เฟยหรงได้แต่สงวนท่าทีของตนเองให้สงบที่สุด เนื่องจากไม่อยากหน้าแตกหากอีกฝ่ายปฏิเสธที่จะไปกับเขาและท่านแม่ เนื่องจากเป้าหมายของเป่ยอวิ้นเอ๋อนั้นชัดเจนเหลือเกินว่าต้องการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเป่ยลู่หลิน และแน่นอนเฟยหรงคิดว่ามันไม่ง่ายดายอย่างที่เป่ยอวิ้มเอ๋อคิดไว้แน่นอน
นั่นเพราะเป่ยลู่หลินนางอยู่ระดับจักรพรรดิเทวะเชียวนะทั้งยังแก่กว่าแม่ของเขาแค่พันปีเท่านั้น นี่ก็พิสูจน์ได้แล้วว่านางคือผู้มีพรสวรรค์ของจริงคนหนึ่ง และผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้ก็มักจะทะนงตนเป็นธรรมดา ดังนั้นเขาจึงไม่ได้คาดหวังอะไรมากถ้าหากอีกฝ่ายไม่อยากที่จะเป็นผู้ติดตามให้กับเขาและแม่ไป เขาก็ไม่ได้อยากบังคับจิตใจใครเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ยังอยากที่จะเห็นหน้าของหญิงงามที่ถึงขนาดที่เทพธิดาสมุทรอย่างท่านยายของเขาถึงกับเอ่ยปากชื่นชมสักครั้งให้เป็นบุญตา
เป่ยอวิ้นเอ๋อให้คนไปตามเป่ยลู่หลินในทันทีเพียงระยะเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามหญิงสาวที่งดงามปานภาพวาดผมสีฟ้าครามคล้ายกับเส้นผมของเขาแต่อ่อนกว่าเล็กน้อย ผิวขาวราวหิมะ ทั้งยังมีคุณลักษณะของหญิงงามเพรียบพร้อมอย่างหาที่สุดมิได้ก็เดินเข้ามายังเขตของประมุขตระกูล เฟยหรงได้แต่มองดูหญิงงามเดินไปอย่างอึ้งตะลึงหากจะให้กล่าวโดยไม่ลำเอียงเฟยหรงสามารถบอกได้เลยว่านางงามกว่าภรรยาของเขาอยู่หลายส่วนด้วยกันแต่ถึงกระนั้นใบหน้าของนางกลับเย็นชายิ่งกว่าปิงเหยาภรรยาของเขาเสียอีก
"ท่านประมุขเรียกข้ามามีอะไรให้รับใช้หรือเจ้าคะ"เป่ยลู่หลินกล่าว น้ำเสียงของนางไพเราะมากแต่กลับดูเย็นชาในเวลาเดียวกัน
"ข้าอยากให้เจ้าคุ้มกันอิงเอ๋อหน่อยนางจะไปยังหอกระบี่ดาวตก"เป่ยอวิ้นเอ๋อกล่าวอย่างมีเลศนัย เป่ยลู่หลินเหมือนจะดักทางได้ดังนั้นนางจึงกล่าวตัดไฟในทันที
"ให้คุ้มกันข้าทำได้เจ้าค่ะ แต่เรื่องอื่นเห็นทีต้องงดเว้น" เป่ยอวิ้นเอ๋อคิ้วกระตุกในทันที ดูเหมือนจะมีคนรู้ทันนางเยอะมากเลยทีเดียว ยิ่งถูกกล่าวดักเช่นนี้ทำให้นางถึงกับไปไม่เป็น
"ช่างเถอะท่านยาย ข้าเสียเวลามามากแล้วขอรับ หากนางไม่เต็มใจจะไปก็ไม่จำเป็นต้องบังคับจิตใจกัน"เฟยหรงลุกขึ้นพร้อมทั้งกล่าวออกมาเมื่อเห็นท่าทีกระอักกระอ่วนของผู้เป็นยาย ทั้งเขาเองก็ไม่อยากที่จะบังคับจิตใจใครเช่นกัน แม้นางจะงดงามมากก็ตามทีแต่งดงามแล้วอย่างไรในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้มีใจให้ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนใจซึ่งกันและกันไม่เช่นนั้นอยู่ด้วยกันไปก็ไม่มีความสุข
เฟยหรงรู้สึกขอบคุณท่านยายของเขาจากใจจริงที่ทำให้ได้เห็นหญิงสาวที่งดงามเช่นนี้ แม้จะเสียดายที่ไม่สามารถสานสัมพันธ์ต่อไปได้แต่อย่างน้อยก็ถือว่าเป้นเก็ยรติแก่สายตามากเเล้ว
"ท่านยายขอบคุณในความหวังดีของท่านขอรับ เฟยหรงขอตัวลา"เฟยหรงกล่าวพร้อมผสานมือคาราวะให้กับทั้งเป่ยอวิ้นเอ่อและเป่ยเฉินอย่างสุภาพก่อนที่เขาจะเตรียมตัวเดินจากไปพร้อมกับคนเป็นแม่ แต่กลับต้องชะงักฝีเท้าเนื่องจากคำสั่งของเป่ยอวิ้นเอ่ออีกครั้ง
"ช้าก่อน!! ลู่หลินตามไปคุ้มกันอิงเอ่อ ส่วนเรื่องอื่นล้วนเป็นเรื่องของพวกเจ้าเอง"เป่ยอวิ้นเอ่อกล่าวออกไปด้วยความไม่ยอมแพ้ เฟยเทียนที่เห็นความยึดมั่นถือมันของท่านยายถึงกับทำหน้าเหวอ เมื่อครู่เขาอุตส่าสรรหาคำพูดดีๆเพื่อที่จะออกไปแบบเท่ๆเพื่อจะไม่ให้ตัวเองต้องหน้าแตก ใครจะคิดกันว่าท่านยายของเขาจะยังให้นางตามมาด้วยเช่นนี้กัน
"รับคำสั่งเจ้าค่ะ"เป่ยลู่หลินคาราวะเทพสมุทรทั้งสองหนึ่งครั้งก่อนจะเดินไปอยู่ด้านหลังของเฟยหรงและเป่ยอิงอิง ทางด้านชายเฟยหรงก็ส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่ายและเดินนำแม่ของเขาไป เขาไม่รู้ว่าท่านยายของเขาคิดอะไรอยู่การได้สาวงามมาเป็นผู้ติดตามเช่นนี้แน่นอนว่าเป็นเรื่องดีสำหรับชายคนอื่น แต่สำหรับเขานั้นไม่เลย!! การที่ได้อยู่กับสาวงามที่ไม่สนใจตัวเขาเช่นนี้มันเป็นการทรมานตัวเองชัดๆ หากวันไหนเขาเกิดหน้ามืดขึ้นมาแล้วขืนใจนางจะทำอย่างไรละ
ทั้งสามเดินเดินจากไปด้านในคฤหาสน์เทพสมุทรเขตส่วนตัวของประมุขเหลือเพียงสองสามีภรรยาเท่านั้น "อวิ้นเอ๋อ เจ้าก็เห็นว่านางไม่ได้สนใจหลานของเราแล้วใยเจ้าจึงดึงดัน"
"ท่านพี่ไม่เชื่อมั่นในเสน่ห์ของหลานเราหรือเจ้าคะ ข้าว่าไม่เกินสามปีนางจะต้องตกหลุมรักหลานชายของเราอย่างแน่นอน"เป่ยอวิ้นเอ่อกล่าวอย่างซุกซน ทำให้เป่ยเฉินถึงกับต้องถอนหายใจ ดูเหมือนนิสัยขี้เล่นของนางจะไม่มีทางแก้ได้แล้วสินะ
ตัดกลับมาที่เฟยหรงหลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยามในที่สุดเขาก็อยู่เหนือมหาสมุทรนิรันทร์เป็นที่เรียบร้อยชายหนุ่มพาแม่ของเขาพุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็วโดยมีเป่ยลู่หลินเฝ้าติดตามอยู่เบื้องหลัง เฟยหรงพยายามไม่หันมองนางเพื่อกลบความต้องการในจิตใจทิ้งไปจนหมดสิ้น เป่ยอิงอิงเมื่อเห็นอาการของลูกชายนางอดไม่ได้ที่จะขำขันก่อนที่นางจะให้เป่ยลู่หลินเอาผ้าบางๆมาปิดหน้าของตัวเองเอาไว้ ซึ่งนางก็ยอมทำตามแต่โดยดีและนั่นทำให้ชายหนุ่มคลายใจไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
เฟยหรงพามารดาของเขาพุ่งทยานกลางท้องนภาข้ามภูเขาและมหานทีจนในที่สุดก็มาถึงยังเขตหอกระบี่ดาวตกในที่สุดแต่เมื่อเขามาถึงชายหนุ่มถึงกับต้องหยุดชะงักในทันใดที่ต้องของหอกระบี่ดาวตกนั้นไม่ได้มีอยู่อีกแล้วในเวลานี้จะมีก็เพียงประตูสำหรับเขามิติและคนเฝ้าประตูระดับราชันเทวะเท่านั้นที่คงอยู่และมองมาที่พวกเขาด้วยท่าทีประหลาดใจ
"ดูเหมือนว่าท่านหลงเสี่ยวหยากับท่านไป๋หู่จะสร้างมิติปกคลุมหอกระบี่ดาวตกไว้สินะ ดุจากคนเฝ้าประตุระดับราชันเทวะแล้วดูเหมือนว่าหอกระบี่ดาวตกจะพัฒนาขึ้นมากทีเดียว"เฟยหรงกล่าวพร้อมยกยิ้มเขาค่อยๆทะยานลงไปเรื่อยๆจนในที่สุดเขาก็มาถึงหน้าประตูทางเข้าพิภพในที่สุด
"นะ นายน้อย!!"คนเฝ้าประตูตื่นตระหนกในทันทีที่เห็นหน้าของชายหนุ่ม พวกเขาทำท่าทีลุกลี้ลุกลนจนเฟยหรงต้องบอกให้พวกเขาหยุดและอยุ่ในความสงบเพราะชายหนุ่มปวดหัวเหลือเกินที่ได้เห็นพวกเขาวุ่นวายเช่นนี้
"ไปบอกท่านพ่อให้หน่อยว่าข้ากลับมาแล้ว แต่ไม่ต้องบอกนะว่าข้าพาคนมาด้วย"เฟยหรงงกล่าว
"เรียนนายน้อย ท่านประมุขกำลังบ่มเพราะอยู่ขอรับ เกรงว่าท่านจะยังไม่ออกมาเร็วๆนี้อย่างแน่นอน"หัวหน้าคนเฝ้าประตูกล่าวขึ้น เฟยหรงก็พยักหน้าอย่างเข้าใจดูเหมือนว่าพ่อของเขาจะห่วงเขามากจนเร่งการบ่มเพาะสินะ แม้เขาจะกลับมาแล้วแต่ก็ไม่ได้อยากไปรบกวนการบ่มเพาะพลังของพ่อตัวเองมากนักเพราะถึงอย่างไรนี่ก็คือก้าวสำคัญของพ่อของเขาเอง ดังนั้นควรจะให้เวลาเขาในการบรรลุระดับเสียก่อน
"ท่านแม่เกรงว่าท่านคงจะต้องรอนานหน่อยนะขอรับ น่าจะราวๆหนึ่งถึงสองปีได้"เฟยหรงกล่าวขึ้น เป่ยอิงอิงพยักหน้านางรู้ดีว่าการปิดด่านนั้นสำคัญเพียงใด อีกอย่างนางรอมายี่สิบปีแล้วรออีกสักสองสามปีจะเป็นอะไรไปถึงอย่างไรนางก็มีหลานตัวน้อยๆคอยเล่นด้วยแก้เหงาอยู่แล้ว
เฟยหรงพาแม่ของเขาและเป่ยลู่หลินเข้ามาในพิภพทันที หอกระบี่ดาวตกในเวลานี้ไม่ใช่เกาะลอยฟ้าอีกต่อไปแต่เป็นยอดเขาห้ายอด ทั้งยังมีทัศนียภาพงดงาม ท้องฟ้าที่ถูกย้อมเป็นสีดำและมีดาวดวงดับนับไม่ถ้วนประดับประดางดงามเป็นอย่างมาก เหนือยอดเขาทั้งห้าจะเป็นน้ำตกสีรุ้งยิ่งใหญ่ตระการตา เหนือน้ำตกนั้นเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์ที่ใหญ่โตมโหฬารซึ่งแน่นอนมันคือที่อยุ่ของประมุขและครอบครัวนั่นเอง
"เปลี่ยนไปมากจริงๆนี่ข้าคงไม่หลงหรอกนะ"เฟยหรงกล่าวอย่างอายๆหากหลงที่ถิ่นของตัวเองชายหนุ่มไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเลยทีเดียว
"เจ้าหนู!!!"แต่ดูเหมื่อนว่าฟ้าดินจะเป็นใจ เฟยหรงยังไม่ทันขยับไปไหนร่างยักษ์ใหญ่ของมังกรและพยัคฆ์ก็พุ่งตรงมาหาเขาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า นั่นไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากหลงเสี่ยวหยาและไป๋หู่นั่นเอง
"ท่านหลงเสี่ยวหยา ท่านไป๋หู่ มาได้เวลาพอดีเลย"เมื่อหลงเสี่ยวหยาและไป๋หู่มาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขา เฟยหรงจึงกล่าวทักทายอย่างรวดเร็ว ในเวลาต่อมาหลงเสี่ยวหยาถึงกับน้ำตาแตกและกล่าวขอโทษเฟยหรงยกใหญ่เนื่องจากเขาปกป้องเฟยหรงไม่ได้อย่างที่พูด แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้กล่าวโทษอะไร ใครจะไปคิดกันว่าตอนนี้ท่านตากับท่านยายของเขาจะจู่โจมกันละนั่นมันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดฝัน
"แล้วคนอื่นๆไปไหนกันหมดขอรับ"เฟยหรงกล่าวถามโดยพลันเขาไม่เห้นแม้แต่คนรักหรือลูกๆของเขาจะมาด้วยกันกับทั้งสองจึงอดที่จะสงสัยไม่ได้
"จะพูดยังไงดีละ ปู่ของเจ้ากำลังฝึกวิชาอยู่ที่ด้านหลังคฤหาสน์ ส่วนยัยหนูเฟิงเสวียปิดด่านก้าวข้ามระดับเทวะ ยัยหนูฮั่วหลิงหลิงกำลังผสานเปลวเพลิงสวรรค์ ยัยหนูหมิงเย่กำลังผสานสายเลือดจักรพรรดิมังกรของข้า ส่วนเจ้าตัวน้อยทั้งสองดูเหมืนกำลังเล่นอยู่กับพยักสายฟ้าแล้วก็เจ้าเสี่ยวซีอยู่ที่ส่วนกลางคฤหาสน์น่ะ"หลงเสี่ยวหยากล่าวอธิบายเป็นรายบุคคลเฟยหรงเมื่อได้ยินดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนพลังของตัวเองให้เป็นพลังวิญญานและกวาดไปทั่วคฤหาสน์ใหญ่อีกครั้ง ตอนนี้ดูเหมือนท่านย่าของเขาจะกำลังเฝ้ามองการฝึกฝนของท่านปู่ของเขาอยู่
"จนป่านนี้แล้วยังไม่ปรากฏตัวอีกหรือ??"เฟยหรงกล่าวพึมพำ จนทุกคนต่างได้ยิน
"เจ้ากำลังพูดถึงใคร เจ้าหนู!"หลงเสี่ยวหยากล่าว เฟยหรงส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจก่อนที่ตัวเขาจะหายไปจากสายตาของคนทุกคนและมาโผล่ด้านหลังของหยุนอู่หลิง