บทที่ 11 จัดการให้ดี
ลู่เฉิงเฟิงไม่ได้รั้งอยู่ในบ้านตระกูลซูนานนัก จุดประสงค์หลักของการมาเยือนครั้งนี้คือเพื่อสร้างความประทับใจที่ดีต่อตระกูลซู จนถึงตอนนี้ การแสดงของเขาในวันนี้ค่อนข้างดี
อย่างไรก็ตาม หาก้าให้ตระกูลซูเชื่อเขาโดยสมบูรณ์นั้นมันยังไม่เพียงพอ ตระกูลซูไม่ใช่ตระกูลเล็ก ๆ และพวกเขาอยู่ในวงการธุรกิจเภสัชกรรมมานานดังนั้นถ้าพวกเขาระมัดระวังมากพอ ซูหนานชิงจะส่งคนแอบสืบประวัติของเขาอีกรอบแน่นอน
หลังอาหารเย็นลู่เฉิงเฟิงยืนขึ้นและขอตัวกลับ
ซูอี้จวินออกไปส่งลู่เฉิงเฟิงที่ประตูนี่คือสิ่งที่แฟนควรทำ
“เสี่ยวจวิน อย่าลืมเอาบอดี้การ์ดออกไปด้วยเมื่อคุณออกไปข้างนอก่นี้ และพยายามอย่าไปสถานที่ที่ลับตาคนหรือจำนวนคนเบาบาง อย่าลืมเตือนเื่นี้กับพ่อของคุณด้วย ในเมื่ออีกฝ่ายไม่สามารถ่ชิงข้อมูลเกี่ยวกับยาต้านมะเร็งจากคุณได้ เขาจะเปลี่ยนเป้าไปที่พ่อของคุณต่ออย่างแน่นอน”
ลู่เฉิงเฟิงเตือน
เมื่อคิดถึงการลอบสังหารเมื่อคืนนี้ ใบหน้าที่สวยงามของซูอี้จวินก็ซีดลง และเธอถามด้วยเสียงแ่เบา “คุณ… จะไม่ปกป้องฉันอีกต่อไปแล้วเหรอ?”
ตอนนี้เธอรู้สึกขัดแย้งในตัวเองมาก เธอกลัวลู่เฉิงเฟิงแต่ในเวลาเดียวกันก็เชื่อใจเขา
ลู่เฉิงเฟิงหัวเราะเบา ๆ “ไม่ต้องกังวล ในเมื่อผมบอกว่าจะปกป้องคุณยังไงผมก็จะทำมันอย่างแน่นอน”
ซูอี้จวินกระซิบขอบคุณ
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มอย่างชั่วร้าย “แค่ขอบคุณด้วยปากเปล่ามันพอที่ไหน? แล้วจูบลาล่ะ?”
ทันใดนั้นดวงตาที่สวยงามของซูอี้จวินก็เบิกกว้างขึ้น ใบหน้าของเธอแดงก่ำ เธอก็ถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยความตื่นตระหนก
ในทางกลับกันลู่เฉิงเฟิงก้าวไปข้างหน้าทีละก้าวพร้อมกับยิ้มแย้มอย่างร่าเริง
ทันใดนั้นเขาก็เอื้อมมือออกไปและตบบั้นท้ายของซูอี้จวินด้วยความทะลึ่ง
ซูอี้จวินตัวแข็งค้าง ใบหน้าที่ขาวผ่องของเธอเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อ เธออยากจะโกรธแต่ไม่กล้า ดังนั้นเธอจึงได้แต่จ้องที่ลู่เฉิงเฟิงอย่างอารมณ์เสีย
“ตอนนี้เราเป็แฟนกันแล้ว เราต้องทำตัวให้สนิทสนมกันไว้ ไม่เช่นนั้นความลับจะถูกเปิดเผย เอาล่ะผมไปก่อนนะ”
ลู่เฉิงเฟิงขึ้นรถ สตาร์ทรถและเมื่อขับผ่านซูอี้จวินเขาก็ลดกระจกลงแล้วพูดด้วยรอยยิ้มอย่างหยอกล้อว่า “รู้สึกดีจัง”
หลังจากพูดอย่างนั้นรถก็คำรามและพุ่งออกไป
ซูอี้จวินใช้เวลาสักพักกว่าจะรู้สึกตัว เธอััใบหน้าสวยที่ร้อนฉ่าของตัวเอง สบถด้วยเสียงเบาและเรียกเขาว่าอันธพาลตัวเหม็น
อีกด้านหนึ่งลู่เฉิงเฟิงขับรถกลับไปที่เทียนซือกรุ๊ป หลังลงจากรถแล้วเขาก็กำลังจะเข้าไป แต่กลับเห็นชายคนหนึ่งสวมชุดสูทสีเทาและแว่นตาถือลังกระดาษแข็งลังหนึ่งออกมาจากประตูบริษัทเสียก่อน
เมื่อทั้งสองเดินผ่านกัน ลู่เฉิงเฟิงก็ได้ยินคำสบถด่าของอีกฝ่าย
“บ้าเอ้ย! ไอ้พวกห่วยแตกทำงานเช้าชามเ็าม! เห็นอยู่ทนโท่ว่าบัญชีของบริษัทมีปัญหา ไอ้พวกนี้มันตาบอดหมดเลยเหรอไง? พวกแกไม่อยากแก้ปัญหา แต่พอฉันจะแก้ปัญหาให้พวกแกกลับหาว่าฉันเป็คนสร้างปัญหา นี่มันบ้าอะไรวะ?”
ลู่เฉิงเฟิงลังเลและหันไปมองอีกฝ่าย “เดี๋ยวก่อน!”
ชายในชุดสูทสีเทาหันกลับมาโดยไม่รู้ตัวและมองไปที่ลู่เฉิงเฟิง ดวงตาของเขาระแวดระวัง “คุณ คุณเรียกผมเหรอ?”
ลู่เฉิงเฟิงถามว่า “คุณมาจากแผนกการเงินเหรอ?”
“ไม่อีกแล้ว”
เขาเพิ่งถูกไล่ออก
“ผมขอทราบชื่อของคุณได้ไหม?”
อีกฝ่ายมองลู่เฉิงเฟิงอย่างระแวดระวังมากขึ้น “คุณเป็ใคร”
“ลู่เฉิงเฟิง”
ชายในชุดสูทสีเทาใ คิดว่าชื่อนี้ฟังดูคุ้น ๆ และทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง “คะ คะ คุณคือคุณลู่ใช่ไหม?”
ในตอนเช้าฝ่ายบุคคลได้ส่งอีเมลประกาศฉบับใหม่ เนื้อหาคือบอร์ดบริหารได้แต่งตั้งลู่เฉิงเฟิงเป็ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท
ทุกคนต่างเดากันว่าลู่เฉิงเฟิงคนนี้เป็เทพเ้าแบบไหน? ท้ายที่สุดทุกคนไม่เคยได้ยินคนชื่อลู่เฉิงเฟิงมาก่อน
ลู่เฉิงเฟิงและนักฆ่าคนอื่น ๆ แค่ใส่ชื่อของพวกเขาในบริษัทแบบไม่เป็ทางการ ทุกครั้งที่มาที่บริษัท พวกเขาจะลงไปที่ฐานฝึกใต้ดินทันที จึงมีคนไม่มากที่รู้จักพวกเขา
ลู่เฉิงเฟิงพยักหน้า ยอมรับตัวตนของเขาและถามทันทีว่า “คุณเพิ่งบอกว่ามีปัญหากับบัญชีของบริษัทเหรอ?”
“คุณลู่ ผมชื่อจางเหวินไห่ เป็พนักงานแผนกการเงินของบริษัท ผม้าร้องเรียนผู้จัดการฝ่ายการเงินซวีหลี่ิเื่ที่เขาทำการทุจริตและยักยอกเงินบริษัท!”
จางเหวินไห่พูดด้วยสีหน้าโกรธเคือง
ลู่เฉิงเฟิงเลิกคิ้ว “มีหลักฐานอะไรบ้าง”
“มีแน่นอนครับ มันอยู่ในบัญชีของบริษัท คุณจะสามารถเห็นได้ทันทีถ้าตรวจสอบมัน ผมถูกไล่ออกเพราะพบว่ามีข้อผิดพลาดในบัญชี ซึ่งผมตรวจสอบแล้วพบว่าซวีหลี่ิยักยอกเงินไปค่อนข้างมากใน่หลายปีที่ผ่านมา”
ลู่เฉิงเฟิงพ่นลมหายใจอย่างเ็า นั่นคือเงินทั้งหมดของเขาเอง เหตุผลที่เขาใช้คอมพิวเตอร์ของฟรานซิสแต่งตั้งตัวเองเป็ผู้จัดการทั่วไปไม่ใช่เพราะเขามีความรู้สึกผูกพันต่อบริษัทนี้แต่เป็เพราะบริษัทนี้มีเงินทุนคงเหลืออยู่จำนวนมาก
หากเขาไม่จัดการเื่นี้โดยเร็วที่สุดและเมื่อสำนักงานใหญ่รู้ตัว สำนักงานใหญ่จะส่งคนมาเข้าควบคุมบริษัทแทนอย่างแน่นอน เนื่องจากเขาเป็ศัตรูของสำนักงานใหญ่ไปแล้ว เขาจะต้องจัดการเื่นี้ให้ละเอียดยิ่งขึ้น
เมื่อถึงเวลาที่สำนักงานใหญ่รู้ตัว ลู่เฉิงเฟิงจะทิ้งเพียงเปลือกบริษัทที่ว่างเปล่าไว้ให้กับพวกเขาเท่านั้น
“คุณกล้าเผชิญหน้ากับซวีหลี่ิหรือไม่?”
จางเหวินไห่พยักหน้า ตอนนี้เขาถูกไล่ออกแล้วเขาจะกลัวอะไรอีก? บางทีถ้าเขาเอาผิดซวีหลี่ิได้จริง ๆ เขาอาจจะรอดการถูกไล่ออกด้วยซ้ำ ท้ายที่สุดเขามีครอบครัวที่รอเขาอยู่และเขา้างานนี้
“เข้ามากับฉัน!”
ทั้งสองเข้าไปในบริษัทและขึ้นลิฟท์ไปจนถึงชั้นบนสุดซึ่งเป็พื้นที่สำนักงานของฟรานซิส
ฟรานซิสมีงานอดิเรกหลักสองอย่าง อย่างหนึ่งคือการกินและอีกอย่างคือความ้าทางเพศ
ดังนั้นฟรานซิสจึงมีเลขาและผู้ช่วยมากกว่าสิบคน และทุกคนล้วนหน้าตาดีกันหมด ถึงแม้จะบอกว่าเป็เลขา แต่จริง ๆ แล้วคนเหล่านี้เป็คู่นอนของฟรานซิส พวกเขาสามารถหาเงินได้อย่างสบาย ๆ เพียงแค่นอนลงบนเตียง
ผู้หญิงพวกนี้ราคาถูกจริง ๆ ฟรานซิสหนักอย่างน้อย 136 กิโลกรัม ทั้งอ้วนและมันเยิ้มแต่ผู้หญิงเหล่านี้กลับทนได้อย่างกับไม่เคยกินอะไรที่ดีกว่าหมูมาก่อนเลยในชีวิตนี้
ลู่เฉิงเฟิงและจางเหวินไห่ยืนอยู่ที่ประตูสำนักงานของผู้บริหารมาสักพักแล้ว และไม่มีใครสังเกตเห็นพวกเขา
ไม่กี่นาทีต่อมา ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังแต่งหน้าก็เห็นพวกเขาในที่สุด เธอวางกระจกในมือลง จากนั้นก็เดินบิดเอวเข้ามาหา แล้วพูดอย่างไม่อดทน “คุณเป็ใคร นี่คือห้องทำงานของท่านประธาน พนักงานธรรมดาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาใกล้ได้”
ลู่เฉิงเฟิงขมวดคิ้ว “ฉันชื่อลู่เฉิงเฟิง!”
ผู้หญิงคนนั้นสะดุ้งโหยง ดูเหมือนเธอจะจำตัวตนของลู่เฉิงเฟิงได้ ทันใดนั้นเธอก็ยิ้มราวกับดอกไม้และพูดด้วยน้ำเสียงที่ประจบสอพลอ “ว้าว ที่แท้เป็คุณลู่ผู้ที่ทั้งหนุ่มแน่นและมีอนาคตไม่จำกัด แถมยังมากล้นไปด้วยความสามารถ!”
“เราได้รับอีเมลแจ้งเตือนแล้วนะคะ เมื่อสักครู่ฉันไม่รู้ตัวตนของคุณลู่จึงแสดงกิริยาไม่สุภาพเท่าไหร่ หวังหว่าคุณคงจะไม่ตำหนิฉันนะ?”
ผู้หญิงคนนี้มีรอยยิ้มที่มีเสน่ห์บนใบหน้าของเธอ พยายามอวดรูปร่างตัวเองอย่างสุดใจ มีความตั้งใจอันเย้ายวนของเธอปรากฏชัดในคำพูดของเธอ
ลู่เฉิงเฟิงมีรูปร่างสูงและหล่อ เมื่อเปรียบเทียบกับฟรานซิสหมูอ้วนตัวนั้น ราวกับอยู่คนละโลกเลยทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ในวันที่ฟรานซิสไม่อยู่ ลู่เฉิงเฟิงคือผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายในบริษัททั้งหมด ถ้าไม่ใช่คนโง่ก็ควรรู้ว่าต้องเลือกอะไรใช่หรือไม่?
ผู้หญิงคนนี้หน้าตาดี รูปร่างสูงโปร่ง อวบอิ่มทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ขายาวของเธอในถุงน่องสีดำก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้ชายหยุดมอง แต่เมื่อนึกถึงว่าเธอเคยถูกหมูอ้วนฟรานซิสกดลงบนเตียง ลู่เฉิงเฟิงก็รู้สึกสะอิดสะเอียนเขาไม่อยากใช้ของร่วมกับฟรานซิส
เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าวและพูดอย่างไม่แยแส “มีสองเื่ เื่แรกไปที่แผนกทรัพยากรบุคคลแล้วขอข้อมูลของผู้จัดการแต่ละแผนกให้ฉัน”
“เื่ที่สอง ภายในครึ่งชั่วโมงแจ้งให้ผู้จัดการของทุกแผนกในบริษัทมาที่ห้องประชุมเพื่อประชุมพร้อมกัน”
หลังจากที่ลู่เฉิงเฟิงพูดจบ เขาก็หันหลังแล้วเดินไปที่ห้องประชุม
จางเหวินไห่จ้องไปที่หน้าอกที่โผล่พ้นออกมาจากขอบเสื้อ เผยให้เห็นอกอวบครึ่งเต้าของผู้หญิงคนนั้นจนไม่สามารถละสายตาออกไปได้ เขาลืมไล่ตามลู่เฉิงเฟิงไปด้วยซ้ำ
“คุณมองอะไร! หรือว่าอยากถูกควักดวงตาสุนัขออกจากเบ้าใช่ไหม?”
ผู้หญิงคนนั้นหัวเสียเมื่อเห็นว่าลู่เฉิงเฟิงไม่สนใจเธอเลย เธอก็รู้สึกไม่มีความสุขมาก ดังนั้นเมื่อเธอพบว่าจางเหวินไห่กำลังจ้องมองที่หน้าอกของเธอเ ธอจึงด่าด้วยความรังเกียจ
จางเหวินไห่หน้าแดงและไม่กล้ามองอีกต่อไป วิ่งตามลู่เฉิงเฟิงให้ทัน
นี่เป็ความกลัวทั่วไปที่คนจนจะเป็ แต่ไม่พบในคนรวย
ลู่เฉิงเฟิงไปที่ห้องประชุม นั่งลงบนเก้าอี้ที่แต่เดิมเป็ของฟรานซิส ดูเวลาแล้วรออย่างเงียบ ๆ
“จางเหวินไห่ บริษัทยังมีสภาพคล่องในบัญชีอยู่เท่าไร?”
จางเหวินไห่สะดุ้งแล้วส่ายหัว “คุณลู่คงต้องถามซวีหลี่ิเกี่ยวกับเื่นี้แล้วครับ”
ลู่เฉิงเฟิงพยักหน้า เทียนซือกรุ๊ปเป็บริษัทร่วมทุน แม้ว่าจะใช้เพื่อปกปิดสาขานักฆ่าแต่ฟรานซิสก็ยังทำงานทั้งสองทาง ในด้านธุรกิจของบริษัททำได้ดีและทำเงินได้มากมายใน่หลายปีที่ผ่านมา
ดังนั้นเขาจึงต้องเก็บกวาดบริษัทให้เกลี้ยงก่อนที่สำนักงานใหญ่จะรู้ตัว
มีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ฟรานซิสยักยอกเงินเยอะมากใน่หลายปีที่ผ่านมา เงินก้อนนี้น่าจะซ่อนอยู่ในบัญชีของดาร์กเว็บ เขาต้องหาเบาะแสเข้าถึงมันให้ได้