“อาเฮยระวัง”อาจูที่หันไปมองเพราะได้ยินเสียงลำไม้หักร้องเสียงหลงเวลานั้นหยางเถาอวี้เพิ่งยกถาดไก่ต้มออกมาวางที่ลานพักพอดีนางหันไปตามเสียงแล้วก็พลันทะยานตัวออกไปไวปานแสง พริบตาเดียวก็พุ่งตัวเข้าไปถึงร่างของอาเฮยมือข้างหนึ่งช้อนตวัดร่างของอาเฮยขึ้นมาแล้วคว้าเอาแขนข้างหนึ่งของเขาไว้ก่อนจะดีดตัวหลบกองไม้นั่งร้านที่พังครืนลงมา
ทุกคนที่ได้ยินเสียงและหันไปมองภาพเหตุการณ์ต่างพากันตกตะลึงตาค้างแว่บแรกให่วงอาเฮย พริบตาต่อมากลับอึ้งด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ทั้งดีใจที่เพื่อนปลอดภัยทั้งจังงังกับความเป็จริงตรงหน้าคนที่พุ่งเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนของตนได้ทันกาลกลับเป็คุณหนูตัวน้อยวัยสิบขวบเศษ
“อาเฮย”
“คุณหนู”
“อวี้เอ๋อ”ยายจางเดินออกมาจากส่วนครัวพร้อมความใจนหน้าซีดขาว
“ไม่เป็ไรๆ พวกเราปลอดภัย”เป็หยางเถาอวี้ที่รีบร้องะโบอกทุกคนขณะประคองอาเฮยลงยืนจนมั่นคงพอจึงปล่อยแขนของเขา
“ทำไมนั่งร้านถึงพังได้เนี่ย”ทุกคนวิ่งเข้ามาดูอาการของคนทั้งสอง นายช่างอู๋ร้องอุทานั้แ่ทำงานมาเขายังไม่เคยคุมงานอย่างประมาทเลินเล่อจนทำให้ลูกน้องาเ็มาก่อนเลย
หยางเถาอวี้เดินเข้าไปสำรวจกองนั่งร้านที่ล้มครืนลงมาด้านหนึ่งพร้อมกับนายช่างอู๋ไม่นานนางก็สังเกตุเห็นเชือกปอที่ใช้มัดนั่งร้านจำนวนหนึ่งซึ่งปลายของมันมีความเรียบผิดปกติเหมือนถูกของมีคมบดมากกว่าจะเกิดจากการขาดตามธรรมชาตินายช่างอู๋เดินตามเข้ามาดูปลายเชือกที่หยางเถาอวี้หยิบขึ้นจากพื้น
“นี่... ทำไมถึงเป็อย่างนี้ฝีมือของใครกัน” อาศัยประสบการณ์ย่อมบอกได้ว่าปลายเชือกที่ขาดนี้ถูกคนวางยา
“เป็ความผิดของข้าเองที่คิดไม่ถึง”หยางเถาอวี้ตอบอย่างสำนึกผิด
“หมายความว่าอย่างไรหรือขอรับคุณหนู”สองคิ้วของนายช่างอู๋ขมวดมุ่นเมื่อได้ยิน หรือนางจะเป็คนทำ
“เมื่อคืนนี้ข้าได้ยินเสียงขโมยสองคนย่องเข้ามาในบ้านของเราเ้าค่ะแต่ไม่นานมันก็หนีกลับไป ข้า... เลยคิดว่าปลอดภัยแล้วเช้านี้จึงไม่ได้บอกเล่าให้ใครฟัง เื่นี้อาจเป็ฝีมือของพวกมันนึกไม่ถึงเลยว่าพวกมันจะใจร้ายเช่นนี้” นางเล่าโดยเว้นรายละเอียดบางอย่างและรู้สึกเสียใจในความถือดีและความประมาทของตน
“หา... อวี้เอ๋อเื่ใหญ่เช่นนี้เ้าไม่สมควรปิดเงียบไว้นะหลาน ต่อไปต้องบอกผู้ใหญ่ให้รับรู้”ยายจางได้ยินพลันยกมือทาบอกใยิ่ง นางคิดว่าหยางเถาอวี้ยังเด็กจึงคิดอย่างเด็กๆจำเป็ต้องเอ็ดสอนบ้างเพื่อให้นางรู้จักคิดมากขึ้น
“ข้าขออภัยเ้าค่ะท่านยายขออภัยต่อนายช่างอู๋ พี่อาเฮยและพี่ๆ ทุกท่านด้วยเ้าค่ะข้าเกือบทำให้พวกท่านเดือดร้อนแล้ว”
“เอาเถอะขอรับ ท่านยังเด็กอาจจะขาดความรอบคอบไปบ้าง แต่ท่านก็เป็ผู้ที่ช่วยอาเฮยเอาไว้ข้าต้องขอบคุณคุณหนูด้วย” นายช่างอู๋ตอบ นึกย้อนไปถึงภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเห็นเขาพอจะคาดเดาได้ว่าหยางเถาอวี้ต้องมีพลังยุทธ์แน่นอนแต่ในเมื่อเด็กน้อยมิได้พูดถึง เขาจึงเลือกที่จะปิดปากเงียบไว้ก่อนและดูเหมือนความคิดนี้จะเกิดขึ้นนตรงกันกับทุกคนที่ทันเห็นเหตุการณ์เช่นกันไม่มีใครถามออกมาซักคน
“ใช่ขอรับ หากไม่ได้คุณหนูช่วยไว้ข้าอาจจะตายหรือกลายเป็คนพิการไปแล้ว”อาเฮยที่ยังยืนหน้าซีดกับเหตุการณ์เฉียดตายที่เพิ่งประสบรีบเอ่ยสนับสนุนผู้มีพระคุณ
“แล้วเ้าเห็นหรือไม่ว่าพวกมันเป็ใคร”ยายจางซัก
“ข้าไม่เห็นหน้าพวกมันเ้าค่ะได้ยินแต่เสียงเบาๆ พักหนึ่งก็เงียบหายไป คิดว่าปลอดภัยแล้วจึงไม่อยากบอกท่านยายให้หวาดกลัวไปเปล่าๆเ้าค่ะ”
“เฮ้อ เด็กหนอเด็ก เ้าคงพยายามแบกความรับผิดชอบไว้บนบ่าของตนและคิดแทนคนอื่นมากเกินไปนะอวี้เอ๋อจงจำไว้ว่าเ้ายังเป็เพียงเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้นไม่ว่าเ้าจะเก่งกาจแค่ไหนยายก็พร้อมจะเป็ที่พึ่งพิงให้กับเ้าเสมอถึงแม้จะทำอะไรไม่ได้มากนักก็ตาม เ้าเข้าใจที่ยายเอ็ดเ้าใช่หรือไม่”ยายจางเอ่ยอย่างผู้ที่ผ่านโลกมามากกว่าและเข้าใจในความคิดของหยางเถาอวี้เป็อย่างดีนางก็แค่พยายามจะเป็ผู้ใหญ่จนเกินตัว
“ท่านยาย...” นางโผเข้ากอดยายจางไว้น้ำตาที่ไม่เคยหลั่งออกมาเลยั้แ่เผชิญเคราะห์กรรมพลัดพรากจากดาวบ้านเกิดมาไกลถึงต่างเอกภพพลันร่วงรินลงมาไม่ขาดสายครั้งนี้ยายจางพูดจี้ถูกจุดจริงๆ ใช่แล้ว นางพยายามทำตัวให้เข้มแข็งพยายามสลัดความทุกข์ความโหยหาถึงครอบครัวออกไปจากจิตใจและเฝ้าประคองสติให้คิดถึงแต่ปัจจุบันและกาลข้างหน้า
“ถ้างั้นจากนี้ไปข้าจะเร่งทำรั้วบ้านให้เสร็จก่อนดีกว่าอย่างน้อยก็จะป้องกันได้มากขึ้นระดับหนึ่ง” นายช่างอู๋เสนอคราวแรกเขาคิดว่าจะสร้างรั้วบ้านหลังสุดปิดท้ายงาน เวลาขนย้ายอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆจะได้สะดวก อีกทั้งปกติแถวนี้ก็ไม่เคยมีโจรขโมยนับเป็ความสะเพร่าและมักง่ายของเขาด้วยเช่นกัน
“เอาล่ะๆ เลิกร้องไห้เถอะ เดี๋ยวตาช้ำจนกลายเป็สยงเมา(แพนด้า) จะทำยังไง”ยายจางลูบหลังหยางเถาอวี้อย่างอ่อนโยนพร้อมปล่อยให้เด็กน้อยได้ระบายความอัดอั้นตันใจออกมาพักหนึ่งจนเห็นสมควรจึงค่อยพูดติดตลกเพื่อหวังเปลี่ยนบรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่
“ฮ่าๆเป็สยงเมาก็น่ารักดีนะเ้าคะท่านยาย” หยางเถาอวี้เช็ดน้ำตาป้อยๆท่าทางน่ารักน่าสงสารนัก
คร่อก ~~~เสียงท้องร้องของใครบางคนดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่ไว้หน้าเ้าของ
“เอ้า เสียงท้องของใครประท้วงขึ้นมาดังขนาดนี้แล้วพวกเราก็มากินข้าวกันเถอะ วันนี้ยายรับรองว่าต้องอร่อยเหาะแน่นอน” ยายจางชักชวนด้วยคำศัพท์ที่จำมาจากอวี้เอ๋อ
“อร่อยเหาะเป็อย่างไรขอรับท่านยาย”เสียงคนงานเอ่ยถามขึ้นมาช่วยผ่อนคลายบรรยากาศ
“ก็แปลว่าอร่อยมากๆ อร่อยสุดยอดน่ะสิเชยจริง” ยายจางโต้คารม
“วันนี้คุณหนูกับท่านยายทำอะไรหรือขอรับ”นายช่างอู๋เอ่ยถามขณะชักชวนกันเดินมาถึงโรงครัว
“ทำข้าวมันไก่เ้าค่ะมีอย่างเดียวนะเ้าคะ” หยางเถาอวี้ตอบอย่างแกล้งๆ
“อย่างเดียวก็เพียงพอแล้วขอรับข้าเชื่อฝีมือของพวกท่าน” อาเฮยยิ้มรับพร้อมหยอกกลับ ั้แ่เกิดเื่อาละวาดของพวกจางฉินเมื่อวานทำให้ทุกคนรู้สึกเป็กันเองมากขึ้น ยิ่งประกอบกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาหมาดๆแล้วก็ยิ่งสนิทใจกัน
“พวกท่านเดินเรียงแถวมารับข้าวมันไก่เลยเ้าค่ะ”วันนี้หยางเถาอวี้ปรับแผนการเสิร์ฟอาหารเล็กน้อยเพราะเป็อาหารแบบจานเดี่ยวไม่มีกับข้าวอื่นใดเพิ่มนอกจากน้ำแกงฟักและน้ำจิ้มซึ่งนางนำไปตั้งเตรียมไว้ที่วงข้าวแล้ว
ข้าวมันสีเหลืองนวลพร้อมเนื้อไก่สีอ่อนสุกกำลังดีหน้าตาน่ากินที่ถูกโปะลงมาจนเต็มชามอย่างไม่มีหวงทำให้คนงานทุกคนอึ้งงันจะมีนายจ้างที่ไหนยอมเลี้ยงอาหารพวกเขาอย่างฟุ่มเฟือยขนาดนี้อาหารเพียงอย่างเดียวที่หยางเถาเย้าเล่นจานนี้หากขึ้นเหลาคงมีราคาหลายอีแปะทีเดียวเชื่อว่าค่าแรงต่อวันที่พวกเขาได้รับ อย่างดีคงเพียงพอให้กินได้แค่จานเดียวกระมังครั้นเมื่อได้ลองตักเข้าปาก กลิ่นหอมของข้าวมันผสานกับเนื้อไก่นุ่มลิ้นอบอวลเต็มปากยิ่งเมื่อราดด้วยน้ำจิ้มก็ยิ่งอร่อย แต่ละคนพากันเติมข้าวจนอิ่มหนำสำราญยิ่งตบท้ายด้วยน้ำแกงฟักโรยต้นหอมซอยควันฉุย กลิ่นหอมของรากผักชีและเม็ดพริกไทยตลบขึ้นจมูกเลยทีเดียว
‘ข้าอยากทำงานกับครอบครัวนี้ตลอดไปจริงๆ (T^T)’
‘ไม่อยากให้งานที่นี่จบลงเลย’
‘ถ้ายายจางกับคุณหนูมีงานอื่นให้ทำอีกข้าจะรีบมาสมัครเลยเชียว’
เสียงความคิดคล้ายๆ กันของแต่ละคนดังขึ้นในหัวขณะแยกย้ายกันไปหาที่พิงกายพักผ่อนให้ท้องหายแน่นซักครู่ไม่เว้นแม้แต่นายช่างอู๋กับอาเฮย
ครั้นเห็นได้เวลาทำงานนายช่างอู๋จึงะโขึ้น“เอาล่ะๆ พักผ่อนกันพอสมควรแล้ว เรามาเปลี่ยนแผนงานกันตามที่พวกเ้าได้ยินเมื่อครู่ประเดี๋ยวเก็บงานที่ค้างของ่เช้าให้เรียบร้อยแล้วระดมกำลังกันไปสร้างรั้วบ้านให้เสร็จเร็วที่สุดก่อนค่อยกลับไปซ่อมนั่งร้านและต่องานส่วนที่เหลือ เข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจขอรับ” ทุกคนขานรับเสียงดัง
“อาตงเ้าขับเกวียนเข้าไปในอำเภอพร้อมขนอิฐสำหรับก่อกำแพงกลับมาเพิ่มส่วนหนึ่งบอกเถ้าแก่หลี่ด้วยว่าพรุ่งนี้เช้าให้เร่งขนอิฐที่สั่งเอาไว้มาส่งก่อนได้เลย”นายช่างอู๋สั่งความ
“ได้ขอรับเถ้าแก่” อาตงรีบขานรับตลอดเวลาบ่ายที่เหลือกระทั่งค่ำทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันอย่างไม่กลัวเหนื่อย เร่งมือก่อกำแพงอิฐจนแนวกำแพงยาวไปได้ถึงหนึ่งในสามของอาณาเขตกระทั่งอิฐก้อนหมดลงจึงยอมหยุดมือ
“เสียดายที่เปลี่ยนแผนกะทันหันอิฐเลยไม่พอ รั้วที่เหลือคงต้องมาทำต่อกันพรุ่งนี้” นายช่างอู๋มีสีหน้ากังวลเล็กน้อยไม่รู้ว่าคืนนี้จะมีขโมยย่องมาอีกหรือเปล่า
“หรือข้าจะทิ้งคนงานไว้เฝ้าเวรคืนนี้สักคนสองคนดี”นายช่างอู๋เอ่ยปรึกษา
“พี่คนงานทุกท่านต่างก็เหน็ดเหนื่อยกับงานมาทั้งวันแล้วแถมยังอยู่ทำงานจนค่ำมืดกว่าเดิม ข้าว่าพวกท่านกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะเ้าค่ะเดี๋ยวจะไม่ไหวเอา” หยางเถาอวี้ทักท้วง นางวางแผนไว้แล้วว่าจะให้อาเหม่ยกับเสี่ยวเหลยออกมาเฝ้ายามคืนนี้
“ข้าขออาสาเฝ้าเอง พวกท่านมีแต่เด็กกับสตรีหากเ้าหัวขโมยนั่นหวนกลับมาอีกจะอันตรายมากนะขอรับ” อาเฮยรีบขันอาสา
“ข้าก็ด้วย” อาจูเสนอตัวอีกคน
“งั้นเอางี้ พวกเ้าสองคนผลัดกันอยู่ยามคนละกะคืนนี้จะได้ไม่เหนื่อยเกินไป แล้วพรุ่งนี้ไม่ต้องทำงาน ข้าอนุญาตให้กลับบ้านไปพักผ่อนหนึ่งวันและจะจ่ายค่าแรงตามปกติหรือถ้าไม่หนวกหูก็ไปนอนพักที่เพิงชั่วคราวข้างส่วนก่อสร้างก็ได้ แล้วแต่ตัดสินใจ”นายช่างอู๋สรุปอย่างไม่ยอมให้สองยายหลานได้ปฏิเสธแม้สงสัยว่าหยางเถาอวี้มีพลังยุทธ์ แต่มันก็เป็เพียงการคาดเดา จึงยังไม่วางใจ
“ขอบพระคุณนายช่างอู๋เป็อย่างยิ่งเ้าค่ะ”ยายจางเอ่ยขอบคุณอย่างเกรงใจ
“ไม่เป็ไรขอรับ เื่นี้เกี่ยวพันถึงความปลอดภัยของพวกข้าด้วยไม่อาจประมาทได้”
‘จึ๊กๆๆ’ เสียงแทงใจดำดังถี่ยิบในหูของหยางเถาอวี้ทันทีเถียงไม่ออกจริงๆ งานนี้
เมื่อตกลงกันได้ทุกคนจึงแยกย้ายกลับบ้าน
-----------------
ที่มา:
https://www.wongnai.com/recipes/hainanese-chicken-rice
https://www.kinpungkang.com/2019/10/29/แจกสูตรข้าวมันไก่โบราณ/
สยงเมา1 = หมีแพนดา