“คุณชายหวัง ถอยไปเถอะเดี๋ยวเราจัดการไอ้เด็กเวรนั้นเอง!”
เหลยซานลี่ไม่ใช่คนดีอะไรแต่ก็ถือว่ารักษากฎเกณฑ์
ในเมื่อเขารับเงินของหวังเยี่ยนมาแล้วการรับเงินแล้วจัดการปัญหาให้ย่อมเป็เื่ที่สมควร
ทันทีที่เหลยซานลี่ออกคำสั่งสมาชิกของสมาคมเฮยหู่ก็เรียกสัตว์อสูรของตนออกมาทันที
ผู้ควบคุมสัตว์อสูรเหล่านี้มีระดับเฉลี่ยสามดาวและสัตว์อสูรที่เรียกออกมาก็อยู่ในระดับเติบโต (ขั้นสาม) เป็ส่วนใหญ่
“ไอ้หนุ่ม ทำไมแกไม่ขยับเลยล่ะ?”
“คงจะกลัวจนวิ่งหนีไม่เป็แล้วใช่ไหม”
เหลยซานลี่ไม่เห็นเซี่ยวซิงอวี่เป็ตัวอะไรเลยจึงเย้ยหยันและล้อเลียนอย่างเต็มที่
ทันใดนั้นเสียงอึกทึกครึกโครมก็ดังมาจากถนนนอกตรอก
“หัวหน้าครับ แย่แล้ว เราถูกล้อม!”
เหลยซานลี่ตอบด้วยความหงุดหงิด“ใครกันที่กล้ามาล้อมฉัน อยากตายใช่ไหม!”
“คือ~คือ...”
“ใครกันแน่?”
“คนของสมาคมชางฉยงครับ!”
เมื่อได้ยินลูกน้องพูดคำว่า“สมาคมชางฉยง” ขาทั้งสองข้างของเหลยซานลี่ก็อ่อนเปลี้ยทันที
“สมา... สมาคมชางฉยง?”
ปฏิกิริยาแรกของเหลยซานลี่คือความกลัวซึ่งแสดงให้เห็นถึงสถานะของสมาคมชางฉยงในเมืองหลงอิ่น
เนื่องจากสมาคมชางฉยงเป็สมาคมผู้ควบคุมสัตว์อสูรอันดับสองของเมืองหลงอิ่น
แม้แต่สมาคมจวี้เฟิงที่อยู่อันดับหนึ่งก็ไม่กล้าเปิดฉากาหากเกิดความขัดแย้งกับสมาคมชางฉยงจะเลือกเจรจาและไกล่เกลี่ยเท่านั้น
“หัวหน้า คุณฉินมาแล้ว!”
“ฉิน... ฉินเยียนหราน? แม่เ้าโว้ย!”
รอยสักเสือดำบนตัวของเหลยซานลี่ดูเหมือนจะแฟบลงไปทันทีตัวเขาเองก็หดตัวลงเหมือนสุนัขที่หวาดกลัว
ตอนนี้เองหญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดหนังเดินเข้ามาในกลุ่มคน
ข้างหลังหญิงสาวมีกองทัพผู้ควบคุมสัตว์อสูรจำนวนมากติดตามมา
ผู้ควบคุมสัตว์อสูรแต่ละคนต่างมีตราสัญลักษณ์ของสมาคมชางฉยงติดอยู่บนตัว
เมื่อเห็นหญิงสาวแล้วเหลยซานลี่ก็รีบยิ้มประจบประแจงทันที
“คุณฉินครับ ลมอะไรหอบคุณมาที่นี่ครับ?”
ฉินเยียนหรานจ้องมองเหลยซานลี่ด้วยสายตาเ็า
“ถ้าฉันไม่มานายคิดจะทำอะไรกับน้องชายสุดที่รักของฉัน?”
เหลยซานลี่มึนงง
“น้องชาย? คุณไม่ได้เป็ลูกสาวคนเดียวของประธานฉินหรอกเหรอครับมีน้องชายั้แ่เมื่อไร?”
ฉินเยียนหรานเดินไปข้างเซี่ยวซิงอวี่ด้วยสีหน้ากังวลถามไถ่อย่างเอาใจใส่
“ซิงอวี่น้องรัก ไม่ได้รับาเ็ใช่ไหม?”
“พี่ครับ พี่มาได้ทันเวลาพอดีผมไม่เป็อะไร”
ในตอนนี้เหลยซานลี่รู้สึกราวกับกลืนน้ำตาไว้ ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้
ฉินเยียนหรานหันกลับมากวาดสายตามองสมาชิกสมาคมเฮยหู่ทุกคน
“เซี่ยวซิงอวี่เป็น้องชายบุญธรรมของฉันฉินเยียนหรานเขาคือคนในครอบครัวของฉัน”
“การรังแกน้องชายของฉันก็คือการเป็ศัตรูกับฉันเป็ศัตรูกับสมาคมชางฉยงของเรา!”
ฉินเยียนหรานพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเต็มไปด้วยพลังอำนาจ
เหล่าผู้ควบคุมสัตว์อสูรที่อยู่ข้างหลังเธอก็ทยอยเรียกสัตว์อสูรของตนออกมา
สัตว์อสูรตัวมหึมาผุดขึ้นจากพื้นผนังตรอกแทบจะพังทลายลงมา!
เมื่อพิจารณาจากความแข็งแกร่งโดยรวมแล้วสมาคมเฮยหู่เมื่ออยู่ต่อหน้าสมาคมชางฉยง ก็ไม่ต่างอะไรกับมดแดงคิดเขย่าต้นไม้ใหญ่(หมายถึงคนที่มีคสามสามารถน้อยนิด แต่คิดทำการใหญ่ไปต่อกรกับสิ่งที่เหนือกว่าตนมาก)
เหลยซานลี่กลัวจนหน้าซีด รีบโค้งขอโทษทันที
“ขอโทษครับคุณฉิน ผมมันตาบอดจริงๆที่ไม่รู้ว่าคุณชายเซี่ยวเป็น้องชายของคุณ”
“ผมรับประกันเลยครับว่าต่อไปผมจะไม่กล้ารบกวนคุณชายเซี่ยวอีกและจะหาโอกาสเชิญคุณชายเซี่ยวไปกินข้าวด้วย!”
สมาชิกสมาคมเฮยหู่ทุกคนพร้อมกับเหลยซานลี่ต่างก็ก้มตัวโค้งคำนับเซี่ยวซิงอวี่ พร้อมขอโทษอย่างจริงใจ
ในตอนนี้ หวังเยี่ยนถึงกับตะลึงงันไปเลย
“พี่สาวของเซี่ยวซิงอวี่ไม่ใช่เซี่ยวรั่วเสวี่ยเหรอ?”
“ทำไมลูกสาวของหัวหน้าสมาคมชางฉยงถึงเป็พี่สาวของเขาด้วยล่ะ?”
ฉินเยียนหรานสังเกตเห็นหวังเยี่ยน
“คนนี้ใคร ทำไมดูหยิ่งผยองนัก”
เหลยซานลี่ตอบว่า“คุณฉินครับ ไอ้หนุ่มคนนี้นี่แหละครับที่จ้างพวกเรามารังแกน้องชายของคุณ เขาชื่อหวังเยี่ยนครับ!”
หวังเยี่ยนใจหล่นวูบ ใจนกางเกงรัดแน่นกลิ่นฉี่เหม็นคลุ้งไปทั่วตรอก
“คุณฉินครับ ผม...ผมไม่ได้ตั้งใจจะเล่นงานเซี่ยวซิงอวี่นะครับ ผม...”
หวังเยี่ยนพูดตะกุกตะกักเกือบจะร้องไห้ออกมา
ฉินเยียนหรานมองไปที่เหลยซานลี่
“นายจะจัดการยังไง?”
เหลยซานลี่เป็คนฉลาดตบหน้าอกตัวเองรับประกัน
“คุณฉินไม่ต้องห่วงครับสมาคมเฮยหู่ของเราจะมอบคำตอบที่น่าพอใจให้กับคุณแน่นอน!”
ทันใดนั้นเหลยซานลี่ก็ใช้มือเดียวคว้าคอเสื้อของหวังเยี่ยนขึ้นมาได้อย่างง่ายดายราวกับจับลูกไก่
“ประธานเหลย คุณกำลังทำอะไรครับ แค่กๆๆ...”
หวังเยี่ยนเท้าลอยค้างอยู่ในอากาศหน้าแดงก่ำ ปัสสาวะไหลลงมาตามขากางเกง ดูไม่น่าดูเลย
“ไอ้หนู แกกล้ารังแกคุณชายเซี่ยวฉันจะต้องสั่งสอนแกให้เข็ด!”
“ผมเป็คนจ้างคุณนะ ผมเป็นายจ้างของคุณคุณทำกับผมแบบนี้ได้ยังไง?”
“หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว พี่น้อง ลุย!”
หวังเยี่ยนถูกฝูงชนรุมล้อมถูกชกเตะจนเสียงร้องไห้ขาด่
เซี่ยวซิงอวี่มองหวังเยี่ยนที่ใบหน้าฟกช้ำดำเขียวกลิ้งไปมาบนพื้นตัวเปื้อนคราบปัสสาวะ แล้วยิ้มเ้าเล่ห์
“หวังเยี่ยนเพื่อนรักนายโดนกระทืบจนฉี่แตกเลยนี่ ดูน่าตื่นตาตื่นใจกว่าละครตลกตอนปีใหม่ซะอีกนะ”
“ปู่เซี่ยวครับ ผมผิดไปแล้วครับ ขอโทษครับโปรดไว้ชีวิตผมด้วยเถอะครับ!”
หวังเยี่ยนเมื่อห้านาทีที่แล้วผยองโอหังแค่ไหนตอนนี้ก็ดูน่าสมเพชมาก
เซี่ยวซิงอวี่ไม่เสียเวลาให้กับตัวตลกคนหนึ่งเขาจูงมือฉินเยียนหรานเดินออกจากตรอก
“พี่เยียนหราน ครั้งนี้ขอบคุณพี่มากนะครับ”
“เื่แค่นี้เอง จะเกรงใจอะไรกันล่ะนายเป็น้องชายฉันนะ ไม่มีสายเืเดียวกันก็เหมือนพี่น้องแท้ๆ กันนี่แหละ!”
ฉินเยียนหรานรู้สึกเอ็นดูเซี่ยวซิงอวี่เป็อย่างมากเธอกอดเซี่ยวซิงอวี่แน่น เพื่อแสดงความรัก
“แค่กๆ พี่เยียนหราน ปล่อยผมก่อนได้ไหมผมจะหายใจไม่ออกแล้ว~”
เซี่ยวซิงอวี่ถูกฉินเยียนหรานกอดเอาไว้ใบหน้าของเขาฝังลงไปในส่วนนุ่มนิ่มโดยไม่ตั้งใจ ทำให้เืสูบฉีดไปทั่วร่าง
ต้องบอกเลยว่าส่วนหน้าอกของฉินเยียนหรานนั้นน่าทึ่งมากใช้คำว่าอวบอิ่มได้เลยทีเดียว
นี่คือความสำคัญของเครือข่าย
เซี่ยวซิงอวี่ในตอนนี้เป็เพียงผู้ควบคุมสัตว์อสูรมือใหม่เมื่อพบกับปัญหาที่แก้ไขเองไม่ได้ ก็ทำได้เพียงพึ่งพาเครือข่ายเท่านั้น
มีฉินเยียนหรานเป็พี่สาวบุญธรรมเซี่ยวซิงอวี่ก็มีที่ยืนในเมืองหลงอิ่นแล้ว
เพราะฉินเยียนหรานไม่ได้เป็เพียงคนเดียวแต่เป็ตัวแทนของสมาคมชางฉยงทั้งหมด
“ตอนนี้เลิกเรียนแล้วนายกินข้าวเย็นหรือยัง?”
ยังเลยครับ”
“ไปสิ พี่จะเลี้ยงข้าวเอง!พี่รู้จักร้านอาหารดีๆ อยู่ร้านหนึ่ง...”
ฉินเยียนหรานคล้องแขนเซี่ยวซิงอวี่เดินไปพลาง พูดจ้อไม่หยุด
เซี่ยวซิงอวี่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
“พี่เยียนหรานอีกเดี๋ยวพี่สาวผมจะเอาข้าวกล่องมาส่งให้ที่โรงเรียนครับ ดังนั้น...”
“วันนี้อยู่กับฉันดีกว่านะยังไงซะนายก็ได้กินข้าวที่พี่สาวแท้ๆ ของนายเอามาส่งให้ทุกวันอยู่แล้วไม่เป็ไรหรอกแค่วันเดียว!”
ฉินเยียนหรานเพิ่งจะช่วยเซี่ยวซิงอวี่ไปเซี่ยวซิงอวี่จึงไม่กล้าปฏิเสธเขาถูกฉินเยียนหรานพาตัวไปแบบกึ่งเต็มใจกึ่งไม่เต็มใจ
ห้านาทีต่อมา
เซี่ยวรั่วเสวี่ยหิ้วกล่องข้าวมาถึงหน้าประตูสถาบันชิงหลง
ข้างๆเธอยังมีสาวน้อยน่ารักที่สวมหน้ากากอนามัยอยู่ด้วย
สาวน้อยน่ารักคนนี้ก็คือเย่ซือเิเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจำได้ เธอจึงสวมหน้ากากอนามัยและหมวกแก๊ป
“พี่รั่วเสวี่ย พี่ชายอยู่ไหนคะ?”
“เสี่ยวอวี่บอกว่าจะรอฉันอยู่หน้าประตูโรงเรียนนี่นาทำไมไม่เห็นแม้แต่เงาเลย แถมโทรไปก็ไม่รับสาย...”
ในตอนนี้เอง
เซี่ยวรั่วเสวี่ยได้ยินนักเรียนสองสามคนเดินผ่านมาพูดคุยกัน
“เพื่อน คุยเื่ซุบซิบกันหน่อยไหม”
“เมื่อกี้ฉันเห็นเซี่ยวซิงอวี่จากห้องสามถูกสาวสวยคนหนึ่งพาตัวไป ดูท่าทางสนิทกันมากด้วย”
“สาวสวยคนนั้นฉันรู้จัก!ลูกสาวของประธานสมาคมชางฉยง ฉินเยียนหรานไง!”
“บ้าจริง!เซี่ยวซิงอวี่กับฉินเยียนหรานเป็อะไรกันนะ หรือว่าเป็แฟนกัน?”
“ไม่น่าใช่ฉันได้ยินเซี่ยวซิงอวี่เรียกเธอว่าพี่เยียนหราน...”
เย่ซือเิฟังการซุบซิบอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่าอุณหภูมิรอบตัวลดลงจนถึงจุดเยือกแข็งทันที ร่างกายเล็กๆ สั่นสะท้าน
“พี่รั่วเสวี่ยตอนนี้สีหน้าของพี่น่ากลัวกว่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิอสูรอีกนะ~”
ผู้หญิงที่หึงหวงมักเป็หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวที่สุดในโลกเสมอ