แสงเหนือลืมตาตื่นขึ้นกระพริบตาถี่ๆ เพราะรู้สึกถึงแสงที่สาดส่องผ่านม่านตาเข้ามารำไร เขาขเม้นตามองไปรอบๆ บริเวณ ในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยแล้วรีบยันตัวขึ้นนั่งแต่ยังรู้สึกปวดต้นคอเหมือนโดนของแข็งฟาดลงอย่างแรง ชายหนุ่มคิดทบทวนเื่ก่อนจะฟื้นมาตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็เื่แม่ในความฝัน เื่ในซอย์วิถี คนแปลกหน้าที่แต่งชุดเหมือนหนังย้อนยุคแปลกๆ ทั้งยังมีเด็กผู้หญิงที่เอากล้องวงจรปิดที่ไหนไม่รู้มาเปิดแต่มันเหมือนกับเหตุการณ์ในฝันชัดๆ เขาลองตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่เหมือนที่เคยเห็นในหนังหรือการ์ตูนทำกัน แต่มันก็รู้สึกเจ็บจริงๆ หรือว่ามันไม่ได้ฝัน นี่เขาหลุดมาอีกมิตินึงเหมือนที่หญิงสาวคนนั้นบอก หรือถ้าจะเลวร้ายกว่านั้นจริงๆ ตอนนี้เขาอาจะแค่หลงมาอยู่ในโรงพยาบาลบ้า ดีละ ถ้าหมอมา เขาก็จะแสดงตัวว่าเขาไม่ได้บ้าเหมือนพวกนี้ แล้วจะขอโทรไปหาแม่ หาเพื่อนที่โรงเรียน หรือป้าจำเรียง ลุงสุชาติให้ช่วยมารับหน่อย
โทรศัพท์
คิดได้ดังนั้นเขาจึงหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อจะโทรหาไอ้พง เพื่อนสนิทให้มารับเขาตามโลเคชั่นที่จะส่งให้ในไลน์ เขาปลดล็อคเครื่องเพื่อจะโทรออก แต่ก็พบว่าสัญญาณโทรศัพท์บอดสนิท
‘ไม่มีซักกะติ่งนึง’ เขานึกในใจแล้วเก็บมันยัดไว้ในกระเป๋าตามเดิม
“ไว้รอขอยืมจากเ้าหน้าที่ก็ได้” ว่าแล้วเขาก็เริ่มเดินสำรวจสถานที่ตามประสาแขกที่ดี ด้านหน้าสุดฝั่งขวาจากเตียงที่เขานอนอยู่เป็ประตูไม้ลวดลายแปลกประหลาดแต่ก็สวยงามวิจิตรบรรจงตัดขอบด้วยทองคำแท้ บางจุดยังมีอัญมณีที่เจียระไนอย่างปราณีตประดับไว้อย่างสวยงาม และเมื่อยิ่งสังเกตุ ทำให้เขายิ่งเห็นว่า มันเป็ลวดลายแบบเดียวกันกับเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นภายในห้องนี้ ทั้งเตียงนอนที่มีเบาะนุ่มนิ่ม กว้างขวาง หน้าต่าง หรือแม้แต่ประตูบานเล็กอีกบานที่คาดว่าจะเป็ทางเดินไปห้องน้ำ หรูหราเหมือนโรงแรม 5 ดาวเลยว่ะ
“ค่อยยังชัั่วขึ้นแล้วสินะ” เขาหันกลับไปตามเสียงนั้นพบชายคนเดิมที่เจอในกองถ่ายเมื่อครู่แล้วรีบวิ่งกลับมานั่งที่ปลายเตียง
“ก็โอเคแล้ว แล้วนี่นายเป็คนพาฉันมาที่นี่หรอ” เวณิกเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นมองหน้าเขาจากมุมสูงที่นั่งอยู่ปลายเตียง
“ใช่ ข้าชื่อเวณิก และผู้ึคนที่นี่เรียกข้าว่าท่าน” แสงเหนือกรอกตาไปมา นี่ยังไม่สั่งคัทหรือเนี่ย หรือโรงพยาบาลนี้มีเ้านี่ป่วยอยู่คนเดียววะ
“โอเค โอเค แล้วที่นี่คือที่ไหน โรงพยาบาลอิสรินทร์? หรือเป็สถานบำบัด” ไม่คุ้นเลยวะ
“ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล และก็ไม่ใช่สถานบำบัดที่เ้ากำลังพูดถึงแบบในเมืองของเ้า แต่ที่นี่คือ วิหารเวณิก วิหารของข้าในอาณาจักรอิสรินทร์” เขาเหลือบตามสบแสงเหนือ
“อาณาจักรเวทย์มนต์”
‘บ้าไปแล้ว’ แสงเหนือหัวเราะเยาะทางจมูก ‘ไอ้นี่มันบ้าระดับอาณาจักรเลยว่ะ อีกซักพักมันคงยกมือขึ้นแล้วสั่งให้ของในห้องลอยไปมาแน่แบบในหนังแน่ๆ’
“เ้าดูนี่” นั่นไง กูว่าละ
เวณิกยกมือไปทางแจกันดอกไม้ทองคำที่มีดอกไม้ปักอยู่ แล้วจู่ๆ แจกันนั้นก็ลอยขึ้น แสงเหนืออ้าปากค้างรีบวิ่งไปดูที่แจกัน ชะโงกหาเส้นเอ็น แมคคานิก หรืออะไรก็ได้ที่อธิบายว่าแจกันมันยกขึ้นได้ยังไง
“ถ้ายังไม่เชื่อ…” เวณิกเอียงศีรษะเล็กน้อยแจกันใบนั้นก็วางลงท่ี่เดิมแต่กลายเป็ร่างของเขาลอยละลิ่วกลับมานั่งที่เตียงด้วยความรวดเร็วจนแสงเหนือใบหน้าเหวอ
“ชะ เชื่อแล้ว”
“นั่งลง… ข้าจะอธิบายให้ฟังว่าเ้ามาที่นี่เพราะอะไร”
“แต่ข้า…” เวณิกเหลือบมองหนุ่มหน้อยที่นั่งน่ามุ่ยบนปลายเตียง
“ที่นี่…”
“ข้าสงสัยว่า…อำ ไอ โอ๊ย อ่าน อะ อำ อะ ไอ เอี่ย”
“เมื่อข้าพูด เ้าก็ควรฟัง… อย่างนิ่งๆ”
แสงเหนือพยักหน้า เวณิกจึงคลายมนต์ออกทำให้เขาสามารถพูดได้ปรกติ
“ท่านมันขี้โก….” แต่แสงเหนืออ้าปาก แต่ยังไม่ทันได้ส่งเสียงจนจบอีกครั้ง ก็โดนสายตาคมกริบคู่นั้นมองดุมาจนต้องหุบปากแล้วนั่งเงียบ
“ที่นี่คืออาณาจักรคู่ขนานกับโลกของเ้า และแม่ของเ้าก็เป็ชนชั้นปกครองของอาณาจักรแห่งนี้ ดังนั้น เ้าจึงถือเป็เืเนื้อของอิสรินทร์โดยสมบูรณ์ด้วยเช่นกัน”
“แล้ว… ” แต่เมื่อเห็นสายตาดุๆ คู่นั้น เขาก็ต้องหุบปากลงไปอีกครั้ง
“เมื่อนานมาแล้ว แม่ของเ้าเป็ผู้จอมทัพผู้ยิ่งใหญ่และกักขังร่างของเวทย์ทมิฬไว้ในส่วนลึกสุดของหุบเขาอนธการ แต่ิญญาของเวทย์ทมิฬกลับหนีรอดออกมาได้ และกระจายตัวออกเป็ชิ้นส่วนิญญา 3 ส่วน เป็เวลาเดียวกันที่ในตอนนี้อิสรินทร์กำลังอ่อนแอ ความมืดจึงเริ่มแผ่ขยายไปรอบๆ อาณาจักร และเ้าจะต้องเป็ผู้ปิดผนึกเวทย์ทมิฬอีกครั้งแทนแม่ของเ้า”
“แล้ว แม่ของข้าล่ะ”
“แม่ของเ้า ตอนนี้ข้าก็ยังไม่แน่ใจว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่นี่คือรอยจิต ถือเป็สิ่งสุดท้ายที่ผู้ใช้เวทย์จะทิ้งเบาะแสสั้นๆ ไว้ก่อนจากไป เมธาวีนำมาจากที่เกิดเหตุมาให้เ้า”
เวณิกพูดเสร็จก็หงายมือออกมา ทันใดนั้นก็ปรากฏเป็ลูกแก้วเล็กๆ สีรุ้งส่องประกายวิบวับ เขาจับลูกแก้วสีรุ้งนั้นกดเข้าตรงหน้าผากของแสงเหนือแล้วลูกแก้วนั้นก็หายเข้าไปในนั้นทันที แสงเหนือรู้สึกว่าในห้องมืดสนิทไปวูบหนึ่ง แล้วเพียงอึดใจมันก็กลับสว่างขึ้นและปรากฏเป็หน้าบ้านของเขาในวันที่มีแสงแดดส่องทะลุผ้าม่าน ดอกกุหลาบแดงที่แม่ปลูกไว้เบ่งบานส่งกลิ่นหอมไปทั่ว บนโต๊ะนั่งเล่น มีแก้ชามะลิที่แม่ชอบวางอยู่ พร้อมชูครีมฝีมือแม่
“แม่” น้ำตาของเขาไหลออกมาเป็สายโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่เขาตามหา คือแม่ เขาเดินตามหาพร้อมเรียกแม่ทั่วบริเวณ
“แม่อยู่นี่ลูกรัก” แม่เขาปรากฏตัวด้านหลังในชุดเกราะสีแดงเพลิงสง่างามที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“เมื่อลูกเจอแม่ที่นี่ นั่นหมายความว่าแม่คงจากไปที่ไหนซักแห่งแล้ว” แม่ยิ้มให้เขาด้วยความรักอย่างเคย
“แม่จะไปไหน”
“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่แม่อยากขอโทษลูกที่แม่ไม่เคยบอกอะไรกับลูกเลย เพราะแม่คิดว่า แม่จะจัดการเื่นี้ได้ด้วยตนเอง แต่เมื่อถึงวันนี้แล้วในวันลูกอายุครบ 18 ปี วงเวทย์เทวะของลูกจะถูกปลุกขึ้นโดยมาสเตอร์ที่ชะตาผูกกันไว้ ลูกจงใช้พลังนั้นปกป้องความดี แสงสว่าง และใช้พลังนั้นปกป้องคนที่ลูกรักนะลูก”
“ก็แม่ไง คนที่ผมรัก ผมจะปกป้องแม่ ขอแค่แม่กลับมา กลับมาหาผม”
“ชะตากำหนดไว้แล้วแสงเหนือ” แม่ยิ้มให้เขาทั้งที่นัยตาก็ฉายแววความเสียใจไม่แพ้กัน
“มาให้แม่กอดหน่อยลูกชายขี้แย” เธอเอื้อมมือดึงร่างเด็กหนุ่มมที่กำลังร้องไห้โฮมากอดไว้ในอก เมื่อสวมกอดเสร็จแม่ของเขาก็ยกมืออ่อนนุ่มขึ้นปาดน้ำตาให้ลูกชายแล้วจับมือของเขาไว้
“เก็บจี้นี้ไว้กับตัว ห้ามให้ใครเด็ดขาด เมื่อถึงเวลา มันจะเป็สิ่งสำคัญที่ลูกต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับมัน” เขาก้มลงไปมองจี้ที่อยู่ในมือนั้น
“แม่ไปแล้วนะลูกรัก” แม่ของเขาก้มลงจูบที่หน้าผากของแสงเหนือเป็ครั้งสุดท้ายก่อนร่างนั้นจะจางหายไป
“แม่” แล้วภาพจากลูกแก้วนั้นก็สลายกลายเป็ห้องเดิมที่เขานอนอยู่ น้ำตาไหลนอง 2 แก้มสะอึกสะอื้นมือข้างหนึ่งกำจี้นั้นไว้แน่น
“แม่”
“เ้าจงภูมิใจเถอะ ที่แม่ของเ้า คือ 1 ในจอมทัพมหาเวทย์ที่เก่งที่สุดในไม่กี่คนของอาณาจักรนี้”
แสงเหนือไม่ทันได้เตรียมใจกับสิ่งที่พบเจอในตอนนี้ เพราะเขาเข้าใจเพียงว่า แม่แค่ออกเดินทางไปสำรวจสถานที่ต่างๆ เหมือนที่เคย ทั้งยังหวังลึกๆ ในใจว่าแม่จะกลับมาไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม แต่แค่่เวลาข้ามวันเท่านั้น ตอนนี้เขากลับพบว่าแม่ได้จากเขาไปแล้ว
ใช่ แม่เขาอาจจะเป็จอมทัพอะไรก็ซักอย่างที่เก่งกาจมาก แต่มันจะสำคัญอะไร ในเมื่อตอนนี้ เขาอยากได้แม่ที่ทำกับข้าว และชูครีมอร่อยที่สุด แม่ที่บ่นเขาเื่ไม่เก็บที่นอน แม่ที่ชอบลืมว่าเอาแว่นตาวางไว้ตรงไหนทั้งที่คาดอยู่บนหัว แม่ที่คอยเขาจนดึกเมื่อแอบไปเที่ยวตอนกลางคืน แม่ที่กอดเขาตอนเขาอกหัก แม่ที่เป็ทุกอย่างในชีวิตเขากลับคืนมา น้ำตาของเขาไหลออกมาโดยไม่สนใจว่าชายตรงหน้าจะรู้สึกอย่างไร แสงเหนือปล่อยโฮก้มหน้าซุกบนเข่า 2 ข้างที่ชันขึ้น ตัวเขาสั่นเทาพร้อมกับเสียงสะอื้นที่แม้จะพยายามเก็บไว้ให้เงียบที่สุดแต่ก็คงไม่อาจซ่อนไว้ได้
เวณิกเดินเข้ามานั่งที่ปลายเตียง เขาเองก็ไม่ได้เห็นผู้คนร้องไห้เสียใจแบบนี้มาหลายร้อยปี เวณิกตัดสินใจเอามือลูบไปที่หัวชายหนุ่มแปลกหน้าเบาๆ
แสงเหนือเงยหน้ามองเขาและสวมกอดชายแปลกหน้าตรงนั้นเหมือนกับเด็กน้อยที่ไร้ที่พึ่ง
กอดอบอุ่นนี้มันทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยและอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เขากอดเวณิกแน่นกว่าเดิม เหมือนกลัวว่าร่างตรงหน้าจะหายไป
“ข้าจะได้เจอแม่อีกไหม”
“ข้าตอบเ้าไม่ได้หรอก” เขาลูบหัวเด็กขี้แยเบาๆ ในขณะที่มืออีกข้างโอบหลังไว้เพื่อให้รู้ว่าเขาจะอยู่ตรงนี้เสมอ
‘นับจากนี้… ข้าจะดูแลเ้าเอง’
===================