บทที่ 2 พื้นที่มิติ
หลี่ซิงเหอสูดหายใจลึก ๆ หลายครั้ง นึกถึงพื้นที่แปลกประหลาดที่ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าเมื่อครู่ เธอแทบจะไม่ต้องคาดเดา ความร้อนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ที่ปลายนิ้วกำลังะโเตือนเธอว่า คำตอบอยู่ที่นี่! คำตอบอยู่ที่นี่!
เธอรู้สึกกลัวขึ้นมา ใช้หางตามองตามนิ้วมือของตัวเอง นิ้วมือยังอยู่ครบ ไม่ได้ถูกสิ่งประหลาดกินไป และก็ไม่ได้เปลี่ยนรูปร่างเป็กรงเล็บปีศาจน่ากลัว!
เธอบอกตัวเองในใจว่าให้สงบสติอารมณ์ลงก่อน! ต่อให้เป็ปีศาจผีสางก็ไม่มีอะไรน่ากลัว เนื้อเธอมีแค่ไม่กี่กรัมหรอก อีกอย่าง แทนที่จะทนทุกข์ทรมานไปเรื่อย ๆ แบบนี้ การถูกกินไปก็ถือเป็การปลดทุกข์อย่างหนึ่งแล้ว
"แม่คะ หนูขอโทษนะ บางทีหนูอาจจะได้หลุดพ้นจากความทุกข์ในโลกนี้ไปมีความสุขที่โลกอื่นก่อน"
หลี่ซิงเหอเตรียมใจไว้แล้ว จากนั้นก็หลับตาแน่น เธอไม่กล้าแม้แต่จะลืมตามามองพลางนิ้วหัวแม่มือถูไปมาที่ปลายนิ้วชี้เหมือนเมื่อครู่
แน่นอนว่าการหลับตาไม่ได้ผล ในชั่วขณะถัดมา พื้นที่มิติที่คลุมเครือนั้นก็ปรากฏขึ้นในความคิดอีกครั้ง พื้นที่นี้เหมือนอยู่ตรงหน้าจริง ๆ คราวนี้เธอกล้าที่จะมองให้ชัดเจน แต่มองเห็นได้แค่พื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร มันเป็สีเทาขาว ราวกับอยู่ในม่านหมอกที่เลือนราง
"มี มีใครอยู่ไหม?" เธอได้ยินเสียงของตัวเองสั่นเครือและแหบแห้ง
กลับเป็เสียงนกร้องจากในูเาดังตอบรับเธอแทน
หลี่ซิงเหอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แต่พื้นที่มิติยังไม่หายไป
"แกเป็อะไรกันแน่? ออกมาสิ" หลังจากลองอีกครั้ง ก็ยังคงไม่มีการตอบสนองใด ๆ ผีที่คาดไว้ก็ไม่ปรากฏ ปีศาจสักตัวก็ไม่โผล่มา
หลี่ซิงเหอยกมือซ้ายขึ้น พยายามจะััพื้นที่มิติที่มหัศจรรย์นั้น แต่เมื่อััแล้วมือกลับทะลุผ่านไปโดยไม่รู้สึกถึงวัตถุใด ๆ เลย เธอก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว พยายามจะเข้าใกล้มันมากขึ้น แต่มันกลับดูเหมือนเขินอายราวกับแมวตัวน้อย มันถอยหลังไปพร้อมกับเธอหนึ่งก้าว
เมื่อหลี่ซิงเหอปล่อยนิ้วมือ และเบนความสนใจไปที่อื่น แน่นอนว่าพื้นที่มันก็หายไป
เมื่อเพ่งสมาธิจดจ่อและบีบนิ้วมืออีกครั้ง พื้นที่มิติแปลกประหลาดก็ปรากฏขึ้นมาอีก!
หลังจากทำซ้ำกันหลายครั้ง หลี่ซิงเหอก็แน่ใจว่า เมื่อใช้นิ้วมือพร้อมกับจิตใจจดจ่อ สิ่งนั้นก็จะปรากฏขึ้น ในทางกลับกัน มันก็จะหายไป
หลังจากทำให้มันหายไปแล้ว หลี่ซิงเหอก็บังคับตัวเองให้หายใจลึก ๆ เมื่อครู่ไม่มีปีศาจปรากฏตัว และเธอก็ไม่ได้ถูกกลืนกิน สิ่งนี้ดูเหมือนจะไม่มีเจตนาจะทำร้ายเธอ ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่ที่อยู่ของภูตผีปีศาจ แล้วมันคืออะไรกันแน่?
แน่นอนว่าเธอคงจะหิวมากเกินไป จนเห็นภาพหลอน เธอสรุปอย่างมั่นใจว่าหลังจากกินข้าวเย็นแล้ว ภาพหลอนคงจะหายไป
และที่สำคัญ! เื่ที่เธอเห็นภาพหลอนเมื่อครู่ ห้ามบอกใครเด็ดขาด
เธอได้ยินว่าภรรยาที่บ้านอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน เธอเป็หญิงเสียสติ มักจะพูดเื่แปลก ๆ ตลอดเวลาจนถูกขังอยู่ในบ้าน หลี่ซิงเหอรู้ดีว่าชะตากรรมของผู้หญิงบ้าจะเป็อย่างไร ดังนั้นเื่ที่เธอเห็นภาพหลอนนี้ จะต้องเก็บเป็ความลับอย่างเด็ดขาด
หลังจากความใครั้งนี้ เธอก็เลิกล้มความคิดที่จะหาเสบียงอาหารต่อ
แสงอาทิตย์เริ่มคล้อยไปทางทิศตะวันตกแล้ว เธอต้องรีบกลับบ้านไปทำอาหาร
ฟืนในตะกร้าสะพายหลังข้าง ๆ กองสูงเกือบเท่าตัวเธออยู่แล้ว และเธอก็ตั้งใจว่าต้องทำให้มันสูงขึ้นไปอีก! ซึ่งวิธีนี้เธอฝึกฝนจนชำนาญแล้ว และวันนี้ดูเหมือนจะทำได้เกินปกติด้วย
แม้ว่าฟืนจะมีไม่มาก แต่เมื่อรวมกันมากขึ้น ก็หนักจนต้องใช้แรงพยุงจากขาเข้ามาช่วย
หลี่ซิงเหอจึงย่อตัวลง ดึงสายตะกร้าขึ้นบ่า กลั้นหายใจออกแรงหนึ่งทีก็ลุกขึ้นยืนได้สำเร็จ ว่าแต่ว่าฟืนวันนี้หนักเป็พิเศษ…
"เอ๊ะ หนักจังเลย" เธอพึมพำพลางปรับสายตะกร้าบนบ่าให้พอดี
พูดยังไม่ทันขาดคำ น้ำหนักบนบ่าก็หายวับไปในพริบตา!
"อ้า!"
"เกิดอะไรขึ้น!"
หลีซิงเหอแทบจะกลายเป็หินไปด้วยความใ!
เธอยกมือขึ้นลูบหลังตัวเองอย่างแข็งทื่อ! ตะกร้าหายไปไหน! ฟืนก็หายไปไหนหมด!
วันนี้มันแปลกประหลาดเกินไปแล้ว! เื่นี้จะจบอีกทีตอนไหน!
หรือว่าจะเป็ผีหลอก? เมื่อคิดเช่นนั้นความเย็นวาบแล่นจากศีรษะลงไปถึงเท้า ขนทั้งตัวของหลีซิงเหอลุกชันด้วยความกลัว เธอจึงรีบวิ่งสุดชีวิตไปตามเส้นทางเล็ก ๆ จนทางเป็รอยเท้าของเธอจากการที่วิ่งย่ำไปมา
วิ่งสุดกำลังได้ไม่ไกล เท้าก็ไปสะดุดก้อนหิน หลีซิงเหอล้มกระแทกพื้นทั้งตัว เสียงดัง ตุบ!
เธอไม่สนใจความเ็ปตามร่างกาย รีบกลิ้งตัวนอนหงายขึ้น ให้แผ่นหลังแนบติดกับพื้นดิน
พื้นดินที่แข็งแกร่งทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยขึ้นบ้าง เงยหน้ามองไปทางที่วิ่งมา โชคดีที่ไม่มีผีสักตนไล่ตามมา
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผีแล้ว เธอกลับยิ่งรู้สึกกลัวมากขึ้น ฟืนที่ใช้เวลาเก็บมานานมาก ทำไมถึงหายไปได้เช่นนี้ ดูรอบ ๆ ตัวไม่มีอะไรเลยจริง ๆ ! ฟืนหายไปแบบนี้ได้อย่างไร!
เมื่อเทียบกับผีแล้ว การที่ฟืนหายไปนั้นกลับทำให้เธอกลัวมากกว่า
ใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว ไม่เพียงแต่เธอจะไม่ได้นำฟืนกลับบ้าน แต่ตะกร้าสะพายหลังก็หายไปด้วย ไม่ได้กินข้าวเย็นแน่นอน และต้องโดนตีโดนด่าอีกแน่ ๆ ถ้าแม่ขอร้องให้เธอ แม่ก็คงจะโดนตีไปด้วย
เดี๋ยวก่อน? แสงสว่างวาบหนึ่งผ่านเข้ามาในความคิดที่สับสนของหลี่ซิงเหอ
จะเป็ไปได้ไหม ที่การหายไปของตะกร้าฟืนจะเกี่ยวข้องกับพื้นที่มิติแปลกประหลาดนั้น? เธอยันตัวขึ้น พลางนั่งตัวตรง
หายใจเข้าลึก ๆ ตั้งสมาธิ แล้ววางนิ้วลง
พื้นที่มิติปรากฏขึ้นตรงหน้า และแน่นอน! ฟืนกับตะกร้าสะพายหลังกำลังตั้งอยู่บน 'พื้น' ของพื้นที่มิตินั้นโดยไม่มีของกระจัดกระจายแม้แต่น้อย
หลี่ซิงเหอไม่ได้ดีใจเร็วเกินไป เธอค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ แล้วถามเสียงเบาด้วยความลังเล "ขอถามหน่อย คุณช่วยเอามันออกมาได้ไหม?" แน่นอนว่าเธอก็ไม่รู้ว่ากำลังถามใครอยู่
ทันทีที่พูดจบ ฟืนก็หายไปจากพื้นที่มิติ และปรากฏขึ้นใหม่บนพื้นหิมะตรงหน้าเธอ
เธอใถอยหลังไปก้าวใหญ่! คราวนี้เห็นชัดเจนว่ามันเคลื่อนย้ายจากด้านในมาอยู่ตรงหน้าในพริบตาเดียว!
"ใส่เข้าไป" เธอเสียงสั่นเทาขณะลองอีกครั้ง
"เอาออกมา"
ตะกร้าสะพายหลังที่เต็มไปด้วยฟืนเคลื่อนเข้าออกตามคำสั่งของเธอ
หลี่ซิงเหอผู้ฉลาดหลักแหลมเข้าใจแล้วว่า ดูเหมือนพื้นที่มิตินี้จะสามารถเก็บของได้ และไม่รู้ว่าทำไม มันถึงเชื่อฟังคำสั่งของเธอทั้งหมด
สิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้เกินความเข้าใจของหลี่ซิงเหอที่เพิ่งจบมัธยมต้นมามาก แต่ตอนเรียนเธอยืมหนังสือของครูมาอ่านมากมาย เธอไม่ใช่เป็แค่เด็กสาวชาวบ้านที่โง่เขลา ในสมองของเธอมีโลกของเธอเอง
ดังนั้นเธอจึงไม่ได้กลัวไปเสียทุกอย่าง เธอพยายามทำความเข้าใจกับเหตุการณ์มหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น การที่มันมีอยู่ก็ย่อมมีเหตุผล! เมื่อมันมีอยู่และทำให้เธอได้พบเจอ นี่อาจเป็โอกาสที่จะทำให้เธอได้ทำลายกำแพงที่ขวางกั้นอยู่
หลังจากคิดเสร็จ ความรู้สึกตื่นเต้นที่ไม่เคยมีมาก่อนก็ไหลเข้าสู่จิตใจของเธอ! เธอเหมือนผีเสื้อที่ในที่สุดก็งอกปีก บางทีนี่อาจเป็ ‘การเกิดใหม่’ ที่เธอสามารถทำได้
เธอจัดการความคิดอย่างรวดเร็ว แล้วนำฟืนเข้าไปในพื้นที่มิติอีกครั้ง แบกตะกร้าเปล่าเดินเก็บฟืนต่อ ระหว่างทางกลับบ้าน เธอเห็นฟืนตรงไหนก็โยนใส่ตะกร้าไปเรื่อย ๆ
"ดีจัง ไม่ต้องเสียแรงเยอะเพื่อให้แบกได้มากขึ้น แบบนี้ประหยัดเวลาได้เยอะเลย"
เอ๊ะ? เดี๋ยวก่อน หลี่ซิงเหอกลอกตาไปมา เก็บตะกร้าเข้าไปในพื้นที่มิติก่อน แล้วมองดูฟืนรอบ ๆ ตัว พลางนึกในใจ "ฮ่า ๆ "
สมใจ! ฟืนที่เธอนึกถึงถูกจัดเรียงเข้าไปในพื้นที่มิติอย่างเป็ระเบียบ ซึ่งมันใช้งานได้ง่ายมาก หลี่ซิงเหอรู้สึกตัวเบาหวิว ดีใจจนแทบจะลอยได้
ตลอดทางกลับหมู่บ้าน เธอเติมเต็มพื้นที่มิติของเธอจนเกือบเต็ม
เมื่อมองเห็นหมู่บ้านอยู่ตรงหน้า หลี่ซิงเหอสงบจิตใจ แบกตะกร้าขึ้นบ่าอีกครั้ง ใส่ฟืนเข้าไป แล้วแบกฟืนเดินทีละก้าวมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านเคาซาน
หลังจากเดินผ่านบ้านหลายหลัง เธอมาหยุดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง เธอมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสังเกตเห็น จึงผลักประตูเข้าไปข้างใน หลังจากปิดประตูเรียบร้อยแล้ว เธอจึงยืนอย่างเรียบร้อยอยู่หน้าประตูรั้วและเอ่ยถามเสียงใสว่า "ป้าคะ ที่บ้าน้าฟืนไหมคะ"