ชายผู้นี้! เขากำลังกล่าวชมตนอยู่แท้ๆเหตุใดต้องลากนางเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
เอ่ยวาจาเช่นนี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย เขาไม่อาย แต่นางอาย!
เถียนฮวนรีบเบี่ยงประเด็นทันที “เื่ราคาตกลงกันตามนี้นะเ้าคะ”
“ตกลง” อาจารย์เกาพยักหน้ารัวๆ จากนั้นก็พาพวกเขาไปยังห้องบัญชีเพื่อรับเงิน
เมื่อรับเงินเสร็จเรียบร้อย เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยก็ถือห่อเงินออกมาโรงหมอ
กระทั่งพวกเขาเดินออกมาถึงถนนใหญ่แล้ว อาจารย์เกาก็ยังนั่งยองๆ อยู่กับพื้น สายตาจับจ้องอยู่กับสมุนไพรที่ทั้งสองส่งมาราวกับไม่อาจละสายตาได้
ศิษย์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นดังนั้นก็เอ่ยถามเบาๆ ว่า “อาจารย์เกา ท่านดูอะไรอยู่หรือขอรับร้านเราไม่ค่อยรับสมุนไพรแปรรูป แม้จะรับแต่ก็ให้แค่ค่าแรงมิใช่หรือ รอบนี้ท่านให้ราคาพวกเขาสูงเกินไปนะขอรับ”
“เ้าเด็กนี่ เพิ่งฝึกฝนไม่นานยังไม่รู้อะไร อย่าพูดส่งเดช!”
อาจารย์เกาหันมากระแทกเสียงใส่แล้วรีบรวบสมุนไพรเ่าั้ขึ้นมาแนบอก มุ่งหน้าไปยังลานด้านในที่ใช้แปรรูปสมุนไพรทันที
ขณะเดียวกัน เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยที่ได้เงินมาแล้วก็ตรงดิ่งไปยังตลาด
ระหว่างทาง เถียนฮวนก็เอ่ยกับกู้ฉางสุ่ยเสียงเบา “วันนี้ข้าไม่ให้ท่านหยิบโสมออกมาเพราะข้ารู้สึกว่าวันนี้ยังไม่ใช่โอกาสเหมาะ ท่านเข้าใจหรือไม่”
“ข้าเข้าใจ” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า “วันนี้ชายผู้นั้นไม่เชื่อฝีมือเ้า แม้ว่าตอนท้ายเ้าจะพิสูจน์ด้วยสมุนไพรแปรรูปเขาคงมองว่าพวกเราโกหก คิดว่าเราสองคนเป็แค่คนขายสมุนไพร คนแปรรูปสมุนไพรยังไม่ปรากฏตัวเช่นนั้น หากนำโสมแปรรูปออกมาขายตอนนี้ก็ใช่ว่าจะได้ราคาดี สู้เก็บไว้ก่อน รอจนฝีมือของเ้าได้รับการยอมรับเสียก่อนค่อยขายในราคาที่คู่ควรกับโสมแปรรูป และคู่ควรกับความเหนื่อยยากของเ้าดีกว่า”
มีเขาอยู่ข้างกาย ช่างวิเศษจริงๆ!
นางเพิ่งเอ่ยไม่กี่คำ เขาก็เข้าใจถึงความคิดของนางทั้งหมดได้อย่างถูกต้องไม่มีผิด!
หัวใจของเถียนฮวนพลันอบอุ่น นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “แต่อย่างน้อยสมุนไพรพวกนี้ก็ขายได้มากกว่าสองตำลึงเพียงพอให้พวกเราสองคนอยู่กินได้อีกสักหนึ่งถึงสองเดือน เพื่อเป็การฉลอง ข้าจะซื้อไก่ตัวหนึ่งมาตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยของพวกเรา!”
“ดีเลย! ่นี้พวกเราตื่นแต่เช้ามืดกลับถึงบ้านค่ำมืด ทุกวันล้วนลำบาก ตอนนี้ได้ผลตอบแทนก็ควรฉลองสักหน่อย”กู้ฉางสุ่ยพยักหน้าไม่รอช้า
ว่าแล้วเขาก็เสริมอีกประโยค “ข้าอยากกินเนื้อ แบบชิ้นโตๆ เลย”
พรืด!
เถียนฮวนถึงกับหลุดหัวเราะออกมา
“ตกลง วันนี้ข้าจะให้ท่านกินเนื้อชิ้นโตๆ ให้สมใจเลย!”
พูดแล้วก็ลงมือทันที ทั้งสองเดินวนตลาดอยู่รอบหนึ่ง ไม่เพียงซื้อแม่ไก่อ้วนกลมน่ากินได้หนึ่งตัวเถียนฮวนยังแวะร้านขายเนื้อ ซื้อหมูสองสามจินกับขาหมูอีกหนึ่งขา
จากนั้นก็ไปซื้อข้าวสารอีกห้าสิบจิน แป้งยี่สิบจิน ถั่ว และอย่างอื่นอีกเล็กน้อย
พวกเขาแวะร้านตีเหล็ก ซื้อกระทะมาสองใบแล้วรีบมุ่งหน้าไปยังร้านขายของชำ เลือกซื้อเครื่องปรุงรสอย่างซีอิ๊วน้ำส้มสายชู และอื่นๆ อย่างพิถีพิถัน
ทั้งสองเดินวนทั่วตลาดอยู่พักใหญ่ ของที่ซื้อมามีมากมายจนกองพะเนิน น้ำหนักมากเสียจนกู้ฉางสุ่ยแบกแทบไม่ไหวจึงซื้อรถเข็นล้อเดียวคันหนึ่งมาบรรทุกของทั้งหมด เขาถึงได้รู้สึกสบายขึ้นมาหน่อย
เมื่อตระเตรียมเสบียงสำหรับหนึ่งเดือนเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองก็ไปที่ร้านผ้า ซื้อผ้าหลากสีมาหลายฉื่อ[1] ผ้าฝ้ายดิบอีกยี่สิบจินเพื่อนำไปทำเครื่องนอนและเสื้อกันหนาวของทั้งสองคน
พอซื้อของเสร็จเรียบร้อย เงินที่ได้มาก็ถูกใช้ไปกว่าครึ่ง
พวกเขาซื้อของครบแล้ว จึงกำลังจะออกจากตัวตำบลเพื่อกลับบ้านทันที ก่อนที่พวกเขาจะเดินพ้นตัวตำบลได้เดินผ่านร้านริมทางร้านหนึ่งเถียนฮวนหยุดกึก
“เ้ามองอะไรอยู่หรือ”
กู้ฉางสุ่ยถามเสียงเบา ก่อนมองตามนาง
สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือชายชราผมเผ้าหงอกขาวผู้หนึ่ง มีผ้าสีฟ้าปูกับดิน บนผ้านั้นมีของรูปร่างแปลกตาหลายชิ้นวางเรียงรายอยู่
ของเหล่านี้เก่า บางชิ้นถูกใช้งานจนพื้นผิวเรียบเนียนไปหมดแล้ว
เถียนฮวนจ้องมองอยู่เนิ่นนาน จึงเอ่ยเสียงแ่ว่า “ของพวกนี้ล้วนเป็เครื่องมือสำหรับขุดสมุนไพรสมุนไพรบางชนิดจำเป็ต้องใช้เครื่องมือเหล่านี้จึงจะสำแดงสรรพคุณออกมา มีดหรือพลั่วธรรมดามิอาจทำเช่นนั้นได้”
“โอ้โฮ ข้าไม่คิดว่าแม่นางจะรู้จักเครื่องมือเหล่านี้ด้วย!” ชายชราที่ขายของได้ยินเข้าก็หัวเราะร่าออกมา “เครื่องมือเหล่านี้ล้วนเป็ของดี เป็ของโรงหมอในตัวตำบล แต่พอใช้นานๆเข้า ก็ต้องเปลี่ยนใหม่ ลูกชายข้าเลยเก็บมาขายให้พอมีเงินใช้ หากเ้าอยากได้ทั้งหมดข้าขอแค่หนึ่งตำลึงเงินเท่านั้น!”
“ท่านปู่ ท่านโก่งราคากันเกินไปแล้ว หนึ่งตำลึงเชียวนะ ซื้อเครื่องมือใหม่ๆ ได้มากมายผู้ใดจะยอมซื้อของเก่าผุพังเช่นนี้กัน!” คนข้างๆ พูดแทรกขึ้นมาทันที
ในยุคนี้ หนึ่งตำลึงนับว่าเป็เงินก้อนใหญ่ เพียงพอให้เลี้ยงดูครอบครัวในหมู่บ้านเล็กๆได้เป็เดือนเลยทีเดียว
ชายชราส่ายหน้าเบาๆ แล้วพูดว่า “พวกเ้าไม่รู้จักคุณค่าของเครื่องมือพวกนี้! เครื่องมือใหม่เอี่ยมจะเทียบกับเครื่องมือเก่าคุณภาพดีเหล่านี้ได้อย่างไรเครื่องมือพวกนี้ล้วนทำจากวัสดุชั้นเลิศ!”
ผู้คนรอบข้างต่างหัวเราะร่วน ทว่าเถียนฮวานกลับเอ่ยขึ้นว่า
“หนึ่งตำลึงใช่หรือไม่ ข้าจะซื้อ”
ทันใดนั้น คนทั้งหลายก็ถึงกับตะลึง
“น้องสาวผู้นี้ซื้อจริงงั้นหรือ”
“หนึ่งตำลึงเชียวนะ! จะแลกกับของเก่าๆ พังๆ พวกนี้ เ้าใช้เงินฟุ่มเฟือยแบบนี้ ระวังกลับไปจะถูกสามีสั่งสอนเอา!”
เถียนฮวนหันไปมองกู้ฉางสุ่ย “หากข้าใช้เงินที่เหลือทั้งหมดซื้อของพวกนี้ ท่านจะตีข้าหรือไม่”
“ข้าไม่ตีเ้าหรอก” กู้ฉางสุ่ยส่ายหน้า “หากอยากให้เงินงอกเงย ก็ต้องยอมเสียบ้างเพื่อแลกมา”
เถียนฮวนได้ฟังเช่นนั้นก็ยิ้มออก
“เช่นนั้น ข้าขอซื้อเครื่องมือทั้งหมด! สามีจ่ายเงิน!”
กู้ฉางสุ่ยควักเงินหนึ่งตำลึงสุดท้ายออกมา
ชายชราเห็นดังนั้นก็รีบใช้ผ้าห่อเครื่องมือทั้งหมดมัดรวมกันแล้วช่วยยกขึ้นวางบนรถเข็นให้พร้อมรับเงินใส่ในอกเสื้อ “เครื่องมือเหล่านี้พวกเ้ายินดีซื้อกลับไปเอง ผู้คนที่นี่ล้วนเป็พยานของซื้อแล้วไม่รับคืน!”
ผู้คนรอบข้างต่างพากันโห่ร้อง หลายคนเริ่มช่วยกันเกลี้ยกล่อม “ท่านปู่ผู้นี้ต้มพวกเ้าเข้าให้แล้ว!สองสามีภรรยาอายุยังน้อยนักก็เลยโดนหลอก รีบไปขอเงินคืนเถิด! หนึ่งตำลึงเชียวนะ!”
“ไม่ต้องหรอก ข้าซื้อแล้วก็จบกัน ไม่ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น ข้าก็ยอมรับ” เถียนฮวนพูดพลางช่วยกู้ฉางสุ่ยเข็นรถล้อเดียว “ไปกันเถอะ กลับบ้านกัน!”
“อืม” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า ทั้งสองไม่ลังเลแม้แต่น้อยเดินทางออกจากตัวตำบลทันที
ชายชราเห็นดังนั้นก็ตบอกยิ้มแฉ่ง
“ของพังๆ พวกนี้ขายออกเสียที! ฮ่าๆ มีเงินแล้ว ไปดื่มสุราดีกว่า!”
ผู้คนเห็นพวกเขาย่ามใจจากไปเช่นนั้น ก็ได้แต่ส่ายหน้าถอนหายใจ
“สองสามีภรรยาคู่นี้กลับบ้านไปจะไม่ร้องไห้เสียใจหรืออย่างไร”
แต่เถียนฮวานย่อมไม่มีวันร้องไห้ นางดีใจยิ่งนัก!
ระหว่างทางกลับบ้าน นางยังอดไม่ได้ที่จะเปิดห่อออกมา ตรวจดูเครื่องมือพวกนั้นอย่างละเอียดอีกครั้งใบหน้าประดับยิ้มกว้าง
กู้ฉางสุ่ยเห็นนางมีความสุขก็พลอยยิ้มตามไปด้วย
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินพ้นตัวตำบล จู่ๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งวิ่งสวนออกมาด้วยท่าทางเร่งรีบ
ระหว่างวิ่ง พวกเขาก็ะโไปด้วยว่า “หลีกทาง หลบหน่อย พวกเรามีเื่ด่วน!”
กู้ฉางสุ่ยรีบคว้าตัวเถียนฮวนหลบไปข้างทาง พวกเขาเพิ่งหลบพ้นก็ถูกฝูงคนกลุ่มนั้นวิ่งผ่านไปราวลมพายุ
เถียนฮวนทรงตัวได้ ก็มองตามไปแล้วพลันเอ่ยขึ้น “คนที่อยู่ตรงกลางนั่น เหมือนจะเป็อาจารย์เกาจากโรงหมอเมื่อครู่นี้นะ”
นางเพ่งมองอยู่นิดหนึ่ง ก็เหมือนจะจำใครบางคนได้
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า “เป็อาจารย์เกา”
“พวกเขารีบร้อนไปทำอะไรกัน หรือว่ามีใครล้มป่วยกะทันหัน”เหตุการณ์เช่นนี้นางเคยพบมานับครั้งไม่ถ้วน เมื่อนึกถึงอีกครั้งก็รู้สึกคิดถึงอยู่ไม่น้อย
พลันมีคนข้างๆ ตอบขึ้นว่า “คหบดีหวังในตัวตำบลเพิ่งรับอนุภรรยาใหม่เข้าบ้านไม่ใช่หรือได้ยินว่าทั้งงดงามทั้งอ่อนหวาน วันนี้ไม่รู้เป็อะไร ถูกสาวใช้ทำน้ำร้อนหกใส่จนาเ็ไม่น้อยคหบดีหวังเลยรีบตามหมอไปรักษาให้นาง!”
“ถูกน้ำร้อนลวกงั้นหรือ”
เถียนฮวนได้ฟังดังนั้นก็กะพริบตา แววตาพลันเปล่งประกายเจิดจ้า
[1] ฉื่อ หน่วยวัดในระบบจีนโบราณ 1 ฉื่อ ประมาณ 33 เิเ