นับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว]

    ม้วนที่ 4 ปกติกับผิดปกติ เล่มที่ 3 บทที่ 77 กิลด์สาขาย่อย

            ราชอาณาจักรข่ายเจ๋อ เมืองหลวงเคอเอ่อร์ปัวนั่ว

           “ดูสิ หูนั่น หางนั่น! ข้าอยากจะสัมผัสมันเหลือเกิน!” เก๋อจือมองไปรอบๆ อย่างตื่นเต้นราวกับว่าเพิ่งเคยเข้าสวนสัตว์เป็นครั้งแรก

           “เจ้าเคยไปตีสนิทผู้บัญชาการกองพลของพวกมันมิใช่รึ กระทั่งความรู้เหล่านี้ยังไม่มี?” โม่จ้านเป็นคนสุดท้ายที่ผ่านการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเมืองและใส่ป้ายผ่านทางลงในกระเป๋าของเขา

           ทันทีที่เอ่ยถึงประวัติศาสตร์อันดำมืด เก๋อจือพลันสำลักจนไอออกมาพักหนึ่งก่อนจะต้องเผชิญหน้ากับสายตาฉายแววงุนงงของลาถีเท่อ

           “เอ่อ แค่ก นั่นเป็นความเข้าใจผิดล้วนๆ ... ผู้อื่นก็มิได้รู้จักข้าเสียหน่อย...”

           เก๋อจืออับอายจนพูดจาสะเปะสะปะ โม่จ้านที่ได้เติมเต็มความนึกสนุกในด้านชั่วร้ายยกยิ้มพอใจเสียแล้ว

           เมื่อก้าวเข้าสู่ประตูเมืองสูงใหญ่ รูปแบบสถาปัตยกรรมที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงนำพาความรู้สึกแปลกใหม่มาสู่กลุ่มโม่จ้าน เจียนั่วมิเคยก้าวออกจากอาณาจักรมาก่อน และลาถีเท่อกับเก๋อจือเพียงเคยได้พบกับสัตว์กลายร่างเพียงมิกี่ตัวเป็นบางครา ขณะที่ทางด้านโม่จ้านยิ่งรู้สึกได้ถึงการอยู่บนโลกต่างมิติอย่างแท้จริงมากกว่าเดิมอีกหนึ่งขั้น

           พระราชวังตั้งอยู่กลางเมืองหลวง พื้นที่ชุมนุมของบุคคลภายนอกและเขตการค้าอยู่ทางใต้ของเมือง สถานที่ส่วนที่เหลือล้วนแต่เป็นพื้นที่นั่งเล่นของสัตว์กลายร่างทุกชนิด สถานที่สำคัญต่างๆ ของเมืองหลวงมีความโดดเด่นอย่างมาก การหาหนทางที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกเขาไม่กี่คน

           เนื่องจากความแตกต่างระหว่างส่วนสูงของสัตว์กลายร่างต่างสายพันธุ์นั้นค่อนข้างมาก ระดับความสูงของอาคารจึงแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเดินจากตรอกหนึ่งไปยังอีกตรอกหนึ่ง ฉับพลันนั้น กลุ่มอาคารสองชั้นสูงสี่เมตรของเผ่าหมีพลันลาดเอียงลงเป็นกลุ่มอาคารหลายชั้นสูงสองเมตรของเผ่ากระต่ายในมิกี่วินาที ทำเอาโม่จ้านซึ่งคุ้นเคยกับความราบเรียบเปี่ยมไปด้วยความสนใจ

           หลังทะลุผ่านแหล่งที่อยู่อาศัยอันเงียบสงบ เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวพลันดังมาถึงหูของโม่จ้านมาแต่ไกล ท่ามกลางกระแสผู้คนขวักไขว่ สัตว์กลายร่างหลากชนิดกับมนุษย์ผสมปะปนกัน มีทั้งร้องเรียกลูกค้า ต่อราคาและพูดคุยกัน ช่างครึกครื้นเหลือเกิน

           “โดยสรุปคือต้องหาที่พักอาศัยเสียก่อน... หือ?” ลาถีเท่อกำลังพลิกดูแผนที่ สายตากลับเหลือบมองไปข้างหน้าโดยมิได้ตั้งใจ ก่อนจะเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา

           โม่จ้านมองตามสายตาของลาถีเท่อก่อนจะเห็นสิ่งที่คุ้นเคย --- ดาบประจำตัวเล่มหนึ่งกับลูกศรขนนก นั่นเป็นสัญลักษณ์ของกิลด์นักดาบพเนจร

           อย่างไรก็ตาม ป้ายโลหะแกะสลักที่ควรติดอยู่ตรงกลางกลับถูกห้อยไว้กลางอากาศ ถูกลมพัดแกว่งไปแกว่งมาราวกับว่าสามารถถูกลมพัดปลิวจากไปในวินาทีต่อมา

           ...... เช่นนี้คือถูกโจมตีแล้วหรือไม่? ทว่าเมื่อเห็นการหลั่งไหลเข้าออกของผู้คนกลับดูคล้ายจะมิใช่?

           “มิใช่ ดูฝั่งนั้น” เจียนั่วสังเกตเห็นห้องที่อยู่ด้านข้าง “พวกเขากำลังทุบกำแพงเพื่อยุบสองห้องโถงใหญ่เข้าเป็นห้องเดียว”

           “ประเดี๋ยวก่อน กิลด์จอมเวท?! ที่นี่มีกิลด์จอมเวทตั้งแต่เมื่อใด?”

           เก๋อจือเบิกตากลมโต ชี้ไปทางห้องโถงใหญ่ด้านข้างที่แขวนไว้ด้วยป้ายโลหะแกะสลักมิต่างกัน

           โม่จ้านคุ้นเคยกับการตื่นตระหนกตกใจไม่เข้าท่าของเก๋อจือแล้วและบังคับลากเด็กหนุ่มผมสีแดงกลับมาด้านหลังตน เครื่องประดับตกแต่งอย่างผ้าคลุมกับคทาเวทคือสัญลักษณ์ของกิลด์จอมเวทมิผิดแน่ ลาถีเท่อกับเก๋อจือหันไปสบตากันปราดหนึ่ง เห็นถึงแววตาตะลึงงันในสายตาของกันและกัน

           สัตว์กลายร่างมากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ไม่มีเวทมนตร์ ดังนั้นกิลด์จอมเวทจึงไม่คิดจะขยายสาขามายังที่นี่ อย่างไรก็ตามทั้งๆ ที่ไม่มีเค้าลางแม้แต่น้อย เหตุใดกิลด์จอมเวทจึงปรากฏตัวขึ้นในเมืองเคอเอ่อร์ปัวนั่วอย่างกะทันหัน? ดูคล้ายว่ายังจะรวมเข้ากับกิลด์นักดาบพเนจรอีกด้วย

           “เนื่องจากระยะหลังมานี้อาณาจักรข่ายเจ๋อต้องการมอบหมายภารกิจให้จอมเวทเป็นจำนวนมาก ดังนั้นกิลด์จึงตัดสินใจสร้างสาขาย่อยที่นี่เป็นการชั่วคราว”

           น้ำเสียงเย็นสบายทว่าค่อนข้างแปลกหูดังมาจากด้านหลัง โม่จ้านหันหลังกลับไปพบกับสัตว์กลายร่างสายพันธุ์มังกรสวมอาภรณ์เนื้อละเอียดกำลังคลี่ยิ้มพลางส่งมือมาทางตนเล็กน้อย

           “สวัสดีทุกท่าน ข้าคือซีนั่วหัวหน้าสาขาย่อยชั่วคราวของที่นี่”

           ...ซีนั่ว?!

           ในใจโม่จ้านเกิดเป็นความประหลาดใจ ทว่าใบหน้ากลับไม่เผยสีหน้าใดๆ ออกมา ก่อนจะจับมือที่เต็มไปด้วยเกล็ดเรียงรายของอีกฝ่าย หากจะให้เอ่ย เรียกว่า 'กรงเล็บ' คงจะเหมาะสมกว่าสักหน่อย

           “สวัสดี ข้าโม่เจ๋อเอ่อร์” โม่จ้านคลี่ยิ้ม “กลุ่มของข้าเพิ่งมาเยือนเมืองนี้เป็นครั้งแรก ได้เห็นสิ่งที่คุ้นเคยจึงอดตื่นเต้นเกินไปบ้างมิได้”

           ซีนั่วพยักหน้าและส่งยิ้มกลับ ดูคล้ายว่าตนจะเดาถูก ในกลุ่มสี่คนนี้ เมื่อเทียบกับเด็กหนุ่มสองคนและหนึ่งอัศวินหน้านิ่ง ชายหนุ่มนัยน์ตาสีแดงท่านนี้ดูจะคล้ายผู้นำมากกว่า

           “เป็นอย่างที่ท่านได้เห็น กิลด์พันธมิตรยังอยู่ระหว่างการปรับปรุง แม้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่องาน แต่กระนั้นก็ไม่สะดวกต่อการรับรองแขกจริงๆ” ซีนั่ววางมือบนหน้าอกของตนก่อนก้มลงเล็กน้อยเพื่อแสดงการขออภัย “ทว่าพวกเราสามารถจัดแจงสถานที่พักผ่อนชั่วคราวให้ท่านได้ โปรดตามข้ามา”

           “...ขออภัยที่ข้าเอ่ยตามตรง พวกเรามิได้สนิทกัน อีกทั้งยังไม่มีเหตุผลใดให้รับค่าจ้างโดยไม่ทำงาน”

           โม่จ้านมิได้ขยับเท้าของตนอย่างคล้อยตาม กลับจับจ้องไปยังซีนั่ว

           “ฮ่าฮ่าฮ่า ขออภัย ข้ามิได้อธิบายอย่างละเอียด”

           แม้ว่าจะมีเกล็ดเล็กๆ ที่ใบหน้าด้านข้างของเขา แต่กระนั้นก็มิได้อุปสรรคต่อรอยยิ้มสบายอารมณ์ของซีนั่ว

           "หากข้าดูมิผิด กลุ่มของท่านมีจอมเวทระดับกลางและอัศวินสองท่าน ตรงตามมาตรฐานการต้อนรับแขกแบบกลุ่มของกิลด์"

           หลังจากสอบถามอย่างละเอียด โม่จ้านจึงเข้าใจจุดประสงค์ของซีนั่ว ยิ่งมีมืออาชีพในกลุ่มมากเท่าใดก็เท่ากับกลุ่มจะยิ่งเป็นทางการมากขึ้นเท่านั้น โอกาสในการทำภารกิจได้สำเร็จก็มากขึ้นตามเช่นกัน สถานการณ์ในปัจจุบันของกิลด์คือมีภารกิจมากมาย ทว่ากลับมีผู้รับภารกิจน้อย ดังนั้นจึงได้มีการประโคมข่าวอย่างเอิกเกริกเพื่อดึงดูดกลุ่มทหารรับจ้าง บอกกล่าวแก่ผู้ที่มาจากภายนอกเพื่อสร้างรากฐานหรือผู้ที่เดินทางสัญจรผ่านมาว่าจะให้สิทธิประโยชน์มากมายหมายจะรั้งให้พวกเขาอยู่ต่ออย่างสุดความสามารถ

           เงื่อนไขนั้นง่ายดายนัก – ตราบใดที่สำเร็จภารกิจจำนวนหนึ่งภายในเวลาที่กำหนด จะได้รับส่วนลดครึ่งหนึ่งในโรงเตี๊ยมและร้านอาหารประกอบการของกิลด์ หากกลุ่มทหารรับจ้างมีขนาดถึงกำหนดก็ยังมีบ้านและหอพักที่ทางกิลด์ได้จัดเตรียมไว้ให้เช่า จำต้องรู้เอาไว้ว่าผืนดินทุกนิ้วของราชอาณาจักรข่ายเจ๋อล้วนแต่มีราคาแพง และแรงดึงดูดของการประกาศนี้ค่อนข้างมากทีเดียว

           สำหรับโม่จ้าน นี่นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมิต้องสงสัย อย่างน้อยเงินค่าเข้าพักในโรงเตี๊ยมก็ถูกประหยัดไปได้ชั่วคราว

           ซีนั่วจัดห้องคู่สองห้องให้กลุ่มเล็ก แน่นอนว่าเก๋อจือกับลาถีเท่ออยู่ห้องเดียวกัน โม่จ้านกับเจียนั่วที่เหลืออยู่ย่อมต้องอยู่ด้วยกัน เด็กน้อยสองคนเพิ่งวางกระเป๋าก็วิ่งออกไปเดินเล่นอย่างมิอาจหักห้ามความอยากรู้เสียแล้ว

           โม่จ้านนอนหงายอยู่บนเตียงพลางปิดเปลือกตาลง หวนนึกถึงเรื่องเกี่ยวกับ “ซีนั่ว”

           ซีนั่วที่ฉิวอินเอ่ยถึงคงเป็นหนึ่งในสมาชิกของกองกำลังที่รอดตายของกองทัพราชาปีศาจ ล่าถอยกลับไปที่ตรอกขี้เถ้าพร้อมกับคนอื่นๆ แล้ว แม้ว่าหัวหน้ากิลด์สาขาย่อยท่านนี้จะมีนามว่าซีนั่วและมีเขาแหลมคมคู่หนึ่ง ทว่าเห็นได้ชัดว่าเขาเป็นมังกรมากกว่าปีศาจ หรือจะเป็นเพียงความบังเอิญ?

           ......มิถูก เจี๋ยหลัวเจ้าตัวใหญ่นั่นดูมิคล้ายปีศาจเช่นกัน หรือว่าลูกน้องของราชาปีศาจมิจำเป็นต้องเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจทั้งหมด หรือว่าเจี๋ยหลัวผู้นั้นมิใช่เจี๋ยหลัว?

           ยิ่งกว่านั้นยังเคยแต่ได้ยินผู้อื่นเอ่ยถึงตรอกขี้เถ้าๆ แท้จริงแล้วตรอกขี้เถ้าอยู่ที่ใด? มันเป็นเมือง หมู่บ้านหรือตรอกจริงดังว่ากันแน่?

           “นี่ เจียนั่ว เจ้ารู้จักตรอกขี้เถ้าหรือไม่?” โม่จ้านนำมือทั้งสองข้างรองท้ายทอยก่อนจะมองไปทางเจียนั่วที่หลับตาอยู่ด้านข้าง

           คิ้วเกาทัณฑ์ของเจียนั่วกระตุกอย่างเห็นได้ชัด “.....รู้อยู่บ้าง เหตุใดจึงเอ่ยถามเรื่องนี้?”

           “เพียงได้ยินผู้อื่นเอ่ยว่าเป็นสถานที่น่าสนใจจึงลองถามดู” โม่จ้านขยิบตา ส่งสายตาฉายแววหยอกล้อให้เจียนั่ว

           “...... นั่นมิใช่สถานที่น่าสนุก” เจียนั่วลืมตาขึ้นก่อนลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้าฉายแววจริงจัง

           “เมืองนั้นไร้กฎระเบียบ ไม่มีผู้ดูแล เต็มไปด้วยการนองเลือดและการเข่นฆ่า ผู้ที่ก้าวเข้าไปมิได้รับการปกป้องคุ้มครองใดทั้งสิ้น”

           “อ๋อ? เช่นนี้เอง ดูน่ากลัวมากจริงๆ” โม่จ้านอ้าปากหาว เผยสีหน้าท่าทางคล้ายมิใส่ใจ

           ครั้นเห็นสีหน้าเอ้อระเหยของอีกฝ่าย เจียนั่วขมวดคิ้ว เอ่ยเน้นย้ำทีละคำพลางจดจ้องโม่จ้าน

           “กล่าวกันว่าเศษกองกำลังที่เหลืออยู่ของเผ่าปีศาจก็อยู่ที่นั่น ข้ารู้ว่าเจ้าแข็งแกร่งมาก ทว่าอย่าได้สร้างปัญหาให้ตนเองซี้ซั้ว”

           โม่จ้านหรี่ดวงตาทำท่าทางคล้ายกำลังคิดบางสิ่งบางอย่าง “...เจียนั่ว ข้าถือว่าเจ้ากำลังชมข้าได้หรือไม่? นับว่าหาได้ยากยิ่งนัก”

           เจียนั่วพลันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอัดอั้นใจ นึกอยากจะจับผู้ที่ทำท่าทางเอ้อระเหยอยู่ตรงหน้ามาทุบตีสักยก กระนั้นเมื่อเห็นท่าทางอืดอาดยืดยาดของอีกฝ่าย ตนกลับมิรู้ว่าจะระบายออกไปอย่างไร ทำได้เพียงชกกำแพงหนึ่งหมัดอย่างอัดอั้น

           โม่จ้านแอบกลั้นหัวเราะ ที่แท้เพียงเล่นลูกไม้เล็กๆ น้อยๆ ก็ทำเอาอัศวินเวทผู้สุภาพเรียบร้อยพองขนเสียแล้ว ช่างน่าสนใจจริงเชียว





    คล้ายกับเรื่องนับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน