“ไนน์ ทางนี้” หญิงสาวหันไปตามเสียงที่คุ้นหู
ปรียาดากำลังกวักมือเรียกให้เธอเดินไปหา วันนี้ผู้จัดการสาววัยกลางคนอยู่ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนเหมือนปกติ มีเพียงสีสันและกลิตเตอร์ที่แต่งแต้มบนใบหน้าที่ดูแปลกตากว่าตอนกลางวัน ข้าง ๆ กันคือมินตราที่อยู่ในชุดสายเดี่ยวรัดรูปสีแดง กรีดอายไลเนอร์คมกริบ และทาปากสีเดียวกับชุด ทั้งสามคนนัดเจอกันหน้าบ้านหลังหนึ่ง เพราะงานนี้ปรียาดาบอกว่าเป็ปาร์ตี้วันเกิดที่จัดขึ้นแบบส่วนตัว ต้องมีบัตรเชิญเท่านั้นถึงจะเข้าไปในงานได้ ผู้จัดการสาวโอนค่าแท็กซี่และค่าจ้างล่วงหน้าให้ณัฐธิดาก่อนแล้วจำนวนห้าหมื่นบาท
หญิงสาวอดทึ่งไม่ได้ว่าปกติเขาจ้างเด็กเอนกันแพงขนาดนี้เลยเหรอ ขอบเขตของงานคือแค่ทำให้เ้าของวันเกิดพอใจไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง ขณะที่ก่อนหน้านี้เธอต้องตรากตรำทำงานจนแทบไม่มีเวลาพักกว่าจะได้หลักพัน
“ทำไมแต่งตัวแบบนี้ล่ะคะ” มินตราถามพลางมองณัฐธิดาทั้งตัว
หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสแขนกุดยาวคลุมเข่าสีฟ้าอ่อนกับรองเท้าส้นสูงสีครีม เธอแต่งหน้าบาง ๆ เหมือนเช่นทุกวัน
“พี่ไม่รู้จะแต่งตัวยังไงดีน่ะ ไม่ค่อยมีชุดด้วย”
“ไม่เป็ไรค่ะ มินกะแล้วว่าจะเป็แบบนี้เลยเตรียมชุดมาเผื่อ พี่ไนน์เข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำกันเถอะ” มินตราชูถุงในมือที่มีเสื้อผ้าสำหรับณัฐธิดาอยู่ข้างใน เพราะเป็ไอดอลวงเดียวกันพวกเธอจึงถูกบังคับให้ลดน้ำหนักเพื่อให้มีรูปร่างที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้ฝ่ายคอสตูมทำงานง่าย และตอนถ่ายรูปรวมจะได้ไม่มีใครดูโดดเด่นจนเกินไป
ปรียาดาแสดงบัตรเชิญให้การ์ดร่างั์หน้าประตูบ้านดูก่อนที่เขาจะเบี่ยงตัวหลบให้พวกเธอเดินเข้าไปข้างใน ทั้งสามเดินเข้ามาในบริเวณส่วนหน้าของคฤหาสน์หลังใหญ่ที่สองข้างทางประดับประดาด้วยหลอดไฟสว่างไสวเป็ทางยาว ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ตัวบ้านเสียงเพลงก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ
ตอนนี้เป็เวลาห้าทุ่มครึ่งแล้ว บรรยากาศข้างในบ้านค่อนข้างคึกคัก มีผู้คนมากหน้าหลายตาเดินขวักไขว่กันในงาน ผู้หญิงสวยหลายคนที่แต่งตัวด้วยชุดวับ ๆ แวม ๆ ซึ่งน่าจะรับงานเหมือนณัฐธิดากับมินตราคอยเดินเสิร์ฟน้ำและเก็บจานให้แขกที่บ้างก็ยืนคุยกัน บ้างก็นั่งกินอาหารบนโต๊ะที่มีอยู่สิบกว่าตัว ปรียาดาเดินนำไปยังห้องน้ำชั้นล่าง ซึ่งระหว่างทางณัฐธิดาสังเกตได้ว่าเธอเป็ผู้หญิงที่แต่งตัวเรียบร้อยและหน้าจืดที่สุดในงาน
“ไนน์ไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ” ผู้จัดการบอกเมื่อทั้งหมดมาหยุดอยู่หน้าห้องน้ำหญิง
ณัฐธิดารับถุงจากมือรุ่นน้องแล้วเดินเข้าห้องน้ำเพื่อไปเปลี่ยนชุด มินตราเลือกเกาะอกสีดำและกระโปรงสั้นทรงเอเข้าชุดกันให้เธอ หญิงสาวจึงต้องถอดสายบราออกทั้งสองข้าง เมื่อแต่งตัวเรียบร้อยแล้วเธอก็เก็บชุดเดิมใส่ในถุงแทน
“เสร็จแล้วค่ะ”
“ต้องเติมหน้าอีกหน่อย” ปรียาดาพูดเมื่อเห็นว่าเด็กของเธอแต่งหน้าลุคใส ๆ ไม่เข้ากับชุดที่ใส่อยู่
“เราจะเริ่มงานช้าไปรึเปล่าคะ” เธอถามอย่างกังวลเพราะเห็นเด็กเอนคนอื่นทำงานกันแล้ว
“ไม่หรอก เ้าของวันเกิดยังไม่เป่าเค้กเลย”
ปรียาดาจูงมือณัฐธิดาให้เดินกลับเข้าไปในห้องน้ำโดยมีมินตราตามหลังมาด้วย ทั้งสองหยิบเครื่องสำอางของตัวเองช่วยกันเติมหน้าของณัฐธิดาจากลุคน่ารักให้กลายเป็สวยเฉี่ยว
“พี่ไนน์สวยมากเลยค่ะ”
ณัฐธิดาหันไปมองกระจกเพื่อพิสูจน์คำชม เธอเห็นหญิงสาวที่ดูร้อนแรงด้วยสโมกกี้อาย นุ่งน้อยห่มน้อยมองตอบกลับมา
“แทบจำตัวเองไม่ได้เลย”
“จะเที่ยงคืนแล้ว เราเข้าไปในงานกันเถอะ เดี๋ยวพี่ถือถุงให้” ปรียาดาพูดพลางเก็บอุปกรณ์เข้ากระเป๋า
“เ้าของงานเป็ใครเหรอคะ” ณัฐธิดากระซิบถามปรียาดาระหว่างที่ทั้งหมดเดินเข้ามาในงาน
“เ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างน่ะ”
พรึ่บ
เสียงเพลงช้า ๆ หยุดลงในทันที พร้อมกับแสงไฟทุกดวงในบ้านและตามทางเดินด้านนอกดับลงพร้อมกัน ก่อนที่เสียงร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์จะดังขึ้น ณัฐธิดาร้องเพลงคลอไปกับคนอื่น ๆ ด้วย เธอชะเง้อมองตามคนถือเค้กที่ค่อย ๆ เดินไปหยุดตรงหน้าเ้าของวันเกิดที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะตัวใหญ่ตัวหนึ่ง เมื่อเพลงจบแล้วเขาก็เป่าเทียนบนหน้าเค้กจนดับทุกเล่ม ทุกคนปรบมือแสดงความยินดีก่อนที่ไฟฟ้าจะกลับมา แต่คราวนี้บรรยากาศเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไฟที่ถูกเปิดกลับเป็ไฟเลเซอร์หลากหลายสี กะพริบวิบวับคล้ายในผับ
“ขอบคุณทุกคนมากนะครับที่มาในวันนี้ เรามาสนุกกับปาร์ตี้ของจริงหลังจากนี้กันได้เลยครับ!” เ้าของงานที่น่าจะเป็ชายวัยกลางคนยืนขึ้นพูด หลังจบประโยคก็มีเพลงแดนซ์ดังกระหึ่มออกมาทั่วทิศทางเรียกเสียงเฮจากคนในงานได้เป็อย่างดี
ณัฐธิดาที่ยังมึนงงกับสถานการณ์ตรงหน้าก็ถูกปรียาดาลากไปยังโต๊ะที่มีเ้าของงานนั่งอยู่
“สวัสดีค่ะ น้องไนน์มาแล้วนะคะ” ผู้จัดการสาวดันตัวเด็กของเธอไปข้างหน้า
“สวัสดีค่ะ” ณัฐธิดาจึงรีบยกมือไหว้ทักทาย แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาเห็นคนตรงหน้าชัด ๆ ก็ถึงกับผงะ นี่มันคนโรคจิตที่เคยมาขอซื้อกางเกงในเธอเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่นา
“สวัสดีครับน้องไนน์ เจอกันอีกแล้วนะครับ” เขาพูดพลางแสยะยิ้ม
“ท่านนี้คือเสี่ยเกรียงไกร คนจ้างงานเธอในวันนี้”
ณัฐธิดาหันไปมองหน้าปรียาดาทันควัน เธออยากเค้นถามชัด ๆ ว่าผู้จัดการจำคนคนนี้ไม่ได้เหรอ
“ขอบคุณที่พามาส่งครับ ขอผมสนุกกับน้องไนน์และน้องมินคืนนี้นะครับ คุณดาไปได้แล้ว”
“เชิญเลยค่ะ” ผู้จัดการยิ้มรับแล้วหันหลังเดินจากไปในทันที
“มานั่งข้างผมสิ”
“ได้เลยค่ะ” มินตราจีบปากจีบคอพูด
ณัฐธิดาจึงต้องจำใจเดินไปนั่งอีกข้างของเสี่ย บนโต๊ะมีชายวัยกลางคนอีกสามคนที่เรียกสาว ๆ มานั่งคุยเป็เพื่อนเหมือนกัน ณัฐธิดาพยายามมองว่าคนอื่นบริการแขกกันอย่างไร ถึงจะไม่ชอบใจคนข้าง ๆ เป็อย่างมากแต่ตอนนี้เื่งานต้องมาก่อน หญิงสาวข่มความไม่พอใจแล้วฉีกยิ้มกว้างให้เสี่ยเกรียงไกรในทันที เธอถนัดเื่แบบนี้อยู่แล้วเพราะต้องแกล้งทำเป็มีความสุขต่อหน้าผู้คนอยู่ตลอดเวลา
“น้องไนน์ป้อนเค้กพี่หน่อย”
“ได้ค่ะ”
ณัฐธิดาตัดเค้กปอนด์บนโต๊ะตรงหน้าเป็รูปสามเหลี่ยมเล็ก ๆ ใส่ในจานใบจิ๋วที่มีสาว ๆ เดินมาวางให้เมื่อครู่ เธอใช้ช้อนตักมันขึ้นมาพอดีคำแล้วจ่อไปตรงหน้าคนข้างตัว เขาจับมือเธอป้อนเค้กเข้าปากตัวเองอย่างรวดเร็ว
“อืม อร่อย”
“เสี่ยขา ดื่มน้ำสักหน่อยค่ะ เดี๋ยวติดคอ” มินตราที่นั่งอยู่อีกด้านพูดขึ้นเพื่อเรียกร้องความสนใจ
“ขอบคุณครับน้องมิน”
หลังจากนั้นณัฐธิดาก็นั่งฟังเสี่ยพุงพลุ้ยกับมินตราพูดคุยพลางหัวร่อต่อกระซิกกันไปเงียบ ๆ โดยส่วนใหญ่มักเป็การโม้ถึงวีรกรรมสมัยหนุ่มของเสี่ยเสียเยอะ หญิงสาวทั้งสองแกล้งทำเป็สนใจสลับกับสีหน้าประทับใจเป็พัก ๆ
“น้องไนน์ไม่เห็นดื่มเลย วันนี้วันเกิดพี่ ช่วยดื่มฉลองเป็เพื่อนพี่หน่อย”
“ไนน์ดื่มเหล้าไม่เป็ค่ะ”
“ไม่เป็ไร แค่จิบนิดเดียวพอเป็มารยาท มีน้องมินอยู่ด้วยทั้งคน ไม่ต้องกลัวหรอก”
“ก็ได้ค่ะ” ณัฐธิดาปฏิเสธไม่ได้เมื่อแก้วใส ๆ ถูกยัดเข้ามาในมือเธอ
“เอ้า ชน” เกรียงไกรชูแก้วของตัวเองแล้วพูดกับทุกคนบนโต๊ะ ทุกคนต่างก็ชูแก้วที่มีของเหลวสีอำพันขึ้นตาม ก่อนที่ทั้งหมดจะกระดกดื่มรวดเดียว
ณัฐธิดามองแก้วในมือเธอแล้วยกขึ้นดื่มตามคนอื่น ๆ ก่อนจะหลับตาปี๋เมื่อเจอกับรสชาติขมเฝื่อนคอ เรียกเสียงคิกคักจากมินตรา
“แก้วนี้ฉลองให้พี่ไนน์ที่ดื่มเหล้าเป็ครั้งแรกค่ะ” มินตรารินของเหลวใส่แก้วในมือณัฐธิดาจนเต็ม
“พี่...”
“เรามาสนุกกันค่ะ อย่าทำให้เสียบรรยากาศสิคะ”
ณัฐธิดามองสบตารุ่นน้องที่ส่งมาให้ราวกับจะบอกว่าตอนนี้กำลังทำงาน ให้เธอตามน้ำไปก่อน ณัฐธิดาจึงค่อย ๆ ยกแก้วขึ้นจิบเล็กน้อยแทน เพราะเมื่อคิดถึงเงินที่เธอได้รับมาจากค่าจ้างในครั้งนี้มันก็ไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ ถ้าจะนั่งฟังเฉย ๆ คงกลายเป็ทำงานไม่คุ้มค่าจ้าง
“เรามาเล่นเกมกันดีไหมครับ” เสี่ยเกรียงไกรเอ่ยชวนทุกคนบนโต๊ะ
“ดีค่า มินชอบเล่นเกม”
“ผมจะหมุนขวดไปรอบวง ถ้าปากขวดไปหยุดที่ใครคนคนนั้นต้องถอดออกหนึ่งชิ้น หรือเลือกดื่มเหล้ารวดเดียวหมดแก้ว โอเคไหม” เมื่อพูดจบก็เกิดเสียงเฮอย่างชอบใจขึ้นรอบโต๊ะ
“เริ่มเลย กูชักจะตื่นเต้นแล้วสิ” ผู้ชายที่นั่งฝั่งตรงข้ามพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เกรียงไกรมองหน้าเพื่อนยิ้ม ๆ อย่างเข้าใจกัน ก่อนจะจับขวดในมือวางนอนแล้วหมุนอย่างรวดเร็ว ปลายขวดหยุดชี้หน้าสาวสวยคนหนึ่ง ณัฐธิดาถอนหายใจอย่างโล่งอกพลางมองดูว่าหญิงสาวที่นั่งถัดจากมินตราจะเลือกอะไร
“เชอร์รี่เลือกถอดนะคะ” คำพูดของเธอเรียกเสียงฮือฮารอบโต๊ะได้เป็อย่างดี แค่เริ่มต้นก็ทำให้เกมนี้น่าสนใจแล้ว
หญิงสาวถอดเสื้อปาดไหล่ออกทางหัวอย่างช้า ๆ จนท่อนบนเหลือเพียงบราปีกนกท่ามกลางเสียงเชียร์อย่างสนุกสนาน เกรียงไกรเอื้อมมือไปหมุนขวดอีกรอบ ณัฐธิดาลอบกลืนน้ำลายลงคอ ภาวนาอย่าให้ขวดหมุนมาชี้เธอ ซึ่งคำขอของเธอเป็ผล คราวนี้ปลายขวดชี้ไปที่มินตรา
“มินเลือกถอดเหมือนกันค่ะ” พูดจบเธอก็ถอดชุดเดรสสายเดี่ยวของตัวเองออกอย่างรวดเร็วจนณัฐธิดาร้องห้ามไม่ทัน
“โอ้ว น้องมินหุ่นดีมากเลยครับ” เกรียงไกรเอ่ยชมเมื่อคนข้างตัวเหลือเพียงบราปีกนกกับกางเกงซับในขาสั้นสีดำ
“ไปต่อกันเลยค่า” มินตราพูดเสียงยานคางเล็กน้อย
เกมผ่านไปอีกหลายตาแต่ณัฐธิดาก็ยังโชคดีไม่เคยโดนเลือกเลยสักครั้ง ตอนนี้ผู้หญิงห้าคนบนโต๊ะไม่มีใครใส่เต็มยศเหมือนตอนมาสักคน บางคนเปลือยอกแต่ท่อนล่างยังอยู่ครบ บางคนเหลือเพียงชุดชั้นใน ส่วนผู้ชายทั้งสามและณัฐธิดายังใส่เสื้อผ้ากันครบทุกชิ้น
“ถอดเลย ๆ” เสียงเชียร์รอบโต๊ะดังขึ้นเมื่อปลายขวดไปหยุดอยู่ที่ผู้หญิงคนหนึ่ง ตอนนี้บนตัวเธอเหลือเพียงยกทรงลูกไม้สุดเซ็กซี่ ท่อนล่างเป็กระโปรงยีน
“แนนจะถอดแล้วนะคะ” หญิงสาวเลือกถอดกางเกงในตัวจิ๋วออก เรียกเสียงเฮชื่นชมความใจกล้าได้ทั่วโต๊ะ เธอชูผ้าชิ้นเล็กขึ้นตรงหน้าผู้ชายข้างตัวช้า ๆ แล้วยัดใส่มือเขา
“น่าอิจฉาคนที่ได้ของขวัญจังเลยนะครับ งั้นเรามาต่อกันเลย” เกรียงไกรหมุนขวดอีกครั้ง
ขวดเหล้าทรงกลมหมุนติ้ว ๆ กลางโต๊ะ ก่อนจะเคลื่อนที่ช้าลงเรื่อย ๆ แล้วหยุด ปลายขวดชี้ไปที่ณัฐธิดา
“ถอดเลย ๆ” เสียงเชียร์กระหึ่มโต๊ะเรียกให้ผู้คนในงานหันมาสนใจ เพราะเธอเป็ผู้หญิงที่สวยที่สุดในงาน ผู้ชายทั้งงานต่างก็เล็งั้แ่เห็นเธอเดินใส่เกาะอกเข้ามา แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาคุยเมื่อเธอเดินไปนั่งกับเ้าของงาน
“คนรอดูเยอะขนาดนี้ พี่ไนน์อย่าทำให้ผิดหวังนะค้า” มินตรายื่นหน้ามาพูด
ณัฐธิดามองหน้าคนนั้นทีคนนี้ทีไปรอบ ๆ ไม่ใช่แค่โต๊ะเธอโต๊ะเดียว ที่จริงตอนนี้สาว ๆ ทั่วงานต่างก็เหลือแต่ชุดชั้นในเดินเสิร์ฟอาหารและนั่งเป็เพื่อนคุยกับแขกเหมือนเป็เื่ปกติ
“คุณรับค่าจ้างไปแล้วก็ช่วยเอนเตอร์เทนให้คุ้มหน่อยนะครับ” เกรียงไกรเสริมเมื่อเห็นเธอลังเล
“ก็ได้ค่ะ” ณัฐธิดารับคำก่อนจะลุกขึ้นยืน