ตู้โม่โฉวเดินทางมาถึงโยวโจวตั้งแต่สองวันที่แล้ว เขาแอบสะกดรอยตามเป้าหมายแต่พอตามมาได้ครึ่งทางเป้าหมายก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ฉีอ๋องต้องซ่อนสิ่งใดเอาไว้อย่างแน่นอน ตรอกที่ตนกำลังตามเข้ามาคือตรอกที่อยู่อาศัยของพวกคหบดีร่ำรวยของเมือง
สองวันที่ผ่านมาเขาสังเกตเห็นว่าตรอกนี้ใช้ทหารเกราะนิลเดินตรวจตราถี่ ๆ ไม่เหมือนตรอกอื่นจึงพยายามสะกดรอยตามและสืบ และได้เห็นชายรูปร่างกำยำแต่งกายแบบชาวบ้าวทั่วไปเดินออกมาจากจวนอ๋องทางด้านหลัง แล้วโผล่มายังตรอกนี้วันละสองครั้ง
ชายร่างกำยำสี่คนลักลอบออกจากจวนอ๋องมายังตรอกแห่งนี้เวลาเดิม มันมิใช่เรื่องปกติ ตู้โม่โฉวที่แอบเดินทางมาอย่างลับ ๆ คนเดียวพยายามสะกดรอยตามอีกครั้ง
พอถึงทางแยกก็ไม่ปล่อยให้คลาดสายตา ติดตามระยะกระชั้นชิด กำแพงบ้านหลังหนึ่งถูกผลักเข้าไป
และแล้วสิ่งที่ตู้โม่โฉวสงสัยก็ได้รับการเฉลย ที่คนพวกนี้หายไปแท้จริงแล้วพวกเขาไม่ได้หายไปไหนเพียงแค่เข้าไปในบ้านหลังนี้ กำแพงที่ไม่มีจุดผิดสังเกตที่แท้มีประตูซ่อนอยู่ มิน่าล่ะเขาถึงตามไม่ทันสักครั้ง
ใช้วิชาย่องเบาสำรวจกำแพงบ้าน ต้นไม้สูงใบหนาปกคลุมใกล้กับกำแพงบ้านทำให้ตู้โม่โฉวยิ้มออกได้ แนบหูกับกำแพงเพื่อฟังเสียงเคลื่อนไหวด้านใน รวบรวมสมาธิอยู่นานก็ไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวบริเวณนี้จึงกระโดดข้ามกำแพงไปหลบอยู่หลังต้นไม้
เรือนหลังใหญ่ที่เห็นอยู่ตรงหน้าเป็นของผู้ใดกัน เหตุใดถึงได้ติดต่อกับคนของจวนอ๋อง
ตู้โม่โฉวลักลอบเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ พยายามลัดเลาะเพื่อเข้าไปใกล้เรือนที่ใหญ่ที่สุด หลังจากเห็นคนของจวนอ๋องเข้าไปยังเรือนนั้น
เสียงของมีคมแหวกอากาศทำให้ตู้โม่โฉวหลบตามสัญชาตญาณ กระบี่คมกริบสะท้อนแสงวาววับเฉียดลำคอไปเพียงเล็กน้อย
ชายชุดดำปิดหน้าเกือบยี่สิบคนยืนล้อมตู้โม่โฉว แววตาหมายสังหารทำให้แผ่นหลังของคนที่บุกรุก อาบไปด้วยเหงื่อ
ไม่มีวาจาใดเปล่งออกมาจากปาก มีเพียงการพุ่งเข้ามาสังหาร ตู้โม่โฉวพยายามต่อสู้ แม้ว่าฝีมือเขาจะอยู่ในขั้นดีเพียงใดก็ย่อมพ่ายแพ้ต่อฝั่งตรงข้ามที่บุกเข้ามาพร้อมกันทีละสิบคน
นี่มันไม่ใช่การตักเตือนแต่มันคือคำสั่งฆ่าอย่างไม่ต้องสงสัย กระบี่ของชายชุดดำหนึ่งคนแทงเข้าบริเวณหน้าท้องจนตู้โม่โฉวเซถอยหลัง
ก่อนที่กระบี่จะตัดคอของตู้โม่โฉวก็มีเงาดำยี่สิบกว่าเงากระโดดเข้ามาช่วยเหลือ
“คุณชายหนีก่อน” องครักษ์เงาที่ตู้หรูฮุ่ยส่งติดตามบุตรชายรีบเข้ามาช่วยกันพาคุณชายใหญ่ที่ได้รับบาดเจ็บหนี
ตู้โม่โฉวถูกพาออกมาจากบ้านหลังนั้น ใบหน้าของเขาซีดจากการเสียเลือด “พวกเจ้าเป็นใคร”
“ใต้เท้าส่งพวกเรามาคอยดูแลความปลอดภัยให้คุณชาย” กระซิบบอก
รอยยิ้มอ่อน ๆ ปรากฎบนใบหน้า ถ้าบิดาไม่ส่งคนคอยตาม เขาคงตายตั้งแต่อยู่ในบ้านหลังนั้น
การต่อสู้กันภายในตรอกเงียบเชียบเหมือนไม่อยากให้ผู้ใดรู้ว่าเกิดการต่อสู้กัน แปลกตรงที่ตรอกนี้มีทหารเข้ามาตรวจตราถี่ ๆ ยามนี้กลับหายไป ไม่มีผู้ใดสักคนเดินเข้ามาในตรอก
ตู้โม่โฉวถูกองครักษ์เงาพาหนีตายมาจนเกือบถึงหน้าทางเข้าตรอก องครักษ์เงายี่สิบกว่านายเหลือเพียงสามนาย
“เจ้าพาคุณชายใหญ่หนีไป ข้าจะถ่วงเวลา”
แม้ใจไม่อยากทำ เพราะนั่นคือสหายของตน แต่เพื่อหน้าที่แล้วเขาจำต้องทำตาม แบกคุณชายใหญ่ที่กำลังจะหมดสติขึ้นหลังมุ่งตรงไปยังหน้าตรอกเพื่อขอความช่วยเหลือ
“คุณหนูเจ้าคะ นายช่างบอกว่าแถวนี้ แต่ทำไมถึงยังหาไม่เจอ” ซูเซียงยกมือขึ้นเกาศีรษะ พวกตนอุตส่าห์รีบตามมาก็ยังคงหาพ่อค้าขายมันหวานไม่เจอ
มันหวานคืออะไรซูเซียงกับโม่เอินก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่คุณหนูบอกว่าต้องการมันเพียงเพราะเห็นนายช่างที่รับจ้างปรับปรุงร้านซื้อมาสองหัว
“นายช่างคนนั้นบอกว่าอยู่ในตรอกแถวนี้ หรือว่าพวกเราหลงทาง” ซูเซียงเท้าสะเอว สูดลมหายใจเข้าปอดแรง ๆ หนึ่งที
“คิดว่าพวกเราน่าจะหลงทาง” โม่เอินหันมองรอบ ๆ ก่อนจะชะงักกับเสียงที่ได้ยิน สบตากับคุณหนูที่กำลังยืนนิ่ง
จ้าวลู่ชิงได้กลิ่นเลือด และนางยังได้ยินเสียงต่อสู้ ยิ่งสบตากับโม่เอินก็รู้ว่านางไม่ได้คิดไปเอง หากเป็นเช่นนั้นพวกนางจะอยู่ทำไมล่ะ เผ่นกันให้เร็วเลย! ก่อนจะเดือดร้อน
ก่อนที่เท้าของจ้าวลู่ชิงกับคนอื่นจะเผ่นหนีก็ถูกเสียงหนึ่งเรียกเอาไว้ก่อน
“จ้าวกูเหนียงอย่างเพิ่งไป ช่วยพวกเราด้วย!”
“รู้จักข้าด้วย” หันหลังกลับไปมอง บุรุษที่อยู่บนหลังคือคุณชายใหญ่สกุลตู้มิใช่หรือ แต่คนที่เรียกนางคือชายชุดดำที่แบกเขา
“จ้าวกูเหนียง ช่วยคุณชายด้วยขอรับ”
จ้าวลู่ชิงมองกลุ่มชายชุดดำที่ติดตามมาเกือบสิบคน เท้านางกำลังจะเผ่นหนีต้องหยุดชะงักเพราะคนพวกนั้นรีบถอยหลังกลับแล้วหายไป
“กูเหนียงช่วยคุณชายด้วยเถิด”
“วางเขาลง”
ทำตามคำสั่งโดยการวางตู้โม่โฉวลงกับพื้น
จ้าวลู่ชิงตรวจอาการ หยิบยาห้ามเลือดขึ้นมาเทใส่บาดแผลบริเวณหน้าท้อง ก่อนจะใช้เข็มเงินยื้อชีวิตคนเคยรู้จัก แล้วพาเขาไปโรงหมอที่ใกล้ที่สุด
ทางด้านหัวหน้าชุดสังหารที่สังเกตการณ์อยู่บนหอสูง รีบควบม้าออกจากเมืองไปยังค่ายทหาร คนที่เหลือรีบจัดการนำศพไปเผาให้สิ้นซาก
ทหารรักษาการณ์หน้าค่ายเห็นป้ายที่ยื่นออกก็รีบเปิดประตู อนุญาติให้เข้าไปในค่ายได้
ห่าวหรานเห็นหัวหน้าองครักษ์เงาที่ให้ไปปฏิบัติภารกิจกลับมาก็รีบเข้ามารายงานผู้เป็นนาย
ฉีอ๋องกำลังจดจ่ออยู่กับแผนที่เมืองเอ่ยอนุญาต
“ข้าน้อยสมควรตาย”
มือที่กำลังทำสัญลักษณ์จุดสำคัญของเมืองหยุดชะงักเมื่อได้ยินประโยคที่เอ่ยออกมาจากปากของหัวหน้าชุดสังหาร
“เพราะเหตุใด?” ใช้พู่กันแต้มชาดทำสัญลักษณ์ในแผนที่ต่อ
น้ำเสียงเช่นนี้ของผู้เป็นนายทำให้หัวหน้าชุดสังหารเหงื่อเต็มแผ่นหลัง
“เพราะพวกเขาได้รับความช่วยเหลือจากจ้าวกูเหนียง”
มือสังหารที่ให้ดักรอหน้าตรอกก็ออกมาทำงานไม่ได้เพราะไม่มีผู้ใดอยากเสี่ยงต่อสู้กับว่าที่หวังเฟย หากพวกเขาทำให้นางบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียวคงเป็นพวกเขาที่ต้องตาย
“ช่วยเหลือ?”
“เป้าหมายถูกแทงเข้าที่ท้องขอรับ ถ้าโชคร้ายก็อาจเสียชีวิตในคืนนี้ แต่ถ้าโชคดีก็อาจมีชีวิตรอด แต่ข้าน้อยคิดว่าเป้าหมายไม่น่าอยู่พ้นคืนนี้”
“เจ้าประมาทศัตรูตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
“คนของเราแทงเข้าจุดสำคัญของเขา ต่อให้เป็นหมอเทวดาก็ช่วยยื้อชีวิตไม่ได้ขอรับ” หัวหน้าองครักษ์เงารีบกล่าว จากประสบการณ์ยาวนานผู้ใดถูกแทงจุดสำคัญบริเวณนั้นโอกาสรอดแทบไม่มี
“เก็บกวาดดีหรือไม่”
“นำศพไปเผาแล้วขอรับ”
“กลับไปเก็บรายละเอียดบริเวณนั้นให้ดี อย่าให้มีร่องรอยแม้แต่น้อย”
“น้อมรับคำสั่ง”
“เป้าหมายคงอยู่ไม่พ้นคืนนี้ ท่านอ๋องอย่าได้กังวล”
หลิงหย่งยังคงเชื่อใจฝีมือหัวหน้าองครักษ์เงาที่ทำงานด้วยกันมานาน หากเขาเชื่อมั่นว่าต้องตายคนผู้นั้นก็น่าจะไม่รอดพ้นคืนนี้
“หมอเทวดาคนอื่นคงช่วยไม่ได้ แต่อาชิงสามารถช่วยได้”
มือที่กำลังจับพู่กันเกร็งจนพู่กันหักสามท่อน
ห่าวหรานรีบเข้าไปดึงพู่กันออกจากมือแล้วยื่นผ้าเช็ดมือให้กับผู้เป็นนาย
“ท่านอ๋องให้ข้าน้อยไปจัดการเป้าหมายซ้ำเถิด”
ห่าวหรานเสนอตัว ถ้าคุณชายใหญ่สกุลตู้ไม่ตายพวกตนไม่ไว้วางใจ ท่านอ๋องอุตส่าห์ตัดสินใจให้สังหารภัยร้ายอย่างคุณชายผู้นี้ คืนนี้ต่อให้มีปีกตู้หรูฮุ่ยก็ส่งคนมาช่วยบุตรชายไม่ทันการณ์
เพียงเห็นนิ้วผู้เป็นนายเขียนตัวอักษรกลางอากาศห่าวหรานก็รีบคำสั่งทันที
ห่าวหรานรีบออกไปจากห้องเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับคืนนี้
ฉีอ๋องนั่งลงบนเก้าอี้ เอนหลังผิงพนักเก้าอี้แล้วหลับตาลง นิ้วยกขึ้นลูบคิ้วอย่างใช้ความคิด
คุณชายใหญ่สกุลตู้ชักจะล้ำเส้นเกินไปเขาจึงต้องตัดสินใจสังหาร
หลิงหย่งรินน้ำชาให้กับผู้เป็นนาย
“ถ้าเกิดว่าครั้งนี้ยังไม่สำเร็จอีกล่ะขอรับ”
มิใช่ว่าเขาไม่เชื่อในฝีมือห่าวหรานแต่เพราะคนที่ให้การช่วยเหลือเป้าหมายคือคู่หมั้นของท่านอ๋อง สตรีอย่างจ้าวกูเหนียงมิใช่คนที่จะจัดการได้ง่าย
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าลงมือครั้งนี้โอกาสไม่สำเร็จนั้นมีมากกว่า” ยกจอกน้ำชาขึ้นจิบ
หลิงหย่งมีสีหน้าฉงน ก่อนจะตามความคิดของฉีอ๋องทัน
“หากสำเร็จก็ดี แต่ถ้าไม่สำเร็จก็คือการเตือนคนพวกนั้นไปในตัวว่าอย่าได้เข้ามายุ่งเรื่องของท่านอีก”
“เจ้าคิดว่าคนพวกนั้นจะเข็ดหรือไม่” ลูบปากจอกน้ำชา
“เข็ดแต่ไม่จำ”
“เจ้ากล่าวได้ถูก ต่อไปเขาคงไม่ส่งบุตรชายมาแต่จะส่งผู้อื่นมาแทน ต่อให้ส่งมาอีกเป็นหมื่นคนจุดจบก็เหมือนเดิม”
หลิงหย่งยืนเงียบเพราะรู้ว่าที่ท่านอ๋องคิดสังหารคุณชายใหญ่สกุลตู้ อีกเหตุผลก็คือคุณชายผู้นี้มีใจให้กับว่าที่หวังเฟย
การกระทำของตู้โม่โฉวแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าต้องการโค่นล้มท่านอ๋อง
ฉีอ๋องนั่งจิบชาสักพักก่อนจะเดินทางไปยังเรือนที่นัดหมายกับแม่ทัพคนสำคัญ
โรงหมอสกุลฟางมีโอกาสได้ต้อนรับหมอเทวดาหญิง แม้จะเป็นสถานการณ์น่าตกใจก็ตาม หมอฟางพยายามจะตามติดจ้าวลู่ชิงแต่ถูกโม่เอินกันเอาไว้ตามคำสั่ง
จ้าวลู่ชิงให้ยาที่หลอมจากดอกบัวสีเลือดแก่เขาเพียงเสี้ยวเดียว สาเหตุที่นางต้องสิ้นเปลืองยาที่หลอมจากดอกบัวสีเลือดแน่นอนว่านางคาดเดาได้ว่าผู้ใดส่งคนไปสังหารเขา
มิใช่ว่านางเก่งกาจอันใด แต่นางจำกลิ่นบุรุษกลุ่มนั้นได้ คนพวกนั้นน่าจะเป็นองครักษ์เงาของฉีอ๋อง เพราะเวลาที่นางกับเขาพบกันจะมีกลิ่นกายของคนพวกนี้อยู่ใกล้ ๆ คนปกติคงไม่ได้กลิ่นแบบนาง นี่คือพรสวรรค์ที่ติดตัวนางมายังที่นี่
หากคุณชายใหญ่สกุลตู้ตาย บิดาของเขาต้องไม่อยู่เฉย ฉีอ๋องต้องอยู่อย่างไม่สงบ ถึงอย่างไรตู้หรูฮุ่ยก็เป็นขุนนางที่หลี่ซื่อหมินไว้ใจ บุตรชายตายเขาต้องเป่าหูหลี่ซื่อหมินเพื่อแก้แค้นให้บุตรชายอย่างแน่นอน
ดอกบัวสีเลือดปริมาณน้อยนิดถูกจ้าวลู่ชิงนำมาผสมกับสุมนไพรชนิดอื่นแล้วหลอมขึ้นมาเป็นเม็ด
เพื่อไม่ให้ผู้อื่นสงสัยจ้าวลู่ชิงเลยใช้สมุนไพรชนิดอื่นยับยั้งฤทธิ์ของดอกบัวสีเลือด ไม่ให้มันออกฤทธิ์จนถูกจับสังเกตได้
เส้นเลือดใหญ่เกือบขาดออกจากกัน สมัยนี้ไม่มีน้ำเกลือ ไม่มีถุงเลือด ไม่มีอุปกรณ์ครบครับต่อให้เป็นหมอเทวดาก็ต้องยอมแพ้ในการยื้อชีวิต
จ้าวลู่ชิงทำการเย็บปิดแผลหน้าท้องให้กับตู้โม่โฉว จากนั้นก็ให้ซูเจินช่วยพันบาดแผลด้วยผ้าสะอาด ปล่อยให้ดอกบัวสีเลือดออกฤทธิ์ นางรู้สึกเสียดายดอกบัวสีเลือด แม้จะสูญเสียไปเพียงน้องนิดแต่นางก็ยังเสียดายอยู่ดี
คนสกุลตู้เป็นศัตรูกับสกุลจ้าว ท่านปู่รู้เข้าว่านางให้การช่วยเหลือศัตรูคงถูกด่าจนหูชา เหตุใดคนของฉีอ๋องถึงไม่สังหารให้เขาตายภายในดาบเดียว ปล่อยมาขอความช่วยเหลือจากนางทำไมกัน
“หวังว่าฟื้นขึ้นมาแล้ว เจ้าจะไม่รนหาที่อีกนะ”
นางมิได้โง่จนไม่รู้ว่าตู้โม่โฉวตามสืบอะไรสักอย่าง ผู้เป็นบิดากล้าปล่อยบุตรมาเหยียบถิ่นศัตรูได้อย่างไร
งี่เง่าทั้งพ่อทั้งลูก!