ส่วนลึกของป่าปีศาจ์ ปลายทางของหุบเขาอันเงียบสงบและลึกล้ำ
แมงมุมหยินเก้าหัวที่มีขนาดตัวมหึมาหมอบอยู่เบื้องหน้าค่ายกลัขด มันเบิกตาดวงโตจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่งที่เดินออกมาจากค่ายกลโบราณ
เด็กหนุ่มผู้นี้สวมอาภรณ์สีขาว ทว่าอาภรณ์สีขาวส่วนใหญ่นั้นกลับถูกชโลมไปด้วยเืจนแดงฉาน
"เป็เืของเสือดาวโลหิตขนแดง..." แมงมุมหยินเก้าหัวได้กลิ่นของเสือดาวโลหิตขนแดงจากร่างของกู่เฟิง ดวงตาของมันหรี่ลง ประกายแสงแหลมคมสว่างวาบขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ
"เ้าหนู ภายในค่ายกลมีสิ่งใดอยู่? แล้วผู้ใดเป็คนสังหารเสือดาวโลหิตขนแดง บอกข้ามาตามตรง แล้วข้าจะปล่อยให้เ้ามีชีวิตรอดไป"
เมื่อแมงมุมหยินเก้าหัวกล่าวจบ มันก็จงใจปลดปล่อยกลิ่นอายอันแข็งแกร่งของขอบเขตสามตำหนักขั้นต้นออกมา เพื่อข่มขวัญกู่เฟิง
เพียงแต่ว่า มันกลับพบว่ากู่เฟิงไม่ได้สนใจตนเองเลยแม้แต่น้อย แต่กลับกำลังมองไปที่ด้านหลังของมันแทน
มันรู้สึกประหลาดใจ หนึ่งในเก้าหัวหันกลับไปมองจึงพบว่ามีผู้ฝึกตนขอบเขตสามตำหนักปรากฏตัวขึ้นั้แ่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้
"กู่เฟิง รีบหนีไป เขาจะสังหารเ้า!" เมื่อกู่อวิ๋นเห็นว่ากู่เฟิงยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ เขาก็ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดะโบอก
"หนีหรือ? เขาจะหนีไปที่ใดได้?" กู่ตงหัวเราะเยาะ หากกู่เฟิงคิดจะหนี ก็มีเพียงต้องหนีไปให้พ้นจากสายตาของแมงมุมหยินเก้าหัวและตัวเขาเท่านั้น ซึ่งเื่นี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน
"ปล่อยตัวกู่อวิ๋นเดี๋ยวนี้!" กู่เฟิงคาดไม่ถึงว่ากู่ตงจะจับตัวกู่อวิ๋นมาด้วยจึงทั้งใและโกรธเกรี้ยว
"ปล่อยเขางั้นหรือ...?" เมื่อกู่ตงเห็นว่ากู่เฟิงใส่ใจกู่อวิ๋น เขาก็เผยรอยยิ้มอันเหี้ยมเกรียมออกมาในทันที
"ขอเพียงเ้าไม่หนีไป และยอมถูกจับกุมแต่โดยดี ข้าก็จะปล่อยเขาไป ไม่เช่นนั้นข้าจะบีบคอเขาให้ตาย!"
กล่าวจบ กู่ตงก็คว้าคอของกู่อวิ๋นเอาไว้ ยกตัวกู่อวิ๋นขึ้นเหนือหัวอย่างแรง นิ้วทั้งห้าออกแรงบีบแน่นขึ้นเรื่อย ๆ บีบจนกู่อวิ๋นกระอักเืออกมาทางปาก สีหน้าเต็มไปด้วยความเ็ปทรมาน
กู่เฟิงโกรธจัดจนกำหมัดแน่น ดวงตาทั้งสองข้างแทบจะลุกเป็ไฟ
หากไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง เขาคงยากจะเชื่อว่ากู่ตงจะเลวทรามต่ำช้ายิ่งกว่าเดรัจฉาน ถึงขั้นยอมนำชีวิตของคนในตระกูลมาบีบบังคับเขา เพียงเพื่อความปรารถนาส่วนตัวของตนเอง
"ตกลง ข้าจะไม่หนี เ้าปล่อยเขาไป!" กู่เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นะเื
"ถือว่าเ้ารู้ความ" กู่ตงแค่นเสียงหัวเราะเ็า คลายนิ้วทั้งห้าที่บีบคอกู่อวิ๋นออก แล้วหิ้วร่างของกู่อวิ๋นเหาะตรงไปยังกู่เฟิง
"เขาเป็ของข้า!" แมงมุมหยินเก้าหัวจะยอมให้กู่ตงจับตัวกู่เฟิงไปได้อย่างไร ในชั่วขณะที่เห็นกู่ตงเหาะตรงไปยังกู่เฟิง มันก็พุ่งตัวออกไปตะปบใส่กู่ตงในทันที
เพียงแต่กู่ตงกลับไม่สนใจมันเลยแม้แต่น้อย เขาโยนจานหินสีดำชิ้นหนึ่งออกไปอย่างลวก ๆ มันแปรสภาพกลายเป็ค่ายกลผนึกอย่างรวดเร็ว ผนึกร่างของแมงมุมหยินเก้าหัวเอาไว้กับที่
นี่คือของวิเศษประเภทผนึกที่กู่ตงได้รับมาจากสถานที่ที่เขาทะลวงขอบเขตในป่าปีศาจ์
ต่อให้เป็ยอดฝีมือในขอบเขตสามตำหนักก็ยังสามารถผนึกได้ ข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือ ของสิ่งนี้สามารถใช้งานได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ของวิเศษชิ้นนี้ล้ำค่ามาก จัดอยู่ในระดับห้า ทว่าหากนำไปเทียบกับผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการจับกุมกู่เฟิงแล้ว มันยังห่างชั้นกันอีกไกลนัก
ดังนั้น กู่ตงจึงกระตุ้นการทำงานของของวิเศษชิ้นนี้โดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เพื่อกักขังแมงมุมหยินเก้าหัวเอาไว้ ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าสังหารกู่เฟิงอย่างไม่ลดละ
ปัง! ปัง!
แมงมุมหยินเก้าหัวพุ่งชนค่ายกลผนึกด้วยความโกรธเกรี้ยว ภายใต้การพุ่งชนของมัน ค่ายกลแห่งนี้ก็ปรากฏรอยร้าวที่ดูน่าหวาดหวั่นขึ้นมา
หากมัน้าจะทะลวงค่ายกลผนึกแห่งนี้ให้แตกออก ย่อมต้องใช้เวลาไม่น้อย และ่เวลานี้ก็เพียงพอให้กู่ตงจับกุมตัวกู่เฟิง แล้วจากไปอย่างลอยนวล
ตุบ!
กู่ตงมองกู่เฟิงที่อยู่ห่างจากตนเองเพียงไม่กี่จั้ง คิดว่าการจับตัวอีกฝ่ายนั้นง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ จึงโยนกู่อวิ๋นทิ้งลงบนพื้นราวกับถุงเืขาด ๆ ใบหนึ่ง ก่อนจะพุ่งตัวตรงดิ่งไปหากู่เฟิง
นับั้แ่ที่เขาถูกเสือดาวโลหิตขนแดงกินขาไปข้างหนึ่ง นิสัยใจคอของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ในตอนนี้ เขาได้โยนเื่ของตระกูลกู่สาขาเมืองไป๋หลงทิ้งไว้เื้ัตั้งนานแล้ว และไม่เห็นกู่อวิ๋นซึ่งเป็ศิษย์อัจฉริยะรุ่นเยาว์อยู่ในสายตาเลย เขาเพียงแค่้ายกระดับความแข็งแกร่งของตนเอง และสนใจเพียงแค่ตนเองเท่านั้น!
"เ้าคนสารเลว!" กู่อวิ๋นดิ้นรนตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา มองดูผู้นำตระกูลที่ตนเคยเคารพเทิดทูนในวันวาน กำลังพุ่งเข้าสังหารกู่เฟิงด้วยกลิ่นอายที่เต็มไปด้วยความโลภ ริมฝีปากที่สั่นเทาเอื้อนเอ่ยคำด่าทอออกมา
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะมีวันที่ผู้นำตระกูลที่เขาเคารพเทิดทูน กลายเป็คนที่ทำให้เขารู้สึกขยะแขยงได้ถึงเพียงนี้
"อ๊าก จงแตกออกไป!" แมงมุมหยินเก้าหัวเห็นกู่ตงเข้าใกล้กู่เฟิง การโจมตีของมันก็ยิ่งบ้าคลั่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
มันจ้องมองค่ายกลัขดมานานแล้ว กว่าจะรอจนพบมนุษย์ที่สามารถเข้าไปในค่ายกลัขดได้สักคนนั้นไม่ใช่เื่ง่าย มันรู้สึกว่าขอเพียงจับตัวกู่เฟิงได้ ก็จะสามารถไขความลับของค่ายกลแห่งนี้ และได้รับโชควาสนาที่ยากจะจินตนาการได้
มันจะไม่มีทางยอมให้กู่เฟิงถูกกู่ตงจับตัวไปต่อหน้าต่อตาอย่างเด็ดขาด!
ตูม!
แมงมุมหยินเก้าหัวทุ่มสุดตัว ขาที่เต็มไปด้วยขนหนาทึบทุกข้างเตะเข้าใส่ค่ายกลผนึกในจุดเดียวกัน มันทุ่มเททุกสิ่งที่มี ะเิการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา
ท่ามกลางเสียงะเิดังกึกก้องจนแสบแก้วหู ค่ายกลผนึกก็ถูกกระแทกจนเกิดเป็รูกลวง
เมื่อแมงมุมหยินเก้าหัวเห็นเช่นนั้น ก็ยิ่งโจมตีค่ายกลผนึกอย่างบ้าคลั่ง หมายจะทะลวงออกไปให้เร็วที่สุด เพื่อแย่งชิงตัวกู่เฟิง
ไม่ว่าจะเป็แมงมุมหยินเก้าหัวหรือว่ากู่ตง ต่างมองว่ากู่เฟิงเป็เพียงลูกไก่ในกำมือที่หยิบฉวยได้ง่ายดาย ไม่มีใครคิดว่ากู่เฟิงจะสามารถหลบหนีไปได้เลย
กู่เฟิงยืนนิ่งอยู่กับที่ จับจ้องมองกู่ตงที่พุ่งเข้าสังหารอย่างเ็า สีหน้าของเขาสงบนิ่งจนน่าประหลาดใจ
"ช่างอวดดีนัก" ในสายตาของกู่ตง กู่เฟิงมีาแเต็มตัว เืท่วมร่าง ดูอยู่ในสภาพครึ่งเป็ครึ่งตาย ตบะบารมีก็ต่ำต้อยถึงเพียงนั้น ย่อมไม่มีทางหนีรอดเงื้อมมือของเขาไปได้อย่างแน่นอน
ตูม!
กู่ตงพุ่งทะยานมาถึงเหนือศีรษะของกู่เฟิง กางนิ้วทั้งห้าออกแล้วตะปบลงไป เขากำลังคิดจะจับเป็กู่เฟิง จึงตั้งใจจะใช้พลังิญญากระแทกเส้นลมปราณทั่วร่างของกู่เฟิงให้ขาดสะบั้น เพื่อให้สูญสิ้นตบะบารมีไปจนหมด
ด้วยวิธีนี้ เขาก็จะสามารถจับตัวกู่เฟิงไปได้อย่างสบายใจ นำตัวไปยังที่ปลอดภัยเพื่อรีดเค้นความลับทั้งหมดออกมา จากนั้นค่อยสังหารกู่เฟิงทิ้ง แล้วหิ้วหัวของกู่เฟิงไปแลกเปลี่ยนโอสถิญญาระดับหกและอาวุธิญญาระดับหกจากกู่เว่ย
ไม่ต้องพูดถึงสิ่งอื่นใด เพียงแค่โอสถิญญาระดับหกและอาวุธิญญาระดับหก ก็เป็โชควาสนาที่ยากจะไขว่คว้าได้แล้ว มันสามารถทำให้กู่ตงผลัดกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็นเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง และมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น!
"นี่คือโชควาสนาอันยิ่งใหญ่ที่์ประทานมาให้ข้าผงาดขึ้นมาสินะ!" กู่ตงที่เห็นว่ากำลังจะจับตัวกู่เฟิงได้อยู่รอมร่อ ตื่นเต้นจนหัวเราะออกมาเสียงดัง
แม้เขาจะสูญเสียขาไปหนึ่งข้าง แต่ก็ได้รับโชคจากเคราะห์ร้ายจนสามารถทะลวงขอบเขตได้ อีกทั้งยังจับเป็กู่เฟิงได้ โอสถิญญาระดับหกและอาวุธิญญาระดับหกอยู่แค่เอื้อม
อีกทั้งยังมีความลับต่าง ๆ บนตัวของกู่เฟิง... เขารู้สึกว่าตนเองกำลังจะได้ต้อนรับการเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ในอนาคตจะสามารถก้าวขึ้นสู่เวทีที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้ หาใช่เป็เพียงผู้นำตระกูลกู่สาขาเล็ก ๆ ในเมืองไป๋หลง
ใบหน้าของกู่ตงประดับด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างยินดี ในขณะที่เขาเข้าใกล้กู่เฟิงในระยะห้าวา เขากลับบังเอิญพบว่ามุมปากของกู่เฟิงยกขึ้น เผยรอยยิ้มแปลกประหลาดออกมา
"ค่ายกล... ทำงาน!" สิ้นเสียงะโกึกก้องของกู่เฟิง ไม้เท้าเทวะไท่ชูที่ดูธรรมดาก็ปลดปล่อยปราณเซียนโบราณจนสั่นะเืฟ้าดิน
ค่ายกลัขดที่หลับใหลมานานนับหมื่นปี เปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสีเจิดจรัสเทียบเคียงแสงตะวัน สาดส่องท้องฟ้าของป่าปีศาจ์จนสว่างไสวผิดปกติ
ฟุ่บ!
แสงสีขาวนวลดุจน้ำนมสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากค่ายกลัขด ทะลวงมิติให้แหลกสลายไปเป็ชั้น ๆ ตลอดทางที่พาดผ่าน แสงเซียนร่วงหล่นโปรยปราย กลิ่นอายช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
พรวด!
กู่ตงยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องโหยหวนเลยแม้แต่น้อย ก็แปรเปลี่ยนเป็ดอกไม้โลหิต ะเิกระจายกลางอากาศเสียงดังสนั่น
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
ซากศพและเศษกระดูกของกู่ตงร่วงหล่นลงพื้นราวกับห่าฝน บางส่วนยังตกลงมาแทบเท้าของกู่เฟิง
ครืน!
ภาพเหตุการณ์อันน่าขวัญผวาเช่นนี้ ทำเอาแมงมุมหยินเก้าหัวและกู่อวิ๋นถึงกับตกตะลึงจนตาค้างไปตาม ๆ กัน...