หลังจากขับไล่อัคคีและดารินทร์ออกไปอย่างไม่ไยดี บรรยากาศในวังเมฆาอัสนีบาตยังคงเต็มไปด้วยความเงียบงันที่หนักอึ้ง กลิ่นอายของเืและความตายยังคงลอยอวลจางๆ ในอากาศ ประมุขตระกูลอัศวเทพมองบุตรชายของตนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ความตื่นเต้น และความหวาดหวั่นระคนกัน
"สุริยัน... พลังเมื่อครู่นี้... และดวงตานั่น..." ประมุขเอ่ยเสียงสั่นเครือ "เ้า... กลับมาแล้วจริงๆ หรือ?"
"ท่านพ่อ" สุริยันหันมาหาบิดา แววตาสีดำลึกล้ำเริ่มสงบลง รัศมีสีทองจางหายไป เหลือเพียงความสงบนิ่งดุจมหาสมุทรที่ไร้คลื่นลม "ความทรงจำของข้าตื่นขึ้นเพียงบางส่วนเท่านั้น รากฐานของร่างกายนี้ยังอ่อนแอเกินกว่าจะรองรับเจตจำนงแห่งจักรพรรดิทั้งหมดได้ ข้าจำเป็ต้องรีบฟื้นฟูมันก่อนที่ศัตรูที่แท้จริงจะรู้ตัว"
"เ้า้าสิ่งใด? คลังสมบัติของตระกูล โอสถทิพย์ หรือศิลาิญญา พ่อจะไปขนมาให้เ้าทั้งหมด!" ประมุขกล่าวอย่างกระตือรือร้น
"ของพรรค์นั้นไร้ประโยชน์สำหรับข้าในตอนนี้" สุริยันส่ายหน้าเบาๆ "สิ่งที่ข้า้า... อยู่ในสถานที่ที่ท่านไม่กล้าเข้าไป"
"เ้าหมายถึง..."
"หอคอยา"
คำตอบสั้นๆ ของสุริยันทำให้ประมุขตระกูลถึงกับสูดหายใจเฮือกใหญ่ ใบหน้าซีดเผือดลงทันที
"หอคอยา! นั่นคือเขตหวงห้ามสูงสุดที่มีเพียงิญญาบรรพชนเท่านั้นที่สถิตอยู่! กฎของตระกูลระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามผู้ที่มีลมหายใจย่างกรายเข้าไปเด็ดขาด! แม้แต่พ่อที่เป็ประมุขก็ไม่มีสิทธิ์... อีกทั้งผนึกที่หน้าประตูนั้น..."
"กฎเกณฑ์มีไว้สำหรับผู้อ่อนแอ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาหาเื่ใส่ตัว" สุริยันกล่าวตัดบท น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน "แต่สำหรับข้า... สถานที่แห่งนั้นคือคลังสมบัติส่วนตัวที่ข้าทิ้งไว้ในอดีตชาติ ท่านพ่อไม่ต้องกังวล จงรอข้าอยู่ที่นี่ และเตรียมรับมือกับพายุที่จะตามมาจากตระกูลสุริยันศักดิ์สิทธิ์เถิด"
พูดจบ ร่างของสุริยันก็เลือนหายไปจากห้องโถง ทิ้งไว้เพียงระลอกคลื่นมิติที่สั่นไหวเบาๆ
...
ณ ใจกลางเกาะลอยฟ้าดาราดับ พื้นที่ซึ่งถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีเทาตลอดกาล ที่นี่คือที่ตั้งของ "หอคอยา" สิ่งก่อสร้างสีดำทมิฬที่มีความสูงเสียดฟ้า ยอดหอคอยหายลับเข้าไปในความว่างเปล่าของอวกาศ ตัวหอคอยไม่ได้สร้างจากอิฐหรือหิน แต่ดูเหมือนสร้างจากโลหะลึกลับที่ดูดกลืนแสงสว่าง ผิวััหยาบกร้านและเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก
รอบตัวหอคอยถูกพันธนาการด้วย "โซ่ตรวนดารา" ขนาดมหึมานับพันเส้น แต่ละเส้นมีขนาดใหญ่เท่าแม่น้ำสายใหญ่ ลงอักขระสีแดงเืที่ส่องแสงวูบวาบตลอดเวลา อักขระเหล่านี้คือผนึกระดับ "เทพผู้สร้าง" (หนึ่งหมื่นกัลป์) ที่บรรพชนรุ่นก่อตั้งตระกูลได้สละชีวิตสร้างขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ "บางสิ่ง" ที่อยู่ภายในหลุดรอดออกมา หรือป้องกันไม่ให้ผู้ใดเข้าไปยุ่งเกี่ยว
สุริยันมายืนอยู่หน้าประตูหินั์ที่ปิดตายมานับล้านปี ร่างของเขาดูเล็กจ้อยราวมดปลวกเมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของหอคอย
"โซ่ตรวนพวกนี้... ฝีมือของเ้าเฒ่าอัสนีสินะ" สุริยันพึมพำ มุมปากยกยิ้มจางๆ "ช่างไร้เดียงสา... คิดจะขังพลังของข้าด้วยกฎเกณฑ์ที่ข้าเป็คนบัญญัติขึ้นมาเองงั้นรึ?"
เขาไม่ได้ใช้อักขระปลดล็อค ไม่ได้ร่ายคาถา และไม่ได้ใช้กำลังทำลาย
สุริยันเพียงแค่วางฝ่ามือเรียวยาวทาบลงบนบานประตูหินเย็นเฉียบ หลับตาลง แล้วส่งคลื่นพลังที่มองไม่เห็นเข้าไป
"สลาย"
คำพูดเดียวที่แ่เบาราวเสียงกระซิบ แต่ผลลัพธ์กลับรุนแรงดั่งฟ้าถล่ม!
วูบ!
อักขระสีแดงเืระดับเทพผู้สร้างที่บรรพชนรุ่นก่อนทุ่มเทสร้างมานับล้านปี... ถูก "ความว่างเปล่า" ของสุริยันกัดกินและลบหายไปในพริบตา! ราวกับหมึกที่ถูกน้ำล้างออก โซ่ตรวนดารานับพันเส้นที่แข็งแกร่งกว่าดาวเคราะห์ ขาดสะบั้นลงพร้อมกันโดยไร้เสียง แล้วร่วงกราวลงพื้นดินจนแผ่นดินะเื
ครืด... ครืดดดด...
ประตูหินหนาหนักที่ปิดตายมาตลอดกาล ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ ส่งเสียงเสียดสีที่ชวนขนลุก กลิ่นอายความเก่าแก่และพลังงานที่กดดันมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากภายใน ราวกับลมหายใจของสัตว์ร้ายที่เพิ่งตื่น
สุริยันก้าวเท้าเข้าไปภายใน ความมืดมิดกลืนกินร่างของเขา
ภายในหอคอยชั้นล่างสุด ไม่ได้เต็มไปด้วยกองูเาทองคำหรือคัมภีร์วิเศษอย่างที่ใครๆ จินตนาการ มันเป็เพียงห้องโถงโล่งกว้างที่ไร้ขอบเขต พื้นและผนังทำจากหินสีดำด้าน ตรงกลางห้องมี "แท่นบูชาหิน" เก่าๆ เพียงแท่นเดียวตั้งตระหง่านอยู่
บนแท่นบูชานั้น มีวัตถุชิ้นหนึ่งวางสงบนิ่ง
มันคือผลึกทรงกลมสีดำด้านๆ ขนาดเท่ากำปั้น ผิวของมันขรุขระไม่เรียบเนียน แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ มันกำลัง "ดูดกลืน" แสงทุกชนิดที่เข้าใกล้ แม้แต่สายตาของสุริยันที่มองไปยังรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดิญญาเข้าไป
"หัวใจดาราดับสูญ"
นี่คือ "เศษตะกอนพลังงาน" ที่สุริยันในอดีตชาติเคยกลั่นทิ้งเอาไว้ก่อนจะไปจุติใหม่ มันไม่ใช่พลังงานบริสุทธิ์จากธรรมชาติ แต่เป็พลังงานด้านลบที่เกิดจากการทำลายล้างจักรวาลนับพันแห่ง เป็การบีบอัด "ความตายของดวงดาว" นับล้านดวงให้เหลือเพียงก้อนผลึกเดียว
"รอข้ามานานสินะ... เพื่อนยาก" สุริยันเดินเข้าไปหยิบผลึกก้อนนั้นขึ้นมา น้ำหนักของมันมหาศาลจนมือของเขาสั่นระริก หากวางมันลงบนดาวเคราะห์ ดาวดวงนั้นคงยุบตัวลงทันที
"ร่างกายปัจจุบันของข้า... ระดับเซียน์... การกลืนกินสิ่งนี้ก็เหมือนการกลืนดวงอาทิตย์เข้าไปทั้งดวง" สุริยันมองผลึกในมือด้วยแววตามุ่งมั่น "เสี่ยงเป็เสี่ยงตาย... หากไม่ผ่านความเ็ปเจียนตาย ก็ไม่อาจครองบัลลังก์เหนือคน"
โดยไม่ลังเล สุริยันอ้าปาก แล้วโยนผลึกสีดำก้อนนั้นเข้าปาก บดเคี้ยวด้วยฟันจนแตกละเอียด แล้วกลืนผงสีดำลงคอไป!
ตูมมมมมม!
ทันทีที่ผงผลึกัักระเพาะอาหาร ร่างกายของสุริยันก็ะเิออกเป็ละอองเืทันที!
ไม่ใช่คำเปรียบเปรย แต่ร่างกายของเขาะเิออกจริงๆ! เนื้อหนัง กระดูก และเส้นชีพจร แตกกระจายกลายเป็หมอกเืสีแดงคลุ้งไปทั่วแท่นบูชา!
แต่ทว่า... จิติญญาจักรพรรดิของเขายังคงตรึงหมอกเืเ่าั้ไว้ไม่ให้สลายไป
"จงหลอมรวม! สร้างใหม่!"
เสียงคำรามทางจิติญญาดังก้อง หมอกเืเริ่มหมุนวนและบีบอัดกลับเข้ามาสร้างเป็รูปร่างมนุษย์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้... โครงสร้างระดับอะตอมถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด!
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
กระบวนการ "ทำลายและสร้างใหม่" ดำเนินต่อไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายะเิแล้วรวมใหม่ ะเิแล้วรวมใหม่ นับพันครั้ง! ความเ็ประดับที่ิญญาถูกฉีกกระชากแล้วเย็บกลับเข้าไปใหม่ ดำเนินต่อไปตลอด 3 วัน 3 คืน!
เสียงกรีดร้องของสุริยันเงียบหายไปในหอคอย เพราะเขาใช้พลังจิตกดข่มความเ็ปไว้ และเปลี่ยนมันเป็เชื้อเพลิงในการขัดเกลาร่างกาย
ทุกครั้งที่ร่างประกอบใหม่ เส้นชีพจริญญาของเขาจะขยายใหญ่ขึ้นและเหนียวแน่นขึ้น กระดูกสีขาวเปลี่ยนเป็สีทองคำดำที่สลักลวดลายดาราจักร และจุดตานเถียนที่หน้าท้องที่เคยเป็เพียงทะเลสาบปราณเล็กๆ บัดนี้ขยายตัวออกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด กลายเป็ "เอกภพจำลอง" ที่มีดวงดาวหมุนวนอยู่ภายใน!
วิ้ง!
ในรุ่งสางของวันที่สี่ ความปั่นป่วนในหอคอยสงบลง
สุริยันลืมตาขึ้น... ั์ตาสีดำสนิทมีประกายดาวระยิบระยับที่ลึกล้ำกว่าเดิม รัศมีพลังรอบตัวสงบนิ่ง แต่หนักแน่นดั่งขุนเขา
ระดับพลังตบะของเขา...
จากระดับ "เซียน์" (1 ล้านปี)...
พุ่งทะยานทำลายกำแพง "าาเซียน" (3 ล้านปี)...
บดขยี้กำแพง "จักรพรรดิเซียน" (5 ล้านปี)...
กวาดผ่านระดับ "มหาจักรพรรดิเซียน" และ "บรรพจิตเซียน"...
จนไปหยุดนิ่งอย่างมั่นคงที่ "เขตแดนุ์ะ ขั้นสูงสุด" (80 ยุค / 80 ล้านปี)!
แม้ตัวเลข 80 ล้านปี จะดูน้อยนิดเมื่อเทียบกับศัตรูระดับเทพ์ที่มีอายุขัยนับพันล้านปี แต่ "คุณภาพ" ของพลังปราณในร่างเขานั้น แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว!
ปราณของคนทั่วไปคือ "น้ำ" แต่ปราณของสุริยันคือ "ปรอท" ที่มีความหนาแน่นสูงกว่านับพันเท่า! พลัง 1 ส่วนของเขา สามารถบดขยี้พลัง 100 ส่วนของคนอื่นได้อย่างง่ายดาย
สุริยันกำหมัดแน่น อากาศในฝ่ามือะเิเสียงดัง ปัง! เกิดเป็สุญญากาศขนาดเล็ก
"80 ล้านปี... พลังกายภาพเทียบเท่าดาวเคราะห์น้อย พลังปราณหนาแน่นดุจดาวนิวตรอน" สุริยันยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ "เพียงพอที่จะเริ่มละเลงเืในเขตแดนา และทวงคืนอาวุธคู่กายของข้าแล้ว"
เขาพับแขนเสื้อชุดคลุมสีขาวตัวใหม่ที่สร้างจากพลังปราณ เดินลงจากแท่นบูชาอย่างสง่างาม ทุกย่างก้าวที่เดินผ่าน พื้นหินสีดำจะเกิดรอยเท้าสีทองจางๆ ประทับอยู่ชั่วครู่
สุริยันเดินออกจากหอคอยา แสงสว่างจากเนบิวลาภายนอกสาดส่องลงมากระทบใบหน้าที่หล่อเหลาแต่เต็มไปด้วยอันตราย
"รอข้าก่อนเถิด... ตระกูลสุริยันศักดิ์สิทธิ์"
"พวกเ้าประกาศากับข้า... แต่พวกเ้าหารู้ไม่ว่า กำลังประกาศากับความตาย"
(จบตอนที่ 2)