“พอรู้สึกดีขึ้นบ้างไหมครับ”
ผม…ลักซ์ เป็ไร้คลาส เลเวล -1 ที่มีค่าสถานะใกล้เคียงคำว่าบัคสุดๆ
ตอนนี้กำลังรับบททดสอบของหอสมุดต้นไม้แห่งปัญญาชั้นที่5แบบงง ๆ อยู่ครับ ส่วนสาวน้อยที่กำลังนั่งบนเข่าร้องไห้อยู่ตรงนั้นดูเหมือนว่าเธอจะเรียกตัวเองว่าเป็ผู้ดูแลประตูชั้นที่ 6
ถ้าใครมาเห็นภาพตรงหน้าตอนนี้คงจะต้องคิดแบบผมแน่ๆ
“อะไรฟ่ะเนี่ย”
ส่วนในตอนนี้อัลเดลผู้ที่เป็คนนำทางให้กับผมจนถึงชั้นห้ากำลังปลอบเทพธิดาร่างเงาสีขาว
ถึงจะบอกว่าเธอจะมีร่างเป็เงาแต่ั์ตาของเธอกลับมีสีสันเป็สีน้ำเงินน้ำทะเล สาเหตุที่เื่ราวมากลายมาเป็แบบนี้ได้ก็เพราะว่าผมสามารถตอบคำตอบปัญหาเชาว์เธอได้ในครั้งเดียว
“แง~ แบบนี้อัลเดลก็จะม่ายได้มาเล่นกับเราแล้วเส้~”
“ใครบอกล่ะครับ ผมก็จะขึ้นมาที่นี่บ่อย ๆ เหมือนกัน”
อัลเดลพยายามตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอันเป็เอกลักษณ์ของเขา
“จริงนะ”
“นอกจากผมแล้วมีใครขั้นมาชั้นนี้ได้อีกไหมล่ะครับ”
“ลักซ์ กับท่านเซร่า”
“สองคนนั้นไม่ใช่พวกปกติ อย่าเอาผมไปนับรวมกับพวกเขาสิครับ”
เทพธิดานิ่งเงียบเหมือนเธอจะแอบมีนิสัยอมนิ้วตัวเองตอนกำลังคิดอะไรอยู่ด้วย
เดี๋ยวนะเมื่อกี้ที่เอ๊งพูดหมายความว่าไงนะรู้ตัวเลยว่าผมแสดงออกทางสีหน้าไปเชิงอารมณ์เสียอย่างชัดเจนตอนที่ได้ยินคำว่าไม่ปกติ
ทั้งรูปร่างก็เหมือนเด็กอายุ10ขวบ นิสัยก็อีกแต่ทำไมผมก็ไม่รู้สึกว่าอายุเธอจะเด็กเหมือนลักษณะที่ว่าเลยนะ
“งั้น ไม่นับท่านเซร่ากับลักซ์ที่ไม่ปกติ อัลเดลก็จะมาเล่นด้วยกันบ่อย ๆใช่ไหม”
เทพธิดาคนนั้นก็ยังเน้นคำว่าไม่ปกติอยู่ดี
“ครับ ไว้ใจได้เลย”
“เย่ๆ”
เมื่อได้หยินแบบนั้นเทพธิดาตัวน้อยก็ะโโลดเต้นใหญ่ด้วยความดีใจ
เป็เด็กจริงๆ แฮะ
“ถ้างั้น อัลเดล เฟอเวีย และ นักเดินทาง ลักซ์เราอัลฟ่าเป็ตัวแทนของผู้เฝ้าประตูชั้นที่ 5 ขอยอมรับในปัญญาของพวกเ้า”
[ท่านผ่านการทดสอบของ อัลฟ่า เทพธิดาพิทักษ์หอสมุดต้นไม้แห่งปัญญาชั้นที่ 5]
[ท่านสามารถเลือกอ่านหนังสือความรู้ขั้นสูงสุดได้จำนวน 1 เล่ม]
[เนื่องจากท่านสามารถผ่านการทดสอบได้ภายในครั้งแรก ท่านสามารถเลือกอ่านหนังสือขั้นสูงเพิ่มเติมได้อีก2 เล่ม]
ไม่นานนักก็มีข้อความระบบแจ้งเตือนขึ้นมา
“เงื่อนไขก่อนหน้านี้ก็ให้อ่านหนังสือจำนวนมหาศาลพอขึ้นชั้นต่อไปได้ก็ได้หนังสือเป็ของรางวัลหรอ”
ผมบ่นออกมาเบาๆ ด้วยความเหนื่อยใจ ต่อให้อีกสัก 5 ปีก็คงไม่มีคนผ่านบททดสอบสุดพิเรนหรอกคนอื่นน่าจะตายเพราะกลิ่นหนังสือกันมากกว่า
“อืม”
เหมือนอัลฟ่าจะได้ยินผมบ่นกับตัวเองเลยคานตอบรับมา
“แต่ว่านะ ไม่ใช่หนังสือทั่วไปหรอก เป็หนังสืออะไรก็ได้ เ้าอยากอ่านหนังอะไรต่อให้มันไม่มีในหอต้นไม้แห่งนี้หรือไม่เคยมีอยู่บนโลกต้นไม้แห่งปัญญาก็จะสร้างให้เ้าได้ทันที จะเป็นิยาย วรรณกรรม บันทึก ตำราวิชาการหรือกระทั่งตำราเวทก็มีให้หมด เมื่อคราวของท่านเซร่าน่ะ นางก็ขอตำราเวทมนตร์มิติไปนะทำให้เธอสามารถเรียนแล้วก็สร้างเวทมนตร์มิติใหม่ได้ตลอดไง”
สามารถสร้างเวทมนตร์ชนิดใหม่ได้จากตำราด้วยหรอฟังดูแล้วน่าสนใจจังเลยแฮะ
ตอนนี้ผมมีค่าสติปัญญาเข้าขั้นบัคไปแล้วคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับว่าตัวเองจะต้อวไปทางคลาสจอมเวทแล้วล่ะ
และเพราะยังเป็เลเวล-1ด้วย ถ้าหากจบจากหอคอยนี่เมื่อไร ผมคงจะต้องเสียเวลาฟาร์มมอนสเตอร์เลเวลน้อยๆ บริเวณรอบเมืองจนกว่าจะหาทางออกไปได้เองอีก แถมยังสามารถเอาหนังสือออกไปอ่านในโลกจริงได้ด้วย
สรุปว่ามีเวลาเหลืออีกเป็กองสินะ
ถ้างั้นเหลือแบบไม่เกรงใจดีกว่า…
“อัลเดล นายจะเลือกอะไร”
ผมถามความเห็นของเพื่อนร่วมทางเพื่อประกอบการตัดสินใจ
“อืม ผมว่าจะเลือกหัวข้อที่เกี่ยวกับการแปรธาตุครับไม่เหมือนกับท่านลักซ์ที่เลือกได้หลายเล่มตัวผมเลือกได้แค่เล่มเดียวเพราะงั้นก็เลยอยากจะคิดให้รอบคอบเสียก่อนน่ะครับ”
มีเหตุผลนะสมกับเป็คนที่ดูมีความรู้เหมือนหน้าตาจริง ๆ
ใน‘นิวฮอไรซันส์’ที่ถูกขนานนามว่าโลกใบที่สองของมวลมนุษย์ มันสามารถมอบได้ทั้งความเป็ไปได้ไร้ขีดจำกัดประสบการณ์การต่อสู้เสมือนจริง เวทมนตร์ การแปรธาตุ การตีเหล็ก หรือการค้าบางทีหมอนี่อาจจะค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ของศาสตร์แปรธาตุก็ได้
จู่ๆ ในตอนนั้นเองผมก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้
ถ้าเกิดว่าอัลเดลเองก็ความเป็ไปได้ที่จะสร้างหรือค้นพบสิ่งใหม่ในโลกแห่งนี้
ถ้าเกิดว่าที่‘ลิมซอน-บี’ พูดเป็ความจริงว่านี่คือโลกที่สามารสร้างกอะไรก็ได้ขึ้นมา
ถ้าเป็เช่นนั้นสิ่งที่ผมกำลังคิดอยู่จะเป็ไปได้หรือเปล่านะ…
ไม่สิมันต้องเป็ไปได้แน่ ๆ เพราะว่าเ้าสิ่งที่ผมกำลังคิดอยู่ ก่อนหน้านี้ก็ไม่ยังไม่เคยมีมากก่อนเพราะมันไม่มีใครคิดอะไรบ้าบินแบบที่ผมกำลังคิดยังไงล่ะ
“เลือกได้หรือยังว่าจะเอาอะไร”
เทพธิดาที่เล่นอยู่กับอัลเดลถามขึ้นมากดึงผมที่กำลังคิดอย่างรอบคอบอยู่กลับมาสู่โลกแห่งความเป็จริง
ความคิดนี่ต้องเป็ไปได้แน่ผมมั่นใจเช่นนั้นและเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเทพธิดาตัวน้อย
“อ่า ผมเลือกได้แล้ว”
“เช่นกันครับ”
เมือได้ยินเช่นนั้นอัลฟ่าก็เดินออกมาจากตักของอัลเดล ก่อนจะเอามือเท้าเอวและดันอกตัวเองขึ้นทำเหมือนพยายามชูโรงตัวเองให้เด่น
“ถ้างั้นอย่างงั้นล่ะก็ อัลเดล เฟอเวีย เราให้เ้าเลือกก่อน”
อัลฟ่าชี้ไปทางอัลเดลพร้อมกับให้เขาเลือกรางวัลของตัวเอง
“ผมขอ… [ตำราวิจัยการแปรธาตุในตำนาน] ครับ”
อัลฟ่าเมื่อได้ยินแบบนั้นก็หลับตาพร้อมกับอาแขนออก
ไม่นานนักแสงก็เริ่มสาดส่องลงมาจากเพดานของชั้น ปลายแสงส่องลงมาถึงเบื้องหน้าของอัลเดลก่อนจะมีประกายแสงะเิออกมาตรงหน้า
อัลเดลเอื้อมมือขวาของตัวเองออกไปรองรางวัลของตนเงาแสงที่อยู่เบื้องหน้าเริ่มจางลง และปรากฏเป็หนังสือปกหนังขนาดสูงประมาณสามสิบเิเ
“[ตำราศาสตร์แปรธาตุของเดลอุส]”
เมื่อเห็นปกหนังสือที่ตัวเองได้รับอัลเดลก็ไม่อาจจะเก็บความดีใจของตนไว้ได้ถึงจะไม่แสดงออกแบบโจงแจ้งแต่แววตาที่มองหนังสือในมือ กลับเป็ประกายแบบบอกไม่ถูก
“ขอบคุณมาก อัลฟ่า”
เอลฟ์หนุ่มไม่ลืมที่จะขอบคุณเป็มารยาท
“อืม ไม่เป็ไร เป็หน้าที่ของเราอยู่แล้ว”
อัลฟ่าพยักหน้าตอบกลับ
“เอาล่ะต่อไป ลักซ์ เลือกของตัวเ้าเองได้เลยทั้งหมด 3 เล่ม
ผมหยักหน้าตอบกลับเป็สัญญาณว่าพร้อมแล้ว
ขอให้… ความคิดแบบนี้เป็ความคิดถูกต้องด้วยเถอะ
ผมภาวนาแบบนั้นก่อนจะพูดออกไป
“[ตำราการสร้างเวทมนตร์และอาร์ต] [การสร้างศาสตร์แปรธาตุจากเวทมนตร์] [การสร้างอาวุธเวทมนตร์]”
“ขอแต่เื่ที่เกี่ยวกับเวทมนตร์เลยนะ”
“อ่า ฮาๆ ผมแค่ชอบเวทมนตร์น่ะครับ”
“ย่อมได้”
สิ้นเสียงตอบกลับของผมไปก็มีลำแสงสาดส่องลงมาจาก้าเหมือนกับตอนของอัลเดล ต่างกันตรงที่ว่าคราวนี้ปลายทางของมันคือเบื้องหน้าของผม
ไม่นานนักก็มีของที่คล้ายหนังสือสามเล่มลอยลงมาจากเหนือหัว แสงที่ห่อของพวกนั้นค่อย ๆหายไปจนผมสามารถอ่านชื่อหนังสือได้
“[บันทึการวิจัยเวทมนตร์และอาร์ตของมาเรคิธ] [ศาสตร์การแปรธาตุของเฟลมเมล] [ศาสตร์อุปกรณ์เวทของบาลาทัน]”
มีแต่ชื่อแปลกๆ ไม่รู้จักทั้งนั้นเลยแฮะ
[ท่านได้รับ “บันทึการวิจัยเวทมนตร์และอาร์ตของมาเรคิธ”“ศาสตร์การแปรธาตุของเฟลมเมล” “ศาสตร์อุปกรณ์เวทของบาลาทัน” จากต้นไม้แห่งปัญญา]
[ท่านบรรลุเงื่อนไขพิเศษ ‘การทดสอบความอยากของโลก’]
[เนื่องจากศาสตร์ทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกัน ระบบกำลังทำการรวมเนื้อหาทั้งหมดให้]
[กำลังประมวลผล…]
“เอ๊ะ เดี๋ยวสิอย่าพึ่งสิโว้ย!”
เดี๋ยวสิฟ่ะก่อนอะไรขึ้นวะเนี่ย หนังสือที่เป็ของรางวัลตรงหน้าเริ่มส่องแสงก่อนที่พวกมันจะลอยเข้าหากันและถูกประกายแสงกลืนกินไปทั้งหมด
“โฮ้ ไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้นานแล้วนะ ถ้าจำไม่ผิดก็ั้แ่ตอนที่ท่านเซร่าเข้ามาครั้งแรกแล้วนา~”
อัลฟ่าพูดออกมาเบาๆ ด้วยน้ำเสียงขี้เล่นตามปกติของเธอ
“ตอนนั้น ผมยังอยู่ได้แค่ชั้น 4 เองสินะครับ”
“ไม่ใช่เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาหรอก ก่อนหน้านั้นไปอีกนะแต่ว่าน่าสนใจจริงๆ บางทีลักซ์อาจจะได้พลังแบบใหม่ก็ได้”
คำพูดสุดท้ายของอัลฟ่าดึงความสนใจจากอัลเดลไปได้เต็มๆ และเมื่อเธอเห็นเป็เช่นนั้นก็เริ่มอธิบาย แน่นอนว่าตอนนั้นผมไม่ได้ยินเลยสักนิดเพราะกำลังลนลานกับเหตุการ์ณไม่คาดฝันตรงหน้า
“ตอนที่ท่านเซร่ามาถึงครั้งแรกก็เกิดเหตุการ์ณแบบนี้เหมือนกันเธอสงสัยในเื่ของ มิติ เวลา และก็การกำเนิดของเวทมนตร์ จึงขอหนังสือเกี่ยวกับเื่พวกนั้นไปแต่ว่าเพราะต้นไม้แห่งปัญญานั้นชื่นชอบเธอเป็พิเศษ จึงทำให้เกิดการรวมกันของทั้งสามอย่างกลายเป็‘บันทึกเวทมนตร์มิติเวลาของเซร่า’ ในเวลาต่อมา ครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน เราอยากรู้จังเลยว่าของเ้าหนุ่มจะออกมาเป็อะไร”
อัลเดลเริ่มเข้าใจทันทีว่าทำไมรางวัลของผมเริ่มเกิดการรวมตัวกันเขาสะกดความตื่นตาตากับแสงตรงหน้าไว้ก่อนจะเปิดปากพูด
“อ่า ผมว่าต้องเป็อะไรที่สุดยอดแน่นอนครับ ไม่เช่นนั้นท่านเซร่า คงไม่พามายังที่นี่ด้วยตัวเองหรอกครับ”
แน่นอนว่าตรงจุดนี้ผมก็ไม่ได้ยินเช่นกันความสนใจทั้งหมดของผมยังอยู่กับภาพตรงหน้า
ตำราหนังสือทั้งสามเล่มเกิดการรวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง
[กำลังสร้างตำราและศาสตร์ชนิดใหม่ให้เหมาะสม]
“ศาสตร์ชนิดใหม่?”
หรือว่ามันจะเป็ทางเลือกที่ถูกต้องจริง ๆ ความเป็ไปได้ไม่มีที่สิ้นสุดของ
‘ลีซอนบี’ เป็ของจริงจากภาพของลำแสงตรงหน้าเป็เครื่องยืนยันที่ข้อความที่ว่าได้ยังชัดเจน
[สร้างตำราและศาสตร์ใหม่สำเร็จ]
[ท่านให้ความสนใจกับศาสตร์การค้นคว้าเวทมนตร์ การแปรธาตุการสร้างอุปกรณ์เวท ศาสตร์ทั้งหมดเป็เื่เหนือธรรมชาติมิใช่สิ่งที่คนทั่วไปสามารถศึกษาได้แต่ด้วยสติปัญญาที่มีมากกว่าจอมเวทในตำนานทำให้ท่านค้นพบศาสตร์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกัน ศาสตร์ลึกลับของพ่อมด]
[ท่านได้รับ ตำราวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด ‘ลักซ์’]
“พ่อมด? ไม่ใช่จอมเวทหรอต่างกันอย่างไงฟะเนี่ย?”
ผมมีคำถามมากมายในหัวตอนนี้ั้แ่เล่น ‘นิวฮอไรซันส์’ มาเคยได้ยินผู้เล่นพูดถึงพ่อมดแม่มดบ้างแต่ว่าทั้งหมดล้วนเป็คลาสจอมเวททั้งนั้นตำราหลายร้อยกว่าเล่มที่ผมเคยอ่านก็เขียนไว้ว่า …...ของจอมเวท…..ไม่มีเล่มไหนเขียนว่า ‘พ่อมด’ สักเล่ม
หรือว่าเรา…
[ท่านพบเงื่อนไขการค้นพบศาสตร์ใหม่ของ ‘นิวฮอไรซันส์’]
[ท่านได้สร้างคลาสลับระดับเลเจนดารีใหม่ ‘พ่อมดมนตรา’]
[ท่านมีค่าสติปัญญาเกิน 6000 แต้ม มีค่าสติปัญญามากที่สุดในหมู่ผู้เล่น‘นิวฮอไรซันส์’ และผ่านการทดสอบความอยากของโลก]
[ครบเงื่อนไขกลายเปลี่ยนคลาส]
[สามารถเปลี่ยนคลาสได้]
ร่างกายของผมสั่นระริกไปด้วยความตื่นเต้น
“นี่มัน… เกินกว่าที่คิดไปอีกโว้ยยย”
[ท่านจะเปลี่ยนคลาสหรือไม่]
คลาสลับระดับเลเจนดารีเชี่ยวนะผมเคยได้อ่านได้ยินจากข่าวของช่องเกมที่เกี่ยวกับคลาสลับระดับแรร์หรืออีปิคอยู่บ้าง
แต่ว่านี่คงเป็ครั้งแรกที่ในบรรดาผู้เล่นสองพันห้าร้อยล้านเลยมั้งที่มีการค้นพบอะไรก็ตามที่เขียนด้วยสีทองอยู่
ผมไม่รีรอที่จะกดตกลงในทันทีแบบไม่คิดอะไรอีกแล้ว
นี่เป็การตัดสินใจแบบที่ใช้ความคิดน้อยที่สุดในชีวิตของผมรองจากการเอาเงินปีใหม่ไปซื้อของเล่นเมื่อตอน3ขวบอีกแล้ว
ผมรู้สึกได้ว่าถ้าเลือกมาทางนี้ผมจะไม่ใช่กราฟิกดีไซน์ถังแตกทั่วไปอีกแล้ว การตัดสินใจในครั้งนี้จะต้องสร้างทางเลือกให้ผมทำเงินแทนพ่อแม่ได้
มันต้องทำให้ผมส่งเสียค่าเทอมน้องสาวได้แน่ถึงจะไม่รู้ว่าทำอย่างไงแต่ผมจะต้องทำให้ได้
ผมเลือกทำตามความฝันตัวเองแอบสมัครนิเทศศิลป์แทนที่จะไปทางวิศวะหลังจากเรียนจบก็มีรายได้พอประมาณแต่ก็ไม่ได้ดีมาก บางเดือนก็ไม่มีเงินกิน
ผมใช้ชีวิตบนความเสี่ยงและความฝันตัวเองมาตลอด
แค่เสี่ยงอีกสักครั้งจะเป็อะไรไป
“ก็มาสิครับ”
เมื่อตัดสินใจทำแบบนั้นรอบตัวของผมก็เปล่งแสงเป็ประกายทัศนวิสัยของผมพร่ามัวไปชั่วขณะไม่นานหนักแสงรอบตัวของแตกออกกลายเป็ละอองหายไปเป็อากาศธาตุและนั้นก็ทำให้ข้อความระบบมหาศาลสารเด้งขึ้นบนหน้าจอของผม
[ท่านได้เปลี่ยนคลาสเป็ “พ่อมดมนตรา]
[เพื่อเป็ ‘พ่อมดมนตรา’ ร่างกายของท่านจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงไปด้วย]
[เลเวลของท่านถูกปรับลดลง]
[ไม่สามารถปรับลดเลเวลได้]
จู่ๆ ผมก็รู้สึกดี ถ้าหากเลเวลเรายังเท่าเดิมตอนโดนปรับลดคงจะหัวเสียแน่แต่ว่าตอนนี้ผมมีเลเวล -1 ดังนั้นมันจึงไม่เป็ผลอะไรเท่าที่ควร
รู้สึกดีในความรู้สึกแย่แปลกๆ จัง
[เนื่องจากเลเวลของท่านอยู่ใน ‘สถานะลับ’ จึงไม่มีการปรับค่าสถานะ]
[เปิดใช้งานค่าความเยือนเย็น]
[เปิดใช้งานค่าวิสัยทัศน์]
[เปิดใช้งานความแม่นยำ]
[ทำการลบสกิลการกระทำทั้งหมดในตัวท่าน]
[ทำการลบสกิลการกระทำที่เกี่ยวข้องกับ ‘เวทมนตร์’ ทั้งหมดในตัวท่าน]
[ทำการลบสกิลการกระทำที่เกี่ยวข้องกับ ‘การสร้าง’ ทั้งหมดในตัวท่าน]
[ทำการลบสกิลการกระทำที่เกี่ยวข้องกับ ‘การแปรธาตุ’ ทั้งหมดในตัวท่าน]
[ได้รับสกิล ‘การวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด’]
[ได้รับสกิล ‘การตรวจสอบศาสตร์ลึกลับของพ่อมด’]
[ได้รับสกิล ‘การใข้งานศาสตร์ลึกลับของพ่อมด’]
[ได้รับสกิล ‘การสร้างสรรค์จากศาสตร์ลึกลับของพ่อมด’]
[สิ่งที่ได้จาก ‘การวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด’ จะถูกบันทักและแสดงอยู่ในตำราวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด ‘ลักซ์’]
[โบนัสค่าสติปัญญาเกิน 6000แต้ม เปลี่ยนเป็ ความเสียหายเวทมนตร์จากการโจมตีด้วยมนตราเพิ่มขึ้น250% อัตราการฟื้นตัวของมานาเพิ่มขึ้นเป็ 5% ต่อ 20 วินาที]
[ได้รับฉายา ‘พ่อมดคนแรก’]
[ได้รับฉายา ‘พ่อมดในตำนาน’]
[ฉายา ‘พ่อมดคนแรก’ และ ‘พ่อมดในตำนาน’มีผลพิเศษเหมือนกันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง]
[ฉายา ‘พ่อมดคนแรก’ และ ‘พ่อมดในตำนาน’ กลายเป็ “พ่อมดคนแรกในตำนาน”]
[ฉายา ‘พ่อมดคนแรกในตำนาน’ และ ‘ผู้อยู่ระหว่างความตาย’มีผลพิเศษเหมือนกันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง]
[ฉายา ‘พ่อมดคนแรกในตำนาน’ และ ‘ผู้อยู่ระหว่างความตาย’ กลายเป็“พ่อมดไร้เทียมทาน”]
ข้อความจำนวนมหาศาลปรากฏขึ้นตรงหน้าก่อนที่ผมจะยื่นมือออกไปเพื่อรองรับตำราปกขาวซึ่งมีลวดลายแกะสลักสีทองที่ลอยอยู่ในอากาศ
ถ้าจะบอกว่าผมไม่ตื่นเต้นก็คงจะเป็การโกหกที่ใหญ่หลวงสุดๆ
ผมพยายามประคับประคองน้ำเสียงของตัวเองก่อนจะพยายามเอ่ยคำต่อไปให้ได้ปกติที่สุด
“สะ.. สะ… สเตตัส”
ที่จริงแล้วการจะเปิดหน้าต่างสถานะของตัวเองจะทำแบบไหนก็ได้จะพูดว่า ‘สเตตัส’ ‘ค่าสถานะ’ หรือจะใช้สกิลตรวจสอบ ตรวจสอบเองก็ยังได้เป็ความหลากหลายแบบที่ใส่ใจแม้กระทั่งรายละเอียดเล็กน้อยของ ‘นิวฮอไรซันส์’
แม้จะพยายามแล้วแต่ผมก็ห้ามไม่ให้เสียงสั่นไม่ได้
ชื่อตัวละคร : ลักซ์
เลเวล : -1(-99999/20)
คลาส : พ่อมดมนตรา
**ไม่สามารถใช้งานสกิลการกระทำได้ทุกชนิดยกเว้นสกิลประจำคลาส
**สามารถใช้มนตราและอาร์ตได้ทุกชนิดโดยไม่สนเงื่อนไข
**สวมใส่ยุทธภัณฑ์เวทมนตร์/มนตราได้ทุกชนิดโดยไม่สนใจเงื่อนไข
**เมื่อสร้างมนตรายุทธภัณฑ์เวทมนตร์/มนตราและแปรธาตุมีโอกาสได้ค่าสถานะเพิ่มขึ้น
ฉายา : พ่อมดไร้เทียมทาน
***สถานะผิดปกติทุกชนิดจะไม่ส่งผลกับท่าน
***คุณจะไม่ตายเมื่อถูกฆ่า เมื่อพลังชีวิตหมดท่านจะเป็ะ 10 วินาที ระยะคูลดาวน์ 6 ชั่วโมง
***ต้านทานการแอบตรวจสอบค่าสถานะทุกชนิด
***พ่อมดเป็ตัวตนที่ยังไม่มีผู้ใดรู้จัก ท่านสามารถปลอมแปลงอาชีพเป็ ใดก็ตามที่ท่านรู้จักได้(ปัจจุบันแสดงเป็ : จอมเวททั่วไป)
หลากหลายอารมณ์ได้พรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองของผมทันทีเมื่อผมได้ลองสังเกตสเตตัสตัวเองในส่วนแรก
เื่เลเวลที่ควรจะลดแต่กลับไม่ลดลงไปอีกคงเพราะมันติดลบอยู่แน่ ค่าสถานะที่ควรจะลดลงไปด้วยก็เลยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
แล้วคลาสของผมที่เคนเป็‘ไร้คลาส’ มามากว่าหนึ่งปีกับอีกหนึ่งเดือนในโลกความเป็จริงตอนนี้มันกลายเป็ ‘พ่อมดมนตรา’ ที่เขียนด้วยตัวตัวอักษรสีทองอร่ามแล้ว
คลาส‘พ่อมดมนตรา’ ไม่สามารถใช้สกิลการกระทำได้ทุกชนิดได้ จากข้อความนี้มันสร้างความสบสนสุดให้กับผมแบบสุดๆ
สกิลใน‘นิวฮอไรซันส์’ถูกแบ่งออกเป็สองประเภท สกิลการกระทำ (Active Skill) และ สกิลติดตัว (Passive Skill) โดยจะแบ่งจากการใช้งาน
สกิลการกระทำ(ActiveSkill) ถูกแบ่งตามชื่อของมัน คือสกิลที่จะใช้งานได้ต้องมีคำสั่งก่อนส่วนใหญ่แล้วจะเป็สกิลที่ช่วยผู้เล่นให้เคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้นโดยการจะใช้งานแต่ละครั้งต้องกล่าวชื่อของสกิลออกมาเสียก่อน
เวทมนตร์จึงถูกจัดให้อยู่ในหมวดของสกิลการกระทำเช่นเดียวกันเพราะจำเป็ต้องมีคำร่ายเป็สื่อกลางแต่ในจำนวนคำและอาศัพทรัพยาการที่เรียกว่ามานา หรือพลังเวทมากกว่า
สกิลการกระทำจะทำให้โจมตีหรือหลบง่ายขึ้นเช่น[ะโหลบ (ระดับต้น)] [ฟาดฟัน(ระดับต้น)] [ง้างคันศร (ระดับต้น)]หรือ [หอกน้ำแข็ง] ที่เป็เวทมนตร์ระดับกลาง
อีกหนึ่งจุดสังเกตของสกิลการกระทำ คือสกิลพวกนี้จะมีระยะหน่วงหรือการคูลดาวน์ที่ชัดเจน
ส่วนสกิลติดตัว(PassiveSkill) ก็ทำงานตามชื่อของมัน เป็สกิลที่จะทำงานเอง ผู้เล่นไม่สามารถสั่งการทำงานของมันได้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็สกิลที่ต้องใช้โชคช่วยหรือเป็สกิลพื้นฐานเช่น [เพิ่มโอกาสติดคริติคอล (ระดับกลาง)] [เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนไหว (ระดับต้น)] [ลดเวลาการร่ายสกิลกายโจมตีภาพ (ระดับต้น)]
การไล่ลำดับของสกิลเป็สิ่งสำคัญเช่นเดียวกันกับการเปลี่ยนขั้นของสกิลโดยจะไล่ลำดับั้แ่ ระดับต้น ระดับกลาง ระดับสูง ระดับสูงสุด สี่ขั้นแต่ละขั้นจะมีเลเวลกำหนดของตัวเองว่าถึงเท่าไรจะเกิดการเปลี่ยนระดับของสกิล
การที่คลาส‘พ่อมดมนตรา’ ไม่สามารถใช้งานสกิลการกระทำได้ทุกชนิดนั้น มันทำให้ผมไม่สามารถต่อสู้ได้เพราะจะหลบ จะป้องกัน หรือจะโจมตีด้วยสกิลไม่ได้ แถมดาเมจสดก็คงจะไม่ได้แรงพอจะสะกิดพลังป้องกันหรือลดทอนดาเมจของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
ผมอารมณ์เสียมากที่คลาสของตัวเองเป็คลาสตำนานที่เสียสมดุลขนาดได้มากนี้ทว่าพอคิดไปคิดมาแล้ว คลาสลับระดับเลเจนดารีไม่มีทางจะเสียสมดุลมากแบบไม่มีเหตุผลแน่อย่างน้อยก็ยังมีสกิลติดตัวบางอย่างที่ผมยังสามารถใช้งานอยู่ได้
คำถามของผมที่ว่าทำไม‘พ่อมดมนตรา’ ถึงได้มีเงื่อนไขที่เสียสมดุลขนาดนี้ก็ได้รับคำตอบในช่องคำอธิบายต่อไป
‘สามารถใช้มนตราและอาร์ตได้ทุกชนิด’ ผมยังไม่ทราบว่ามนตราที่ว่าต่างจากเวทมนตร์หรือสกิลอย่างไรแต่อาร์ตไม่ใช่
อาร์ตเป็การทักษะที่จะทำงานเมื่อมีการเคลื่อนไหวตรงกับคีย์ของมันและด้วยด้วยเงื่อนไขที่ว่า แค่เคลื่อนไหวให้เหมือนกับที่อาร์ตกำหนดทำให้มันไม่มีคูลดาวน์แต่กลับต้องแลกด้วยการใช้ทรัพยากรมานาที่มากกว่าสกิลแบบเดียวกันถึง2.5เท่า อาร์ตจึงไม่เป็ที่นิยมมากนักทั้งในหมู่ผู้เล่นชั้นแนวหน้าที่เรียกกันว่าแรงค์เกอร์ และเอ็นพีซี
ข้อจำกัดอีกอย่างของอาร์ตคือต้องมีความเหมาะสมกับอาร์ตด้วยเช่น บางอาร์ตสามารถใช้ได้แค่คลาสนักรบ บางอาร์ตสามารถใช้ได้ทุกคลาสแต่ต้องมีค่าความว่องไวเกิน50แต้ม
และที่แตกต่างที่สุดจากสกิลคืออาร์ตสามารถเรียนรู้ได้เองต่างจากสกิลที่ต้องปลดล็อคจากเควสหรือจากการซื้อตามร้านค้าสกิล
จากข้อความอธิบายของคลาสผมสามารถสรุปได้คร่าว ๆ ว่า ‘พ่อมดมนตรา’ จะต้องพึ่งอาร์ตและมนตราเป็หัวใจหลักในการเล่น
ถ้าเป็เช่นนั้นจริงผมจะเป็ผู้เล่นคนแรกที่แหกขีดจำกัดที่แรงว่าคูลดาวน์ได้
กลายเป็ตัวตนที่โกงโดยแท้แต่กระนั้นยังต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าทรัพยากรมานาของตัวเองนั่นเพียงพอ
…
พลังชีวิต : 48/48
มานา :32,354/32,354
…
ตอนนี้มานาของผมมีมากกว่าผู้เล่นจอมเวทอันดับหนึ่งอย่าง‘มายุ’ แค่ 6เท่านิด ๆ ผมคิดว่ามันคงไม่น้อยไปนะ
สำหรับคำอธิบายที่บอกว่า‘สวมใส่ยุทธภัณฑ์เวทมนตร์/มนตราได้ทุกชนิดโดยไม่สนใจเงื่อนไข’คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็ความสามารถที่ยอดเยี่ยมมากเรียกว่าโกงเลยก็ได้เพราะไม่มีผลข้างเคียงใดเลย
ทว่าความโกงที่ว่าก็ยังโดยจำกัดไว้อยู่
อุปกรณ์สวมใส่ภายใน‘นิวฮอไรซันส์’เกือบทั้งหมดมีเงื่อนไขในการสวมใส่ใช้งานอยู่ถ้าหากไม่ตรงเงื่อนไขผู้เล่นก็จะไม่สามารถใช้งานได้เงื่อนไขดังกล่าวสร้างสมดุลให้กับเกมอย่างมาก
แต่กับคลาสของผมนั้นแตกต่าง
‘พ่อมดมนตรา’ ยังไม่ได้แหกเงื่อนไขที่สร้างสมดุลที่ว่าแต่กลับยุทธภัณฑ์เวทมนตร์/มนตราแล้วไม่ใช่
สำหรับยุทธภัณฑ์เวทมนตร์เป็อาวุธยุทธภัณฑ์ชุดเกราะและเครื่องแต่งกายที่แฝงไปด้วยพลังเวทและเวทมนตร์ติดตัว
มันล้ำค่าและทรงพลังแต่กลับหายากแบบสุดๆ แถมยังไม่สามารถผลิตขึ้นได้จากผู้เล่นหรือเอ็นพีซีคลาสช่างตีเหล็กทั่วไปด้วย
และเพราะเงื่อนไขการใช้งานที่ยุ่งยากกว่าอุปกรณ์ทั่วไปบางก็จำเป็ต้องใช้ทรัพยากรมานาในทุกครั้งที่โจมตี ซึ่งมันก็แลกมาด้วยพลังการโจมตีที่รุนแรงเหนือกว่าไอเทมใน่เลเวลเดียวกันเป็หลายเท่าตัว
ทำให้ยุทธภัณฑ์เวทมนตร์ทั้งหลายถูกจัดให้เป็อาวุธไม้ตายที่ใช้ได้ไม่กี่ครั้งแต่มีพลังทำลายล้างสูงของผู้เล่นชั้นแนวหน้าหลายคน
เมื่อรวมเหตุผลเหล่านี้เข้ากับความหายากของมันจึงไม่แปลกใช้ที่มูลค่าของเหล่าไอเทมสุดโกงพวกนี้จะสูงแบบสุด ๆ
คำอธิบายสุดท้ายของ‘พ่อมดมนตรา’ คือ ‘เมื่อสร้างมนตรายุทธภัณฑ์เวทมนตร์/มนตราและแปรธาตุมีโอกาสได้ค่าสถานะเพิ่มขึ้น’
หลังจากอ่านหนังสือใน‘นิวฮอไรซันส์’มาเกือบ 3000 เล่มไม่เล่มไหนเลยกล่าวถึงการสร้างสร้างมนตราหรือยุทธภัณฑ์เวทมนตร์แม้แต่ครั้งเดียว
สารภาพว่ามืดแปดด้านกับสองข้อแรกแต่ข้อสุดท้าย…
แปลว่าผมสามารถเล่นแปรธาตุได้สินะแถมยังได้ค่าสถานะโบนัสอีกด้วย สงสัยหลังจากนนี้คงต้องไปลองแล้วล่ะ
ผมยังเหลือความสงสัยในทั้งสกิลฉายา และค่าสถานะใหม่อยู่ แต่เอาไว้หลังจากไปถึงชั้นที่ 8 ก่อนแล้วกัน
ในที่สุดผมก็สามารถละสายตาจากค่าสถานะของตัวเองได้เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับอัลเอลและอัลฟ่าที่ทำตาโตอาปากค้างอยู่
“มองอะไรกัน หน้าผมมีอะไรติดหรอ”
ผมถามทั้งสองคนที่ทำหน้าใเหมือนพึ่งเจอผีไป
“ผะ… ผะ… ผมพอเข้าใจแล้วล่ะครับ ทำไมท่านเซร่าถึงกล้าพาท่านกลับมาด้วย”
“ขะ… ข้าอยู่มาั้แ่ต้นไม้แห่งปัญญาอายุไม่กี่ร้อยปีไม่เคยเห็นคลาสไหนทรงพลังเท่านี้มาก่อนเลย”
…
เวลาเดียวกันณ ห้องปฏิบัติการของ ‘นิวฮอไรซันส์’ ประเทศเกาหลี
“ฮ่าๆๆๆ ถึงกับใช้ต้นไม้แห่งปัญญาสร้างคลาสตำนานใหม่ขึ้นมาเองเลยหรอแถมยังมีวิธีการเล่นเป็ของตัวเองแบบไม่เหมือนใคร แล้วนั้นอะไรโบนัสค่าสติปัญญาจากจำนวนหนังสือที่อ่าน 6,000 กว่าแต้มไม่คิดว่าเขาน่าสนใจหรือหัวหน้าชาฮี”
ลีซอนบีที่นั่งดูจอมอนิเตอร์ั์อยู่พูดพร้อมๆ กับหัวเราะออกมา เขาสานงานต่อจากเธอและเขาคนนั้นอีกทีเพื่อสร้าง ‘นิวฮอไรซันส์’ ขึ้นมา
สถานที่ที่จะมอบความเป็ไปได้มากมายให้แก่ผู้เล่นมีหรือที่เขาจะไม่ดีใจ เพราะในที่สุดก็มีเขาคนนั้นก็ได้ทำลายขีดจำกัดและกำลังกลับสู่ตัวตนที่แท้จริงของตัวเองสักที
“แบบนี้มัน… ไม่เรียกว่าบัคหรอคะ?”
จองชาฮีได้แค่มองลักซ์เปลี่ยนเป็คลาสลับระดับเลเจนดารี
คลาสระดับเลเจนดารีสายต่อสู้ที่มองข้ามขีดจำกัดของสกิล
คลาสระดับเลเจนดารีสายผลิตที่ต้องใช้ทั้งเวลากำลังและความรู้มหาศาล
คลาสระดับเลเจนดารีที่เป็ดั่งทุกคลาสอย่างที่มีในเกม
คลาสระดับเลเจนดารีที่กำลังจะเขียนตำนานของตัวเองขึ้นมาใหม่ไม่ได้เดินตามใครเหมือนกับคลาสระดับเลเจนดารีเดิมของเกมที่เหลือ
“ไม่หรอกๆ ‘นิวฮอไรซันส์’ ไม่มีของแบบนั้นหรอก‘พ่อมดมนตรา’ เกิดจากการรวมตัวกันของศาสตร์สามอย่างเวทมนตร์ อาร์ต และก็การแปรธาตุ ถ้าอยู่ในโลกเราของแบบนี้ก็คงต้องให้นิยามว่าศาสตร์ลึกลับ”
ซอนบีหยิบหนังไก่ทอดขึ้นมากินก่อนที่เขาจะอธิบายต่อ
“ลักซ์มีความพยายามที่จะศึกษาของพวกนี้มากกว่าใครใน ‘นิวฮอไรซันส์’ เขาอยากรู้ว่าทำไมสกิลเวทมนตร์ถึงจำเป็ต้องมีวงเวทตลอดเวลาสี่ปีในเกมที่เขาเดินทางไม่มีวันไหนเลยที่ลักซ์จะไม่หยุดศึกษาอะไรพวกนี้ไม่มีใครเหมาะไปกว่าเขาอีกแล้ว ใช่ไหมไกอา”
“ค่ะ ลักซ์ทำลายการคาดการณ์ของดิฉันทั้งหมด แถมยังบรรลุเงื่อนไขของโลกซึ่งมีมาั้แ่ตัวเกมเวอร์ชั่นเบต้าที่ได้รับมาจาก‘อีเธอร์’ อีกด้วยค่ะ”
“เงื่อนไขของโลกจาก ‘อีเธอร์’ งั้นหรอ จนถึงเราก็ยังไม่สามารถค้นหาอะไรที่เกี่ยวข้องกับมันได้จากตัวเกมสักอย่างเลยสินะ”
“ค่ะแม้ดิชั้นจะเป็ผู้ควบคุมทุกอย่างในโลกแห่งนี้ แต่มีแค่เื่ซึ่ง ‘อีเธอร์’ สร้างไว้เท่านั้นที่ไม่สามารถเข้าไปแตะต้องอะไรได้เลยทุกอย่างที่ดิฉันเปลี่ยนแปลง จะได้รับการคืนสู่สมดุลทั้งหมด ทั้งเื่ของเผ่าซานกราน์ ประวัติศาสตร์ของมหาจักรวรรดิอัลฟ์ไฮม์กระทั้งความขัดแย้งของคาเมล็อต วัลฮัลลา แอสการ์ด และอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน ไม่แน่ว่า‘อีเธอร์’ อาจจะวางแผนอะไรไว้ั้แ่ก่อนที่เขาจะฝากให้เธอมอบเวอร์ชั่นเบต้าให้กับพวกเราแล้วก็ได้ค่ะ”
เมื่อถูกเอไอของตัวเองกระตุ้นเช่นนั้นลีซอนบีก็เริ่มใช้ความคิดอย่างหนัก แต่อัจฉริยะของโลกก็ไม่เสียคิดเวลาอยู่นาน
“เอาเถอะไม่ว่าเขาจะวางแผนอะไรก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าเขาคือผู้สร้างโลกใบที่สองที่แท้จริงไม่ได้อยู่ดี”
‘อีเธอร์’ ไม่ว่าเขาจะเป็ใครก็ตามลีซอนบีได้สาบานตนไว้นานแล้วว่าจะต้องตามหาเขาและตอบแทนทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้เพราะของขวัญที่ชื่อว่า ‘นิวฮอไรซันส์’ไม่ได้มอบแค่ชีวิตที่สองให้กับซอนบีแค่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว
“ถึงทั้งโลกจะเข้าใจว่าทั้งฉันกับคุณชิรายูกิเป็ผู้สร้างทั้งหมดก็เถอะ แต่มันก็คงเป็ไปตามแผนที่เขาวางไว้ทั้งหมดสินะ”
ซีอีโออัจฉริยะนิ่งเงียบและเปลี่ยนทั้งสีหน้าและทางท่าของตัวเองจนดูจริงจังสุด ๆ อีกครั้ง
“บางทีลักซ์เองก็อาจจะเป็ผลลัพธ์ที่อยู่ในแผนการของ‘อีเธอร์’ เช่นเดียวกันกับทั้งฉันและเธอหรือเปล่านะไกอา”
“ดิฉันเองก็ไม่สามารถทราบได้เลยเช่นกันค่ะ มาสเตอร์”
เป็อีกครั้งที่จองชาฮีได้แต่แปลกใจกับภาพตรงหน้าแต่เธอเองก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนดังเช่นทุกครั้งที่เป็