ความมืดมิดคืบคลานเข้าปกคลุมบังกะโลริมทะเลโดยสมบูรณ์ มีเพียงเสียงคลื่นลมที่กระโชกพัดอยู่นอกกระจกบานกว้างชวนให้รู้สึกหวั่นไหว ภายในห้องนอนไร้แสงไฟสลัวจากเทียนไขหรือหลอดไฟใดๆ ลินินนั่งอยู่บนเก้าอี้หวายริมหน้าต่างบานกว้าง จ้องมองทิวทัศน์ทะเลในยามราตรี
แต่สิ่งที่ทำให้เธอใจสั่นไหวมากที่สุดไม่ใช่เสียงคลื่นลม ทว่าคือทัศนวิสัยเบื้องหน้าของเธอเอง
ในห้องที่มืดสนิทไร้แสงส่องเช่นนี้ ลินินกลับพบว่าสายตาของเธอเฉียบคมกว่าเดิมจนน่าใจหาย เธอสามารถมองเห็นเม็ดทรายแต่ละเม็ดที่ทับถมกันอยู่ริมหน้าต่าง มองเห็นเสี้ยนไม้เล็กๆ บนราวหวายเก้าอี้ที่เธอนั่ง และเมื่อเธอก้มลงมองมือของตัวเอง...
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของลินินเบิกกว้าง
ผิวกายละเอียดเนียนนุ่มบริเวณแขนและข้อมือของเธอกำลังแผ่ประกายแสงสีทองนวลจางๆ ออกมาในความมืด มันเป็ประกายออร่าที่บางเบาประหนึ่งหิ่งห้อยตัวน้อย ทว่ามั่นคงและอบอุ่น ลินินเอื้อมมือขึ้นมาลูบใบหน้าของตนเอง รู้สึกได้ว่าแสงนั้นไหลเวียนไปทั่วทุกอณูเนื้อผ่านเส้นเืในร่าง (ระดับพลังงานสะสมไต่ขึ้นมาที่ 35% เรียบร้อยแล้ว)
"นี่มันไม่ใช่เื่บังเอิญแล้ว... พลังวิเศษในตัวเราตื่นขึ้นจริงด้วย" ลินินพึมพำแ่เบากับตัวเอง
เสียงเคลื่อนไหวเบาๆ บนเตียงไม้หนาทำให้ลินินหมุนตัวกลับไปมอง กวินทร์ขยับตัวตื่นขึ้นมาจากความเพลียลึกซึ้งที่เข้าจู่โจมเขาตลอด่เย็น ใบหน้าคมคายของมหาเศรษฐีหนุ่มดูซีดเซียว ร่างกายท่อนบนที่ไร้เสื้อผ้ายังคงเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแกร่ง ทว่าความดุดันและบารมีเย่อหยิ่งของเขาดูจะลดทอนลงไปเพราะความเพลียอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้น
กวินทร์กวาดสายตาคมกริบมองหาลินินในความมืด และในวินาทีนั้น ชายหนุ่มถึงกับชะงักงัน ลมหายใจสะดุดลงทันควัน
ในมุมมืดริมหน้าต่างบานกว้าง ร่างบางของลินินยืนเด่นเป็ตระหง่าน ผิวกายของเธอทั้งหมดแผ่ออร่าประกายสีทองเรืองรองจางๆ สว่างไสวขับไล่ความมืดรอบตัวเธอให้สลายไป แสงสีทองนั้นละมุนและให้ความรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยนปะปนอยู่อย่างลึกซึ้ง
กวินทร์หยัดกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างช้าๆ สายตาคมจ้องมองประกายแสงจากตัวเธอไม่วางตาด้วยความตกตะลึงปนสงสัยระแวง
"เธอ... ลินิน..." กวินทร์เอ่ยเสียงทุ้มและแหบแห้งรัญจวน "รอบตัวเธอ... มันคือแสงอะไรกัน?"
ลินินสะดุ้งเล็กน้อยที่พบว่าเขาเห็นมันชัดเจน แต่เธอพยายามรักษาความสงบนิ่ง ก้าวเดินช้าๆ ตรงมาที่เตียง แสงสีทองจากผิวของเธอขยับตามท่วงท่าการเดิน สาดส่องให้กวินทร์มองเห็นดวงตาคู่สวยสีทองประกายจางๆ ของเธอได้อย่างชัดเจนในความมืด
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณกวินทร์ อาจจะเป็แสงสะท้อนของดวงจันทร์นอกหน้าต่างที่สาดมากระทบผิวกายของฉันเท่านั้นเอง" ลินินแก้ตัวเลี่ยงๆ พยายามเดินเลี่ยงไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับเพื่อปกปิดออร่านั้น
"ไม่ใช่!" กวินทร์เอ่ยเสียงหนักแน่น เขาขยับกายลงจากเตียงและเอื้อมมือหนาไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ ััอุ่นร้อนในความมืดส่งกระแสพลังไหลเวียนสลับกันทันที กวินทร์รู้สึกได้ถึงไอพลังงานคำสาปมืดในร่างของตนที่ปั่นป่วนเมื่อครู่ กลับเริ่มสงบตัวลงและคลายความดุร้ายเมื่อััไออุ่นสีทองจากกายเธอ
กวินทร์ดึงตัวเธอเข้ามาใกล้ สบตาเธอนิ่งในความมืดที่แสงสีทองส่องสว่างลางๆ "มันไม่ใช่แสงสะท้อน... มันออกมาจากผิวกายของเธอเอง เธอไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา ลินิน บอกฉันมาว่าเธอเป็ใครกันแน่?"
"ฉันก็แค่ลินิน ฟรีแลนซ์มัณฑนากรธรรมดาที่ไม่มีเงินทองล้นฟ้าแบบคุณค่ะ" ลินินพูดพลางเชิดใบหน้าท้าทายสายตาเขา "แต่บางที... คุณกวินทร์ผู้น่าเกรงขาม อาจจะต้องหันมามองสิ่งรอบตัวให้มากกว่าเดิมนะคะ ว่ามีบางเื่ที่เงินของคุณไม่มีวันครอบงำหรืออธิบายได้"
กวินทร์จ้องมองแววตาทะนงตนและออร่าเรืองแสงสีทองของเธอด้วยความสับสนและระแวงเป็ที่สุด ความจริงลึกลับเกี่ยวกับตัวตนของลินินเริ่มกลายเป็ปมปริศนาที่ขยายใหญ่ขึ้นในใจของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้นี้