[หมัดไทเก๊กหยินหยาง]!
ซูอวี่คราฟต์มันออกมาได้ก่อนหน้านี้ นี่คือวิชายุทธ์ของแท้ที่นักสู้ใช้ฝึกฝน!
วิชายุทธ์ระดับ 2!
คำอธิบายในระบบระบุชัดเจนว่า หากฝึกฝนจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบ อานุภาพของมันจะทรงพลังเทียบเท่าวิชายุทธ์ระดับ 3!
ทว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของซูอวี่มากที่สุด กลับเป็คีย์เวิร์ดที่เขียนว่า 'เจตนารมณ์หยินหยาง' ต่างหาก
"เจตนารมณ์หยินหยาง... มันคืออะไรกันล่ะเนี่ย?" ซูอวี่ตาเป็ประกายวาววับ
"ช่างเถอะ ช่างหัวมันก่อน ลองของจริงเลยดีกว่า!" คิดได้ดังนั้น ซูอวี่ก็กางตำราหมัดไทเก๊กหยินหยางออกแล้วเริ่มเพ่งสมาธิฝึกฝนทันที
แม้ชาติก่อนและชาตินี้เขาจะไม่เคยััวิชายุทธ์มาก่อน แต่ด้วยค่าปราณโลหิตที่พุ่งทะลวงถึง 3.1 ต่อให้โยนเขาไปไว้ในดงนักสู้ขอบเขตปราณโลหิต เขาก็ไม่ใช่ไก่อ่อนอีกต่อไป ด้วยรากฐานร่างกายระดับนี้ ต่อให้พร์ห่วยแตกแค่ไหนก็ยังยัดเยียดให้ฝึกได้สบายๆ
ทว่าวินาทีที่สายตาจดจ่อลงบนแผ่นกระดาษ ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดกลับแล่นปลาบเข้าสู่สมอง
ซูอวี่หรี่ตาลง ภาพเงาคนกำลังร่ายรำหมัดไทเก๊กหยินหยางฉายชัดเป็ฉากๆ ในหัวราวกับถูกพิมพ์ฝังรากลึก
เวลาไหลผ่านไปอย่างเงียบงัน
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน จู่ๆ ซูอวี่ก็เบิกตาโพลง ั์ตาสาดประกายเจิดจ้า
"ฮ่าห์!"
สองหมัดของซูอวี่วาดโค้งออกไปเบาหวิวราวกับกำลังกวักน้ำ ดูเผินๆ เหมือนคนแก่รำมวยอ่อนปวกเปียก ทว่าพริบตาถัดมา... คลื่นพลังอันบ้าคลั่งกลับะเิทะลักออกจากหมัดคู่นั้น!
ตู้ม!
มวลอากาศเบื้องหน้าถึงกับสั่นะเืเลื่อนลั่น! ซูอวี่ตาโตเท่าไข่ห่าน!
แม้เครื่องทดสอบพละกำลังจะยังมาไม่ส่ง แต่เขาััได้ชัดเจนเลยว่า หมัดเมื่อกี้ซัดแรงทะลุ 4,000 กิโลกรัมไปแล้วแน่นอน! นี่มันเทียบเท่าพละกำลังของนักสู้ปราณโลหิตระดับ 4 ชัดๆ!
แถมดีไม่ดีอาจจะแรงกว่านั้นด้วยซ้ำ
"สมแล้วที่เป็วิชายุทธ์ระดับ 2! โคตรโหด!" ยิ่งไปกว่านั้น ซูอวี่ยังค้นพบความโกงอีกอย่าง... วิชายุทธ์ที่คราฟต์ออกมาจากช่องสังเคราะห์ ก็เข้ากับร่างกายของเขาได้ดีสุดๆ ราวกับถูกสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ! แค่ปรายตามองแวบเดียวก็จำได้ขึ้นใจ ใช้เวลาฝึกแค่แป๊บเดียว เขาก็บรรลุหมัดไทเก๊กหยินหยาง 'ขั้นต้น' ได้สำเร็จ!
ขืนเื่นี้หลุดรอดออกไป มีหวังวงการนักสู้ได้ะเืเลื่อนลั่น!
ต้องเข้าใจก่อนว่า ต่อให้เป็วิชายุทธ์ระดับล่างสุด หากให้นักสู้มือใหม่แกะกล่องมาฝึก อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาคลำทางเป็วันๆ ถึงจะเข้าถึงขั้นต้นได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงวิชายุทธ์ระดับ 2 สุดหินอย่างหมัดไทเก๊กหยินหยางเลย
นี่เป็เครื่องพิสูจน์ชัดเจนว่าความเข้ากันได้ของวิชายุทธ์ที่ผ่านการคราฟต์จาก [ช่องสังเคราะห์] นั้นบั๊กแตกขนาดไหน!
ระหว่างที่กำลังฟินกับพลังใหม่ เสียงเคาะประตูก็ดังรัวขึ้น
ซูอวี่เปิดประตูรับ ก็พบว่าเป็เ้าหน้าที่จากสมาคมนักสู้ที่ยกเครื่องทดสอบพละกำลังมาส่งถึงที่
ทันทีที่ติดตั้งเครื่องเสร็จ ซูอวี่ก็เลียริมฝีปากด้วยความกระหาย วินาทีต่อมา เขาบิดเอวส่งแรง ซัดหมัดขวาตรงเข้าใส่เป้าอย่างจัง!
ปัง!
ตัวเลขสีแดงเด้งพรวดขึ้นมาบนหน้าจอ
3,800 กิโลกรัม!
ซูอวี่เลิกคิ้ว "พละกำลังเพียวๆ แบบไม่บัฟวิชายุทธ์ ก็ปาเข้าไปสามพันแปดร้อยโลแล้ว ถือว่ายืนหนึ่งในกลุ่มปราณโลหิตระดับต้นสบายๆ... แล้วถ้าใช้หมัดไทเก๊กล่ะ?"
พริบตาต่อมา ซูอวี่รวบรวมปราณโลหิต ร่ายรำหมัดไทเก๊กหยินหยางแล้วซัดเปรี้ยงออกไปสุดแรงเกิด!
ตูมมมม!!! เครื่องทดสอบพละกำลังสั่นะเืเลื่อนลั่น ตัวเลขสีแดงฉานดีดพุ่งทะยานราวกับจรวด!
5,900 กิโลกรัม! เฉียดฉิวระดับพลังของนักสู้ปราณโลหิตระดับ 6 ไปแค่เส้นยาแดงผ่าแปด!
ซูอวี่จ้องตัวเลขบนหน้าจอ มุมปากกระตุกยิ้มเหี้ยม "ไม่เลวเลยนี่หว่า!"
......
หลังจากซ้อมวนลูปไปอีกพักใหญ่จนรากฐานหมัดไทเก๊กหยินหยางขั้นต้นเข้าฝัก ซูอวี่ถึงยอมหยุดพักเหนื่อย
วิชายุทธ์ระดับ 2 อย่างหมัดไทเก๊กหยินหยาง ถือเป็ของโคตรแรร์ในเมืองเหิงเฉิง อย่าว่าแต่นักสู้ระดับล่างเลย ต่อให้เป็ยอดฝีมือขอบเขตหลอมโลหิตบางคน ยังไม่มีปัญญาหาวิชายุทธ์ระดับนี้มาฝึกด้วยซ้ำ!
ระหว่างที่กำลังนั่งฟิน จังหวะที่ล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมไถบอร์ดนักสู้อัปเดตข่าวสาร เสียงกริ่งสายเรียกเข้าก็แผดลั่นขัดจังหวะเสียก่อน
พอเห็นชื่อที่โชว์หราบนหน้าจอ ซูอวี่ก็ชะงักกึก
"หลิวอี้อี้?"
หลิวอี้อี้... ดาวโรงเรียนเพื่อนร่วมชั้น พร์จัดว่าไม่เลว เข้าใกล้ขอบเขตนักสู้เต็มที บวกกับใบหน้าที่สวยสะดุดตา ทำให้มีไอ้พวกหมาจรจัดในห้องคอยเดินตามต้อยๆ คอยเลียแข้งเลียขาอยู่เป็พรวน
แน่นอนว่าไอ้พวกหมาหน้าโง่นั่นไม่มีทางรวมซูอวี่เข้าไปด้วย
ความสัมพันธ์ของเขากับหลิวอี้อี้เรียกได้ว่าจืดชืด ไม่ดีไม่แย่ แล้วจู่ๆ ยัยนี่โทรมาหาเขาเวลานี้เนี่ยนะ?
ซูอวี่หรี่ตาลงอย่างจับผิด ก่อนจะกดรับสาย
"ฮัลโหล" น้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้อารมณ์
ทันทีที่สายเชื่อมต่อ เสียงหวานหยดย้อยที่ดัดจนลิ้นเปลี้ยก็ลอยกระแทกหูมาทันที ศัพท์วัยรุ่นเขาเรียกกันว่า 'เสียงแอ๊บแบ๊ว'
"ฮัลโหลววว คุณพี่ซูอวี่ค้า~"
ถ้าเป็ไอ้พวกหน้าม่อทั่วไป ได้ยินเสียงกระเส่าแบบนี้กระดูกคงอ่อนระทวยไปหมดแล้ว แต่ซูอวี่คือใคร? ชายแท้สายเหล็กกล้าผู้มีจิตใจแข็งแกร่งดั่งภูผาแห่งเมืองเหิงเฉิง!
ซูอวี่แค่นเสียงเหอะในใจ "ยัยสตรอเบอร์รี่ดัดจริตเอ๊ย เล่นผิดคนแล้วมั้ง!" "ฉันเอง มีธุระอะไร?" ปากตอบกลับไปเรียบๆ เก็บซ่อนความรังเกียจไว้มิดชิด
"คุณพี่ซูอวี่คะ~ พรุ่งนี้หนูอยากจะออกไปล่าสัตว์อสูรนอกเมืองสักหน่อย พอดีเพิ่งได้ข่าวว่าพี่ตื่นรู้กลายเป็นักสู้แล้ว... หนูเป็ผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็แอบกลัวนิดๆ ด้วย เลยอยากจะรบกวนพี่ซูอวี่ช่วยเป็บอดี้การ์ดพาหนูออกไปเปิดหูเปิดตานอกเมืองหน่อย... จะได้ไหมน้า~?"
เสียงเจื้อยแจ้วดัดจริตยังคงดังต่อเนื่อง แสร้งทำเป็ใสซื่อไร้เดียงสา ถ้าเป็ผู้ชายทั่วไปคงตกหลุมพราง โดนความน่ารักจอมปลอมนั่นตกไปเต็มเปา
ทว่าเซนส์ของซูอวี่กลับจับพิรุธได้ในเสี้ยววินาที
ตอนที่เขาไปทดสอบระดับที่สมาคมนักสู้ เขาไปคนเดียวเงียบๆ นอกจากตาแก่ครูใหญ่โรงเรียนมัธยมที่ 1 กับเ้าหน้าที่ระดับสูงของสมาคมแล้ว ก็ไม่น่าจะมีหมาตัวไหนรู้ข่าวนี้ไวขนาดนั้น!
ฐานะทางบ้านของหลิวอี้อี้ในเมืองเหิงเฉิงถือว่ามีกินมีใช้ก็จริง แต่มันคนละชั้นกับการล้วงข้อมูลลับจากสมาคมนักสู้ได้รวดเร็วปานนี้
ยิ่งไปกว่านั้น... เขาเพิ่งจะไปหักหน้าสองพี่น้องตระกูลหลี่มาหมาดๆ แล้วจู่ๆ ยัยสตรอเบอร์รี่นี่ก็โทรมาชวนออกนอกเมือง?
จิ๊กซอว์ทุกชิ้นปะติดปะต่อกันลงล็อก แผนลวงโลกตื้นๆ แค่นี้หลอกหมายังไม่ได้เลย!
ซูอวี่แค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยันในลำคอ สายตาเลื่อนไปมองตัวเลข 5,900 ที่ยังคงสว่างจ้าอยู่บนหน้าจอเครื่องทดสอบพละกำลัง มุมปากแสยะยิ้มอำมหิต
"เอาสิ!"
พูดจบประโยค ซูอวี่ก็กดตัดสายทิ้งดื้อๆ ทันที ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้พล่ามต่อแม้แต่ครึ่งคำ
ชายหนุ่มทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แววตาดุดันฉายประกายจิตสังหารวูบหนึ่ง
"ทนไม่ไหวจนต้องส่งนกต่อมาหลอกล่อฉันออกนอกเมืองเลยรึไง? ได้! งั้นฉันจะขอรอดูหน่อยเถอะ ว่าตระกูลหลี่อันยิ่งใหญ่... จะมีน้ำยาแค่ไหนเชียว!" ซูอวี่กำหมัดแน่นกระดูกลั่นกรอบแกรบ ภายในใจสงบนิ่งไร้ความหวาดกลัว ความมั่นใจอันเปี่ยมล้นนี้... ล้วนมาจากกำปั้นเหล็กที่แข็งแกร่งของเขาทั้งสิ้น!
......
ในเวลาเดียวกัน ณ จวนหรูหราแห่งหนึ่งใจกลางเมืองเหิงเฉิง
เด็กสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มกำลังนั่งบิดไปมาอยู่บนโซฟาหนังราคาแพง และคนที่นั่งประกบแนบชิดอยู่ข้างๆ ก็คือชายหนุ่มใบหน้าเหี้ยมเกรียมดุดัน
หากซูอวี่มาเห็นฉากนี้เข้าล่ะก็... เขาต้องจำอีกฝ่ายได้แม่นยำแน่นอน ว่านี่ก็คือ 'หลี่หลง'!
หลิวอี้อี้ช้อนตามองหลี่หลงด้วยสายตาหยาดเยิ้มหลงใหล น้ำเสียงออดอ้อนฉอเลาะดังขึ้น
"พี่หลงคะ~ หนูช่วยนัดซูอวี่ออกมาให้พี่ได้แล้วน้า!"
ดวงตาของหลี่หลงวาวโรจน์ด้วยไฟราคะปนเคียดแค้น เขารวบเอวคอดของหลิวอี้อี้เข้ามากอดรัด บีบเคล้นเรือนร่างอรชรอย่างเมามัน ก่อนจะแค่นเสียงเย็นเยียบกระด้าง
"ไอ้เด็กเวรนั่น! ต่อให้มันฟลุ๊กตื่นรู้เป็นักสู้แล้วยังไง? ในเมื่อมันกล้าเหยียบหน้าตระกูลหลี่ของฉัน จุดจบเดียวที่รอมันอยู่... คือความตายเท่านั้น!"
"พ่อส่งยอดฝีมือขอบเขตปราณโลหิตระดับกลางถึงสามคน ไปดักซุ่มรอมันอยู่นอกเมืองเรียบร้อยแล้ว! งานนี้ไอ้ซูอวี่ไม่มีทางรอดกลับมาซ่าได้อีกแน่!"
หลิวอี้อี้ที่ถูกมือหยาบกร้านของหลี่หลงบีบเค้นจนเนื้อเขียว มีสีหน้าเ็ปแวบผ่านเข้ามา แต่เธอก็ยังฝืนฉีกยิ้มประจบประแจงเอาใจ
"ระดับพี่หลงลงมือเอง ยังไงก็ต้องจับมันสับเป็ชิ้นๆ ได้อยู่แล้วล่ะคะ!"
หลี่หลงแค่นเสียงหัวเราะหื่นกระหาย ใช้นิ้วชี้เชยคางมนของหลิวอี้อี้ขึ้นมาสบตา
"พูดได้ถูกใจจริงๆ... แต่ก่อนที่จะไปส่งมันลงนรก พวกเราควรจะ... มาอุ่นเครื่องหาความสำราญกันสักหน่อยดีไหม?"
สิ้นคำพูด ร่างกำยำก็โถมทาบทับลงบนเรือนร่างอรชรของหลิวอี้อี้อย่างตะกละตะกลาม เสียงกรีดร้องครางกระเส่าดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งคฤหาสน์ รอคอยพายุเืที่จะปะทุขึ้นในวันพรุ่งนี้!