ว่าด้วยยุคสมัยโบราณนานนับหมื่นปีที่เเล้ว นั้นเป็จุดก่อกำเนิดทวมเทพต่างๆมากมายจนนับไม่ถ้วน เทพของเหล่่า์เบื้องบน เทพมาร เทพั์ เทพเเห่งเเสงเเละความมืด ทำเกิดการเเย้งชิงความเป็ใหญ่ในหมู่เทพขึ้นมา ในสงสรามเเต่ละครั้งละครั้งต่างกินระยะเวลานานเเสนนาน ทำให้กองซากศพนับไม่ถ้วน กองกันเป็ูเา เเม่น้ำยอมเป็สีโลหิต ส่งกลิ้นเหม็นไปทั่วบริเวณรอบในระยะ หลายสิบกิโลเมตรทำให้สิ่งมีชีวิตรอบๆ ไม่สามารถดำรงอยู่อาศัยได้ เกิดการล้มตามเป็จำนวนมาก
ในปีเเรกเริ่มของาเกิดการะเิทวีปออกเป็เสี่ยงๆ เเม่น้ำูเาต่างเเยกตัวออกจากกัน สร้างผลกระทบเป็วงกว้างจากาของเทพเ้า
จนถูกเรียกขานว่า **มหาศึกRagnarok** เป็สรามครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่ถูกบันทึกไว้ว่าเป็การล้มสลายของสิ่งมีชีวิตมากมาย เเม้เเต่เทพเ้าก็ยังต้องจมชีวิตลงหรือดับสูญไปตลอดกาล หายออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ จนไม่มีมีผู้ใดสามารถรับรู้ถึงตัวตนของมันผู้นั้นไว้ได้
ต่อมาในได้เกิดปรากฎการณ์ ของการกำเนิดไอเทมศักสิทธิ์ขึ้น ทำเกิดการเเย้งความเป็เ้าของในหมู่เทพเ้าขึ้น เพื่อเป็สิ่งที่จะเป็ตัวกำหนดศึกที่ชี้ชะตา ในาศักสิทธิ์ว่าใครจะเหมาะสมที่จะเป็ผู้กำหนด ชะตาของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดทั้งมวล เป็ผู้ปกครองสูงสุด ของสิ่งมีชีวิตมีอำนาจในการสั่งเป็สั่งตาย
าในครั้งนี้กินเวลานานนับร้อยปี เเต่ก็ยังมีผู้ชนะในา ถูกเรียกขานว่า **าร้อยปี**
ทำให้เผ่าพันธุ์บางเผ่าถูกลบหายไป เพราะผลกระทบของา ที่กำหนดว่าผู้เเพ้ไม่มีสิทธิ์ยืนในประวิติศาสตร์ บางเผ่าพันธ์ที่ไม่ได้ล้างบาง ก็ถูกจับไปเป็ทาสของเผ่าพันธ์ ถูกตีตราว่าเป็ทาสา เพราะเทพผู้ปกครองพ่ายเเพ้หรือสิ้นในสนามรบ ทำให้พวกเขาต้องยอมจำนน ศิโรราบต่อผู้ชนะาไม่อาจ หลีกเลี่ยงจากผลกระทบของาไปได้ ทำผู้มีชีวิตรอดต้องทนทุกข์ทรมานไปจนสิ้นชีวา
ระยะเวลายาวนานของา จนทำให้ผู้คนหลงลืมการมีอยู่ของ **ไอเทมศักสิทธิ์** เเต่ก็มีผู้คนระดับสูงบางคนนั้นล้วงรู้ถึกการมีอยู่ ของไอเทมศักสิทธิ์
ถึงเเม้จะล้วงรู้เเต่ก็มีอาจนำกลับมาได้เพราะ สนานที่เเห่งนั้นเต็มไปด้วยออร่าลึกลับบ่างอย่างทำให้ไม่อาจเข้าไปได้ สถานที่เเห่งนั้นถูกเรียกว่า เขตเเดนต้องห้าม เพราะเเม้เเต่เทพ ก็ไม่มีความคิดที่จะกล้าเหยียบย้ำ เข้าไปในสถานที่เเห่งนั้น
ณ ของถนนตรงตรอกซอกซอย มีชายหนุ่มในวัย 18 ปี กำลังนั่งอ่านหลังสือบังเอิญเก็บได้อย่างสนุกสนานอยู่นั้น สภาพของเขานั้นราวกับขอทาน ที่อดอาหารมาหลายมื้อ สวมใส่เสื้อผ้าขาดหลุดรุ้ย กำอ่านด้วยความสนอกสนใจอยู่ในขณะนั้น
“บัดซบนี้เป็เื่ราวที่ไร้สาระที่สุด ที่ข้าเคยอ่านมาอย่างกะนิทานหลอกเด็ก โชดีที่ข้านั้นไม่ใช้เด็กน้อยที่จะหลอกให้เชื่อเรื่ิอง ไร้สาระพวกนี้ เเต่ข้าก็ทนอ่านจนจบละนะ าเทพเ้า ข้าจะถือว่าใช้ได้ก็เเล้วกัน ”
จากนั้นเขาก็นำหนังสือไปขายให้กลับพ่อค้าที่รับซื้อของจากเหล่าบันดาขอทานทั้งหลายในสมัมเล็กๆ
ปัง ปัง ปัง
“เฮ้ตาเเก่ ฮาน ข้าเอาหลังสือมาขายสนใจไหม”
“ไหนมาให้ดูสิ โอ้ไม่เลยเลวเลยของดีมีราคาเหมาะสำหรับพวกชอบสะสมของเก่า ข้าให้10เหรียญเงินเ้าคิดว่าไง ซีโร่”
“ตกลงตามนั้นขอบใจมากตาเเก่ ฮาน”
ต่อมาหลังที่ ซีโร่ ได้เดินออกจากร้านไปได้ไม่นานจู่ๆ หลังสือก็เริ่มส่องเเสงเเปลงประหลาด สว่างไปรอบๆ บริเวรทั่วห้องจากนั้นก็หายวับไปกับตาเสมือนว่ามันได้ทำหน้าที่ของมันสำเร็จลุล้วงไป