- 11 -
อากาศที่หนาวเหน็บ
เพ่ยอิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ความเย็นของหุบเขาหนึ่งรัตติกาลทำร่างกายเ็ป ใบหน้าขาวซีดพยายามมองหาแสงสว่าง แต่กลับพบเพียงความมืดมิดดังเดิม
เชือกป่านทองของ์ มันมีไว้สำหรับเทพที่กระทำผิดร้ายแรง ไม่คิดเลยว่าจะเป็เทพอย่างเพ่ยอิง ศิษย์ที่น่าภาคภูมิใจขององค์ยูไล เขาทำอาจารย์ขายหน้าเสียแล้ว
“อึก!”
ลำคอแห้งผากเพราะอากาศ ราวกับว่าอยู่ท่ามกลางทะเลทราย ความทรมานพวกนี้ป๋อเหวินทนได้อย่างไรตั้งหลายร้อยปี ช่างเป็จอมมารที่บ้าเืเหลือเกิน
“เพ่ยอิงเอ๋ย...”
“ท่านอาจารย์!”
“เราเคยเตือนเ้าอยู่หลายครั้ง อย่ายุ่งกับชะตากรรมของผู้ใด”
“....”
“คราวนี้เ้าจะมีสติขึ้นมาได้หรือยัง? เชือกป่านทองที่รัดตรึงกายของเ้า ทำให้เ้าละอายได้บ้างหรือไม่เล่า”
“เราขอโทษ เราทำให้ท่านผิดหวังเสียแล้ว”
จริงอย่างที่เขาคิดมาโดยตลอด เพ่ยอิงก้มหน้ามองข้อมือที่โดนเชือกป่านทองรัดไว้ บน์เก้าชั้นฟ้าคงไม่มีใครต้อนรับเขาอีก ในฐานะเทพที่ทรงคุณธรรม ราชเลขาคนสำคัญของมหาเทพจวิ้นหยาง บัดนี้กลายเป็นักโทษที่ฝักใฝ่ช่วยเหลือมารร้าย
“ท่านอาจารย์ เรายินดีรับโทษแทนป๋อเหวิน ท่านอย่าให้เง็กเซียนฮ่องเต้ฆ่าเขาเลยนะ”
“เด็กโง่!”
“เราคงโง่จริงที่ทำเช่นนี้ แต่นั่นก็เป็หน้าที่ของเทพอย่างเราไม่ใช่หรือ?”
ไร้เสียงตอบรับจากองค์ยูไล มีเพียงลมเย็นที่พัดผ่านร่างกายของเพ่ยอิง เทพหนุ่มนั่งห่อตัวปากคอสั่น เพราะไม่คิดว่าต้องมาอยู่ในที่แบบนี้ จึงไม่ได้แต่งตัวให้หนาชิ้นอย่างทุกที
“หนาวชะมัด! หนาวไม่เคยเปลี่ยน!!!”
เสียงบ่นของเพ่ยอิงลอยอยู่ในบริเวณที่คุมขัง มันสะท้อนเข้ากับผนังหินแล้วหายไป พลันก็หวนนึกถึงป๋อเหวินขึ้นมา ใบหน้าเ็าลอยขึ้นมาในจิตใจ
“ช่างเขาสิ! เขาเกลียดเทพอย่างเรา จำเอาไว้เพ่ยอิง”
แต่สมองของเพ่ยอิงดื้อรั้น พวกมันกำลังฉายภาพของจอมมารหนุ่มเต็มหัวไปหมด
“ฮึ่ย! อย่าไปสนใจ อย่าไปนึกถึง”
ริมฝีปากบางบ่นพึมพำ ั์ตาฟ้าครามกลิ้งกลอกไปมาในมุมมืด ป๋อเหวินใจร้ายอย่างที่คนอื่นพูดกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะใจร้ายถึงเพียงนี้
“เขาใจร้าย แต่ทำไมเ้ายังรับโทษแทนเขาอีกล่ะ”
“ก็เพราะเราห่วง –”
เพ่ยอิงตวัดสายตามองไปทางต้นเสียง และพบกับคนที่อยู่ในสมองของตัวเอง
“ไม่จริง! นี่เราต้องกำลังฝันอยู่แน่...”
“เพ่ยอิง”
“มันเป็เพียงภาพลวงตา ไม่จริงๆ” เพ่ยอิงสะบัดหน้าไปมา เขาไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่าป๋อเหวินจะยอมเสี่ยงมาที่นี่
“ข้ามาหาเ้าจริงๆ ไม่ใช่ภาพลวงหลอกตาอะไรทั้งนั้น!”
“ท่านมาทำไม?”
“ช่วยเ้าออกไป”
“ไม่ไป!”
เพ่ยอิงตอบกลับมาทันที โดยไม่คิดอะไรทั้งนั้น ป๋อเหวินไม่ควรมาที่นี่! ์กำลังรอจับตัวของเขาอยู่ เพ่ยอิงนึกปวดหัวที่คนตรงหน้าไม่เข้าใจ ไม่รู้อะไร แล้วก็อวดเก่งกับทุกอย่างบนโลกนี้
“อ่า...ตอนนั้นที่ข้าไม่ยอมออกไป เ้าก็คงรู้สึกเช่นนี้เหมือนกันใช่ไหม?”
“เราไม่รู้สึก”
“ปากแข็งๆของเ้าเนี่ย ข้าอยากรู้ว่ามันจะอ่อนลงตอนไหน”
“กลับไปป๋อเหวิน!”
“ไม่กลับ ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าจะช่วยเ้าออกมา” จอมมารหนุ่มไม่ยอมไปไหน ยืนกรานว่าเพ่ยอิงต้องออกไปกับเขาเท่านั้น ต่อให้เง็กเซียนมาจับตัวเขาก็ตาม
“้าอะไรจากเรา?”
“ไม่มี”
“หรือเผ่ามารส่งท่านมาจับตัวเรา”
“เพ่ยอิง!!”
“พอสักทีเถอะป๋อเหวิน เราไม่รู้จะต้องทำอย่างไรอีกแล้ว ท่านช่วยไปให้ไกลจากเราได้ไหม” เพ่ยอิงสบตาที่กำลังวูบไหวของป๋อเหวิน เขาอยากให้จอมมารตรงหน้าปลอดภัย ขอแค่ป๋อเหวินไม่มาใกล้กับ์ เง็กเซียนฮ่องเต้ก็ฆ่าเขาไม่ได้
“ขอยากไปเพ่ยอิง”
พรึบ! แสงไฟสว่างขึ้นโดยรอบ ร่างของฮ่องเต้แห่ง์เก้าชั้นฟ้าปรากฏตรงหน้า
“ในที่สุดเ้าก็มาป๋อเหวิน”
“ฝ่าา! เราขอร้อง ปล่อยเขาไป เราจะรับผิดทุกอย่างแทนเขาเอง”
“ปล่อยเพ่ยอิง! แล้วก็เอาตัวของข้าไปเลย”
“ไม่เอา! ป๋อเหวิน อย่า…เราไม่เอาแบบนั้น” เพ่ยอิงส่ายหน้ารัว ดวงตาฟ้าครามตื่นตระหนก เขาไม่ยอมให้ป๋อเหวินตายหรอก
“จับตัวของป๋อเหวิน!”
“พะย่ะค่ะฝ่าา”
“ปล่อยเขา!!!! ห้ามจับตัวป๋อเหวินนะ บอกให้ปล่อยไง!!!” เทพหนุ่มแววตาลุกโชน เขากำลังโกรธกับภาพที่เห็นตรงหน้า ป๋อเหวินคุกเข่าอยู่กับพื้น ถูกตรวนสวมเข้ากับมือและเท้า
“อย่า! อย่าใช้พลัง ข้าไม่เป็ไร”
“พวกเขาจะฆ่าท่าน”
“เพ่ยอิง! ถ้าเ้าต่อต้านการจับตัวนักโทษ ความผิดเ้าคืออะไรคงรู้” เง็กเซียนฮ่องเต้เอ่ยปรามเพ่ยอิง แม้โดนคุมขังอยู่ แต่พลังของเพ่ยอิงก็มีไม่น้อย เกรงว่าความวุ่นวายจะตามมาไม่จบสิ้น
“พระองค์ไม่ฟังเรา! ความผิดของเขาเราจะรับแทนเอง”
“เ้ากำลังเอาแต่ใจ คิดว่าข้าต้องยอมให้เ้าทุกเื่เลยหรืออย่างไร?”
“อย่างน้อยเทพอย่างเรา ก็ไม่ควรมอบหนทางมืดบอดให้ผู้ใด พระองค์ให้เราเปลี่ยนใจของเขา เรายอมรับผิดที่ทำไม่สำเร็จ”
“ข้าจะส่งเ้าไปหาองค์มหาเทพจวิ้นหยาง!”
“ไม่เอา! ป๋อเหวิน....ท่าน” เง็กเซียนฮ่องเต้วาดมือลงบนอากาศ ร่างของเพ่ยอิงก็กลับมาอยู่ที่วังเหลียนฮวาทันที สองขาที่กำลังจะวิ่งออกไป กลับโดนองค์มหาเทพดึงรั้งไว้
“เพ่ยอิง เ้ากำลังฝักใฝ่ในตัวมารมากเกินไป”
“มหาเทพ....”
“เ้าเป็คนของวังเหลียนฮวา เป็เทพของ์เก้าชั้นฟ้า มองหน้าข้าแล้วบอกมาว่าเ้ายังไม่ลืม”
“ใช่ เรายังไม่ลืม”
“หลงเฟย! เอาเพ่ยอิงไปช่วยงานที่หอหลวง อย่าให้ออกมาจนกว่าข้าจะสั่ง”
“รับคำบัญชามหาเทพ”
าาัหลงเฟย ประมุขหอหลวงฉุดดึงเพ่ยอิงให้เดินตาม เทพหนุ่มไม่อาจปฏิเสธได้จำต้องทำตามคำสั่งของมหาเทพ
“ท่านอา...”
“เงียบเลยเด็กบ้า! ข้าใจคอไม่ดีั้แ่เ้าโดนคุมขังที่หุบเขาหนึ่งรัตติกาล”
“เราขอโทษ”
“เ้าจะทำอย่างไรต่อไป”
“หือ?”
“จะช่วยป๋อเหวินไม่ใช่หรือ เ้ามีแผนอะไรจะบุกไปที่แท่นปะา” หลงเฟยเอ่ยถามเด็กหนุ่มที่เดินตามหลังเขา
“ท่านวะ ว่าอะไรนะ!”
“ยังไม่แน่ชัดว่าป๋อเหวินจะโดนลงโทษอย่างไร แต่คงไม่ถึงกับฆ่ากันหรอก”
เพียงเท่านั้นแข้งขาที่กำลังเดินอยู่ก็อ่อนลง เขาพยายามตั้งมากมายเพื่อให้ป๋อเหวินปลอดภัย แต่มารอวดเก่งกลับเดินเข้าหาความตายโดยไม่เกรงกลัว
โม่หรานพ้นจากการโดนกักตัว และได้ยินว่าเสด็จพ่อจับตัวของป๋อเหวินได้ อีกทั้งตอนนี้เพ่ยอิงก็เป็อิสระถูกลงโทษให้ช่วยงานที่หอหลวง ร่างสูงไม่รีรอเวลาไปมากกว่านี้ เขาเดินตรงไปที่หอหลวงทันที จุดมุ่งหมายก็เพื่อ้าเห็นใบหน้าของเพ่ยอิง
“กำลังไปที่ใดหรือองค์รัชทายาท”
“อ่า..มหาเทพ”
“คราวก่อนข้าไม่มีโอกาสได้กล่าวขอบคุณ ที่ช่วยเพ่ยอิงจากเผ่ามาร”
“ข้าเต็มใจ”
“เพ่ยอิงเป็เด็กดื้อเงียบ อย่างไรเขาก็คงไม่ยอมแพ้เื่ป๋อเหวิน” มหาเทพจวิ้นหยางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ระคนเอ็นดูเพ่ยอิง แต่โม่หรานกลับไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น
“น้องเพ่ยอิงไม่ทำเช่นนั้นหรอก เด็กดีอย่างเขาต้องคิดได้แน่”
“ก็น่าจะเป็เช่นท่านคิด”
แผ่นหลังขององค์มหาเทพจวิ้นหยางก้าวเดินออกไป โม่หรานมองตามจนสุดสายตา เขารู้สึกได้ว่าพระองค์ดูปกติและไม่ทุกข์ร้อนกับสิ่งใด นั่นเป็เพราะได้ผ่านการฝึกจิตมาอย่างดี
หรือแท้จริงแล้วองค์มหาเทพจวิ้นหยางนั้นไม่ได้ใส่ใจมาั้แ่ต้น หรือไม่ก็....
รัชทายาทของ์ส่ายหัวไล่ความคิด นี่เขากำลังคิดเพ้อเจ้ออะไรอยู่ โดยเฉพาะกับผู้ยิ่งใหญ่ของ์อย่างองค์มหาเทพจวิ้นหยาง เป็ไปไม่ได้ที่พระองค์จะไม่ใส่ใจเื่ราวพวกนี้
โม่หรานก้าวเข้ามาในหอหลวง ดวงตาสอดส่ายหาเทพตัวขาว ก่อนจะพบเพ่ยอิงที่กำลังจัดเรียงตำราเข้าชั้นอยู่ เพียงเท่านี้ก็เรียกรอยยิ้มของโม่หรานได้
“น้องเพ่ยอิง....”
“โอ๊ะ! ท่านพี่ รู้ได้อย่างไรว่าเราอยู่นี่”
“หาตัวเ้าไม่ใช่เื่ยากสักหน่อย ว่าแต่เ้าต้องอยู่นี่อีกนานเท่าใด?” โม่หรานเอ่ยถาม เพ่ยอิงก็ส่ายหัวรัวทันที “ไม่รู้เหมือนกัน เราต้องรอฟังคำสั่งขององค์มหาเทพ”
“อืม ข้าเพิ่งเจอกับพระองค์เมื่อครู่”
“ท่านพี่ ตอนนี้ป๋อเหวินเป็อย่างไรบ้าง เขายังไม่โดนพิพากษาใช่ไหม?” น้ำเสียงร้อนรนของเพ่ยอิง ทำโม่หรานไม่พอใจ เขามองว่าเด็กตรงหน้าใสซื่อแสนดีมาโดยตลอด แต่ทำไมถึงกลายเป็เช่นนี้ไปได้ เพ่ยอิงกำลังทำตนเช่นเสด็จพ่อ ฝักใฝ่ใส่ใจในมารอย่างป๋อเหวิน
“อะไรของเ้า! ห่วงมารร้ายที่เป็ภัยต่อ์รึ!!”
“ป๋อเหวินไม่ใช่มารร้าย”
“เพ่ยอิง!”
“ทำไมท่านพี่ต้องเสียงดังด้วย เราแค่อธิบายในสิ่งที่เรามองเห็น ป๋อเหวินเป็ตัวร้ายในเื่เล่า แต่ชีวิตจริงของเขาไม่ได้เป็อย่างนั้น”
“ข้ามองเ้าผิดไปจริงๆ” โม่หรานเค้นเสียงต่ำตอบกลับ เพ่ยอิงตอนเด็กกับตอนนี้ช่างต่างกันนัก คำพูดของมหาเทพเป็ดังเมล็ดพืช มันหว่านลงไปในใจของโม่หราน
เวลานี้เขานึกอยากเอาชนะป๋อเหวินขึ้นมา โม่หรานอยากให้เพ่ยอิงร้อนรนเช่นนี้กับเขาบ้าง เมล็ดพืชของความมืดบอดในใจงอกเงยเติบโต บนพื้นที่ของโม่หรานเรียบร้อย