เล็กน้ำไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเขาจะได้รับมรดกจากคุณตาที่เขาไม่เคยพบหน้าแม้แต่ครั้งเดียวเป็ที่ดินผืนเล็ก ๆ ในต่างจังหวัดที่ห่างไกล ครั้งเเรกที่ทราบข่าวเขาแทบลืมมันไปแล้ว จนในที่สุดคุณเเม่ต้องรบเร้าอ้างเหตุผลมากมาย เพื่อโน้มน้าวให้มาดูที่ดินผืนนี้ให้ได้
เมื่อมาถึงเล็กน้ำแทบไม่เชื่อในสายตาตัวเอง ที่ดินเเปลงสวยในหมู่บ้านเล็ก ๆ ถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขา ดั่งกำแพงใหญ่ตั้งตระหง่านคอยปกป้องหมู่บ้านไว้ภายใน ไร่ข้าวโพดเขียวขจีปลูกเรียงเเถวอย่างมีระเบียบบนเนินดินสลับเรียงรายขึ้นลงเป็แนวทอดยาว สายลมพัดผ่านพลักต้นข้าวโพดให้พริ้วไหวเริงระบำ เสียงนกร้องขับขานประสานเสียงโต้ตอบกันไปมา ความเขียวชอุ่มของแมกไม้ อากาศสะอาดบริสุทธิ์ หมู่เมฆขาวลอยเด่นเต็มเเผ่นฟ้าที่สดใส
เล็กนัำรู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวาเป็อย่างมาก มันเเตกต่างจากสังคมในเมืองที่ได้ลิ้มรสมาหลายปี ผืนดินตรงหน้านี้กำลังเชื้อเชิญเขา ทุกอย่างที่ดูสวยงามเหล่านี้กำลังรอต้อนรับเขาอยู่ รอให้มาััทำความรู้จัก ภาพอาทิตย์ตกดินในตอนนั้น มันจะเป็ภาพที่เขาไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต
เล็กน้ำเหมือนถูกล่อลวงอย่างสมบูรณ์เเบบ เวลานั้นในสมองเเทบไม่ต้องทบทวนเื่ออกจากงานที่เขากอดมันไว้หลายปีเพื่อความอยู่รอด มีเพียงเสียงหนึ่งเสียงเดียวที่ะเิดังก้องอยู่ในหัว " กูอยากมาอยู่ที่นี่! กูอยากมาอยู่ที่นี่!! "
ณ สวนอาหารแห่งหนึ่ง เล็กน้ำพร้อมเหล่าเพื่อนมักจะมาเป็ประจำ สิ่งปลูกสร้างชั้นเดียวตั้งอยู่ริมแม่น้ำคดเคี้ยว มีทั้งอินดอร์ เอาท์ดอร์ ภายนอกร้านประดับด้วยดวงไฟสว่างหลากสีสัน ประตูทางเข้าสร้างจากไม้ต้นใหญ่ทั้งต้น ต้นด้านขวาเเกะสลักรูปนกอินทรีสยายปีกกำลังใช้กรงเล็บคว้าจับงูตัวยาวเฟื้อยรวดเร็วเฉียบขาด เสือโคร่งลายพาดกลอนคาบหมูป่าใหญ่คาปากทางด้านซ้ายเด็ดเดี่ยวดุดัน ราวกับศิลปินผู้สร้างมุ่งมั่นบรรจงบรรจุจิติญญาลงไปในผลงานชิ้นเอก บนเสาทั้งสองรองรับน้ำหนักไม้แผ่นใหญ่หนาสลักชื่อร้าน " เรือนร่อนดาว " เส้นสายพริ้วไหวโดดเด่นมีพลัง
ภายในร้านตกเเต่งสไตล์วินเทจ โต๊ะเก้าอี้ทั้งหมดสร้างจากไม่เก่าโบราณ ผนังตกเเต่งด้วยป้ายโฆษณาเครื่องดื่ม ลูกอม บางอันขึ้นสนิมจนทางร้านต้องขึ้นป้ายห้ามจับ มีดดาบนักรบโบราณ สัตว์สตาฟที่คงสภาพเหมือนตอนพวกมันยังมีลมหายใจ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้เมื่อหลายสิบปีก่อน สถานที่นี้รวบรวมความสุขทุกข์ของพวกเขามาหลายปี ตั้งเเต่เรียนจบจนได้เริ่มเข้าทำงาน ด้วยความผูกพันมันจึงถูกใช้เป็ที่รำลึกถึงความหลังจนวันนี้เล็กน้ำอาศัยมันเพื่อบอกลากลุ่มเพื่อนสนิทเเละบอกถึงจุดเริ่มต้นของหมุดหมายใหม่ในชีวิต เขานั่งอยู่ระหว่างเพื่อนชายทั้งสอง ด้านขวาเป็ชายผอมสูงผมหยักศก ด้านซ้ายเป็ชายหนุ่มรุ่นน้องผิวขาวใสดูบอบบาง ตรงข้ามเป็เพื่อนสาวอีกสองคน ขั้นกลางด้วยโต๊ะวงรียาวที่ผิวด้านหน้าเป็ลายหินอ่อนสีขาว เครื่องดื่มสีอำพันใส จานกับเเกล้มหลายอย่าง เชิงเทียนไฟฟ้าตั้งโต๊ะส่องเเสงสลัว
" ไอ้เล็กเพื่อนรัก เื่ออกจากงานกูคิดว่ามึงตัดสินใจเร็วไปนะเพื่อน " โจโจ้ชายหนุ่มผอมสูงพูดเสียงแ่ เขากับเล็กน้ำสนิทกันมากที่สุดในกลุ่ม ทั้งสองรู้จักกันมานานตั่งเเต่เรียนมหาวิทยาลัย
เล็กน้ำใช้ความเงียบหลบเลี่ยงไม่ตอบคำถามเเต่ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรในใจ
" ช่ายยย ถึงกับลาออกเลยนะ บทจะออกก็ออกดื้อ ๆ เดี๋ยวนี้งานก็หายากเนอะ เอ็มมี่ " จอยพูดไปเคี้ยวไปโดยไม่หันไปมองเพื่อนสาวที่นั่งข้าง ๆ หล่อนกำลังจดจ่ออยู่กับถ้วยอ่อมกบนาตัวใหญ่เมนู Signature ของทางร้าน
" อืม... ใช่ เล็ก...ยังไงก็ขอบใจนะที่ชวนมาวันนี้ เรารู้ว่ามันยากที่จะเริ่มต้นใหม่ในภาวะเศรฐกิจเเบบนี้เเต่เล็กกล้าหาญมากนะ ได้ลงมือทำในสิ่งที่อยากทำ เราทั้งเป็ห่วงทั้งอิจฉา ยังไงก็เป็กำลังใจให้นะจ๊ะ " เอ็มมี่หันมองเล็กน้ำ หล่อนยิ้มหน้าเเดงระเรื่อ
" ขอบใจนะเอ็ม " เล็กน้ำรู้สึกอบอุ่นในใจ นี่เป็ครั้งเเรกที่เอ็มมี่พูดกับเขามากมายขนาดนี้ เขามองสบตาหล่อนพลางอมยิ้มกรุ้มกริ่ม
" ก็ลองไม่ชวนดู แผนกเดียวกันทำงานร่วมกันจะใจดำเกินไปเเล้วพี่เล็ก ไม่มีปี่มีขลุ่ย อยู่ๆก็ลาออก ทำเเบบนี้ไม่เห็นเพื่อนเห็นน้องในสายตาเลยนะพี่ " นิรนามหนุ่มรูปร่างบอบบางพูดเเทรก เขาดื่มหมดเเก้วเเล้วกระเเทกกับโต๊ะดังปัง!
" ไอ้นิ ใจเย็น " โจโจ้ขมวดคิ้วเเน่น เขายกเเขนโอบไหล่เล็กน้ำเพื่อนรักแล้วกล่าวต่อ " ชีวิตทุกชีวิตล้วน้าอิสระเสรี ทุกคนย่อมมีเหตุผะ...ผล " พูดยังไม่ทันจบคำ นิรนามใช้หัวสะบัดปัดมือเขาออกราวกับเป็เเดนเซอร์หลุดมาจาก mv เพลงป๊อป จากนั้นเอนหัวมาอิงเเอบไหล่เล็กน้ำโดยไม่สนสายตาของเพื่อน ๆ ที่กำลังตกตะลึง โดยเฉพาะโจโจ้ตาของเขาถลนราวดอกศรพุ่งแหวกอากาศ มองนิรนามตาไม่กระพริบ เเต่นิรนามกลับขอบตาเริ่มเเดงน้ำตาเริ่มซึม
' เฮ้อ...ไอ้นิ มันคงรักไอ้เล็กมากเพราะไอ้เล็กดูเเลมันตั้งเเต่ปีสุดท้ายก่อนเรียนจบ เื่เข้าทำงานก็ไอ้เล็กอีกนั่นเเหละคอยดูให้ ' โจโจ้ปรารภกับตนเองในใจ สายตาที่มองหนุ่มรุ่นน้องเปลี่ยนไปเป็ความเอ็นดู
เเต่ทันใดนั้น นิรนามกลับก้มหน้าขวยเขินจมอยู่ในความสุข ดั่งคนมีสองบุคลิคแปลกแยก จนโจโจ้ต้องอ้าปากค้าง
' ไม่ กูเอ็น ไม่ใช่ไม่ใช่ กูเห็นนะ กูเห็นเต็มตาเลย ไอ้นิ...มึงมันปลอม หระ...หรือว่าพวกมึง พวกมึงสองคน อาการเเบบนี้ ท่าทางแบบนี้ ไอ้นิ มันทำเหมือนเป็เ้าของไอ้เล็ก สะ...ส่วนไอ้เล็ก มึงวางเฉยไม่ปฏิเสธ เเถมยังหันไปยิ้มให้มันอีก เพื่อนเล่นไม่เล่นเพื่อน มึงเล่นพี่!! ดะ...เดี๋ยว หรือพี่เล่นมึงเข้าลึก ไม่ใช่ เข้าเเล้ว นี่มันงานเลี้ยงส่งหรืองานเปิดตัวกันวะ!! ' พอรู้สึกตัวโจโจ้รีบหุบปากจนเกือบกัดลิ้น นั่งงุนงงกับบุคลิคของรุ่นน้องเเละเพื่อนรักที่เเสดงออกมา ทั้งหมดไม่สามารถหลบรอดสายตาที่เฉียบคมของเขาได้
' หรือว่า...หรือว่าพวกมึง...โยกเยกกันเเล้ว? ' เขาเผลอยกมือที่สั่นเล็กน้อยป้องปากอย่างไม่รู้ตัว ก้มหน้าครุ่นคิดด้วยความสยดสยอง จินตนาการถึงท่วงท่าโลดโผนจนใจสั่น
ก่อนหน้านั้นบริษัทได้ส่งเล็กน้ำพร้อมนิรนามไปดูงานต่างประเทศในเเถบยุโรบตะวันออก จนทำให้คนในทีมรู้สึกอิจฉาตาร้อนเเต่หลังจากกลับมานิรนามเริ่มทำตัวแปลกไป
ขณะนี้โจโจ้ต้องทำใจเพื่อสวมบทยอดนักสืบจิ๋วจำเป็ เขาเริ่มวิเคราะห์ในร่องรอยเ่าั้ เมื่อภาพที่(แอบ)เห็นประสานงาดังโครมกับจินตนาการในความคิด ส่งผลให้เกิดะเิตูมตามเป็ภาพชวนฝัน' ถุยส์!!! ' ความรู้สึกชาพัฒนาเป็ความเสียว เริ่มก่อเกิดขึ้นตรงบั้นท้ายของเขา
โจโจ้คิดในใจจนเเทบอยากร้องขอชีวิต ตอนนี้เขารู้ซึ้งเเล้วว่าเวลาเป็สิ่งมีค่าที่สุด เขาอยากได้เวลาที่เสียไปกับความคิดฟุ้งซ่านเมื่อตะกี้คืนมา เเต่ด้วยประสบการณ์อันเจนจัดโชคโชน เขารีบจัดระเบียบความคิดอย่างรวดเร็ว สูดหายใจเข้าลึกจนหน้าสั่น กระเเอมไอเล็กน้อย เปลี่ยนท่านั่งไขว่ห้างเป็นั่งหลังตรงคอตรง ตามองตรงไปข้างหน้าเพื่อไม่ให้เกิดพิรุธ
' โลกหมุนเปลี่ยนไปแล้ว ส่วนคนไซร้จะไม่เปลี่ยนเช่นนั้นหรือ ' เขายกมือขึ้นม้วนเคราเล่น นั่งทบทวนสัจธรรมบทนี้เงียบ ๆ คนเดียว
" ไหนมึงลองบอกมาซิ ว่าออกไปเเล้วมึงจะทำมาหาเเดกอะไรหรือมึงมีความคิดอะไรดี ๆ พูดมาไอ้เล็ก " โจโจ้กระเเทกเสียงพร้อมกระดกเครื่องดื่มสีอำพันจนหมดเเก้ว เติมเเก้วใหม่กระดกอีกครั้ง ล้างรสขมที่ขึ้นมาถึงคอพร้อมหาทางลงให้เพื่อนรัก
" อย่างที่เล่าให้ฟัง กูยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร สงสัยอารมณ์ศิลปินดันเข้าสิง กูก็ไม่คิดมาก่อนว่ากูจะออกเเต่กูชอบที่นั่นมาก บ้านเล็ก ๆ บนที่ดินผืนนั้น มัน..... " ตั้งเเต่ไปที่นั่นเล็กน้ำรู้สึกว่ามีบางสิ่งเกิดขึ้นกับเขา ตอนนี้สิ่งนั้นยังมองไม่เห็นรูปร่างเเต่มันเหมือนเริ่มก่อตัวขึ้นมา ดั่งมีอะไรบางอย่างที่คุ้นเคยคอยเรียกหา
บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายตามระดับเเอลกอฮอล์ในเืที่พุ่งสูงขึ้นโดยเฉพาะโจโจ้ อาหารเเละเครื่องดื่มชุดใหม่เริ่มทยอยมาตั้งบนโต๊ะ
" ไอ้โจ้ มึงดูเเปลก ๆ ไปนะคืนนี้ นั่งตัวเกร็งเชียว " เล็กน้ำเอื้อมมือบีบไหล่โจโจ้เเน่น เขาหันไปยิ้มให้เพื่อนที่นั่งหลังตรงชิดเก้าอี้ดูเรียบร้อยผิดปกติ
' มึงสิแปลก โครต ๆ เเปลกเลยไอ้เล็ก ' โจโจ้คิดวุ่นวายอยู่ในใจ เขาแอบชำเลืองมองเ้านิรนามรุ่นน้องที่ตอนนี้กำลังร้องคาราโอเกะเฮฮากับเพื่อนสาวทั้งสองอย่างเมามันส์ เขายิ้มเจื่อนกระดกหมดเเก้วอีกครั้งเพื่อย้อมใจ นั่งถอนใจมองเเสงเทียนบนโต๊ะ พยายามรวบรวมสมาธิตั้งมั่นเพื่อจะข้ามผ่านค่ำคืนที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้
เล็กน้ำยิ้มตอบ พลางชนเเก้วกับเพื่อนรัก จากนั้นย้ายสายตามองเเสงเทียนสลัว จินตนาการล่องลอยเตลิดไปไกล