บทที่ ๑
“เออ! ยังไม่ตายก็ดี นี่นายพจน์! รีบขับรถได้ไหมเสียงมันจะไม่ไหวแล้วนะ!”
“ครับๆคุณบัว” พจน์ตอบรับคำก่อนจะเหยียบคันเร่งจนมิด จนพาดินไปหาหมอที่โรงพยาบาลได้สำเร็จ เขาถูกเย็บไปตั้งหลายเข็มเพราะโดนต่อยจนผิวแตก อีกทั้งยังมีรอยช้ำตามเนื้อตัวเต็มไปหมด จากต้องไปเยี่ยมพ่อกลับกลายเป็ตาบั่นที่ต้องมาเยี่ยมลูกชายเสียเอง เพราะหลังจากรู้ข่าวชายแก่ก็ขึงขังตึงตังรีบลุกขึ้นมาจากเตียงเพื่อไปดูใจลูกชาย
ดินนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณสามวัน โดยในระหว่างนั้นบัวชมพูก็แอบมาเยี่ยมเขาตอนที่หลับอยู่ทุกวัน แต่ดินก็รับรู้ได้ทุกครั้งที่เธอมาเพราะเขาแกล้งหลับตลอด เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ดินมองคุณหนูบัวในทางที่ดีขึ้น แถมยังแอบยิ้มทุกครั้งที่บัวชมพูชอบมานั่งเพ้อขอให้เขาหายป่วยอยู่ข้างเตียงบ่อยๆ จนเก็บไปฝังใจว่าถ้าวันนั้นไม่มีบัวชมพูและพรรคพวกของเธอ เขาคงตายไปแล้วแน่แน่
.
.
.
“วันนี้เป็วันเกิดคุณบัว ดินเอาข้าวต้มมัดที่แม่ทำไว้ไปให้เธอที่บ้านได้ไหมลูก” หญิงชราเดินออกมาหาลูกชายที่กำลังนั่งทำการบ้านอย่างขะมักเขม้นอยู่ที่ชานเรือน เด็กหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างไม่พอใจเพราะเขาไม่อยากจะไปยุ่งกับยายนางมารขี้แกล้งคนนั้นเลยแม้แต่น้อย
“ทำไมเราต้องไปร่วมงานเขาด้วยล่ะแม่ คุณบัวไม่เคยเห็นหัวเราเลยสักคน ขืนเอาข้าวต้มมัดไปให้เขาคงได้สาดทิ้งเป็แน่”
“คุณบัวเธอเป็คนน่ารัก ถ้าดินบอกว่าแม่เป็คนทำให้เขาก็ต้องรับอยู่แล้วลูก”
“แสดงว่าแม่รู้จักคุณบัวน้อยไปน่ะสิ”
“ดิน แม่ขอร้องล่ะ ครอบครัวเสี่ยชาเป็ผู้มีพระคุณกับเรานะ อย่าลืมสิว่าบ้านที่เราซุกหัวนอนอยู่นี่เป็เงินของท่านทั้งหมด ต่อให้คุณบัวเธอจะใจร้ายแค่ไหนเราก็ควรทำดีกับเธอเข้าไว้”
“…แม่จะให้ดินเอาไปให้ได้เลยใช่ไหม ก็ได้ เอามาสิเดี๋ยวดินจะปั่นจักรยานเอาไปให้เอง”
“ขอบใจนะดิน ไว้กลับมาแม่จะทำน้ำพริกที่ชอบให้กินนะ” ถึงเด็กหนุ่มจะชอบน้ำพริกมากแค่ไหน แต่ก็ยังรู้สึกหงุดหงิดอยู่ดีที่ต้องไปเจอหน้ายายคุณหนูเอาแต่ใจและชอบรังแกเขาคนนั้น
ร่างสูงคว้าเอาจักรยานคันเก่าคู่ใจปั่นออกมาจากบ้านแล้วมุ่งตรงไปยังบ้านหลังโตของเสี่ยบัญชาทั้งที่ยังสวมชุดนักเรียนอยู่ เพื่อจะส่งมอบข้าวต้มมัดราคาแสนถูกแสดงความยินดีเนื่องในวันเกิดอายุครบสิบเจ็ดปีของบัวชมพู
ดินเดินทางมาถึงบ้านที่แสนจะคุ้นเคยหลังนี้ก่อนจะจอดจักรยานไว้ข้างพุ่มไม้แล้วตั้งหน้าตั้งตาเดินเข้าไปในงานวันเกิดสุดหรูอย่างไม่แคร์สายตาของคุณหนูคุณนายในงานเลยสักนิด ทุกคนต่างมองเขาั้แ่หัวจรดเท้าและมักจะมาหยุดอยู่ที่รองเท้าแตะคู่เก่าซอมซ่อของเขาพร้อมกับทำหน้าตารังเกียจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เด็กหนุ่มได้แต่ส่ายหัวให้กับอาการขี้เหยียดของเหล่าคนรวย เขาปล่อยผ่านแล้วพยายามมองหายายตัวแสบเ้าของวันเกิด แต่ดูท่าเธอจะยังไม่ปรากฏตัวเพราะคงมัวแต่แต่งองค์ทรงเครื่องจนได้ฤกษ์เป่าเค้กนู่นถึงจะโผล่หัวมา แต่ในระหว่างที่เขากำลังมองซ้ายมองขวาอยู่นั้นเสี่ยบัญชาก็สังเกตเห็นเสียก่อนจึงเดินเข้ามาทัก
“อ้าวดิน มากับเขาด้วยหรือวันนี้”
“ครับเสี่ย พอดีแม่ให้เอาข้าวต้มมัดมาร่วมงานน่ะครับ”
“ดีเลยๆ ขอบใจนะฝากขอบคุณแม่เราด้วย งั้นฉันรบกวนดินเอาไปใส่ถ้วยไว้ในห้องครัวให้หน่อยสิ ของโปรดยายบัวเขาเลยล่ะ ยิ่งถ้าเป็ฝีมือของแม่ดาวแล้วนี่ยิ่งชอบใหญ่”
“คุณบัวเคยกินข้าวต้มมัดฝีมือแม่ด้วยหรือครับ”
“แน่นอนสิ กินทุกสัปดาห์เลยล่ะ ฉันรบกวนดินเอาไปใส่ถ้วยให้ทีนะ แล้วอย่าพึ่งรีบกลับล่ะอยู่ร่วมงานกินอาหารแล้วก็กินเค้กด้วยกันก่อน”
“ครับเสี่ย”
เด็กหนุ่มโค้งตัวคำนับเล็กน้อยก่อนจะถือถุงข้าวต้มมัดเดินเข้าไปในห้องครัว ดินมีท่าทีงกๆเงิ่นๆเล็กน้อยเพราะเขาไม่เคยเข้ามาในนี้และไม่รู้ว่าถ้วยชามอยู่ในตู้ไหน เขาจึงตัดสินใจไล่เปิดดูทีละตู้ ลิ้นชักทีละชั้น ตู้แล้วตู้เล่าก็ไม่เจอเสียที จนอยู่อยู่ก็มีเสียงแหลมดังขึ้นจากด้านหลัง และเขารู้ได้ทันทีว่าเสียงนั้นเป็เสียงของใคร
“ไอ้ดิน! แกเข้ามาในนี้ทำไม จะมาขโมยของเหรอ!” ดินได้แต่หลับตาลงแล้วข่มอารมณ์ของตัวเองไว้ก่อนจะตัดสินใจหันหลังไปเผชิญกับนางมารร้ายที่ยืนแผ่รังสีอยู่ด้านหลัง แต่ว่าภาพตรงหน้าก็ทำให้ต้องกลืนคำด่าลงคอตัวเองเสียก่อน
ดินรู้ว่าบัวชมพูเป็คุณหนูไฮโซที่หน้าตาสระสวย ผิวพรรณและรูปร่างของเธองดงามราวกับนางสาวไทยที่เคยเห็นในหนังสือพิมพ์ แต่เพราะความร้ายของเธอทำให้เขามองผ่านเื่นี้ไปตลอด แต่พอวันนี้ได้มาเห็นเธอแต่งเนื้อแต่งตัวแล้วช่างสะดุดตาเขาเสียเหลือเกิน เธองดงามจนเขาแทบจะมองข้ามความร้ายกาจนั้นไป
“ไอ้ดิน! ฉันถามว่าแกเข้ามาทำอะไรไม่ได้ยินหรือไง” เสียงแหลมดังขึ้นมาอีกครั้ง ปลุกให้ดินตื่นขึ้นมาจากภวังค์ที่เขาเริ่มจินตนาการอะไรแปลกๆหลังจากเห็นไหล่ขาวเนียนของเด็กสาว
“นอกจากแกจะจนแล้วยังหูหนวกอีกหรือดิน ฮะ!”
“ไม่ได้เข้ามาขโมยของครับ ผมแค่เอาข้าวต้มมัดมาให้”
“อี๋!! เอาของสกปรกๆของแกออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้ดิน ฉันไม่อยากได้!” เป็ไปตามคาด อะไรก็ตามที่เป็ของของดินหรือแม้แต่ตัวเขาเองบัวชมพูมักจะรังเกียจมันอยู่เสมอ
“มันไม่มีทางเป็ของผมหรอกครับคุณบัว ของแม่ผมต่างหาก แม่อยากฝากมางานวันเกิดของคุณ”
“ของป้าดาวเหรอ” เด็กสาวมีท่าทีกระอึกกระอักเล็กน้อยก่อนจะปรับน้ำเสียงให้เบาลง
“ใช่ครับ”
“งั้นก็เอาวางไว้ตรงนั้นแล่ะ แล้วจะไปไหนก็ไปเลยไป”
ดินถอนหายใจเพื่อไล่อารมณ์โมโหออกมาอีกรอบก่อนจะวางถุงข้าวต้มมัดไว้บนโต๊ะแล้วเดินตรงไปที่ประตู แต่อยู่อยู่สมองของเขามันก็เกิดคิดอะไรแผลงๆขึ้นมา ถ้าเกิดว่าเขาลองแกล้งแหย่เธอให้กลัวดูล่ะ บัวชมพูจะรู้สึกขยาดจนถอยห่างแล้วเลิกแกล้งเขาหรือเปล่านะ คิดได้ดังนั้นดินก็ไปหยุดอยู่ตรงร่างเล็กที่สวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีชมพูโชว์ผิวขาว ก่อนจะโน้มตัวลงไปใกล้ๆเธอแล้วเริ่มพูดคำน่าขนลุก
“วันนี้คุณบัวสวยจังเลยนะครับ กลิ่นก็ห๊อมหอม อยากเอาไปนอนดมที่บ้านจังเลย”
“อี๋! ไอ้ดิน ไอ้โรคจะ…!”
“จะพูดอะไรหรือครับคุณบัว อย่าลืมนะว่าหน้าผมอยู่ใกล้คุณในระยะที่สามารถยื่นเข้าไปปิดปากหมาๆของคุณได้ภายในเสี้ยววินาที เพียงแค่เอ่ยคำหยาบออกมา หืม ว่าไงล่ะครับ หรือคุณอยากลอง ก็ได้นะด่าออกมาเลยสิ”
“แก! ……กลับบ้านไปเลยไป! ไม่อย่างนั้น…”
“ไม่อย่างนั้นอะไรหรือครับ” ดินยื่นหน้าเข้าไปใกล้ยิ่งกว่าเดิม ตอนนี้ริมฝีปากของเขาและเธออยู่ห่างกันเพียงปลายนิ้ว กลิ่นหอมบนตัวของบัวชมพู บวกกับริมฝีปากอมชมพูสดใสนั้นมันช่างน่าลิ้มลองนัก แต่ดินก็ทำได้เพียงขู่เธอเพราะเขาก็ยังไม่กล้าล่วงเกินลูกสาวของผู้มีพระคุณ
ดินโน้มตัวค้างไว้อย่างนั้นอยู่เนิ่มนานไม่ยอมถอยห่างไปไหน จนมันทำให้บัวชมพูเริ่มมีอาการหูแดง เธอเป็เพียงเด็กมัธยมปลายที่ไม่เคยมีแฟนมาก่อนแถมยังไม่เคยอยู่ใกล้ชิดชายใดมากขนาดนี้ ถึงแม้ภายในใจจะเกลียดขี้หน้าดินมากแค่ไหนแต่ว่า พอได้มองเขาใกล้ๆแบบนี้แล้วก็ทำให้ใจสั่น
เธอไม่เคยสังเกตเลยว่าเขาคนนี้มีหน้าตาที่งดงามเพียงใด รูปหน้าคมเข้ม จมูกโด่งรับกับปาก ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสวยนั่นก็ช่างน่ามองจนเกือบจะหลงไหลไปอยู่ชั่วขณะ ไหนจะริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อนั่นอีก มีแว๊บหนึ่งที่เธอแอบจินตนาการว่าได้ลิ้มลองมัน แต่ก็ต้องสะบัดหัวเอาความคิดบ้าๆนั่นออกและผลักคนตัวสูงให้ออกห่าง
“ไอ้บ้า! กลับบ้านแกไปเลยนะ!” เสียงแว๊ดดังขึ้นอีกรอบทำให้ดินหลุดขำเมื่อสังเกตเห็นว่าแก้มของเด็กสาวแดงฉ่ำเพราะความเขินอาย ดินเพียงหลุดขำออกมาเล็กน้อยแล้วเดินหนีไปทิ้งไว้แต่คนเอาแต่ใจที่ยืนกระทืบเท้าระบายอารมณ์อยู่ในห้องครัว
ตอนกลับดินไม่ได้ไปบอกลาเสี่ยบัญชาเพราะเขาเกรงว่าจะถูกฉุดตัวเอาไว้ ถ้าขืนอยู่ต่อเขาคงได้ทะเลาะกับเ้าของวันเกิดอีกเป็แน่ เพราะดันไปทำตัวไม่เหมาะสมใส่เธอเสียขนาดนั้น จึงรีบปั่นจักรยานกลับบ้านทันที
.
.
.
“เสี่ยครับ! เสี่ยครับ! เสี่ยชาครับแย่แล้วครับ!” พจน์กับเพชรวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาที่โรงสี พร้อมกับหิ้วเอาเื่น่าปวดหัวเข้ามาด้วย
“อะไรของพวกเอ็ง! แหกปากโวยวายอะไรกันนักหนา!”
“คุณบัวครับ! คุณบัวเธอหายไปจากบ้าน”
“หายไป! บัวจะหายไปได้ยังไง”
“ก็วันนี้พวกผมต้องพาคุณบัวไปซื้อกระเป๋าเดินทาง แต่พอถึงเวลานัดคุณบัวก็หายไปทิ้งไว้แค่จดหมายหนึ่งฉบับครับ”
“จดหมายเหรอ บัวเขียนไว้ว่าอะไร!”
“คุณบัวบอกว่าจะหนีออกจากบ้านแล้วไม่ยอมกลับมาอีกจนกว่าเสี่ยจะเลิกยุ่งกับผู้หญิงที่ชื่อจันทร์ครับ”
“จันทร์รึ...แล้วแม่จันทร์มาเกี่ยวอะไรด้วย”
“คุณบัวบอกว่าแม่จันทร์จะเข้ามาทำลายความสัมพันธ์ของเสี่ยกับเธอเธอเลยไม่ชอบใจเอามากๆ ถ้าเกิดเสี่ยยังไม่เลิกยุ่งกับเธอคุณบัวก็จะไม่กลับบ้านครับ”
“โถ่เว้ยลูกคนนี้ พวกแกรออะไรอยู่รีบออกไปตามหาสิวะ! ถ้าลูกข้ากลับมาไม่ปลอดภัยพวกเอ็งโดนดีแน่!” เสี่ยบัญชากำชับลูกน้องทุดคนให้ออกตามหาลูกสาวในสถานที่ที่คิดว่าเธอจะไป ระหว่างที่ทุกคนกำลังเดินออกตามหาอยู่นั้นดินที่ปั่นจักรยานกลับบ้านเห็นเข้าพอดีจึงจอดแวะถามเพราะท่าทางของทุกคนดูร้อนรนผิดปกติ
“พี่พจน์! พี่พจน์! ทำอะไรกันอยู่พี่ทำไมถึงหน้าดำคร่ำเครียดแบบนั้น”
“ก็คุณบัวน่ะสิวะ”
“คุณบัวทำไมรึ”
“คุณบัวหนีออกจากบ้าน พวกข้าหามาสองชั่วโมงแล้วยังไม่เจอเลย!”
“อะไรนะ! แล้วทำไมคุณบัวเธอต้องหนีออกจากบ้านด้วย เกิดอะไรขึ้นเนี่ยใครไปทำอะไรให้ไม่พอใจอีก”
“ก็เสี่ยน่ะสิ ดันไปคบหากับผู้หญิงชื่อจันทร์แม่ค้าขายผักในตลาด คุณบัวไปรู้เข้าก็ไม่พอใจทิ้งจดหมายไว้ให้เสี่ยเลิกยุ่งกับเธอเสีย ไม่อย่างนั้นก็จะไม่กลับบ้าน”
“โถ่เอ๊ยนึกว่าเื่อะไร” ดินแค่นหัวเราะให้กับความนิสัยเด็กของบัวชมพูก่อนจะปั่นจักรยานจากไปทิ้งให้นายพจน์ยืนสงสัยอยู่คนเดียว
ดินรู้อยู่แล้วว่ายังไงบัวชมพูก็ไม่กล้าหนีไปไหนไกลเพราะเธอเป็ลูกคุณหนูที่เท้าแทบไม่เคยแตะพื้นดิน อาจจะนั่งรถไฟเข้าตัวจังหวัดไปดูหนังจนสบายใจแล้วกลับมาก็ได้ ไม่เห็นว่าทุกคนจะต้องเป็เดือดเป็ร้อนขนาดนั้น นางมารร้ายแบบเธอน่ะหรือจะยอมแพ้ผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ มีก็แต่จะสู้ยิบตาจนกว่าจะได้สิ่งที่้าเสียมากกว่า
คิดได้ดังนั้นเด็กชายจึงปั่นจักรยานกลับบ้านต่อไป แต่เวรกรรมพึ่งจะนึกได้ว่าตัวเองลืมเอาหนังสือที่ไปนั่งอ่านอยู่ใต้ต้นไม้ข้างแม่น้ำกลับมาด้วย จึงถอนหายใจแล้วปั่นกลับไปที่เดิม ในระหว่างทางก่อนไปถึงต้นไม้จะต้องข้ามสะพานขนาดใหญ่ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ดินเห็นคุณหนูบัวชมพูที่อยู่ในชุดกระโปรงสีฟ้าสดใสกำลังนั่งห้อยขาอยู่ที่ขอบสะพาน เขาใใจหายใจคว่ำรีบเบรกจักรยานจนล้อเกิดเสียงดังก่อนจะทิ้งมันลงพื้นแล้วรีบวิ่งไปกอดเอวบางเอาไว้แน่น
“คุณบัว! คุณบัวจะทำอะไร!”
“ว๊าย!! ใครเนี่ยแกมากอดฉันทำไมไอ้โรคจิต!” บัวชมพูที่กำลังนั่งเหม่อชมพระอาทิตย์ตกอยู่นั้นก็ใสะดุ้งเพราะอยู่อยู่มีคนมากอดเอวของเธอไว้จากด้านหลัง
“คุณบัวทำแบบนี้ได้ยังไง จะคิดสั้นแบบนี้ได้ยังไงลงมาเดี๋ยวนี้นะ!”
“ว๊าย!!! แกมาอุ้มฉันทำไมเนี่ยไอ้บ้าปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ปล่อย! กรี๊ด!!!” ดินกลัวบัวชมพูจะคิดสั้น เขาจึงอุ้มเธอลงมาจากขอบสะพานแล้วทิ้งเธอลงกับพื้นจนอีกฝั่งเซไปด้านหลังแล้วล้มก้นกระแทก
“ไอ้ดิน! นี่แกเองเหรอไอ้บ้า! แกมากอดฉันทำไมเนี่ย! แถมยังมาทุ้มฉันลงกับพื้นอีกไอ้เฮ็งซวย!”
“ก็ใครบอกให้คุณบัวคิดสั้นล่ะครับ! กะอีแค่พ่อจะมีเมียใหม่ทำเป็รับไม่ได้ถึงขึ้นคิดจะฆ่าตัวตายเนี่ยนะ!”
“นี่แกรู้เื่พ่อฉันได้ยังไง! ยุ่งไม่เข้าเื่!”
“ผมก็ไม่ได้อยากจะยุ่งหรอกแต่คนของพ่อคุณเขาออกตามหากันให้วุ่น รู้กันไปสามบ้านแปดบ้านแล้วว่าคุณน้อยใจพ่อแล้วหนีออกจากบ้าน แถมตอนนี้ยังจะมาฆ่าตัวตายประชดอีก ไม่ได้เื่!”
“ไอ้ดิน! นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ! แกนั่นแล่ะบ้าพาลโวยวายไปทั่ว ใครบอกว่าฉันจะฆ่าตัวตายฮะไอ้ทุเรส!”
“อ้าว ถ้าคุณไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตายแล้วขึ้นไปนั่งบนขอบสะพานทำไม”
“ฉันแค่อยากนั่งดูพระอาทิตย์ตกแล้วคิดอะไรเพลินๆคนเดียวต่างหาก จนกระทั่งแกมานี่แล่ะแล้วยังทำให้ฉันเจ็บอีกไอ้เลว! ฉันจะไปฟ้องพ่อรอบนี้แกต้องถูกทำโทษ!”
“คนอุตส่าห์หวังดีอยากจะช่วย ยังจะมาอยากทำโทษกันอีกคุณนี่มันนิสัยเสียจริงๆเลยนะคุณบัว”
“กรี๊ด!!! แกนั่นแล่ะนิสัยเสียไอ้ดิน! นี่แน่ะ! นี่แน่ะ! นี่แน่ะ! นี่แน่ะ!” บัวชมพูหัวเสียที่โดนคนอย่างดินต่อว่า เธอลุกขึ้นมาใช้กำปั้นเล็กทุบไปที่แผงอกของอีกคนจนเขารู้สึกเจ็บ ดินจึงใช้มือที่ใหญ่กว่ากำแขนของเธอไว้ไม่ให้ขยับพร้อมกับคำขู่ที่ทำให้อีกคนรู้สึกหนาว
“หยุดทุบเดี๋ยวนี้นะคุณบัว ไม่อย่างนั้นผมจะจูบให้ลืมทางกลับบ้านเลยคอยดู!”
“ไอ้บ้านี่! แกกล้าดียังไงจะมาจูบฉันฮะไอ้คนสกปรก!”
“ใช่! ผมมันคนสกปรก! อยากลองจูบกับคนสกปรกดูสักครั้งไหมล่ะเผื่อจะติดใจจนลืมไม่ลง!”
“ไม่มีทาง! คนอย่างแกไม่มีวันเอาปากมาประกบฉันได้หรอก!”
“งั้นจะลองดูไหมล่ะ!” ดินโน้มหน้าเข้าไปใกล้เพื่อขู่ให้บัวชมพูกลัวจนเธอต้องเบือนหน้าหนีเพราะกลัวว่าเขาจะทำอย่างที่พูดจริงๆ คนตัวเล็กเขินจนแก้มแดงไม่กล้าโวยวายหรือสบตาจนดินต้องปล่อยมือออกเพื่อให้เธอได้พักหายใจ
“ขึ้นรถ ผมจะไปส่งที่บ้าน”
“ให้ซ้อนจักรยานเน่าๆแบบนี้ฉันขอเดินกลับดีกว่า”
“นี่ก็เริ่มจะมืดแล้ว แถวนี้ก็มีแต่ป่า ถ้าคุณเดินกลับมีหวังได้ถูกขี้ยาลากเข้าไปปู้ยี่ปู้ยำในป่าแน่แน่ เร็ว! ขึ้นรถ ผมจะไปส่ง”
“..........”
“ถ้าอยากเป็เมียขี้ยามากก็ตามใจ!” ดินไม่สนใจคนดื้อ เขาเดินกลับไปที่รถจักรยานของตัวเองแล้วดึงมันขึ้นมาก่อนจะขึ้นไปนั่งคล่อมไว้พร้อมจะออกตัว เห็นดังนั้นบัวชมพูที่กลัวคำขู่ก็รีบวิ่งขึ้นมานั่งซ้อนท้ายจักรยานเน่าเน่าที่เธอเคยดูถูกไว้ั้แ่แรก ดินถึงกับแค่นหัวเราะออกมาอย่างพอใจแล้วปั่นจักรยานไปเอาหนังสือที่ลืมไว้ก่อนจะพาคุณหนูปากร้ายกลับไปส่งที่บ้านอย่างปลอดภัย
การทำดีครั้งนี้ส่งผลให้เสี่ยบัญชาชอบในตัวของดินมากขึ้นจนตบรางวัลซื้อจักรยานคันใหม่ให้ กว่าจะเกลี้ยกล่อมให้เขารับได้ก็ใช้เวลาอยู่เป็อาทิตย์ ส่วนเสี่ยบัญชาก็เลิกยุ่งกับนางจันทร์ไปทันทีเพราะกลัวลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนจะหนีออกจากบ้านอีก เมื่อทุกอย่างเป็ไปตามที่ใจ้าบัวชมพูก็สามารถไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯได้อย่างสบายใจ