บทที่47
คำขอร้องจากท่านอ๋อง
หลังจากที่ได้รู้เหตุผลที่อีกฝ่ายชวนตนเองมาถึงสถานที่แห่งนี้หลี่หยุนอยู่ยกมือของตัวเองขึ้นมาจับกุมใบหน้าและแสดงท่าทางเคร่งเครียด
แน่นอนว่าย่อมเป็นเช่นนี้เรื่องที่เขาไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นเลยสักนิดเดียวมันได้เกิดขึ้นมาแล้ว
อยู่ๆท่านอ๋องที่อยู่บริเวณด้านหน้าก็ให้เขานั้นรับอ๋อองน้อยมาเป็นศิษย์หลี่หยุนกำลังเต็มไปด้วยความหนักใจภายในนิยายเขาบรรยายเกี่ยวกับนิสัยอ๋องน้อยเอาไว้ว่าเป็นคนพาล
“ ว่าอย่างไรอาจารย์หลี่ ช่วยรับบุตรชายของข้าให้เป็นศิษย์ได้หรือไม่ ”ท่านอ๋องกล่าวขึ้นมาอีกครั้งด้วยใบหน้าที่จริงจังมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาราวกับข่มขู่
หลี่หยุนดวงตาของตนเองมองไปพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นมา“หมายความว่าอย่างไรอย่างนั้นหรือขอรับเหตุใดท่านอ๋องถึงให้ข้ารับอ๋องน้อยเป็นศิษย์”
“ ถ้ามองถึงต่างๆด้วยฐานะของท่านแล้วคงจะสามารถหาอาจารย์ที่เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญและเก่งกาจในด้านวรยุทธ์มากกว่าข้าหลายเท่าได้อย่างสบายๆ” หลี่หยุนลองดึงหลักการและเหตุผลเอามาพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้
ลองคิดดูดีๆแล้วมันก็เป็นจริงอย่างที่เขาพูดลองคิดดูว่าระดับของท่านอ๋องผู้ปกครองดินแดนแถบนี้คงจะสามารถหาผู้ที่มีวรยุทธสูงส่งมาสองบุตรชายของตนเองได้
แต่ว่าเหตุใดต้องเป็นเขาเขาที่มีวรรณยุกต์อยู่ในระดับเริ่มต้นไม่ว่ามองในหลักการใดมันเองก็แทบจะไม่มีหลักความจริงที่น่าจะเชื่อถือได้เลยสักนิด
เพราะนี้เขาเลยประหลาดใจเกี่ยวกับเรื่องราวครั้งนี้แล้วสิ่งที่จะสามารถให้คำตอบก็คงได้มันก็คือผู้ที่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้านหน้า
เมื่อเขาเอ่ยถามออกไปท่านอ๋องที่กำลังนั่งอยู่แสดงรอยยิ้มที่มุมปากก่อนที่จะพูดขึ้นมา “ แน่นอนว่าย่อมมีเหตุผล!!! ”
“ เกี่ยวกับเรื่องนี้ข้าจะขอบอกกับเจ้าต่างๆมันเป็นเพราะว่าเจ้าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างไรล่ะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนแล้วเจ้ามีความสามารถเหนือกว่าพวกที่มีวรยุทธสูงกว่าเจ้า”
“ ถ้ามองตามหลักความเป็นจริงคงจะไม่มีผู้ใด มีพรสวรรค์มากมายเท่าเจ้าอีกแล้ว”
“ ไม่ทราบว่าท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไร? ” หลี่หยุนเริ่มแสดงใบหน้าจริงจังมากขึ้น
“ แม้ว่าจะมีคนที่มีระดับลมปราณสูงกว่าเจ้าแต่ก็คงจะไม่มีใครที่สามารถเอาชนะคนที่มีระดับลมปราณสูงกว่าตนเองหลายขั้นเช่นนั้นได้อย่างแน่นอน”
“ เจ้าเป็นคนที่มีพรสวรรค์แถมยังมีสติปัญญาวิธีการคิดของเจ้าเองก็ไม่ใช่คนธรรมดาถ้ามองถึงตัวเลือกของผู้เป็นอาจารย์ที่จะมาสั่งสอนเจ้าถือว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด”ท่านอ๋องพูดออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจังเขาคิดและไตร่ตรองเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเป็นอย่างดีแล้ว
หลี่หยุนเมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็แสดงใบหน้าที่เคร่งขรึมดูเหมือนว่าอีกฝ่ายนั้นจะคิดมาเป็นอย่างดีแล้วจริงๆ
เขายังรู้สึกว่าตนเองตัดสินใจผิดที่แสดงฝีมือของตนออกไปต่อหน้าคนพวกนี้
ถือว่ายังดีที่พวกมันยังไม่ได้สนใจแล้วก็ไม่ได้สงสัยในตัวตนของเขาว่าเป็นผู้ใดเป็นเพราะว่าผู้คนส่วนใหญ่ก็ต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่าจอมมารได้ตายไปแล้ว
แล้วมองถึงช่วงอายุแล้วเขาเองก็มีช่วงอายุที่น้อยกว่าจอมมารเลยสามารถหลุดข้อสงสัยของพวกมันไปได้แต่ว่าจะให้มาเป็นอาจารย์สอนอ๋องน้อยผู้นี้…
หลี่หยุนดวงตาของตนเองมองตรงไปที่อ๋องน้อยที่กำลังนั่งอยู่เขาใช้ดวงตาของตนเองมองไปก็เห็นซะอีกฝ่ายแสดงท่าทางที่ไม่สบอารมณ์นัก
เห็นเช่นนั้นเขาหรี่ดวงตาของตนเองเล็กลงแล้วพูดกับตนเองในใจ“ ถึงจะไม่รู้ว่าอย่างไรก็เถอะแต่เมื่อมองดูแล้วคำขอร้องของท่านอ๋องการปฏิเสธนั้นยากเย็นยิ่งนัก ”
“ อ๋องน้อยเราก็ไม่รู้เช่นเดียวกันว่าคนพวกนี้มีขอบเขตความสามารถอยู่ในระดับใดและมีพรสวรรค์มากขนาดใดเอาเป็นว่าลองตรวจดูก็แล้วกัน ”
“ หยั่งรู้!!!! ”ดวงตาของเขาจ้องมองไปด้วยแววตาที่สามารถมองเห็นถึงความสามารถที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในกายของคนผู้นั้นได้
เมื่อได้มองไปเขาเองก็พบเห็นว่าสิ่งที่มันปรากฏมาในตอนนี้มันทำให้ดวงตาทั้งสองข้างของเขาตกตะลึง
หลี่หยุนถึงกับพึมพำกับตนเองในใจ“ อย่าบอกนะว่านี่มัน? ”
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาในตอนนี้มันเบิกกว้างขึ้นมาในทันทีเมื่อพบเห็นสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าสิ่งที่มันปรากฏออกมาให้เขามองเห็นมันคือขีดความสามารถของอ๋องน้อย
[ชื่อ จ้าวจิน]
[ความสามารถพรสวรรค์ - เรียนรู้รวดเร็วระดับสี่ดาวสัญชาตญาณนักรบระดับห้าดาว ]
[ขอบเขตบ่มเพาะปราณ ต้นปราณขั้นสี่ ]
ถ้ามองถึงระดับความสามารถมันเองก็อยู่ในระดับพื้นฐานไม่ได้สูงเด่นหรือว่าไม่ได้ต่ำเกินไป
แต่สิ่งที่มันทำให้เขาตกตะลึงมันคือทักษะของสวรรค์ต่างหากทักษะพรสวรรค์ที่มันปรากฏออกมาบริเวณด้านหน้า
หนึ่งคือทักษะการเรียนรู้ระดับ4 ดาว ไม่เพียงเท่านั้นยังมีทักษะพรสวรรค์อีก 1 อย่างที่เขาสนใจ
“ สัญชาตญาณนักรบระดับห้าดาว ”หลี่หยุนเขากล่าวกับตนเองภายในใจเรากับไม่อยากจะเชื่อสายตา
ตัวละครตัวนี้เขาสร้างขึ้นมาให้เป็นคนพาลแต่เขาเองก็ไม่เคยระบุความสามารถของท่านอ๋องน้อยเอาไว้
อ๋องน้อยจ้าวจินเขานั้นเพียงแค่ระบุเนื้อหาภายในนิยายเอาไว้ว่าเป็นคนพาลแต่ไม่เคยระบุถึงความสามารถตอนนี้เมื่อได้มองเห็นความสามารถเข้าถึงกับตกตะลึง
ความสามารถในการเรียนรู้ถึงระดับ4 ดาวความสามารถที่อยู่ในระดับนี้สามารถฝึกฝนขึ้นไปอยู่ในระดับสูงได้อย่างสบายๆ
ไม่เพียงเท่านั้นยังมีสิ่งที่เรียกว่าสัญชาตญาณนักรบที่เป็นทักษะพรสวรรค์อยู่ในระดับ5 ดาว
เจ้าสิ่งนี้มันไม่ใช่ว่าพบเจอกันได้ง่ายๆในคนธรรมดาทั่วไปมันเป็นหนึ่งในทักษะที่ถือได้ว่าจอมมารเองก็ยังไม่ได้มีไว้ครอบครองเลย
โดยทักษะพรสวรรค์ชนิดนี้มีความพิเศษตรงที่ว่าในการต่อสู้สัญชาตญาณนักรบจะตอบสนองกับร่างกายเรียกง่ายๆว่าเป็นคนที่ถูกสวรรค์ประทานให้มาเพื่ออยู่ในสนามรบโดยแท้จริง
เขาได้บรรยายเอาไว้ว่าสัญชาตญาณนักรบทักษะพรสวรรค์ชนิดนี้ถ้ามีอยู่ในระดับ3 ดาวก็สามารถมองเห็นดาบที่จะมาถึงร่างกายของตนเองและการโจมตีที่กำลังจะมาถึงก่อนล่วงหน้า2-3 วินาทีแล้ว
แล้วความสามารถอีกอย่างนึงมันก็คือการเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ที่รวดเร็ว
กล่าวได้ว่าร่างกายที่อยู่บริเวณด้านหน้าของท่านอ๋องน้อยผู้นี้น่าจะเป็นร่างกายที่ถูกศาลสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นนักรบโดยแท้จริง
แต่นี่เป็นทักษะพรสวรรค์ระดับ5 ดาว เพราะแบบนั้นไม่ต้องกล่าวถึงเลยว่าความสามารถของมันจะอยู่ในระดับใด
ทั้งการเรียนรู้ในด้านลมปราณและการเรียนรู้ในด้านสัญชาตญาณต่อสู้คงจะอยู่ในระดับสูงอย่างแน่นอน
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวละครที่เขาสร้างขึ้นมาให้เป็นคนไร้ความสามารถแต่ไม่ได้ระบุออกไปในปัจจุบันจะปรากฏอยู่เบื้องหน้าคล้ายเป็นคนที่มีความสามารถสูงส่ง
แต่เมื่อลองคิดดูแล้วทางด้านของท่านอ๋องก็เป็นคนที่มีความสามารถเพราะแบบนั้นบุตรชายของตนเองก็คงจะไม่ใช่ไร้ความสามารถเสียทีเดียว
หลี่หยุนเมื่อได้มองเห็นความสามารถของอีกฝ่ายปฏิเสธไม่ได้ว่าเขานั้นเริ่มสนใจใบหน้าของเขาก้มต่ำลงเล็กน้อยและแสดงท่าทางขบคิดภายในใจ “ ถ้าเป็นเช่นนี้มันเองก็น่าจะเป็นผลดีกับตัวของเราเช่นเดียวกันอย่างไรเสียถ้าได้สั่งสอนอ๋องน้อยเราเองก็จะมีฐานะและก็อาจจะได้รับการสนับสนุนจากท่านอ๋อง ”
“ ไม่เพียงเท่านั้นลองดูถึงความสามารถของอ๋องน้อยมีความสามารถที่ครบครันเพียงแต่ว่าขาดจิตใจที่มั่นคง”
“ ถ้าอยากจะสั่งสอนได้ก็คงจะต้องทำการบ่มเพาะจิตใจก่อนเป็นอย่างแรกให้กลายเป็นคนที่มีจิตใจที่แตกต่างออกไปจากในตอนนี้”
หลังจากที่นั่งตัดสินใจภายในใจของตนเองมาสักพักเขาเงยใบหน้าของตนเองขึ้นมาก่อนที่จะตอบกลับ“ เกี่ยวกับเรื่องนี้ข้าเองก็ไม่ได้ติดปัญหาอันใดแต่ว่าข้ามีข้อแม้ถ้าท่านอยากจะให้ข้าสั่งสอนท่านอ๋องน้อย ”
“ โอ้!!! ว่าอย่างไรล่ะข้อเสนอนั่นคืออะไรอย่าบอกนะว่าเกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรในการฝึกฝนเรื่องนั้นไม่จำเป็นจะต้องกังวล”
“ ไม่ขอรับตรงกันข้ามต่างหากในการฝึกฝนข้าไม่ต้องการให้ท่านส่งยาหรือว่าโอสถที่ช่วยในการฝึกฝนมาเลยแม้แต่น้อยแล้วอีกอย่างข้าอยากจะให้ท่านช่วยนำทหารมาคุมท่านอ๋องอย่างเข้มงวด ”
“ ถ้าท่านอ๋องไม่ทำตามที่คำพูดแม้แต่คำเดียวท่านต้องให้ทหารเหล่านั้นลงโทษทันทีโดยไม่มีข้อแม้” หลี่หยุนยื่นคำขาดออกไปแก่ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า
แน่นอนว่าเมื่อได้ยินเรื่องนั้นอ๋องน้อยที่กำลังนั่งอยู่แสดงใบหน้าที่ไม่พึงพอใจเร่งเสียงขึ้นในทันที“ นี่เจ้า!!!! ”
แต่เมื่อเสียงอ๋องน้อยดังขึ้นทางด้านของท่านอ๋องใช้ดวงตาของตนเองเหลือบไปมองที่บุตรชายเพียงแค่ได้สมกับดวงตาของผู้เป็นบิดาอ๋องน้อยก็สงบลงในทันที
ท่าทางที่สงบราวกับลูกแมวปรากฏขึ้นหลี่หยุนเห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ยิ้มออกมา
“ เข้าใจแล้ว ถ้านั่นคือความตั้งใจและก็สิ่งที่ท่านต้องการข้าเองก็สามารถให้ได้เช่นเดียวกันแต่ว่าค่าตอบแทนการสอนล่ะอย่างไรเสียก็ต้องมีค่าจ้างไม่ใช่หรือ ”
“ นั่นสินะขอรับถ้าพูดถึงค่าตอบแทนการสอนเอาเป็นว่าข้าขอเข้าไปภายในอารามซ่อนมารได้หรือไม่” หลี่หยุนกล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเขายื่นข้อเสนอออกไปด้วยข้อเสนอที่น่าจะสมน้ำสมเนื้อกับข้าวแรงการจ้าง
ท่านอ๋องแสดงท่าทางเคร่งขรึมจริงจังแล้วก็ขาวขึ้นมาราวกับเข้าใจ“ เข้าใจแล้วอารามซ่อนมารแต่ว่าสถานที่แห่งนั้นมันไม่มีอันใดอยู่แล้วนะ ”
“ ไม่เป็นอันใดขอรับข้าเพียงแค่อยากจะเข้าไปดูเท่านั้นเอาเป็นว่าถ้าท่านอ๋องตกลงในวันพรุ่งนี้ก็ให้ท่านอ๋องน้อยเดินทางไปที่สำนักเทพปฐพีในยามเช้า”
“ เข้าใจแล้วข้อตกลงเป็นไปตามนั้น!!! ”
ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งสองฝ่ายจะสามารถตกลงกันได้สำเร็จหลี่หยุนเดินทางออกมาจากจวนของท่านอ๋องแล้วก็กลับไปที่บ้านชานเมืองของตนเอง
จบบท