ตอนที่ 16 คนป่วยไม่ได้อยากกินข้าวต้มเสมอไป
พนักงานออฟฟิศมีอยู่หลายประเภท การที่มาเป็คนขับรถส่วนตัวของรองประธานบริษัทก็พลอยทำให้พนักงานไม่กล้าจะใช้งานหรือโขกสับเหมือนตอนที่ขับรถแท็กซี่ ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่านะ แต่คนส่วนใหญ่ของที่นี่นอกจากจะเกรงใจคุณต่อแล้ว ยังปฏิบัติตัวกับผมดีมากด้วย...มันเลยทำให้ผมน้ำหนักขึ้นพรวดๆ
คนแรก...น้องมะนาว พนักงานการตลาด ผิวขาวจั๊วะ นมแน่น แต่แต่งตัวมิดชิด ใส่แว่นเป็สาวเนิร์ด แต่เอาขนมมาให้ประจำ
“พี่เอกขา นาวเอาเค้กช็อกโกแลตเ้าอร่อยมาฝาก พี่เอกลองชิมนะคะ”
“พี่เอกขา วันนี้นาวซื้อกาแฟมาให้ค่า เห็นพี่เอกตาปรือๆ”
“พี่เอกขา....”
ฯลฯ
คนที่สอง...บังดำ หัวหน้าฝ่ายผลิตแต่ตอนนี้ย้ายมาเป็หัวหน้าฝ่ายวางแผนผลิต หนุ่มอิสลามแต่แต่งหน้าหนาเตอะ เป็ชายร่างั์แต่จิตใจเป็หญิงสาวร่างบาง รายนี้มาจีบผมโต้งๆเลย
“พี่เอกขา พี่เอกสนใจรับของดำไปทำพันธุ์มั้ยคะ” นั่นไง โดนอ่อยแบบนี้ประจำ ผมได้แต่ยิ้มแหย
“แล้วทำงานถึงไหนละ” วงแตกสิครับ เมื่อคุณต่อพงษ์เดินมาตอนไหนก็ไม่รู้
สุดท้าย...บังดำก็โดนย้ายไปคุมเครื่องจักรในโรงงานไม่กลับมานั่งในออฟฟิศอีกเลย
คนที่สาม...พี่บัวคำ เป็รองผู้จัดการฝ่ายบัญชี ทำงานขึ้นตรงกับคุณพันธุพี่เขยคุณต่อพงษ์ คนนี้น่าจะแอบชอบเ้านายหนุ่มผมอย่างแรง เพราะแต่ละอย่างนั้นจะฝากผ่านผม
“น้องเอก พี่ซื้อเอแคลร์เ้าอร่อยมา เห็นคุณต่อชอบ ฝากน้องเอกเอาไปให้แกทีนะ อ้อ แล้วกล่องนี้ของน้องเอก” ลาภปาก
“น้องเอก พี่ฝากเอาเอกสารนี้ให้คุณต่อเซ็นด้วยนะ บอกแกว่าเดี๋ยวพี่ไปเอาเย็นนี้ น้องเอกรอพี่ด้วยจะได้ติดรถไป” วันนั้นเ้านายหนุ่มมีงานข้างนอก แต่ให้ผมมาเอาเอกสารไปให้เซ็นอนุมัติแล้วกลับบ้านเลย
พอผมโทรหาว่าพี่บัวคำจะไปรับเอกสารเอง...คุณต่อพงษ์นั่งแท็กซี่เข้าออฟฟิศในตอนเย็นแทน
“ลุงเอก เดี๋ยวนี้อ้วนขึ้นนะ” เสียงเ้านายหนุ่มเองครับ อยู่ๆก็ทักมาตอนที่ผมถอดเสื้อรดน้ำต้นไม้
“ฮ่าๆ วัยนี้แล้วครับคุณต่อ กินก็อ้วน ไม่กินก็อ้วน” ผมมองพุงตัวเอง มันก็ไม่ได้ย้วยนะ แค่กล้ามมันหายไปนิดหน่อยเอง
“ก็เห็นกินขนมนมเนยที่สาวๆขนมาฝากไม่ขาด” ชิบ ... แอบไปเห็นตอนไหนวะ ตอนกินก็นั่งในห้องครัวออฟฟิศ มองจากห้องทำงานเ้านายไม่มีทางเห็นอย่างแน่นอน
“แหะๆ ก็เขาซื้อมาฝาก ไม่กินก็เกรงใจอะครับ”
“งั้นั้แ่พรุ่งนี้ไปฟิตเนสกับผมนะ”
“ห๊ะ” ผมหันขวับ พุงที่เคยแน่นมันย้วยอย่างใเช่นกัน...นับั้แ่วันนั้น ผมก็โดนลากไปออกกำลังกายตอนเช้ากับเ้านายหนุ่ม มีเทรนเนอร์ส่วนตัวให้เสร็จสรรพ ่สองสามวันแรกร่างกายแทบแหลก ขับรถแทบไม่ไหวแต่ก็ต้องทน
...เื่นั้นเกิดขึ้นั้แ่มาทำงานที่นี่เป็เดือนที่สอง... หุ่นผมก็คืนสภาพแล้วเพราะเข้าคอร์สหนัก โดนคุมอาหาร จากน้ำหนัก 80 กิโลแบบอ้วนกลม กลายเป็หนัก 79 กิโลแบบกล้ามแน่น ... ตัวผมคงกลับไปผอมไม่ได้แล้วครับ แต่การสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาแทนก็ทำให้ดูดีกว่าเดิมเยอะจนที่ออฟฟิศพากันทัก
“โห พี่เอกไปทำอะไรมา หล่อจนนาวจำแทบไม่ได้เลยค่ะ” น้องนาวทักตอนที่เจอผมในงานเลี้ยงที่พัทยา
“ต๊าย พี่เอก ทำไมหล่อล่ำได้ใจดำขนาดนี้” บังดำก็แอบย่องมาเป็ระยะ แม้แต่พี่บัวคำก็หันมาจีบผมแทนซะงั้น
กลับมาในปัจจุบัน...หลังจากงานวันเกิดคุณตงฉิน
“วันนี้ผมไม่ออกไปไหนนะ” เ้านายหนุ่มที่กอดผมไว้ั้แ่ตอนสายยังไม่ปล่อยให้เป็อิสระ กอดแแ่ขนาดนี้ไม่กลัวติดไข้เลยรึไง
“แล้วคุณต่อไม่ไปฟิตเนสเหรอครับ”
“ไม่ไปแล้ว พี่เอกป่วยอยู่ ผมอยู่บ้านดูแลพี่เอกดีกว่า” มาไม้ไหน เมื่อเช้ายังประชดประชันอยู่เลย
“พี่เอกหิวมั้ย เดี๋ยวผมไปหาอะไรมาให้กิน”
“ไม่ค่อยหิวครับ” ผมตอบตามตรง แม้ไข้จะลดแล้ว แต่อาการปวดหัวยังไม่บรรเทา
“แต่ยังไงก็กินหน่อยนะ จะได้กินยา จะได้หายไวๆไง” ทำไมน้ำเสียงดูเว้าวอนได้ขนาดนี้เนี่ย โดนลูกตุ้มเหล็กชนหัวมาเหรอครับ
....อ่อ คุณตงฉิน....ผมนึกได้
“อยากกินอะไรมั้ย”
“ส้มตำ ลาบ น้ำตก”
“หายป่วยแล้วจะพาไปกินนะ” หะ เ้านายไม่ชอบอาหารแบบนี้ไม่ใช่เหรอครับ
“แต่ตอนนี้กินอาหารอ่อนๆไปก่อนดีกว่า” ร่างสูงผละออกไปก่อนกลับเข้ามาด้วยชามข้าวต้ม(อีกแล้ว)ในมือ ทำไมคนป่วยจะต้องกินแค่ข้าวต้มๆๆๆๆๆๆด้วยนะ ในเมื่อมันไม่อร่อย “กินหน่อยนะ”
“อื้อ เหม็นอะครับ” กลิ่นกุ้งในชามข้าวต้มชวนให้เวียนหัว เ้านายหนุ่มเอาช้อนไปดมฟุดฟิด
“ก็ไม่เหม็นนะ”
“แต่ผมเหม็นนี่ครับ”
“....อืม งั้นเดี๋ยวผมไปเปลี่ยนให้ใหม่”
“ไม่เอาข้าวต้มได้ไหมอะครับ” โอกาสนี้แหละ ขอหน่อย ไหนๆก็ป่วยแล้ว เ้านายหนุ่มก็เลิกบ่นแล้ว
“อ้อนแบบนี้จะเอาอะไร” ไม่ได้อ้อนโว้ย แค่ขอร้องนิดหน่อย
“อยากกินไส้กรอกทอดหน้าออฟฟิศ” ปกติซื้อจากรถเข็นที่ขายข้างทางหน้าบริษัทตอนเลิกงาน ไม้ละ 10 บาท จิ้มน้ำจิ้มสูตรเด็ดพาเพลิน
“วันนี้วันอาทิตย์ ไม่มีใครมาขายหรอก”
“อยากกิน” ผมก็แค่ลองใจเฉยๆ จริงๆกินอย่างอื่นแทนก็ได้
“งั้นกินไส้กรอกผมมั้ย อร่อยกว่าเ้านั้นอีกนะ” ทำไมต้องทำหน้าตากวนๆใส่ด้วยฟระ...งื้ออออออออออออออ
“คุณต่อ!” ผมนี่แทบสำลัก ทำไมอยู่ดีๆกลายเป็เ้านายเวอร์ชั่นหื่นไปซะได้
“ฮ่าๆๆ ผมล้อเล่น ตกลงจะกินไส้กรอกใช่มั้ย”
“อึ๊” ผมส่ายหัว กลัวได้กินของเ้านาย “เขาไม่มาขายไม่กินก็ได้ครับ เปลี่ยนเป็ส้มตำไก่ย่างแทนได้ไหมครับ”
“เอาจริงดิ”
ผมพยักหน้าแทนคำตอบ....
อีกไม่ถึงชั่วโมง ป้าหยุดก็หิ้วส้มตำ ไก่ย่าง ไส้ย่าง หมูน้ำตก ลาบอีสานมาครบครันเต็มไม้เต็มมือไปหมด ผมจ้วงทุกอย่างบนที่นอนนี่แหละ คุณต่อทำหน้ามุ่ยตอนที่กลิ่นปลาร้าโชยแตะจมูก แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แถมยังไม่ปิดแอร์ที่ทำงานหนักมาทั้งคืนด้วย
“อิ่มจัง” ผมตบพุง นี่สิที่อยากได้
“กินขนาดนี้ได้ คงหายแล้วมั้ง” ป้าสายหยุดมาลำเลียงจานชามออกไปจากห้อง ผมล่ะนึกแปลกใจนะว่าทำไมป้าถึงไม่เคยเอ่ยปากถามว่าทำไมผมถึงได้มานอนที่ห้องคุณต่อ
“ผมก็อยากหายแล้ว นอนเฉยๆมันน่าเบื่อ”
“งั้นนอนแล้วทำเหมือนตอนไปพัทยามั้ย” ดูแววตาสิ หื่นแบบปิดไม่มิดจริงๆ
“ไม่!” ผมตอบเสียงแข็ง ยังไงก็ไม่ยอมพลาดท่าอีกหรอก
“จริงเหรอ”
“หยุดนะครับคุณต่อ ผมสู้นะ” แต่ตัวกำลังเขยิบหนี โถ...แน่มากพ่อคุณ
“พี่สู้แรงผมไม่ไหวหรอก หึหึหึ” อื้อออออ คนอะไรวะบทจะหื่นก็น่ากลัวชิบหาย
“ฮ่าๆๆๆๆ” เ้านายหนุ่มหัวเราะเมื่อผมขยับตัวจนติดผนังหมดทางหนี แถมสองมือยกปิดหน้าหลับตาปี๋อีกต่างหาก
“เอามือลงเถอะ ผมไม่ทำอะไรพี่หรอก”
“จริงนะ”
“จริง” แล้วจะแกล้งให้กลัวทำไมเนี่ย
“พักผ่อนนะครับ ยังไม่หายดีเลย” น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเป็ห่วงทำให้ผมสงบ
“ครับ” ผมนอนลงบนเตียงนุ่น
จุ๊บ
...เดี๋ยว ใครอนุญาตให้มาหอมแก้ม?
“พี่เอกน่ารักอะ อยากแกล้งทุกวันเลย”
“...”
“ฝันดีนะครับ ผมออกไปข้างนอกก่อนจะได้ไม่กวนพี่”
...ไม่กวน หรือทนกลิ่นปลาร้าไม่ได้กันแน่ครับเ้านาย
หึหึหึ