Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

    สัญญา

       ศิลาพูดขึ้นพร้อมกับเดินย่ามสามขุมเข้าหาเทพีแห่งความมืดอย่างช้าๆแผ่ไอมารจิตสังหารแรงกล้าไปทั่วบริเวณ

         นัยน์ตาคมกริบบาดลึกจนผู้จ้องมองสะท้านไปทั่วร่าง

       เทพีแห่งความมืดกระชับดาบแน่นในมือซ้ายขวา  สายตาแข็งกร่าวพลังเวทย์ธาตุความมืดผสมพลังศักดิ์สิทธิ์ลอยในอากาศปะทะไอมารเกิดเป็นคลื่นพลังสีดำสนิทสีดำประกายดาวต้านทานกันท่ามกลางสายอัสนีบาต

         “ตาย....

        ศิลาเอ่ยเพียงคำสั้นๆในระหว่างที่เขาเดินอย่างช้าๆในสมองนั้นเขาก็หาวิธีรับมือแม่เทพีสุดโกงไว้ในใจถ้าจะให้ถูกคือเข้าหาวิธีรับมือกับเทพีคนงามมาตั้งแต่ปะทะกับซุสแล้วด้วยซ้ำ

        “นายนั่นแหละจะโกงเกินหน้าเกินตาคนอื่นไปแล้ว”

          เทพีคนงามยกดาบทั้งสองเล่มตั้งท่าเตรียมรับมือก่อนศิลาจะพูดขึ้น

         “แล้วเธอไม่โกงหรือไงเรียกไอ้ของแบบนั้นมาได้ไอ้ตัวเมื่อกี้อีก”

        หญิงสาวสายหัวไปมาตาแป๋วเป็นเชิงปฏิเสธ  ศิลาตั้งท่าเตรียมดีดเท้าพุ่งทะยาน

          “ต้องเอาให้จบในทีเดียว”

         ศิลาคิดในใจพร้อมสายตามุ่งมั่นเขาไม่มีมหาเวทมนต์แม่แต่เวทมนต์บทเดียวที่พึ่งได้มาสดๆร้อนๆเมื่อไม่นาน ไม่มีไอดีพาสเวิร์ดสุดโกงขืนสู้ไปกับแม่คุณเธอเขาก็มีแต่ตายกับตาย  

    แถมลึกๆในใจเขาเองมันร้องคำรามว่าไม่อยากทำให้หญิงสาวตรงหน้าเจ็บตัว  

       หากเป็นสตรีอื่นใดเขากล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าเขาสามารถลงดาบ

    สะบั่นได้อย่างไม่ลังเล

        แต่ทว่าไม่รู้ทำไมกลับหญิงสาวตรงหน้าถึงอยากจะฝืนใจทำแต่ก็ทำไม่ลงหรืออันที่จริงตัวเขารู้เหตุผลอยู่แกใจแต่ไม่ยอมรับ  

        เพียงสบตาดวงตาคู่งามราวดวงดาแสนอ่อนหวานกับลอยยิ้มสุดเจ้าเลห์มันก็คล้ายกับเขาถูกมหาเวทมนต์สะกดลวงใจไปเสียแล้ว

        วินาทีนั้นศิลาพลันดีดเท้าพุ่งปราดด้วยความเร็วสุดขีดเห็นเพียงเส้นสายสีดำร่นระยะเข้าหาเทพีความมืดในพริบตา

         ควับ...ควับ

        ดาบคู่ในมือของหญิงสาวแท่งสกัดกั้นอย่างรวดเร็วในพริบตาส่งคลื่นความมืดประดุจศรธนูออกมานับร้อยสาย

          “ก้าววรุณ จิตแห่งดาบ

         ศิลาสืบเท้าไปมาหลบสายพลังเป็นลิ้วพร้อมเบนตัวไปมาในเสี้ยววินาทีศิลาปรายตามองไปยังระบบค่าสถานะตัวละคร  ก่อนจะประชิดด้านหลังของหญิงสาว

         หญิงสาวเองก็ไม่ยิ่งหย่อนหมุนตัวกลับวูบในพริบตา  ทว่าเรื่องไม่คาดฝันพลันเกิดขึ้น

         ว๊าาาาา! อุบาต ไอ้คนลามก

        หญิงสาวร้องลั่นเมื่อ  หมุนหันหลังพร้อมปาดคมดาบหมายจะฟันศิลาแต่ต้องเบิกตากว้างอย่างตลึงงั้น ก่อนจะเอ่ยเสียงหลงสองมือปล่อยดาบลงพื้นก่อนจะแปรเปลี่ยนมาป้องปิดใบหน้าที่แดงฉานพร้อมเบนหน้าหันหนีทันทีด้วยสัญชาตญาณ

         เมื่อภพกับร่างของศิลายืนตระหง่าไร้ชุดเกราะไร้เครื่องนุ่งห่มเหลือเพียงบล็อกเซอร์ตัวน้อยสีชมพูหวานแหววลายพี่โล้นซ่าไซตามะกำลังแสยะยิ้ม

        ถึงกับทำเอาหญิงสาวอายแทนกรีดร้องลั่นปานฟ้าแตก  

        ทว่าศิลากลับไม่มีทีท่าใดๆทำเพียงเเสยะที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมนัยน์ตาฉายแววลึกล้ำวูบหนึ่ง  

       หญิงสาวไร้การป้องกันเพราะเรื่องเกินความคาดหมาย   ศิลาพลันยกมือขวาพร้อมมีเลือดสีแดงสดของตัวเองประทับลงตรงตำแหน่งหัวใจของหญิงสาวในพริบตา   หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความตกตลึงอีกรอบ

         “เววทมนต์ผนึกเจ็ดวิถี พันธะสัญญาเชื่อมวิญญาณ”

        วูบบ.....

        สิ้นเสียงของศิลาปรากฎแสงสีดำออกมาจากฝ่ามือสาดกระจายไปทั่วบริเวณพร้อมกับเสียงระบบดังขึ้นในหัว

              “ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ได้รับภูติพิทักษ์เทพีแห่งความมืดระดับ250”

              “เนื่องจากผู้เล่นศิลามีระดับต่ำกว่าเทพีแห่งความมืดหรือภูติแห่งความมืดจึงถูกลดระดับลงครึ่งหนึ่งเหลือระดับ175”

               “ผู้เล่นศิลาปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ได้รับไอเท็มป้องกันระดับS

    หมื่นแพรพัน”

          “เหอ...จบสักที”

       ศิลาเอ่ยขึ้นพร้อมกับถอนหายใจแสดงถึงความโล่งอกทว่า

         ผัวะ.....

         “ไอ้ลามก....กล้าดียังไงมาจับหน้าอกหญิงสาว”

         มือขวาตรงแสนเรียวอรชรแล่นปราดฮุคขวาเข้าใบหน้าของศิลาอย่างจังส่งผลให้ศิลาลอยกลิ้งหลุ่นๆไปตามแรงตบพร้อมหญิงสาวที่ยืนหน้าแดงเอามือปิดหน้าอกอายสุดขีด

         “อุ๊ยยเจ็บวุ้ย...”

        ศิลาบ่นทันทีพร้อมกับลุกขึ้นนั่งเสื้อเกราะสีดำแดงหนังมังกรปรากฎขึ้นทับส่วมร่างอีกครั้งพร้อมร่ำไห้โหยหาลอบกลับขนาบเขวนข้างเอวทั้งสองข้าง

         “ขอโทษ ก็เธอมีแบบ...ไอ้โกงๆได้นี่นา ขืนไม่ทำแบบนี้ผมจะเอาอะไรไปชนะ”

        ศิลาพูดพร้อมกับจ้องมองสายตาทอละห้อยแสดงถึงความสำนึกผิดก่อนหญิงสาวจะเอ่ยพร้อมท่าทางสะบัด

         “เชอ! ”

         “เอาเป็นว่าแค่นี้คุณก็ฆ่าผมไม่ได้แล้วคุณเป็นSPCของระบบใช่ม๊ะ เอาเป็นว่าคุณเลิกควบคุมอวตารปล่อยให้ระบบปัญญาประดิษฐ์มาคุมแทนก็ได้อย่าโกรธไปเลยน่าาา”

        ศิลาอ่านข้อมูลมาแล้วเขาถึงนึกขึ้นได้บทตัวละครสำคัญๆที่จะส่งผล

    กระทบกับเนื้อหาการพิชิตเกม  

      ทางเกมจะใช้คนจริงๆควบคุมเท่านั้นแต่ข้อจำกัดเรื่องเวลาการออนไลน์ทำให้ตัวละครหลักต้องมีปัญญาประดิษฐ์คอยควบคุมหากพนังงานคนนั้นออฟไลน์

        ศิลาจึงแค่อยากจะทำพันธะสัญญากับเทพีแห่งความมืดแล้วให้ปัญญาประดิษฐ์ควบคุมตัวละครนั้นแทนเพราะตามกฎมันเขียนไว้แบบนั้นหากตัวละครหลักหรือSPCถูกผู้เล่นทำพันธะสัญญาจับมาเป็นภูติประจำตัวพนักงานคนนั้นต้องเลิกควบคุมตัวละครตัวนั้นทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลการพิชิตเกมรั่วไหล   

        แต่ทว่าศิลาพลาดไปตรงที่เขาลืมคิดว่าหากเจ้าหล่อนสามารถโกงเรียกอะไรต่อมิอะไรออกมาได้สารพัดแบบง่ายๆ  การที่เธอจะแหกกฎควบคุมเป็นSPCเทพีแห่งความมืดประจำตัวเขาต่อก็ทำได้  และเจ้าหล่อนเองตอนนี้ก็กำลังจะแหกกฏข้อนั้น

         “ไม่!...”

          “เห่ยได้ไง”

        ศิลาตวาดลั่นพร้อมสีหน้าปั้นยากถึงขีดสุด

        “ได้ไงก็นามกดคู่มือการเล่นมันระบุไว้แบบนั้น  ตายแล้วไอ้ศิลืมไปได้ไง

    ฟ๊วะ”

        ศิลาพูดก่อนจะจาเบิกกว้างพร้อมมือกุมขมับเมื่อนึกขึ้นได้ว่าคุณเธอคงมีอำนาจในโลกจริงพอตัวไม่แปลกที่จะแหกกดได้  

      ทว่าศิลาต้องชะงักวูบพร้อมกับหญิงสาว  ก่อนจะหันไปจ้องมองยังทิศทางด้านขวามือที่เป็นชายป่ายามนี้แสงจากดวงอาทิตย์ค่อยๆฉายตกกระทบพื้นอีกครั้งพร้อมเสียงฝีเท้าดังหนักอึ่งขึ้นเลื่อยๆ

        ศิลารีบลุกไปหยิบผ้าไหมพรมสีดำปนละอองดาว  สีขาวระยิบตาคล้ายสระเกล็ดเพชรผืนผ้ายาวหนึ่งหนึ่งเมตรกว้างสิบห้าเซนติเมตร   ศิลาหยิบขึ้นมาพันรอบคอปล่อยชายผ้าห้อยพาดบ่าไปด้านหลังข้างขวาทันทีมันเข้ากลับสีของเส้นผมสีเงินแทรมดำประปรายเข้ากันอย่างลงตัว   

       ก่อนจะปรายสายตาไปยังหอคอยที่เหลือแต่ซากปรากฎต้นไม้ขนาดไหญ่สูงสิบเมตรกว้างสิบเมตรท่อแสงดวงดาวลายล้อมไปทัวต้น  

        สายตาของศิลาสะดุดเข้ากลับกลางลำต้นของต้นไม้  พร้อมกับดีดตัวทะยานเข้าหาต้นไม้ทันทีเข้าก็พบเข้ากับอัญมณีรูปหยดน้ำขนาดสามเซน

    สีดำละอองดาวสองแสงอยู่ภายในละอองดาวสีขาวลอยไปมาดูงดงาม

              “ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ได้รับหัวใจแห่งภูติจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติธาตุความมืด”

         ครืนนน

        ศิลาหยิบอัญมณีเก็บเข้าไอเท็ม

    บล็อกทันทีพร้อมกับต้นไม้สีเขียวใหญ่โคล้นล้มลงไปเพราะมันทำหน้าที่ของมันลุล่วงแล้ว

       ศิลาหันกลับมามองทางหญิงสาวก็พบว่าเเม่คุณเธอไม่อยู่เสียแล้ว  นัยน์ตาของศิลาหมองลงวูบหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น

        “เหอ โล่งอกไปทีคงไม่แปลกมั้งที่เธอจะยกเลิกพันธสัญญาเองได้”

         เสียงฝีเท้าพร้อมกับคนอีกนับแสนปรากขึ้นจากราวป่า  จนศิลาต้องเบิกตามองกว้างอย่างสัยในจำนวนคนที่มากมาย  

        นั่นมันหมายถึงจำนวนคนที่เขาต้องฆ่าก็ยิ่งมากตามไปด้วย

        “อ่าวๆลมอะไรหอบกันมาล่ะพี่ชาย

    หรือเท้าของผมที่พวกพี่ทานไปยังไม่หนำใจเลยจะมารับประทานอีกแถมพาพวกมาสะเยอะเชียว”

       ศิลาเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นสี่บุรุษผู้นำขบวน

         “มึงอย่าปากดีต่อให้มึงเก่งแค่ไหนก็เอาชนะคนจำนวนเป็นแสนไม่ได้

    หลอกเว่ย”

        ชายสูงใหญ่ในมือถือดาบและโล่ตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราดและฮึกเหือมก่อนที่ผู้เล่นนับแสนจะยืนเรียงหน้ากระดานคล้ายเป็นการประกาศแสนยานุภาพ  

        ผู้เล่นนับแสนอาวุธครบมือ เครื่องแต่งกายระดับสูงพอตัวหลากหลายอาชีพยืนดึงหน้าพร้อมสายตาแสดงถึงความมั่นใจเกินร้อยจ้องมองศิลาด้วยความเย้ยหยัน

         “แล้วพวกพี่ชายไปหลอกพวกไร้สมองนี่มากันได้ยังไง  อ๋อโทษทีๆเพราะพวกมันไร้สมองเลยไม่ต้องหลอกแค่จูงจมูงคล้ายสัตว์กินหญ้าพวกมันก็มาแล้ว”

         ศิลาเอ่ยพร้อมกับเดินผิวปากไปมามือสองข้างไขว้หลังไว้บนหัวสายตาชมนกชมไม้แสดงออกถึงการไม่เห็นพวกมันอยู่ในสายตา  ก่อนที่ชายในกลุ่มผู้คนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดพร้อมกับยื่นหน้าสองเท้าก้าวมาข้างหน้าแถวคล้ายข้านี่เจ๋งจริงพร้อมกับเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ

         “พวกข้าคือกองกำลังสมาพันธ์ฮีโร่

    คอยกำจัดความไม่สงบสุขภัยคุกครามต่างๆในโลกเพื่อปกป้องคุณ

    ธรรมแล้วแกมันตัวสร้างปัญหา  ฮีโร่อย่างพวกข้าเลยต้องมาลงฑรรณ”

         “ฮ่า...ฮ่า...ฮีโร่....ฮ่า โอ๊ยพี่ชายกี่ขวบกันแล้วครับคุณธรรมล้ำกว่าปัญญา หรือปัญญาไม่มีเลยอ้างฮีโร่มีคนขอให้พวกคุณเป็นฮีโร่หรือไง”

        “ป่าว วะพอดีพวกข้ารวมตัวกันด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน”

       ชายอีกคนพูดส่วนขึ้นทันทีอย่างองอาจ จนศิลาต้องหรี่ตาลง

        “งั้นหรอความสมัคคี น้ำหนึ่งเดียวกันสินะ ออกมาสะดายุสัมพาทีไปเก็บเลเวลไป”

        สิ้นเสียงของศิลาพลันปรากฎแสงสองดวงสีส้มฟ้าสีแดงเลือดตามมาด้วยเสียงจากระบบ

              “ประกาศ มารอสูรระดับจักรพรรดิ สัมพาที ระดับ1 ปรากฎตัว”

              “ประกาศ มารอสูรระดับจักรพรรดิ สดายุ ระดับ1 ปรากฎตัว”

         เมื่อเสียงจากระบบจบลงผู้เล่นนับแสนต่างอึ่งตลึงหันซายทีขวาทีเมื่อมองมาเบื้องหน้าตรงศิลายืนปรากฎพญาปักษาสีส้มทั่วร่างปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าบินวนเหนือหัวของศิลาข้างกายคือมังกรแบบฝรั่งเกล็ดสีแดงเลือดสูงขนาดสี่เมตรดวงตาดุร้าย

         “เอาไงดีครับหัวหน้า”

          ชายที่โต้ว่าทีผู้นำฮีโร่เอ่ยขึ้นพร้อมหันไปถามหัวหน้าบุรุษทั้งสีจากกิลด์โจนเงาพรายแต่ทว่าทั้งสี่นั้นหายเผ่นแนบเข้าไปในราวป่าเสียแล้ว

        เมื่อเห็นอย่างนั้นทั้งหมดที่เคยเป็นน้ำหนึ่งพลันคล้ายผึ้งแตกรังวิ่งกุรีกุจอขวักไขว่อย่างลืมตายทั้งเบียดเสียดเหยียบย่ำเพื่อนพ้องหนีหน้าตั้ง

          “เกะกะ

           “ทอยไป

           “ไป

           “อย่างขวางสิวะไอ้ควาย

       แว๊ก....แว๊ก...

      สดายุยิงลำแสงเพลิงถางป่ากว้างสามเมตรยาวหนึ่งกิโลพร้อมกับเศษไอเท็มที่ล่วงกราว ผสมกับเสียงร้องโหยหวนร่างคนติดไฟสีฟ้ารุกไหม้วิ่งไปมาอย่างทุรนทุลาย

           อ๊าก....อ๊าก....

        สัมพาทีไม่รอช้าไม่ปล่อยให้น้องเล็กโชว์เดี่ยว  สะบัดปีกวูบคลื่นแหลมคมสีแดงนับพันตัดทุกสิ่งที่ขวางหน้าราบเป็นหน้ากองพร้อมกับเสียงโหยหวนสุดหัวใจเลือดสีแดงสาดกระจายทั่วในอากาศส่งกลิ่นคาวเลือดลอยตลบอบอวน

        พลังของพวกมันที่วิวัฒนาการจากสัตว์อสูรเป็นมารอสูรต้องบอกว่าพลังทำลายล้างสุดขีดบรรยายขนาดศิลาเองยังรอบกลืนน้ำลาย

        วินาทีต่อมาทั้งสดายุสัมพาทีต่างพุ่งพรวดพราดกลายร่างเป็นมนุษย์คมดาบคมกริชตวัดไปมาในราวป่าไล่สังหารเหล่าฮีโร่สนุกมือพร้อมเป็นการรับคมดาบไปในตัว

        การไล่ฆ่าอย่างเลือดเย็นดำเนินไปเลื่อยๆศิลาจ้องมองดูค่าประสบการณ์ของพวกมันพร้อมกับของเขาเองก็เพิ่มขึ้นเลื่อยๆเสียงร้องดังระงมประปนกับเสียงเลือดสาด 

        เสียงต้นไม้หักล้มตึงสนั่นละนาศป่าดังต่อเนื่องถี่ยิบเปลวเพลิงสีฟ้าสลับกับคลื่นพลังสีแดงสว่างวาบไปมาติดต่อกัน    ท่ามกลางป่าที่ค่อยๆลึกเข้าไปศิลาเองก็เดิมเข้าไปในป่าพร้อมดูดไอเท็มเข้าแหวนอย่างสบายใจ

        หากเป็นเมื่อก่อนเขาฆ่าผู้เล่นระดับคงไม่เพิ่มคงเพราะเขาถูกจัดว่าเป็นสัตว์อสูรหรือมารจึงทำให้เขาสังหารผู้คนค่าประสบการณ์ก็จะเพิ่มด้วยเช่นกัน

         “แหม่เก็บเวเวลสบายล่ะงานนี้”

        “จักรพรรดิมารศิลา         ระดับ1...10..12...15..20...30..50..

    70...80”

       เสียงจากระบบดังขึ้นในหัวของศิลาแต่ทว่าเขาไม่ได้สนใจนักเพราะค่าสถานะเขามันเกินขีดไปไกลเสียแล้วเอาจริงๆคือตอนนี้เขาไม่ต้องสนใจในเลเวลค่าสเตตัสแล้วก็ได้เมื่อเข้าวิวัฒนาการค่าทุกอย่างก็พุ่งพรวดมาเป็นระดับ400ทุกอย่าง มันคือค่า

    สเตตัสพื้นฐานของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ

         “ทำไมมนตราถึงให้เรามาเอาหัวใจแห่งภูติ มันจะใช่ไอเท็มเพื่อพิชิตเกมแบบที่เราคิดหรือเปล่าหรือมันมีอะไรมากกว่านั้น”

       ศิลาเดินไปอย่างสบายใจพร้อมกับเอ่ยขึ้นก่อนจะมีสีหน้าตึงเครียด

        “เดี๋ยวนะมนตรามันเป็นปัญญาประดิษฐ์ หรือSPCจริงสิปัญญาประดิษฐ์สัตว์อสูรมันก็สามารถพิชิตเกมได้ด้วย  หากมนตรามอบภารกิจแบบนี้ให้กับหลายๆคนแล้วพวกเขาไม่รู้เอาไปส่งก็เท่ากับมันจะได้ขุมพลังไอเท็มที่ใช้พิชิตเกม”

        ศิลาเดินไปเลื่อยๆท่ามกลางเสียงโหยหวนเลือดแดงฉาน นองเต็มพื้นสาดปะปนกับต้นไม้เสียงโหยหวนแห่งชีวิตคล้ายบทเพลงแสนหวาน

         “เอาไปส่งก่อนแล้วกันถือสะว่ามีผู้รับฝากของสุดแกร่งไปถึงเวลานั้นค่อยถล่มเมืองมนตราเอาก็ได้”

         ทว่าศิลานั้นคิดผิดแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ถูกมันไม่ใช่ไอเท็มพิชิตเกมแต่มันคือไอเท็มเพื่อพาไปหาอีกไอเท็มที่จะ

    ปลดล็อคอีกสามดินแดน และเปลี่ยนโลกเข้าสู่โลกของสัตว์อสูรและเผ่าพันธ์ต่างๆ เมื่อถึงยามนั้นไอเท็มพิชิตเกมของจริงที่ทุกคนต้องช่วงชิงถึงจะบังเกิด

    คล้ายกับเรื่องDemonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก ที่คุณอ่าน