ท่ามกลางความอ้างว้างของเทือกเขาหมื่นลี้ที่ตั้งตระหง่านเสียดฟ้า ยอดเขาเหมันต์นิรันดร์ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนที่ไม่มีวันละลาย แสงอาทิตย์มิอาจส่องทะลุม่านเมฆทมิฬที่หมุนวนอยู่เบื้องบนได้ สถานที่แห่งนี้คือที่ตั้งของ "สำนักบุปผาหิมะ" ดินแดนลับแลที่ถูกขนานนามว่าเป็อารามแห่งความบริสุทธิ์
กฎเหล็กของสำนักนั้นเด็ดขาดราวกับคมกระบี่น้ำแข็ง 'บุรุษเพศคือสิ่งต้องคำสาป ห้ามย่างกรายเข้าเขตสำนักในรัศมีร้อยลี้' ภายในหุบเขาลึกเบื้องล่าง กลิ่นอายของมวลบุปผาหิมะที่เบ่งบานกลางความหนาวเหน็บโชยขึ้นมาตามกระแสลม ผสมผสานกับกลิ่นอายปราณบริสุทธิ์ของเหล่าจอมยุทธ์หญิงนับร้อยที่พำนักอยู่ ณ ที่นั่น พวกนางใช้ชีวิตสันโดษ ฝึกปรือวรยุทธ์และชำระล้างจิตใจให้ใสกระจ่างดุจผลึกน้ำแข็ง โดยหารู้ไม่ว่าเหนือศีรษะของพวกนางขึ้นไปบนยอดเมฆทมิฬที่มืดมิดที่สุด มีดวงตาคู่หนึ่งกำลังเฝ้ามองลงมาด้วยความหิวกระหายที่สั่งสมมานับศตวรรษ
โม่ฉี พญากิเลนเฒ่าผู้มีตบะแกร่งกล้าพันปี ยืนตระหง่านอยู่บนจุดสูงสุดของมวลเมฆ ร่างมนุษย์ที่เขาเลือกปรากฏนั้นมิใช่ชายหนุ่มสำอางที่ดูบอบบาง แต่เป็ผู้เฒ่าในวัยประมาณ 60 ปี ที่ดูองอาจและทรงอำนาจเกินกว่าที่ใครจะกล้าสบตา เส้นผมยาวสลวยสีขาวเงินดุจใยไหมพาดผ่านบ่ากว้างที่หนาบึกบึน ใบหน้าคมเข้มที่ผ่านการกรำศึกมาอย่างยาวนานมีริ้วรอยแห่งกาลเวลาที่เพิ่มเสน่ห์ดุดันและน่าเกรงขาม ดวงตาสีครามเข้มของเขาฉายประกายแห่งตัณหาอันลุ่มลึกที่ซุกซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็น
ภายใต้ชุดคลุมผ้าไหมนิลเนื้อดีที่ถูกปล่อยให้สาบเสื้อเปิดกว้าง เผยให้เห็นแผงอกสีทองแดงที่กำยำล่ำสัน ผิวกายของเขาตึงเปรี๊ยะห่อหุ้มมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่นเป็ลอนชัดเจนประหนึ่งสลักจากศิลาแกร่งพันปี แผ่นหลังที่กว้างขวางและ่เอวที่สอบลงบ่งบอกถึงสรีระที่สมบูรณ์แบบของนักรบที่มิเคยร่วงโรยไปตามวัย ทุกครั้งที่เขาขยับกาย กลิ่นอายปราณหยางที่ร้อนแรงจะแผ่ซ่านออกมาจนหิมะรอบข้างกลายเป็ไอ
ย้อนกลับไปตลอด 200 ปีที่ผ่านมา โม่ฉีต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางกลิ่นคาวเืและการสู้รบอันไร้สิ้นสุด ในฐานะผู้นำเผ่าพันธุ์สัตว์เทพ เขาต้องปราบปรามปีศาจร้ายและเผชิญหน้ากับความตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า จิติญญาของเขาเริ่มแห้งผากดุจทะเลทรายที่ขาดฝน ความสำเร็จและอำนาจวาสนาที่เขามีกลับกลายเป็ความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจ การได้รับการยกย่องสรรเสริญจากเหล่าสัตว์เทพน้อยใหญ่ การที่ชื่อเสียงของเขาแผ่ไปทั่วสารทิศ การที่ศัตรูต่างสั่นะเืเมื่อได้ยินนามของเขา สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่สามารถเติมเต็มความรู้สึกเหงาหงอยที่เพิ่มมากขึ้นในหัวใจของเขาได้
เขาเริ่มเบื่อหน่ายกับเสียงโห่ร้องของาและโหยหา "ความนุ่มนวล" ที่ตรงกันข้ามกับชีวิตที่เขาเป็อยู่ ในยามค่ำคืนที่เงียบสงบ เมื่อเสียงาสงบลง เขามักจะนั่งเพ่งมองดวงจันทร์และรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่แทรกซึมเข้ามาในจิติญญา เขาเริ่มคิดถึงสิ่งที่เขาไม่เคยได้ัั ความอ่อนโยน ความอบอุ่น เสียงหัวเราะที่ไร้เดียงสา และสายตาที่เปี่ยมด้วยความรักใคร่
ใน่เวลาเ่าั้ เขาจะนึกถึงเื่เล่าที่เขาเคยได้ยินจากสัตว์เทพรุ่นเก่า เกี่ยวกับความงดงามของเหล่าหญิงสาวมนุษย์ที่มีผิวพรรณเนียนนวล มีเสียงหัวเราะไพเราะ และมีหัวใจที่อ่อนโยนกว่าใครๆ พวกเขาเล่าว่าการได้ัักับความนุ่มนวลของหญิงสาวนั้นเป็ประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมเลือน เป็ความสุขที่แตกต่างจากความสำเร็จในสนามรบอย่างสิ้นเชิง
ภาพความทรงจำเมื่อร้อยปีก่อนยังคงเด่นชัดในมโนสำนึก... ในยามที่เขาเหาะเหินผ่านยอดเขานี้เพื่อไปทำศึกกับกองทัพปีศาจที่บุกรุกดินแดนทางเหนือ เขาได้เห็นกลุ่มดรุณีน้อยในสำนักบุปผาหิมะนุ่งห่มเพียงผ้าไหมบางเบา ออกมาเริงร่าร่ายรำและสรงน้ำในสระเหมันต์ที่อยู่ในสวนลับของสำนัก
ผิวกายของพวกนางขาวผ่องดุจหิมะสลัก เปล่งประกายระยิบระยับใต้แสงแดดยามบ่าย ทรวงอกที่เริ่มชูชันขยับไหวตามท่วงท่าที่อ่อนช้อย เส้นโค้งของร่างกายที่สง่างามราวกับงานศิลปะที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยฝีมือของเทพเ้า ผมยาวสีดำที่ไหลระบายลงมาตามหลังเหมือนน้ำตกที่ไหลลงจากหน้าผา เสียงหัวเราะที่ก้องกังวานดุจระฆังแก้วได้จุดไฟ "กิเลส" ในกายสัตว์เทพของเขาให้ลุกโชนมาจนถึงทุกวันนี้
ใน่เวลานั้น เขาได้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่มีใบหน้าสวยงามเป็พิเศษ ดวงตาใสวิ๋งเหมือนดาวในยามค่ำคืน ริมฝีปากชมพูอ่อนที่โค้งเป็รอยยิ้มอันไร้เดียงสา เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า สายตาของนางเผอิญไปพบกับดวงตาของเขาเพียงชั่วขณะ แต่ชั่วขณะนั้นเองที่ทำให้หัวใจของพญากิเลนเฒ่าผู้นี้เต้นแรงจนเขาเกือบจะตกจากท้องฟ้า
นางมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่มีความกลัวหรือความเกลียดชัง เพียงแค่ความสงสัยอย่างไร้เดียงสาของเด็กสาวที่เห็นสิ่งแปลกใหม่ แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไร เสียงเรียกจากเหล่าอาจารย์ในสำนักก็ดังขึ้น และนางก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในสำนักพร้อมกับเพื่อนๆ
ั้แ่วันนั้นมา ภาพของหญิงสาวคนนั้นก็ติดอยู่ในใจของเขาอย่างไม่อาจลบเลือน เขาเริ่มบินผ่านบริเวณนั้นบ่อยขึ้น โดยหวังที่จะได้เห็นนางอีกครั้ง แต่ด้วยกฎเหล็กของสำนักที่เข้มงวด เขาไม่เคยได้เห็นนางออกมานอกกำแพงอีกเลย
ความปรารถนาที่เริ่มต้นจากความอยากรู้อยากเห็นค่อยๆ เปลี่ยนเป็ความหิวกระหาย ความ้าที่จะได้ัักับความนุ่มนวลที่เขาไม่เคยได้รับ เขาเริ่มจินตนาการถึงการได้อยู่ใกล้ชิดกับเหล่าหญิงสาวเ่าั้ การได้ััผิวที่เนียนนวล การได้ดมกลิ่นหอมของผมยาว การได้ฟังเสียงหัวเราะที่ไพเราะ
'ข้าเบื่อกลิ่นคาวเืเต็มทน... ถึงเวลาที่พญากิเลนเฒ่าอย่างข้าควรจะอาบชโลมกายด้วยน้ำหวานจากบุปผาหิมะเหล่านี้ให้กระชุ่มกระชวยเสียที'
โม่ฉีรู้ดีว่าการจะเข้าไปสู่รังของเหล่าหญิงสาวที่เกลียดชังบุรุษเช่นนี้ มิอาจใช้กำลังเข้าหักหาญได้ เพราะนั่นจะทำให้เสน่ห์ของความยินยอมพร้อมใจหายไป การใช้กำลังบังคับจะทำให้ความสุขที่เขา้ากลายเป็เพียงการที่ไร้ความหมาย เขา้ามากกว่านั้น เขา้าให้พวกนางยอมใจให้ เขา้าให้พวกนางรักและปรารถนาเขาด้วยใจสมัคร
เขาจึงต้องใช้อิทธิฤทธิ์จำแลงกายที่พิสดารล้ำลึกของเขาในการวางอุบาย ความสามารถในการจำแลงกายนี้เป็พร์พิเศษที่เขาได้รับมาั้แ่กำเนิด และได้รับการฝึกฝนจนเชี่ยวชาญใน่พันปีแรกของชีวิต เขาจำแลงกายได้สารพัด ไม่ว่าจะเป็เด็กน้อยไร้เดียงสา ชายฉกรรจ์ผู้องอาจ หรือแม้แต่จำแลงเป็สตรีงามเพื่อแฝงตัวเข้าไป
ในอดีต เขาเคยใช้ความสามารถนี้ในการสอดแนมข้าศึก การแทรกซึมเข้าไปในค่ายศัตรู หรือการหลบหนีจากสถานการณ์อันตราย แต่ครั้งนี้เขาจะใช้มันเพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างออกไป เพื่อความปรารถนาส่วนตัวที่เขาสะสมมานานนับร้อยปี
ทว่าแผนการในครั้งนี้เขา้าสิ่งที่ "แเี" กว่านั้น เขา้าแผนที่จะทำให้เขาสามารถเข้าใกล้เหล่าหญิงสาวได้อย่างไม่มีใครสงสัย สามารถััพวกนางได้อย่างเป็ธรรมชาติ และสามารถสร้างความผูกพันทางอารมณ์ก่อนที่จะเผยตัวตนที่แท้จริง
'ข้าจะแทรกซึมเข้าไปในฐานะสิ่งมีชีวิตที่พวกนางรักและไว้ใจที่สุด... ข้าจะััความนุ่มนวลของพวกนางทุกอณูเนื้อ และเมื่อถึงเวลาที่ความมืดปกคลุม ข้าจะเผยตัวตนที่แท้จริงเพื่อสั่งสอนให้พวกนางรู้ว่า รสชาติของ "บุรุษเฒ่า" ที่เปี่ยมด้วยพลังสัตว์เทพนั้นเร่าร้อนเพียงใด'
แผนการของเขาค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในใจ เขาจะจำแลงกายเป็สิ่งมีชีวิตที่เหล่าหญิงสาวในสำนักจะไม่มีทางระแคะระคาย สิ่งที่พวกนางจะอุ้มชู จะลูบคลำ จะกอดแนบชิดกับอก และที่สำคัญที่สุด สิ่งที่จะสามารถอยู่ในห้องส่วนตัวของพวกนางได้โดยไม่มีใครสงสัย
โม่ฉีแสยะยิ้ม แววตาเ้าเล่ห์พราวระยับด้วยแผนการร้าย รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจและความคาดหวัง เขาเริ่มรวบรวมลมปราณ พลังงานสีทองแดงเริ่มหมุนวนรอบร่างกายของเขา ร่างกายที่กำยำล่ำสันของผู้เฒ่าค่อยๆ สลายตัวกลายเป็หมอกธาตุสีขาวมุกที่แฝงไปด้วยปราณหยางเข้มข้น
กระบวนการจำแลงกายเริ่มต้นขึ้น เขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับโมเลกุล การที่ร่างกายของเขาค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไปสู่รูปแบบใหม่ ความรู้สึกนี้เป็ทั้งความเ็ปและความสุขปนกัน เหมือนกับการเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง
เตรียมพร้อมสำหรับการจุติใหม่ในรูปลักษณ์ที่จะสั่นคลอนกฎเหล็กพันปีของสำนักบุปผาหิมะให้พังทลายลงในไม่ช้า เขาจินตนาการถึงความประหลาดใจของเหล่าหญิงสาวเมื่อพวกนางรู้ความจริง ถึงความสับสนวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น และที่สำคัญที่สุด ถึงความสุขที่เขาจะได้รับจากการทำลายความบริสุทธิ์ที่พวกนางภาคภูมิใจ
'รอข้าก่อนเถอะ... เหล่าบุปผาน้อยผู้ไร้เดียงสา กิเลนเฒ่าผู้นี้มามอบความอุ่นซ่านที่พวกเ้ามิเคยพานพบให้ถึงเตียงแล้ว'
สิ้นเสียงพึมพำ มวลเมฆทมิฬบนท้องฟ้าก็แปรปรวน พายุหิมะเริ่มพัดกรรโชกแรงขึ้น ราวกับเป็ลางบอกเหตุถึงมหกรรมแห่งราคะที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ สำนักที่เคยเงียบสงบแห่งนี้