ติ๊ดยินดีต้อนรับท่านเข้าสู่ระบบไนท์แมร์
ยินดีกับผู้ใช้ที่เลื่อนระดับสำเร็จฟังก์ชันใหม่พร้อมใช้งาน ท่านสามารถสร้างความฝันหลากหลายอารมณ์ได้
ฉีเล่ออันยืนอยู่ท่ามกลางความมืดเขาได้ยินเสียงของระบบดังขึ้นในหัวของเขา ตนเพิ่งจะใช้ไม่กี่ครั้งทำไมเลื่อนระดับแล้ว?
โต๊ะหนังสือที่มุมห้องยังอยู่ฉีเล่ออันเดินไปที่โต๊ะอย่างคุ้นเคย
ความจริงสถานการณ์ในครอบครัวเขาไม่ซับซ้อนปู่ของฉีเล่ออันเป็ชาวนา มีลูกชาย 2 คน ลูกชายคนโตคือลุงของเขา ส่วนลูกชายคนเล็กก็คือพ่อของฉีเล่ออันพ่อของฉีเล่ออันเกิดมาไม่นาน แม่ก็จากไป ดังนั้นปู่จึงรักลูกชายคนเล็กมาก และสาบานว่าต้องให้ลูกคนนี้ได้เรียนหนังสือ
พ่อของฉีเล่ออันก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังเขามีผลการเรียนดีมาก เพิ่งจะอายุสิบห้าปี ถูกเรียกว่าอัจฉริยะแล้ว เขาได้รับทุนการศึกษาและเงินสมทบจากมหาวิทยาลัยความทรงจำที่ฉีเล่ออันมีเกี่ยวกับครอบครัวคือตอนฉีเล่ออันยังเด็กมาก พ่อถูกคนอื่นเรียกว่านักวิทยาศาสตร์เขาหมกมุ่นอยู่กับการทดลองตลอดทั้งปี
เวลานั้นมีคนหนึ่งในบ้านประสบความสำเร็จทุกคนในครอบครัวก็สบาย พ่อของฉีเล่ออันอาศัยความรู้ของตนเปลี่ยนชะตาชีวิตของตน เขาพาพ่อและพี่ของตนออกจากบ้านนอกมาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองตอนที่พ่อของฉีเล่ออันยังมีชีวิตอยู่ ทุกคนในครอบครัวเคารพเขามาก โดยเฉพาะเด็กๆแต่ภายในบ้านลูกชายคนโตมีอำนาจสั่งการ
ลุงทั้งรักทั้งชังน้องชายคนนี้ทุกครั้งที่เห็นพ่อของฉีเล่ออันล้วนต้องข่มอารมณ์ถ้าจะพูดว่าโลกนี้ลุงเกลียดใครที่สุด นั่นต้องเป็พ่อที่มักใช้ไม้กวาดตีเขาและน้องชายสวมแว่นที่มองดูแล้วเป็คนสุภาพของตน
คิดถึงตรงนี้ฉีเล่ออันอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดไม่ต้องกลัวผีมาหลอก แต่ถ้าทำเื่ไม่ดีล่ะ?
เขาก้มหน้าลงเริ่มเขียนความฝันลงบนเครื่องสร้างฝันเขียนไปหัวเราะไป คุณพ่อ ขอบคุณที่ช่วยลูกของพ่ออีกครั้ง
คืนนี้ฉีต้าจู้นอนที่โรงแรมเตียงที่นอนเป็เตียงยางพาราจากประเทศไทย หมอนที่หนุนก็นุ่ม ก็โรงแรมหรูนี่ทั้งชีวิตเขาไม่เคยนอนโรงแรมหรูขนาดนี้มาก่อน
เมื่อตอนบ่ายเขาแอบเห็นราคาของโรงแรมนี้แพงมาก! แม้แต่ค่ามัดจำก็ยัง 200 หยวน ตอนเขากลับไป จะต้องเอาเงิน200 หยวนไปแน่!
ฉีต้าจู้นั่งไขว่ห้างอยู่บนเตียงแทะเม็ดแตงดูทีวีอยู่ ไม่สนใจป้าย ‘ห้ามสูบบุหรี่’ ที่หัวเตียง สูบบุหรี่คุณภาพต่ำซองละ 5 หยวนที่ซื้อมาจากร้านค้าเล็กๆมาครั้งนี้คุ้มค่าจริงๆ! ไม่เพียงได้เงิน เขายังได้พักโรงแรมหรู! พอจะเอากลับไปอวดได้!
เมื่อถึงกลางดึกฉีต้าจู้ง่วงนอน เขาปัดเปลือกแตงบนเตียงลงไปที่พื้น จากนั้นใส่เสื้อผ้าห่มผ้าเตรียมตัวนอน
ขณะนอนหลับอยู่จู่ๆ เขารู้สึกเหมือนมีใครกำลังมองเขาอยู่ เขางัวเงียผุดลุกขึ้นนั่ง!
มีคนยืนอยู่หน้าเตียงจริงๆ...ไม่!นั่นไม่อาจเรียกว่าคนได้!
ฉีต้าจู้ตัวสั่นมองฉีเสี่ยวกั๋วที่ยืนตรงหน้าเขาอย่างเศร้าหมองใบหน้าของฉีเสี่ยวกั๋วยังมีรอยเื เขาหัวเราะอย่างสยดสยองกับฉีต้าจู้ พูดว่า"ต้าจู้..."
ฉีต้าจู้หวาดกลัวจนมีน้ำร้อนๆไหลออกมาจนกางเกงเปียกชุ่ม เขากรีดร้องอย่างหวาดกลัว
น้องชายที่ตายไปแล้วของเขาคนนั้นแต่ไหนแต่ไรไม่เรียกเขาว่าพี่แต่เรียกเขาว่าต้าจู้มาตลอด
"ต้าจู้..."
เสียงที่้าเอาชีวิตคนลอยมาอย่างต่อเนื่องฉีต้าจู้หวาดกลัวจนถอยหลังไป และร้องว่า "น้องเล็ก!ตรุษจีนพี่ไม่ได้เผากระดาษไปให้! ไม่ใช่เพราะพี่ทำร้ายนายจนตาย!น้องอย่ามาหาพี่!"
ใครจะคิดว่าฉีเสี่ยวกั๋วที่มีแสงสีเขียวล้อมรอบจะหัวเราะและพูดว่า "อันอันของผม...น่าสงสาร!"
พูดแล้วใบหน้าของฉีเสี่ยวกั๋วลอยมาตรงหน้าฉีต้าจู้อยู่ในระดับเดียวกันฉีต้าจู้กรีดร้องออกมา เตะผ้าห่มไปด้านหลังและหลบอยู่ในนั้น!
ด้านหลังเป็กำแพงฉีต้าจู้กลับชนของเย็นๆ เข้า เขาหันไปมองเห็นคู่สามีภรรยาที่โผล่ออกมาในอากาศด้วยกันกำลังยืนแลบลิ้นมองตนอยู่ที่นั่น
"อ๊า!............"
ในที่สุดเสียงของฉีต้าจู้ขาดหายไปเขาเบิกตากว้าง!
ผ้าม่านปิดไม่สนิทมีแสงไฟจากด้านนอกลอดเข้ามา ฉีต้าจู้ใจนมองรอบด้านไม่หยุดอย่างหวาดผวาโทรทัศน์กำลังฉายละครที่เอากลับมาฉายใหม่ ฉีต้าจู้หยิบมือถือที่อยู่หัวเตียงอย่างสั่นเทากดเปิดไฟดูเวลาตีห้าครึ่ง
บนเตียงเปียกชุ่มเป็วงฉีต้าจู้รีบเปิดไฟทุกดวงที่อยู่ในห้อง เขามองซ้ายมองขวาอย่างระแวง
ทำไมถึงฝันถึงน้องชายที่ตายไปแล้วของตน?
ในความฝัน...ก็สมจริงเกินไปแล้ว?
คิดถึงตรงนี้ฉีต้าจู้อยู่บนเตียงต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาลงจากเตียงไปเปิดผ้าม่านมือที่คีบบุหรี่สั่นน้อยๆ เขาสูบบุหรี่ครู่หนึ่งก็สงบลง
ไม่ถูก...เื่นี้ไม่ถูกต้อง!
ฉีต้าจู้สูบบุหรี่เขาไม่สนใจว่าตอนนี้เพิ่งจะตีห้าครึ่ง เขาหยิบมือถือขึ้นมาโทรศัพท์หาหลานชายของตน!
ฉีเล่ออันนอนสะลึมสะลืออยู่ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตนดังขึ้นเขาเหลือบตามองหมายเลขโทรศัพท์ก็กดปิดเสียงแล้วนอนต่อ เขานอนจนสายโด่ง กระทั่งแปดโมงเช้าเขาถึงจะตื่นนอนอย่างเกียจคร้านหลังจากอาบน้ำแปรงฟันก็ไปกินอาหารเช้าที่โรงอาหารเสร็จแล้ว เขาหยิบหมั่นโถวสองลูกที่ไม่มีคนกินไปให้ลุงของเขาที่โรงแรม
ทันทีที่มาถึงตึกเขาก็ได้ยินเสียงของลุงใหญ่กำลังทะเลาะกันอยู่ ลุงะโว่า "ฉันจ่ายเงินแล้ว!ทำไมถึงสูบบุหรี่ไม่ได้!"
ฉีเล่ออันหยุดเดินยืนมองเหตุการณ์อยู่ที่มุมหนึ่ง
ประตูห้องลุงเปิดกว้างพนักงานของโรงแรมคนหนึ่งกำลังพูดกับลุงว่า "คุณผู้ชายการสูบบุหรี่ต้องจ่ายค่าปรับ 500 หยวน ควันบุหรี่ที่คุณสูบทำให้เครื่องตรวจจับควันทำงานและฉีดน้ำออกมาข้อนี้โรงแรมของเราไม่รับผิดชอบ"
ลุงเปียกชุ่มไปทั้งตัวเขาหยิบมือถือขึ้นมา และะโว่า "จะบอกให้! หลานฉันเป็ดาราดัง! คุณๆๆ!คุณทำเกินไปแล้ว!"
สายตาพนักงานโรงแรมเต็มไปด้วยความดูถูกเขาพูดว่า "คุณผู้ชาย หากไม่ยอมจ่ายค่าปรับ พวกเราก็ต้องแจ้งตำรวจ"
พูดไปรปภ.สองคนด้านหลังพนักงานโรงแรมเดินมาด้านหน้า ลุงกดโทรศัพท์อย่างลนลานมือถือของฉีเล่ออันถูกปิดเสียงไปแล้ว เขาเห็นมือถือของตนมีสายเข้ามาแต่ก็ไม่รับ รปภ.ร่างใหญ่สองคนนั้นเดินมาจับแขนซ้ายขวาของลุง ลุงะโว่า "พวกแก!พวกแกจะทำอะไร! ฉันยอมจ่ายเงินแล้ว! ยอมจ่ายยังไม่พอเหรอ!"
ฉีเล่ออันที่ยืนหลบมุมอยู่ยิ้มเ็าสามารถเปิดโรงแรมใกล้บริษัทกวงเย่าได้ต้องมีแบ็คอัพที่ดีอยู่แล้ว ดูท่าครั้งนี้ลุงจะเจอตอแล้ว
ลุงหยิบธนบัตรใบละ100 หยวนห้าใบออกจากกระเป๋ากางเกงมานับด้วยมือที่สั่นเทายื่นให้พนักงานอย่างขัดใจ พนักงานควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดี เขายิ้มให้ลุงแล้วพูดว่า"คุณผู้ชาย โรงแรมเราให้เช็กเอ้าท์เวลาสิบเอ็ดโมงตรงเลยเวลาครึ่งชั่วโมงคิดเงินตามราคาค่าห้องครึ่งวันขอให้คุณเตรียมตัวให้พร้อม"
หลังจากพูดจบพนักงานพารปภ. เดินไปจากห้องลุงใหญ่ ตอนเขาเดินผ่านฉีเล่ออันยังยิ้มทักทายฉีเล่ออัน
ฉีเล่ออันเห็นลุงปิดประตูอย่างโกรธเคืองเขายืนอยู่ที่มุมนั้นเล่นเกมงูจบไปสองด่าน แล้วค่อยจัดเสื้อผ้า เดินไปเคาะประตู
"เพิ่งจ่ายเงินไปไม่ใช่เหรอ!"ลุงใหญ่เปิดประตูอย่างโกรธเคือง เห็นว่าเป็ฉีเล่ออันก็นิ่ง เขากำลังโมโหมองฉีเล่ออันที่เกือบจะร้องไห้แล้วพูดเบาๆ ว่า "ลุง ผมขอโทษที่มาช้า"
ฉีเล่ออันเงยหน้าพูดน้ำตาคลอว่า "ลุง เมื่อคืนผมฝันเห็นพ่อกับแม่ด้วย"
ลุงของเขาเห็นหลานชายร่างผอมตรงหน้าพูดอย่างนั้นก็ใจนเหงื่อเย็นๆซึมออกมาทั่วตัว
ทั้งสองคนเดินเข้ามาในห้องฉีเล่ออันนำหมั่นโถวมอบให้ลุงแล้วพูดว่า "นี่เป็หมั่นโถวในโรงอาหารของพวกเราผมตั้งใจซื้อมาให้ลุง"
ลุงใหญ่รับหมั่นโถวมาแล้วถามอย่างสงสัยว่า"เมื่อคืนแกฝันเห็นพ่อของแกเหรอ?"
ฉีเล่ออันพยักหน้าใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม "พ่อแม่บอกว่าอยู่ที่นั่นดีมาก พวกเขาแก้แค้นแทนผมแล้วแต่ลุงรู้ไหมว่าพ่อแม่แก้แค้นอะไรเหรอ?"
สีหน้าลุงเปลี่ยนเป็ขาวซีดเขาพูดอย่างกระสับกระส่ายว่า "พวกเขา...พวกเขาพูดแบบนี้เหรอ?"
ฉีเล่ออันพยักหน้าและพูดอย่างไร้เดียงสาว่า "ผมก็ไม่รู้ว่าพ่อแม่พูดอะไร แต่พวกเขาบอกว่าถ้ามีคนมารังแกผมอีกก็ให้บอก คนนั้น...ต้องไม่ตายดี"
"ต้องไม่ตายดี"คำนี้ ฉีเล่ออันพูดเบามาก ลุงใจนถอยหลังของที่วางอยู่บนโต๊ะของโรงแรมหล่นลงมาเสียงดัง ‘ปึง’ พอดี ทำให้ลุงของเขากลัวจนตัวสั่น
เป็ครั้งแรกในชีวิตของฉีเล่ออันที่เห็นลุงแล้วยิ้มออกมาได้เขาพูดว่า "เสี่ยว เสี่ยวอัน ่นี้เป็อย่างไรบ้าง? มีปัญหาอะไรไหม?"
ฉีเล่ออันหัวเราะแต่ปากกลับพูดว่า "่นี้...ไม่ค่อยดี เพราะมีปัญหาเื่เงิน ผมกินข้าวไม่อิ่ม"
ท่าทางฉีเล่ออันน่าสงสารมากจนทำให้รู้สึกผิดลุงของเขารู้สึกหนาวเยือกในใจ หรือว่าน้องชายเขามาหาเพราะเื่ของหลานชายคนนี้? หรือว่าเมื่อคืนจะ...จะมาเตือน?
สีหน้าลุงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนในที่สุดคล้ายกับตัดสินใจได้เขาล้วงเงินสองร้อยหยวนออกมาจากกระเป๋า บอกกับฉีเล่ออันว่า "เสี่ยวอัน!รับเงินนี่ไว้!"
ฉีเล่ออันพูดอย่างเกรงกลัวว่า"ลุง? ได้อย่างไร!ผมรับเงินลุงไว้ไม่ได้! ทางป้าสะใภ้..."
ลุงใหญ่ยัดเงินใส่มือฉีเล่ออันเขาฝืนยิ้มแล้วพูดว่า "พูดอะไร! ลุงให้เงินหลานนิดหน่อยจะเป็ไรไป!คราวหน้า...คราวหน้าพ่อแกมาหาแก แกก็บอกว่าตัวเองสุขสบายดี ให้เขาหมดห่วง!"
ฉีเล่ออันถึงจะรับเงินมาและพูดอย่างซาบซึ้งว่า"ขอบคุณครับลุง"
รอยยิ้มบนใบหน้าลุงใหญ่แข็งเกร็งฉีเล่ออันดูออกว่าในใจเขากำลังหลั่งเื หลังจากให้เงินแล้วลุงคล้ายกับไม่อยากอยู่ต่ออีก เขาเก็บสัมภาระเตรียมตัวเดินทางฉีเล่ออันแสร้งทำท่าทางขอให้เขาอยู่ต่ออีกสองสามวันแต่ฉีต้าจู้มองไปรอบห้องรู้สึกเหมือนมีลมเย็นๆ พัดมา จึงหยิบของเตรียมเดินทาง
ฉีเล่ออันแสร้งทำเป็ยอมแพ้ทำได้เพียงไปส่งลุงที่สถานีรถ คราวนี้ฉีต้าจู้ไม่ให้ฉีเล่ออันออกค่ารถให้แล้ว เขาซื้อตั๋วรอบที่เร็วที่สุดเองเตรียมตัวกลับบ้าน
หลังจากออกจากสถานีรถไฟแล้วใบหน้าฉีเล่ออันมีรอยยิ้มสมใจ เขาอารมณ์ดีมากจนโยนเหรียญห้าหยวนให้คนชราที่ขอทานอยู่ข้างทางจากนั้นเดินมาที่ร้านค้าข้างสถานีรถไฟหยิบเงินที่ลุงเพิ่งให้ซื้อซิมเถื่อนมาใบหนึ่ง