บทที่ 1 เกิดใหม่
“เยว่เยว่ เธอเยี่ยมมากเลย ฉันรู้ว่าเยว่เยว่ของฉันทั้งสวยทั้งเก่ง”
“อย่าชมฉันเลย”
เจียงหว่านเยว่ยกยิ้มมุมปาก แสร้งทำท่าทีเขินอายพลางพูดว่า “หนิงเหยียน นายจะคิดว่าฉันไร้ประโยชน์เกินไปหรือเปล่า? เพราะความจริงแล้ว ตอนนั้นคนที่สอบติดมหาวิทยาลัยคือเจียงอี้ แต่ฉันกลับเป็คนแย่งโอกาสของเธอมา แล้วยังได้งานต่อจากพ่อของเธอจนได้มีทุกวันนี้ ฉันรู้สึกว่ามีแค่เจียงอี้เท่านั้นที่ดูคู่ควรกับนาย”
“อย่าพูดถึงยัยนั่นเลย สกปรก!” โจวหนิงเหยียนพูดอย่างรังเกียจ “จะโทษเธอก็ไม่ได้ ต้องโทษว่าเจียงอี้โง่เองต่างหาก!”
เจียงหว่านเยว่ได้ยินดังนั้นก็พอใจ พลางยื่นหน้าเข้าไปจูบอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน
“นั่นสิ ถ้ายัยนั่นไม่โง่ คงไม่คิดว่านายเป็ผู้มีพระคุณแบบนั้น ฉันยังจำได้เลยว่าตอนที่ยัยนั่นเสียความบริสุทธิ์แล้วยังคิดฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ คงไม่รู้เลยว่าตอนนั้นนายแอบดูเธอโดนรังแกอยู่ใกล้ ๆ”
โจวหนิงเหยียนได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมา เขาไม่ได้รู้สึกละอายใจแต่กลับภูมิใจเสียอีก
“ดีที่ฉันกะเวลาได้พอดิบพอดี ยัยนั่นเลยไม่ได้ตายเร็วเกินไป เพราะก่อนอื่นต้องกำจัดพ่อแม่และน้องชายของยัยนั่นออกไปก่อน เงินที่หล่อนหามาได้ในอนาคตต้องตกเป็ของฉันอยู่ดี ถ้าไม่มีเงินของผู้หญิงคนนั้น พวกเราจะมีชีวิตสุขสบายแบบนี้เหรอ?”
เจียงอี้ได้ยินบทสนทนาของคนทั้งสองจากในห้อง เธอตัวสั่นเทา
ผู้มีพระคุณงั้นเหรอ?
ความทรงจำในวันแรกที่หญิงสาวกลับจากชนบทหลั่งไหลเข้ามาในหัว มันคือกับดักที่เขากับเจียงหว่านเยว่ร่วมมือกันวางไว้ พวกเขาทั้งคู่เป็คนทำลายชีวิตเธอแท้ ๆ แต่เขากลับกล้าใช้สถานะของผู้มีพระคุณมาเกาะเธอเป็ปลิง สูบเืสูบเนื้อ แล้วใช้ชีวิตหรูหรามาโดยตลอด!
ไม่ใช่แค่ความบริสุทธิ์ของเธอที่ถูกทำลายด้วยน้ำมือของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงงานของพ่อที่ถูกเจียงหว่านเยว่แย่งชิงไป ทั้งใบตอบรับเข้าเรียนของเธอ แม้กระทั่งพ่อแม่และน้องชายล้วนแต่ต้องตายเพราะตนไม่รู้จักดูคนให้ดี จนถูกคนทั้งสองคนนี้ทำร้ายจนหมดสิ้น
ต้องฆ่า! เธอต้องฆ่าพวกมันซะ!
เจียงอี้พุ่งเข้าไปข้างใน บีบคอเจียงหว่านเยว่แล้วลากอีกฝ่ายไปที่ริมหน้าต่าง
“อย่า! เจียงอี้ปล่อยเยว่เยว่เดี๋ยวนี้!”
โจวหนิงเหยียนจ้องมองร่างของเจียงหว่านเยว่ที่ห้อยอยู่ตรงหน้าต่างด้วยใบหน้าซีดเผือด ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่ง ร่างกายของเขาสั่นเทาจนไม่กล้าก้าวขาเข้าไปใกล้
“ปล่อย… ปล่อยฉัน หนิงเหยียน! ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย!”
เจียงหว่านเยว่พยายามดิ้นรนสุดแรง แต่เจียงอี้แข็งแกร่งเกินไป อีกฝ่ายบีบคอของเธอด้วยสีหน้าจริงจัง จนใบหน้าของเจียงหว่านเยว่กลายเป็สีม่วงคล้ำ ก่อนจะหมดสติไปในที่สุด
หลังจากจัดการเจียงหว่านเยว่เสร็จแล้ว เจียงอี้จึงหอบร่างของอีกฝ่ายมาวางไว้ที่ข้างหน้าต่าง ก่อนจะหันกลับมามองผู้ชายอีกคนด้วยความเกลียดชัง เธอเดินเข้าหาเขาอย่างเชื่องช้า ราวกับปีศาจร้ายที่คลานออกมาจากขุมนรก
“นายบอกให้ฉันปล่อยเธอเหรอ? ได้! โจวหนิงเหยียนนายเดินเข้ามาสิ นายจะไปอยู่เป็เพื่อนเธอไหมล่ะ?”
"เธอ... เธอฆ่าเยว่เยว่แล้วเหรอ? เจียงอี้ เธอมันบ้าไปแล้ว! ไม่นะ! อย่า... อย่าเข้ามานะ! ฉัน… ฉันเป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเธอนะ..." โจวหนิงเหยียนคิดว่าเจียงหว่านเยว่ตายไปแล้ว ใบหน้าของเขาเผยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด พลางก้าวถอยหลังอย่างหวั่นเกรง มือที่ใช้ยันผนังเอาไว้พลันสั่นเทา
"ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตอย่างนั้นเหรอ? ช่างน่าขำสิ้นดี นายยังกล้าพูดถึงเื่นี้อีกเหรอ?" เจียงอี้มองท่าทางไร้ค่าของเขา น้ำตาสีเืไหลอาบแก้ม
โจวหนิงเหยียนกับเจียงหว่านเยว่พูดถูก เธอโง่เกินไป เธอมันโง่มากจริง ๆ ที่ถูกไอ้ขยะอย่างโจวหนิงเหยียนหลอกมาตั้งนาน ชีวิตของเธอช่างเหมือนเื่ตลก
เมื่อนึกถึงครอบครัวที่รักและเอ็นดูเธออย่างจริงใจ เจียงอี้พลันรู้สึกเหมือน่เวลาแห่งความสุขเ่าั้จุกอยู่ที่ลำคอ
"แต่ทำไมล่ะ?"
เจียงอี้พยายามกลืนมันลงไปอย่างยากลำบาก เธอไม่รู้ว่าตัวเองกำลังถามใคร เธอพึมพำเหมือนคนเสียสติว่า "ความผิดคือการที่ฉันโง่เกินไป ต้องขอโทษพ่อแม่และน้องชายด้วย ฉันไม่มีหน้าอยู่บนโลกนี้อีกแล้ว แต่ทำไมพวกนายถึงยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างสุขสบาย ทำไมพวกนายถึงไม่ชดใช้กรรมบ้าง! คนที่สมควรตายที่สุดคือพวกนายต่างหาก!"
เธอเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ปรี่เข้าไปหาและเอื้อมมือคว้าร่างของอีกฝ่ายไว้
"อย่า!" โจวหนิงเหยียนใ เขาร้องโวยวายราวกับคนเสียสติ "อย่าฆ่าฉัน!"
เจียงอี้ไม่ปล่อยให้เขาขัดขืน เธอออกแรงเหวี่ยงร่างของโจวหนิงเหยียนไปกระแทกกับร่างของเจียงหว่านเยว่ เธอกำลังจะปล่อยหมัดใส่เขา แต่ด้วยความกลัว โจวหนิงเหยียนดิ้นรนอย่างเอาเป็เอาตาย จนเผลอผลักเจียงหว่านเยว่ตกลงไปจากหน้าต่าง ส่วนตัวเขาเองก็ลื่นล้ม มือหนึ่งคว้าตัวเจียงอี้เอาไว้ ทำให้ร่างทั้งสองร่วงหล่นลงไปด้วยกันอย่างควบคุมไม่ได้ "อย่า! ช่วยฉันด้วย!"
"พ่อ แม่ น้องชาย ถ้าชีวิตคนเรามีชาติหน้าจริง ขอให้ฉันได้ไถ่บาปก็คงดี"
ณ ใจกลางเมือง เจียงอี้ร่วงหล่นลงมาจากตึกสูง สติของเธอเริ่มพร่าเลือน แต่เหมือนเธอได้ยินเสียงดังขึ้น เสียงนั้นเหมือนจะเป็เสียง ‘คุณอา’ ของโจวหนิงเหยียน
ทว่าทุกอย่างกลับจบสิ้นแล้ว...
"รับเงินไปแล้วก็ทำให้ดี จำไว้ว่าถ้าเื่นี้พัง ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!"
"พี่เหยียนวางใจเถอะ สาวน้อยที่แสร้งทำเป็ใสซื่อ พอตกอยู่ในมือผมแล้ว ผมจะทำให้เธอเชื่องเอง!" คำพูดที่น่ารังเกียจและหยาบคายดังขึ้น พร้อมกับความรีบร้อนที่เห็นได้ชัด
เจียงอี้ก้าวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว เธอเห็นโจวหนิงเหยียนยืนอยู่ในตรอกกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งทั้งสองคนนั้นกำลังหันหลังให้เธอ
โจวหนิงเหยียน?
เขาตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?
เจียงอี้ยืนนิ่ง มองชุดที่ตัวเองสวมใส่ เสื้อผ้าสีซีดมีรอยปะอยู่เต็มไปหมด เธอสับสนมากที่จู่ ๆ ก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ในตรอกทางใต้ของสถานีรถไฟในเมืองหลวง
ตอนนี้... เธอ... กลับมาเกิดใหม่แล้วงั้นเหรอ?!
เจียงอี้ควบคุมร่างกายที่สั่นเทาแทบไม่อยู่ เงยหน้ามองคนสองคนที่อยู่ตรงหน้า แล้วนึกถึงเื่ราวในอดีต
วันที่ 1 มิถุนายน ปี 1978 ตอนนั้นเธออายุสิบแปดปี กำลังทำงานอยู่ที่ชนบทในฐานะยุวชนมีการศึกษา ทันใดนั้น เธอได้รับโทรเลขจากแม่ที่ส่งมาบอกให้กลับเมืองโดยด่วน และในตรอกแห่งนี้เองที่เธอถูกพวกอันธพาลล่วงเกิน
หลังจากนั้น โจวหนิงเหยียนก็ปรากฏตัวราวกับผู้กอบกู้โลก ในขณะที่คนอื่น ๆ ต่างประณามเธอว่าไร้ยางอาย สาปแช่งให้เธอตายไปซะ แต่โจวหนิงเหยียนกลับปกป้องและพาเธอออกจากเหตุการณ์เลวร้าย นอกจากนี้เขายังปลอบอีกว่ามันไม่ใช่ความผิดของเธอ
หลายปีต่อมา โจวหนิงเหยียนกับเจียงหว่านเยว่ก็คอยล้างสมองหญิงสาว ทำร้ายครอบครัวของเธอ แต่กลับใช้ความเมตตาที่แสนจอมปลอมนั้นเข้ามาสูบเืสูบเนื้อเธอตลอดชีวิต
บทสนทนาของคนทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป
"เอาละ" โจวหนิงเหยียนเหลือบมองนาฬิกา "จำไว้ ั้แ่เธอปรากฏตัว แกมีเวลาแค่สิบนาทีเท่านั้น ไม่ว่าจะเสร็จหรือไม่ก็รีบหนีไปซะ! แล้วตอนหนีอย่าลืมเอาเสื้อผ้าของเธอไปด้วยล่ะ"
"แค่สิบนาทีไม่พอหรอกนะ" อันธพาลคนนั้นยังอยากต่อรองราคา โจวหนิงเหยียนไม่ได้ปฏิเสธ เขาแค่พยักหน้าแล้วจ่ายเงินให้อีกฝ่าย
"ได้เลย ๆ พี่เหยียนถ้ามีโอกาสหน้า อย่าลืมน้องชายคนนี้ด้วยนะ"
ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าการได้ยินของตัวเองดีกว่าเมื่อก่อนมาก เพราะในชาติที่แล้ว เธอไม่ได้ยินบทสนทนาของคนทั้งสองเลย จนกระทั่งเดินเข้าไปแล้วถูกอันธพาลรังแก โจวหนิงเหยียนก็หายตัวไปแล้ว
เมื่อเห็นว่าโจวหนิงเหยียนกำลังจะเดินออกไป เจียงอี้ไม่มีเวลาคิดมากเลยคว้าเสื่อขาด ๆ ข้างทางแล้วพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายทันที
เสื่อถูกคลุมลงบนตัวของโจวหนิงเหยียน เจียงอี้รีบคว้าเชือกที่หลุดร่วงออกมาพันรอบตัวเขาอย่างรวดเร็ว ภายในสามวินาที โจวหนิงเหยียนที่ถูกมัดก็ล้มลง ในขณะเดียวกันเจียงอี้ยังหันหลังกลับไปเตะอีกคนที่ตามมาอย่างแรง
“โอ๊ย!”
อันธพาลร้องลั่นด้วยความเ็ป ยังไม่ทันได้เห็นหน้าเจียงอี้ชัด ๆ ร่างนั้นกลับถูกเตะกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงจนสลบไป
“ใครกัน? ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!”
ความมืดพลันเข้าปกคลุมโจวหนิงเหยียน เขาร้องลั่นด้วยความใ เมื่อรู้สึกว่าถูกบางอย่างคลุมตัวอยู่ ความกลัวที่ไม่รู้จักทำให้เขาพยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิต พร้อมกับะโข่มขู่อีกฝ่าย
“แกเป็ใคร? แกรู้ไหมว่าฉันเป็ใคร? ฉันขอเตือนแกให้ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้! ถ้าแกกล้าแตะต้องฉันแม้แต่นิดเดียว ชีวิตนี้แกไม่มีทางเจริญแน่!”
เจียงอี้ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ความเกลียดชังทำให้เธอเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วว่องไวกว่าที่เคยเป็มา
เธอรีบถอดเสื้อผ้าของอันธพาลออกอย่างรวดเร็ว เธอใช้เสื้อผ้าส่วนหนึ่งปิดหัวของอันธพาล และใช้อีกส่วนหนึ่งปิดปากของคนทั้งสอง
เธอเดินทีละก้าวเข้าไปหาโจวหนิงเหยียน จากนั้นก็เตะเข้าที่ท้องของเขาอย่างแรง เตะซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อั่ก!
โจวหนิงเหยียนขดตัวด้วยความเ็ป เหงื่อไหลพรากราวกับหยาดฝน เขาไม่เคยต้องพบเจอกับความทุกข์ทรมานเช่นนี้มาก่อน จึงไม่กล้าส่งเสียงดังอีกต่อไป ได้แต่เอ่ยปากขอร้องอย่างอ่อนแรง "ยะ… อย่า… อย่าตีผมเลย คุณปล่อยผมไปเถอะ"
ปล่อยงั้นเหรอ?
แล้วทำไมชาติที่แล้วไม่เห็นมีใครปล่อยเธอไปบ้างเลยล่ะ?
เจียงอี้ก้มลงใช้มือข้างหนึ่งปิดปากโจวหนิงเหยียน จากนั้นก็คว้าท่อนไม้ที่ตกอยู่ใกล้ ๆ ฟาดลงไปที่แขนขวาของอีกฝ่ายอย่างแรง
อ๊าก!
โจวหนิงเหยียนร้องลั่น ก่อนจะหมดสติไป
เจียงอี้ไม่แม้แต่จะชายตามอง หันไปหักแขนขวาของอันธพาลอีกคน ก่อนจะถอดเสื้อผ้าของทั้งสองออก จนกระทั่งทั้งคู่ร่างกายเปลือยเปล่าแล้ว เธอจึงลากร่างของพวกเขามาวางไว้ด้วยกัน
เจียงอี้จัดการทุกอย่างจนเรียบร้อย ทำราวกับว่าเธอไม่เคยมาปรากฏตัวที่นี่มาก่อน แล้วถึงหันหลังเดินจากไป
ตลอดกระบวนการทั้งหมด เธอสงบนิ่งและรวดเร็ว เยือกเย็นจนน่าประหลาด
เธอไม่เคยคิดที่จะโทรแจ้งตำรวจ และชาตินี้เธอไม่ปล่อยให้พวกเขาสมหวังแน่! แม้ว่าเขาจะถูกจับได้ แต่ด้วยอิทธิพลของตระกูลโจว สุดท้ายโจวหนิงเหยียนคงไม่ต้องรับผิดชอบอะไรอยู่ดี
การจับโจวหนิงเหยียนเข้าไปเฉย ๆ นั้นมันง่ายเกินไปสำหรับเขา
การปล่อยให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป ถือเป็การแก้แค้นที่ดีที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเจียงหว่านเยว่ที่ทำตัวเป็ดอกบัวขาว*[1] อยู่อีก
"ใคร?"
เจียงอี้ที่เพิ่งเดินมาถึงหน้าตรอกได้ยินเสียง เธอคิดว่าเป็พวกเดียวกับโจวหนิงเหยียน จึงพุ่งเข้าใส่โดยไม่ลังเล
แต่ยังไม่ทันได้แตะตัวเป้าหมาย เธอก็ถูกใครบางคนจับข้อมือไว้ เจียงอี้เงยหน้าขึ้นด้วยความใและสบตาเข้ากับดวงตาเ็าคู่นั้น
"คุณเองเหรอ?"
[1] ดอกบัวขาว เป็คำสแลงในภาษาจีน ใช้เรียกผู้หญิงที่ภายนอกดูใสซื่อบริสุทธิ์ แต่มีพฤติกรรมที่ไม่ดี