างข่มขวัญ สามารถสอนให้หนอนไหมเขียวได้ซะงั้น!?
หนอนไหมเขียวที่มีคุณสมบัติแห่งราชันเนี่ยนะ???
เฮ้ย... เกณฑ์ความเข้ากันได้ที่ว่านี่ มันจะหละหลวมไปไหมเนี่ย?
สืออวี่มองหนอนไหมเขียวในมือด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปทันที ดูท่าสารานุกรมสกิลจะไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะตามหลักทฤษฎี หนอนไหมเขียวได้ชื่อว่าเป็สัตว์อสูรระดับล่างสุดที่ไม่มีทางเรียนสกิลอื่นได้เลยนอกจากพ่นใย ก่อนที่จะวิวัฒนาการ
ขณะที่สืออวี่กำลังทึ่ง หนอนไหมเขียวก็ดิ้นหลุดมือเขาไป และสารานุกรมสกิลก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง หน้ากระดาษถูกพลิกไปหน้าที่สอง รูปจำลองของหนอนไหมเขียวปรากฏขึ้นมา พร้อมกับคำอธิบายด้านล่าง
—
【สกิล】: พ่นใย
【คุณภาพ】: ไร้ระดับ
【คำอธิบาย】: สกิลพื้นฐานของเผ่าพันธุ์แมลง เมื่อใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ อาจพอมีประโยชน์อยู่บ้าง
【สถานะ】: ไม่พบเป้าหมายที่สอนได้
—
สืออวี่: ???
ไอ้คำอธิบายกวนประสาทแบบนี้มันหมายความว่ายังไงกัน? ช่างมันเถอะ... แบบนี้เท่ากับว่าบันทึกสกิลพ่นใยสำเร็จแล้วสินะ? ดูเหมือนจะครบเงื่อนไขทั้งสามข้อพอดีเป๊ะ
ตอนนี้สารานุกรมสกิลบันทึกสกิลที่สองอย่าง ‘พ่นใย’ ได้แล้ว... แต่สืออวี่กลับไม่รู้สึกดีใจสักนิด ก็มันดูเป็สกิลที่ไร้ประโยชน์จริงๆ นี่หว่า
เดี๋ยวก่อน... สกิลกากๆ แบบนี้ เอาไว้เป็สำหรับทดลองเพื่อเช็กอัตราการกินพละกำลังตอนสอนได้นี่นา!
หลังจากนั้นตลอด่บ่าย คนอื่นๆ ก็พากันก้มหน้าก้มตาบันทึกข้อมูลหนอนไหมเขียว ส่วนสืออวี่เองก็ทำเหมือนกัน แต่เขามีงานลับเพิ่มมาอีกอย่าง คือการศึกษาสารานุกรมสกิลในหัวตัวเอง
การค้นพบที่มีค่าเพียงอย่างเดียวคือ เขาสามารถสอนสกิลพ่นใยให้กับหนอนไหมเขียวตัวอื่นที่มีสกิลนี้อยู่แล้วได้อีกด้วย!
สืออวี่ลองวิเคราะห์ตามข้อมูลที่สารานุกรมสกิลระบุไว้ การสอนสกิลซ้ำจะช่วยเพิ่มค่าความชำนาญของสกิลนั้นได้!
เข้าใจก็เข้าใจอยู่หรอก แต่น่าเสียดายที่สืออวี่ไม่กล้าลองของที่นี่นี่สิ... ขืนมีใครเห็นหนอนไหมเขียวพ่นใยเป็ลวดเหล็กขึ้นมา คงได้เป็เื่ใหญ่แน่
......
จนกระทั่งค่ำ หลังจากจัดการมื้อเย็นเสร็จสรรพ สืออวี่ก็ตรงดิ่งกลับหอพักทันที
พอกลับมาถึงห้อง เขาก็คว้าหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดดู ไม่ใช่คู่มือประเมินสาวหูสัตว์อะไรนั่นหรอกนะ แต่เป็อีกเล่มที่บันทึกข้อมูลสัตว์อสูรกว่า 51 ชนิดที่ถูกเลี้ยงไว้ในศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์อสูรเมืองปิงหยวน รวมถึงสกิลเผ่าพันธุ์ของพวกมันด้วย
ชัดเจนเลยว่า สืออวี่กำลังเริ่มเฟ้นหาเป้าหมายที่จะคัดลอกสกิลแล้ว เขาตั้งใจจะดูว่ามีสกิลอะไรที่น่าสนใจบ้าง
สารานุกรมสกิลสร้างสกิลขึ้นมาเองไม่ได้ เขาต้องหาทางบันทึกสกิลใหม่ๆ เอาเอง
แต่ขอแค่บันทึกสกิลระดับเทพได้สำเร็จ สารานุกรมสกิลก็จะกลายเป็อาวุธไร้เทียมทานทันที ลองนึกภาพสิ... มีผู้ฝึกอสูรคนไหนบ้างที่ฝึกหนอนไหมเขียวจนใช้สกิลข่มขวัญได้? แค่คิดก็มันส์แล้ว
สืออวี่นับว่าสารานุกรมสกิลเป็พร์ผู้ฝึกอสูรอย่างที่สองของเขา และเมื่อมีพร์นี้ เป้าหมายต่อไปของเขาก็เดาได้ไม่ยาก…
หาทางคัดลอกสกิลระดับสูงเก็บสะสมไว้ให้มากที่สุด และเมื่อกลายเป็ผู้ฝึกอสูรเต็มตัวเมื่อไหร่ ก็ค่อยเอามาปั้นสัตว์อสูรของตัวเองให้เทพซ่า...
แต่น่าเสียดาย... หลังจากพลิกดูข้อมูลสัตว์อสูรทั้ง 51 ชนิดในศูนย์เพาะเลี้ยงจนตาแฉะ สืออวี่กลับไม่เจอสกิลที่เข้าตาเลย...
สกิลที่ลูกสัตว์อสูรพวกนี้มีโอกาสตื่นรู้ ส่วนใหญ่เป็สกิลระดับต่ำทั้งนั้น ไม่คุ้มค่าเหนื่อยที่จะไปไล่จับมาคัดลอก
แน่นอนว่ายิ่งบันทึกสกิลไว้เยอะก็ยิ่งดี แต่หลังจากคัดลอกสกิลพ่นใยมาแล้ว สืออวี่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า สารานุกรมสกิลอาจจะมีขีดจำกัดในการบันทึกสกิลหรือเปล่า?
ตราบใดที่ยังไม่รู้ถึงขีดจำกัดสูงสุด สืออวี่ก็ไม่กล้าใช้หน้ากระดาษอย่างสิ้นเปลือง ควรเน้นไปที่สกิลระดับกลางและสูงจะปลอดภัยกว่า
“ดูท่าคงต้องเปลี่ยนเป้าหมายแล้ว”
ความจริงแล้ว สถานที่ที่สืออวี่อยู่ตอนนี้คือ ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์อสูรเมืองปิงหยวน นอกจากจะมีสัตว์อสูรป่าจำนวนมากแล้ว ยังมีผู้ฝึกอสูรตัวจริงเสียงจริงเดินกันให้ควัก... ซึ่งสัตว์อสูรของพวกผู้ฝึกอสูรเ่าั้ ก็เป็เป้าหมายในการคัดลอกสกิลได้เหมือนกัน!
เหมือนตอนที่เขาบังเอิญได้สกิลข่มขวัญมาจากจ่าฝูงหมาป่าหิมะนั่นไง พวกสัตว์อสูรที่มีเ้าของ ย่อมมีโอกาสสกิลหายากมากกว่าพวกลูกสัตว์อสูรในศูนย์เพาะเลี้ยงอยู่แล้ว...
คิดได้แบบนั้น สืออวี่ก็เกิดความคิดบ้าบิ่นขึ้นมาทันที