หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 65

    ในขณะเดียวกันนั้นเอง หมวยที่เดินออกมาจากห้องพักส่วนตัวของสิน เธอมองซ้ายมองขวาอยู่หลายที ก่อนจะพบชายคนหนึ่งที่แต่งตัวชุดคลุมดำ และนั่นคือพี่ทรัพย์ บาทหลวงนักฆ่าประจำภาคเหนือของศาสนจักร หมวยเดินมาใกล้ ก่อนที่เธอจะนั่งลงข้างๆของพี่ทรัพย์“หมวยเรียกพี่มา.. มีเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอ..หมวยก็น่าจะรู้ว่าสถานที่ใกล้ๆตัวของสินนั้นพี่ไม่อาจจะปรากฎตัวได้.. ไม่อย่างนั้นพวกศัตรูของพี่ก็จะรู้กันทั่ว” ทรัพย์พูดขึ้น ขณะที่ในมือของเขากำลังโยนอาหารให้กับนกพิราบฝูงใหญ่ หมวยที่ได้ยินอย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง เรื่องนี้มีแต่เธอ และพ่อเท่านั้นที่รู้ หลังจากที่เธอคุยกับพ่อแล้วก็ได้ข้อสรุปว่าอย่างน้อยๆ ต้องบอกให้ครอบครัวของสินได้รู้เรื่องราวนี้ด้วย ไม่ใช่ปล่อยเลยตามเลยไป และมันทำให้เธอลำบากใจไม่น้อย“หมวยรู้.. แต่หมวยว่า..มันถึงเวลาที่พี่กับพี่สินจะต้องพบกันแล้วล่ะ” หมวยพูดออกมาในขณะที่มองไปยังที่ท้องฟ้าอันกว้างไกล ทรัพย์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ชะงักขึ้นมาเล็กน้อยมือที่กำลังโยนอาหารให้นกพิราบก็หยุดลง และเขาก็ต้องหันมามองหน้าของหมวยในทันที“พี่สินพิเศษกว่าที่พี่ทรัพย์คิดไว้มาก.. ตัวตนของพี่สินมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆอีกต่อไปแล้ว... พี่สินได้เข้ามาสู่โลกของพวกเราอยู่นานมากแล้ว...” หมวยพูดต่อออกมา แต่มันก็ยากเหลือเกินที่เธอจะพูดมันออกมา ในตอนนี้เธอไม่สามารถไว้ใจใครได้เลยทั้งนั้น และความลับนี้มันควรที่จะไม่มีใครรู้ หรือถ้ารู้ยิ่งน้อยเท่าไหร่มันก็ยิ่งดีเท่านั้น ไม่อย่างนั้นมันอาจจะเกิดเรื่องไม่ดีกับตัวของชายที่เธอรักก็เป็นไปได้“อะไรนะ!! สินเนี้ยนะ... อะไร... ยังไง.. เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอ” ทรัพย์กล่าวออกมาอย่างสงสัย เขาพูดออกมาค่อนข้างเสียงดัง จนผู้คนหันมามองอยู่พักหนึ่งก่อนทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติในเวลาไม่นาน หมวยที่เห็นอย่างนั้นเธอก็เขียนอะไรสักอย่างลงไปในแผ่นกระดาษ ก่อนจะยื่นให้กับพี่ทรัพย์พร้อมกับเดิน และลุกออกไปในทันที แต่เธอก็หยุดเดินแล้วก็พูดขึ้นมาว่า“หลังจากที่พี่ทรัพย์ได้อ่านกระดาษแผ่นนั้นเสร็จแล้ว.. ถ้าหากอยากจะช่วยเหลือน้องชายของตัวเอง ก็จงตามมาเพื่อสารภาพความจริงซะ.. ถ้าไม่มาล่ะก็หนูจะถือว่าพี่คือศัตรูที่เราจะต้องต่อสู้กัน.. ถ้าเจอกันครั้งหน้า และจะเข้าใกล้ตัวพี่สินของหนูล่ะก็.. ก็ข้ามศพหนูไปก่อนเถอะ” จากนั้นเธอก็เดินตรงไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่ภาพที่ทรัพย์กำลังเห็นอยู่นั้น มันเหมือนเป็นบรรยากาศแห่งการจากลาอย่างแท้จริงลมที่พัดมาอย่างถูกจังหวะ ใบไม้สีส้มที่ปลิวไปตามลมที่พัดผ่าน ต้นไม้ที่เรียงกันเป็นแถวๆ ภาพมันช่างดูหน้าเศร้าใจเสียจริง.. ทรัพย์ค่อยๆหยิบกระดาษที่ถูกพับไว้ขึ้นมาแกะดู และข้อความที่เขาได้เห็นนั้นมันทำให้เขานั่งลงไปอย่างหมดแรงที่เก้าอี้ตัวนั้น ก่อนจะเอ่ยกับตัวเองขึ้นมาเบาๆ“พระเจ้า.. ท่านกำลังเล่นตลกอันใดอยู่.. ลูกภาวนาร้องขอท่านในทุกๆวัน เพื่อไม่ให้น้องของลูกต้องก้าวเข้ามาสู่โลกมืดเช่นนี้...” เขามองไปบนท้องฟ้าแต่ภาพที่เขาได้เห็นนั้นมันกลับเป็นสีเทาดำ โลกที่มืดดับทั้งๆที่ตอนนี้มันก็กำลังเก้าโมงเช้าเพียงเท่านั้น ก่อนที่เขาจะส่งข้อความในมือถือออกไปหาใครบางคน และย้ำว่ามันเป็นเรื่องด่วนที่สุด แล้วก็วงเล็บเล็กน้อยว่าน้อง ในอีกด้านหนึ่ง พ่อแม่ของทรัพย์และสิน คอร์ดเนม เอสและอาร์ ที่กำลังพักผ่อนอยู่นั้นเอง พวกเขาพึ่งจะกลับมาจากการรายงานภารกิจกับศูนย์คิมเมสันสาขาประเทศไทย ถึงพวกเขาจะเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่อยู่ในระดับสูงสุดขององค์กร แต่ก็ต้องทำงานด้วยเช่นกัน จู่ๆข้อความที่ไม่น่าจะมีใครส่งมาก็ดังขึ้น พวกเขาทราบได้ในทันทีว่ามันเป็นข้อความจากทรัพย์อย่างแน่นอน เพราะเครื่องนี้มันมีไว้สำหรับคุยกับทรัพย์เพียงเท่านั้น“เธอไปดูหน่อยก็แล้วกัน.. นานๆทีเจ้าทรัพย์มันจะส่งข้อความมาหา น่าจะมีเรื่องอะไรสักอย่างหนึ่ง” พ่อไพบูรณ์หรืออาร์กล่าวออกมา เพื่อให้ภรรยาของตัวเองไปดูข้อความนั้นในขณะที่พวกเขากำลังเก็บหมวกวิเศษของตนไว้ภายในตู้นิรภัย“ได้ค่ะคุณ...” แม่กาญรดา หรือ เอส เดินเข้าไปหยิบมือถือเครื่องนั้น ก่อนจะกดเปิดอ่านข้อความในทันที โทรศัพท์เครื่องนี้นับว่าปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะเคยมีมาแล้ว ทั้งปกปิดร่องรอยของพวกเขา รวมถึงข้อความอักษรแล้วก็เสียงด้วยเช่นกัน ข้อความนั้นเองมันทำให้เธอรีบวิ่งเข้าไปเรียกสามีของตัวเอง และหยิบหมวกวิเศษของพวกเขาในทันที ก่อนที่จะเปิดประตูออกไปหาทรัพย์อย่างรวดเร็ว ‘มีเรื่องที่เราจะต้องช่วยเหลือกันและกัน และด่วนที่สุด (น้อง) ...ได้เดินเข้าสู่โลกอันมืดมิดของเราแล้ว’ แค่ข้อความนั้นมันทำให้พวกเขาต้องรีบมาในทันที หมวกที่พวกเขาสวมนั้น ไม่ใช่หมวกธรรมดา มันเป็นหมวกที่จะสามารถพาพวกเขาไปที่ไหนก็ได้ และเป็นพลังของเหล่าคิมเมสันอย่างหนึ่งเช่นกัน แต่มันก็มีเงื่อนไขอยู่นิดๆหน่อยๆ ทำให้การใช้งานมันค่อนข้างลำบาก แต่มันก็ช่วยให้พวกเขาเดินทางกันไปได้อย่างรวดเร็วที่สุด ณ ร้านอาหารแห่งเดิมห้องเดิมที่พวกเขาได้มาเจอกัน พ่อกับแม่ปรากฏตัวขึ้นมาหลังประตูของร้านในเวลาไม่นาน หลังจากที่ทรัพย์ได้ส่งข้อความไป จากนั้นพวกเขาก็นั่งลงอย่างใจเย็น แต่ภายในมันกลับไม่ได้เย็นเลยแม้แต่น้อย พวกเขาพยายามกันมาทั้งชีวิต เพื่อที่จะซ่อนตัวของทั้งสองคนให้ไม่ต้องมาเดินตามทางที่พวกเขาสร้างเอาไว้ และข้อความนั้นมันทำให้พวกเขาทั้งสองถึงกับร้อนใจจนต้องมาอย่างด่วนที่สุด“หมายความว่ายังไงทรัพย์... เกิดอะไรขึ้นกับน้องอย่างนั้นเหรอ” ผู้เป็นแม่กล่าวออกมา เธอพยายามทำใจให้เย็น และคิดไปในทางที่ดีเอาไว้ก่อน สินอาจจะพึ่งเริ่มเข้ามาสู่โลกมืดก็เป็นไปได้ และถ้าเป็นอย่างนั้น เธอก็แค่จะต้องลบความทรงจำของสินออก และให้เขากลับไปยังทางสว่างอย่างที่เป็นมาก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะตอนนี้ชีวิตของสิน มันกำลังไปได้ด้วยดี“เห้อออ... ผมน่าจะเอะใจตั้งแต่ทีแรก.. ผมนี่แหละที่ผิด...” ทรัพย์เริ่มบ่นออกมาก่อนที่จะยื่นจดหมายเล็กๆไปให้กับพ่อและแม่ มันเป็นกระดาษใบเดียวกับที่หมวยเขียนมาให้ ก่อนที่จะเริ่มพูดขึ้นมาอีกครั้ง“น้องหมวย ลูกสาวของคนที่ช่วยเหลือพวกผมมาก่อน ตั้งแต่ที่พ่อและแม่จากไป... ผู้ใช้พลังปราณ เป็นผู้เขียนจดหมายนั้นมา.... สินกลายเป็นตัวตนที่เราไม่อาจจะปกปิดได้เลยแม้แต่น้อย.. เราได้แค่ถ่วงเวลาไม่ให้พวกเขารู้เพียงเท่านั้น... ปัญญาแห่งพระเจ้ารุ่นที่สอง สินสมุคร สุดสาคร” ทรัพย์ที่ทำใจมาแล้วแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เขาได้แต่เหม่อลอยไปไกล เขาได้แต่นั่งนึกย้อนกลับไปถึงวันที่เขาออกมาจากบ้านหลังนั้น.. และเพียงแค่วันเดียว พลังของสินก็ตื่นขึ้นจากอะไรสักอย่าง.. ถ้าหากว่าเขายังอยู่ที่นั่น.. และแอบไปทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนเดิม สินก็คงจะไม่ต้องเดินเข้ามายังโลกมืดอย่างนี้หรอก และที่สำคัญ สินยังไม่ได้เป็นหมากตัวเล็กเพียงเท่านั้น แต่เป็นถึงหัวที่ต้องมีภาระอีกหลายอย่าง พ่อแม่ที่ได้เห็น และได้ยินดังนั้น มือไม้ถึงกับสั่น ผู้เป็นแม่ได้แต่ร้องไห้ออกมา ไม่รู้ว่าทำไมกัน ส่วนผู้เป็นพ่อเองก็เช่นกัน.. และทั้งหมดที่พวกเขาทำ มันกลับสูญเปล่าไปในพริบตาเดียว ทั้งทำร้ายความรู้สึกของลูก..ทั้งๆที่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุดแล้ว แต่ตอนนี้มันกลับ..“พวกเราจะต้องไปพบกับสิน.. และปกป้องเขาอย่างสุดความสามารถของพวกเรา.. พ่อพลาดเรื่องครอบครัวของเรามาครั้งหนึ่งแล้ว... แต่ครั้งนี้พ่อจะทำหน้าที่ผู้นำครอบครัวให้ดีที่สุด. พ่อสัญญา!!”  error loadedดูเหมือนว่าทุกคนกำลังเครียดนะฮะ แต่ทางนี้เราผ่อนคลายนะ เอาโมจิไปกินแก้เครียดกันหน่อยยย แฮ่

    คล้ายกับเรื่องหนังสือเปลี่ยนชะตา ที่คุณอ่าน