ฉันพอจำได้ว่าเมื่อวานฉันดื่มไวน์ไปเยอะ ไม่สิน่าจะหมดขวดนั้นเลย คงจะเมาน่าดู แล้วทำไมเขาถึงพาฉันมานอนที่ห้องเขา โอ๊ย!! มึนหัวจัง ฉันปรับจูนสายตาสักพัก จริงด้วย ฉันนอนห้องภูเมฆ ฉันลุกลงจากเตียงนอนเตรียมกลับห้องพัก ไปอาบน้ำแล้วค่อยไปหาอะไรกินในครัว
ภูเมฆ: มีซอล ตื่นแล้วเหรอ
มีซอล : ค่ะ
ภูเมฆ: ไวน์อร่อยล่ะสิ
มีซอล : ประมาณนั้นค่ะ ฉันขอโทษนะคะทำให้นายเดือดร้อน
ภูเมฆ: ไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะ เดี๋ยวออกไปโรงแรมกัน ฉันต้องไปประชุมงานที่นั่น
มีซอล : ค่ะ
--
ณ. โรงแรมเมฆราลัย
วันนี้การขึ้นลิฟต์สำหรับฉันมันน่ากลัว จนฉันไม่อยากขึ้นเลย นี่ขนาดยังเดินไปไม่ถึงหน้าลิฟต์เลย ทำให้ฉันต้องไปเดินหลัง ปันปัน แล้วเดินตามเขาไปตามปกติ ...
หน้าลิฟต์ .... ฉันพยายามทำตัวปกติที่สุดแต่ก็ไม่สามารถทำตามสมองตัวเองได้เลย ฉันเลยไปยืนหลบหลัง ปันปัน จนเขาและ ภูเมฆ หันหน้ามามองฉัน
ปันปัน: ยังไม่ได้ขึ้นลิฟต์เลยนะครับ ทำไมหน้าซีดแบบนี้ล่ะครับ
มีซอล: ไม่รู้อ่ะ วันนี้ฉัน ...ฉันขอโทษค่ะ
ฉันรีบวิ่งหนีออกจากโรงแรมทันที แล้วรีบเรียกแท็กซี่กลับบ้านตัวเอง เป็ครั้งแรกที่กลัวแล้วเป็แบบนี้ ได้ขึ้นไปบนแท็กซี่แล้ว ฉันพอสงบสติอารมณ์ได้ ฉันได้บอกพี่แท็กซี่ว่าให้ไป ซ.1 สวนนภา .. เพื่อกลับไปคฤหาสน์ดีกว่า ถ้ากลับบ้านไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ มันเป็ที่ตัวฉันเอง
ณ. คฤหาสน์
ในขณะที่ฉันกำลังเดินกลับห้องพัก ป้าแม่บ้านเดินเข้ามาถามฉันว่าทำไมกลับมาเร็วจัง
มีซอล: คือหนูไม่สบายนิดหน่อยค่ะ
ป้าแม่บ้าน: มิน่าล่ะ คุณน่าซีดมากเลย
มีซอล: งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ ...
ฉันขอนอนสักพักแล้วกัน ประมาณตอนเย็น ภูเมฆ คงกลับมาฉันค่อยขึ้นไปขอโทษเขา เพราะกระเป๋าของฉันอยู่ในรถ ฉันไม่ได้พกลงไปด้วย ในนั้นมีทั้งโทรศัพท์ และสมุดบันทึกงาน ส่วนไอแพดอยู่ที่ ปันปัน เขาช่วยฉันถือให้ก่อนจะเข้าลิฟต์
17:00 น.
ภูเมฆ: ป้าครับ มีซอลเธอกลับมาที่นี่หรือเปล่าครับ
ป้าแม่บ้าน: กลับมาค่ะ เห็นเธอหน้าซีดมาก คงเข้าไปนอนพักมั้งคะ นี่ก็ห้าโมงยังไม่เห็นเธอเดินออกมาเลยค่ะ
ป้าแม่บ้าน: ให้ป้าไปตามให้มั้ยคะ
ภูเมฆ : ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยวผมไปตามเธอเอง
ผมเดินมายังห้องพักของเธอ เห็นไฟเปิดอยู่ จึงลองเคาะประตูเรียกเธอ ไม่นานเธอก็ออกมาเปิดประตูให้ผม
มีซอล: ฉันขอโทษด้วยนะคะเื่เมื่อเช้า
ภูเมฆ: นี่เธอไม่สบายอีกแล้วเหรอ
มีซอล: ค่ะ นายไปพักผ่อนเถอะ ฉันดูแลตัวเองได้
ภูเมฆ: แน่ใจนะ ว่าไม่อยากให้ฉันอยู่เป็เพื่อนเธอ
มีซอล: ค่ะ
ภูเมฆ: โอเคครับ พรุ่งนี้ก็พักผ่อนแล้วกัน ฉันจะไม่ให้ใครมารบกวนเธอ
มีซอล: ทำไม เขาพูดแบบนั้นล่ะ เขาโกรธฉันเหรอ ความหมายของฉันแค่อยากให้เขาพักผ่อนเท่านั้นเอง สายตาเขาเมื่อกี้ดูผิดหวังจากฉันมาก ทำไงดีล่ะ เราต้องไปง้อเขาใช่ไหม แต่ฉันก็กลัวเขาติดไข้จากฉันนิน่า
ก๊อก ก๊อก
มีซอล: ฉันใส่เสื้อหนาวและคลุมตัวด้วยผ้าห่อทั้งหัวและตัว เดินขึ้นมาบนห้องเพื่อง้อเขา ฉันไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดว่าฉันไล่เขา เอ๊ะ ทำไมฉันต้องแคร์ความรู้สึกเขาด้วยนะ ..ไม่นาน ภูเมฆ ก็เปิดประตูออกมา
ภูเมฆ: ทำไมเธอไม่เปิดไฟทาง เธอคลุมผ้ามาทั้งตัวแบบนี้มันน่ากลัวรู้ไหม
มีซอล: ฉันไม่อยากรบกวนคนอื่นนิคะ
ภูเมฆ: เธอขึ้นมาทำไมล่ะ
มีซอล: คือที่ฉันพูดไปก่อนหน้านี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะไล่นายนะ เห็นนายกลับมาทำงานเหนื่อย แค่ให้ไปพักผ่อนก่อนเท่านั้นเอง
ภูเมฆ: แค่นี้เองเหรอ ... เข้ามาก่อนสิ
มีซอล: ฉันกลับห้องดีกว่า นายจะติดไข้เอาน่ะ
ภูเมฆ: ผมดึงมือเธอเข้ามาในห้อง เพราะมันใกล้ถึงเวลาแล้ว ที่บอดี้การ์ดจะเดินตรวจภายในบ้านหลังนี้
มีซอล: โซฟาบ้านนายนุ่มทุกตัวเลยนะ
ภูเมฆ: เธออยากได้มั้ยล่ะ
มีซอล: นายจะให้ฉันจริงเหรอ
ภูเมฆ: เธอมาหาฉันทุกวันสิ
มีซอล: บ้าเหรอ คนอื่นเข้าใจผิดกันพอดี
ภูเมฆ: เอาไป สัมภาระของเธอ อ่อฉันได้ข่าวว่า เธอบ่นฉันทุกเช้า เื่การรอฉัน
มีซอล: สุดหล่อฟ้องนายหรือไง
ภูเมฆ: ใช่ๆ ปันเขามีหน้าที่รายงานทุกคนในบ้านหลังนี้
มีซอล: ฉันแค่บ่นไปเรื่อยแหละ
ภูเมฆ: เธอขึ้นไปนอนเตียงสิ ฉันจะไปนอนอีกห้องนึง ตามสบายแล้วกัน
มีซอล: มันจะดีเหรอคะ
ภูเมฆ: หรือเธออยากให้ฉันนอนด้วย
มีซอล: มะ..ไม่เป็ไร
ถ้าผมเรียกให้เธอขึ้นมานอนห้องผมเมื่อไหร่ ผมจะไปนอนอีกห้องนึงทันที เพราะผมไม่อยากให้ใครสงสัยในตัวเธอ ผมอยากขอเธอเป็แฟน แต่ผมยังไม่กล้าพอ เพราะกลัวเธอจะหนีผมไป