บทที่ 31 ชะตาฟ้าลิขิต มิอาจเปิดเผย (เปิดฟรี 21/08/2568)
การจัดการกับตัวอ้นนั้นยุ่งยากกว่ามาก เพราะขั้นตอนการเชือดและชำแหละใช้เวลานานอย่างยิ่ง เดิมทีหนิงลั่วกำลังอารมณ์ดี แต่เมื่อคิดได้ว่าจะต้องฆ่าตัวอ้นจำนวนมาก สีหน้าของนางก็พลันหม่นหมองลงทันที
หนิงลั่วเป็คุณหนูที่ไม่เคยฆ่าสัตว์มาก่อน แม้แต่เวลาจะปรุงปลาหรือทำอาหารที่ต้องใช้เนื้อสัตว์ ก็มีเพียงพ่อค้าปลาที่เป็ผู้ลงมือเชือดให้ นางเพียงแค่รับปลาที่ถูกจัดการเรียบร้อยใส่ถุงมาเท่านั้น ไม่เคยต้องเปื้อนเืด้วยตนเองเลยสักครั้ง
เช่นนี้แล้วจะทำอย่างไรดี หนิงลั่วมองตัวอ้นตัวน้อยเ่าั้ด้วยความลำบากใจ กำลังคิดหนักอยู่พอดี
ในตอนนั้นเอง เสี่ยวอู่ก็ปรากฏตัวขึ้น ดูเหมือนว่าวันนี้มันจะมีพลังมากขึ้นกว่าเดิม สีขนของมันดูเข้มขึ้นกว่าเมื่อก่อน
“นายหญิง ให้ข้าช่วยเถิด หากสามารถช่วยท่านได้ ข้าก็จะได้รับแต้มบุญ” เสี่ยวอู่เพิ่งค้นพบว่า เมื่อใดที่ช่วยเหลือหนิงลั่ว มันจะได้รับแต้มบุญ และแต้มบุญเหล่านี้สามารถแลกเปลี่ยนเป็พลังิญญาได้ แม้หนึ่งร้อยแต้มบุญจะแลกพลังิญญาได้เพียงหนึ่งหน่วย แต่นั่นก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
“แล้วเหตุใดเ้าเพิ่งมาปรากฏตัวตอนนี้เล่า ตอนที่ข้าพบโจรนั่น เ้าไปอยู่ที่ไหนกัน หากเ้าช่วยข้าขับไล่โจรชั่ว บางทีเ้าคงได้แต้มบุญมากมายแล้วกระมัง!” หนิงลั่วเอ่ย
“นายหญิง ข้าว่าท่านเข้าใจผิดแล้ว แท้จริงแล้วชายผู้นั้นไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อท่าน เพียงแต่วิธีการของเขาอาจจะไม่ถูกต้องเท่านั้น” เสี่ยวอู่เอ่ยแย้ง
หรือว่าเสี่ยวอู่จะรู้เื่ทุกอย่าง หนิงลั่วจึงหันไปมองมัน พลางถามด้วยท่าทีออดอ้อนเล็กน้อย “เ้ารู้หรือว่าชายผู้นั้นเป็ใคร แล้วเหตุใดเขาจึงมาหาข้า”
“ชะตาฟ้าลิขิต มิอาจเปิดเผย ข้าบอกได้เพียงว่าพวกท่านจะได้พบกันอีกแน่นอน และยังจะมีเื่ดีๆ เกิดขึ้นอีกด้วย” เสี่ยวอู่กล่าว
เมื่อเห็นว่าเสี่ยวอู่มีแต่คำพูดลับลมคมใน ไม่ยอมบอกอะไรให้ชัดเจน หนิงลั่วก็ชักจะร้อนใจขึ้นมาแล้ว “นี่! เ้าจะเป็เช่นนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน บอกข้าเถิด!”
“ภายภาคหน้าท่านก็จะรู้เอง เื่ที่สามารถบอกได้ ข้าย่อมบอกท่านแน่นอน” พูดจบ เสี่ยวอู่ก็มีท่าทีลึกลับยากจะคาดเดา ไม่ไหวติงไปกับคำอ้อนวอนของหนิงลั่วแม้แต่น้อย
หนิงลั่วอดคิดไม่ได้ว่าตนเองคงเป็เ้านายที่โชคร้ายที่สุดในโลก สัตว์ิญญาของผู้อื่นล้วนน่ารักและเชื่อฟังเ้านาย เหตุใดสัตว์ิญญาของนางกลับเป็กวาง! และสิ่งที่แย่ไปกว่านั้นก็คือมันเป็กวางที่เ็าและหยิ่งยโส!
“ก็ได้ เช่นนั้นเ้าช่วยข้าจัดการตัวอ้นสักสองสามตัวเถิด วันนี้อาหารเยอะแล้ว ไม่จำเป็ต้องทำหมดเสียทีเดียว” หนิงลั่วเอ่ย
“ไม่มีปัญหา รอสักครู่” เสี่ยวอู่รับคำ
น้ำเสียงของเสี่ยวอู่ยังเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส ไม่รู้ว่ามันไปเรียนมาจากที่ใด
หนิงลั่วได้แต่แอบดูถูกในใจ เ้ากวางเ็านี่ช่างไร้มารยาทเสียจริง! อย่างน้อยก็น่าจะรู้จักอ่อนข้อให้กันบ้าง!
ไม่รู้ว่าเสี่ยวอู่จะใช้เวลานานแค่ไหน หนิงลั่วจึงหันไปจัดการซานเย่าแทน
ทว่าผ่านไปไม่นาน เสี่ยวอู่ก็กลับมาพร้อมกับกล่าวว่าทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้นแล้ว
“รวดเร็วขนาดนี้เชียวหรือ” หนิงลั่วขมวดคิ้ว นางยังไม่ทันมองว่ามันลงมืออย่างไร เห็นเพียงฟองอากาศที่ลอยขึ้นมา ทว่ากลับไม่ใช่สีเขียวเหมือนทุกครั้ง ครั้งนี้ฟองเ่าั้เป็สีแดง
สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดก็คือเมื่อหันไปมองตัวอ้นเ่าั้อีกครั้ง ก็พบว่าพวกมันถูกผ่าท้องและถลกหนังออกอย่างสะอาดหมดจดแล้ว
ทว่าที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้นคือ หนิงลั่วไม่เห็นแม้แต่หยดเืหรือขนตัวอ้นที่ถูกถลกออกมาแลย! นางกวาดตามองไปรอบๆ หาเศษซากของตัวอ้น พลางเปิดปากเสี่ยวอู่ตรวจดู จากนั้นก็ตรวจสอบบริเวณหางและเท้าของมันอย่างละเอียด แต่กลับไม่พบแม้แต่ร่องรอยของเื “แล้วเืหายไปไหน ขนตัวอ้นอยู่ที่ใด”
เสี่ยวอู่เชิดหน้าขึ้นด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ “สิ่งสกปรกเ่าั้ หลังจากถูกแยกออกมาแล้วก็ถูกข้ากำจัดไปเรียบร้อย หากปล่อยทิ้งไว้คงเป็ภาระต่อพวกมนุษย์ และยังทำให้เกิดมลพิษทางอากาศอีกด้วย”
หนิงลั่วกลอกตาพลางสงสัย นี่มันอะไรกัน เหตุใดเสี่ยวอู่ถึงพูดราวกับมาจากโลกอนาคตกันเล่า หรือว่าเสี่ยวอู่กับร่างเดิมของนางมาจากดาวเคราะห์ที่มีวิทยาการล้ำสมัยกันแน่ “ก็คือฟองอากาศสีแดงนั่นหรือ”
“อืม ฟองอากาศสีแดงหมายถึงความตาย ส่วนฟองสีเขียวหมายถึงชีวิตหรือพลังชีวิต” เสี่ยวอู่ตอบ
หนิงลั่วไม่อาจเข้าใจความลี้ลับที่แฝงอยู่ในฟองอากาศเ่าั้ได้ เพียงแต่รู้ว่า ฟองอากาศที่ออกมาจากปากของเสี่ยวอู่ไม่ใช่สิ่งธรรมดา และบัดนี้นางเพิ่งเข้าใจว่า ฟองแต่ละสีมีความหมายแตกต่างกัน
“แล้วแต้มที่เ้าเพิ่งได้จากการทำงานเล่า ได้เท่าไหร่หรือ” นางให้ความสนใจกับเื่นี้ไม่น้อย
“ตัวอ้นหนึ่งตัวให้แต้มบุญน้อย ได้มาเพียงห้าสิบแต้ม” เสี่ยวอู่ตอบ
หนิงลั่วคำนวณครู่หนึ่งก่อนถาม “เช่นนั้น วันนี้พวกเราคงแลกพลังิญญาได้เพียงสองจุดห้าหน่วยใช่หรือไม่”
“น่าจะเป็เช่นนั้น แต่เมื่อมีตัวเลขแน่ชัดแล้ว อย่างน้อยพวกเราก็มีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น” เสี่ยวอู่ตอบ
“ถ้าพวกเราฆ่าหมูสักตัวล่ะ จะได้กี่แต้ม” หนิงลั่วเริ่มจินตนาการไปไกล
“ท่านจะต้องมีหมูให้ฆ่าเสียก่อน” เสี่ยวอู่เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ หมูที่ผู้อื่นฆ่านั้น แม้เสี่ยวอู่จะช่วยได้ ก็ไม่ได้รับแต้มบุญ เ้าของต้องเป็ผู้ลงมือเองและต้องเป็สัตว์ที่เป็ของหนิงลั่วเท่านั้น เสี่ยวอู่ถึงจะสามารถช่วยเหลือได้
กล่าวคือ ถึงคิดจะโกง ก็ไม่มีทางเป็ไปได้
สมแล้วที่เป็ระบบศักดิ์สิทธิ์ หนิงลั่วรู้สึกว่านางกับเสี่ยวอู่คงถูกระบบอะไรสักอย่างควบคุม เพียงแต่ระบบนี้อาจไม่แสดงให้นางเห็นก็เท่านั้น
แต่หลังจากได้ลองทำ หนิงลั่วก็เข้าใจกฎเกณฑ์มากขึ้น ไม่ว่าอย่างไร ขอเพียงเสี่ยวอู่ช่วยเหลือนางได้ ก็จะได้รับค่าตอบแทนตามระดับความยากของการช่วยเหลือนั้น
เมื่อเสี่ยวอู่แข็งแกร่งขึ้น นั่นก็หมายความว่านางก็จะแข็งแกร่งขึ้นด้วยเช่นกัน
เนื้อตัวอ้นนั้นแท้จริงแล้วนุ่มมาก ไม่จำเป็ต้องปรุงให้ยุ่งยาก แค่นำไปย่างก็พอ
หากอยากให้เนื้อตัวอ้นอร่อย จำเป็ต้องเตรียมการล่วงหน้า โดยเฉพาะการหมักเนื้อนั้นเป็ขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ นอกจากนี้ยังต้องเตรียมเครื่องปรุงสำหรับย่างให้พร้อม
เช่น เกลือพริกไทย ยี่หร่า พริกไทยเสฉวน พริกแห้ง และหากมีผงยี่หร่าก็จะดีที่สุด แต่น่าเสียดายที่ในตอนนี้บ้านตระกูลหนิงยังไม่มี หาก้าหาให้ครบถ้วนคงต้องเดินทางเข้าเมืองไปหาซื้อ
เมื่อเตรียมของพร้อมแล้ว หนิงลั่วจึงเริ่มโรยเกลือลงบนเนื้อตัวอ้น เมื่อเห็นเม็ดเกลือขนาดเท่าเมล็ดถั่วเหลือง นางพลันรู้สึกปวดฟันขึ้นมา เกลือเม็ดใหญ่เช่นนี้ช่างเป็ปัญหาสำหรับการปรุงอาหารจริงๆ
เกลือชนิดนี้สร้างความยุ่งยากแก่ผู้ทำอาหาร เพราะยากที่จะกะปริมาณให้พอดี
ทางออกเดียวที่หนิงลั่วทำได้ คือการละลายเกลือในน้ำ แล้วใช้นิ้วจุ่มน้ำเกลือ ทาลงบนเนื้อทีละนิด บางคนอาจคิดว่าการนำเนื้อตัวอ้นไปแช่ในน้ำเกลือโดยตรงน่าจะง่ายกว่า
นั่นกลับเป็ความคิดที่ผิด หากทำเช่นนั้น ผลที่ได้คงไม่ใช่ตัวอ้นย่าง แต่เป็ตัวอ้นเค็มเสียมากกว่า
ดังนั้นในระหว่างการทาเกลือลงบนเนื้อ ต้องระมัดระวังปริมาณให้ดี เพียงแค่ทาด้านเดียวให้ทั่วก็ได้แล้ว หากใช้เกลือน้อยไป รสชาติของตัวอ้นจะจืดชืด แต่หากใช้มากเกินไป ก็จะทำให้สูญเสียรสััไปอย่างน่าเสียดาย
เมื่อปรุงรสด้วยเกลือเสร็จแล้ว ก็ใส่เครื่องปรุงอื่นลงไป จากนั้นนำตัวอ้นทั้งหมดใส่ลงในอ่าง แล้วคลุกเคล้าเครื่องปรุงให้เข้ากัน เสร็จเรียบร้อยก็สามารถเตรียมก่อไฟสำหรับย่างได้
ขณะที่หนิงลั่วกำลังเตรียมทำตัวอ้นย่าง หนิงเสี่ยงเสี่ยงก็มายืนดูอยู่ข้างๆ เ้าตัวเล็กดูไม่หวาดกลัวเลยสักนิด ซ้ำยังดูสนอกสนใจเป็พิเศษ
“พี่สาม เ้ากำลังทำตัวอ้นย่างอยู่หรือ ข้าช่วยได้หรือไม่” ท่าทางของเขาดูเหมือนอยากลองทำตาม
ตอนนี้หนิงลั่วได้นำตัวอ้นเสียบไม้เสร็จเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังใช้ไม้ไผ่หลายกิ่งทำเป็เตาย่างอย่างง่ายๆ มิฉะนั้นหากต้องใช้มือคอยถือไว้ตลอด แขนคงเมื่อยล้าไม่น้อย
“เห็นตัวอ้นพวกนี้หรือไม่ เมื่อย่างอีกด้านจนเป็สีเหลืองทองแล้ว เ้าก็แค่พลิกกลับอีกด้านเบาๆ” หนิงลั่วอธิบายขั้นตอน
“ได้เลย ไม่มีปัญหา ข้าทำได้แน่นอน!” หนิงเสี่ยงเสี่ยงดูเหมือนจะนอนเต็มอิ่มแล้ว ท่าทางจึงมีพลังงานเหลือเฟือ อีกทั้งภายในครัวยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจนทำให้เขาไม่อยากลุกไปไหนเลย เขาสามารถอังไฟให้อบอุ่นทั้งยังนั่งชมพี่สาวทำอาหาร นี่มันเป็ความสุขอย่างแท้จริง
“พี่สาม ท่านกับพี่รองรอชิมตัวอ้นย่างของข้าได้เลย” หนิงเสี่ยงเสี่ยงกล่าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม แม้จะเป็ครั้งแรกที่เขาได้ทำ แต่ก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะอีกไม่นานก็จะได้กินของอร่อยแล้ว
ของอร่อยเช่นนี้ อย่าว่าแต่ตอนนี้เลย ั้แ่เกิดมาเขาก็ไม่เคยเห็นอาหารมื้อไหนที่อุดมสมบูรณ์เช่นนี้มาก่อน
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ มีเพียงพวกเขาสามคนเท่านั้นที่กิน ไม่มีใครมาแย่งพวกเขาได้อีก
สำหรับซานเย่า หนิงลั่วตั้งใจจะทำเป็ลูกชิ้นซานเย่าใส่ในน้ำแกงหวาน วันนี้มีอาหารหลักและกับข้าวมากมายอยู่แล้ว หลังจากกินเสร็จ หากได้ดื่มอะไรหวานๆ สักถ้วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น คงรู้สึกดีไม่น้อย
การทำไม่ใช่เื่ยาก เพียงนำซานเย่าไปนึ่งให้สุก แล้วบดให้เป็เนื้อเนียนละเอียด จากนั้นนำไปผสมกับแป้ง แล้วปั้นเป็ก้อนกลม
เมื่อ้าต้มลูกชิ้นซานเย่า ให้ต้มน้ำด้วยไฟแรงจนเดือด แล้วเติมน้ำตาลลงไปเพื่อปรุงรส จากนั้นค่อยใส่ลูกชิ้นซานเย่าลงไป เคี่ยวสองสามรอบจนสุกเต็มที่ แล้วตักขึ้นใส่ถ้วย ก็สามารถนำขึ้นโต๊ะได้ทันที
หากมีน้ำผึ้งดอกหอมหมื่นลี้ใส่ลงไปในน้ำแกงคงจะเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุด กลิ่นหอมของดอกหอมหมื่นลี้ผสานกับความหอมหวานของน้ำผึ้ง และความสดชื่นของซานเย่า ย่อมให้รสััที่ดีกว่าการใช้เพียงน้ำตาลธรรมดาอย่างแน่นอน
ใช้เวลาไม่นานหนิงลั่วก็ทำลูกชิ้นซานเย่าเสร็จ ส่วนน้ำแกงหวานควรทำเป็ลำดับสุดท้าย จะดีที่สุดหากเริ่มทำใน่ที่พวกนางกินอาหารคาวไปแล้วครึ่งหนึ่ง เพื่อให้น้ำแกงหวานยังร้อนเมื่อนำขึ้นโต๊ะ กินแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นและอร่อยมากยิ่งขึ้น
การย่างตัวอ้นต้องใช้เวลาอยู่บ้าง แต่เมื่อหนิงลั่วจัดการธุระในมือเสร็จแล้ว ก็เดินมาช่วยหนิงเสี่ยงเสี่ยง ทั้งสองคนช่วยกัน ทำให้ทำอาหารเสร็จเร็วขึ้น
เนื้อตัวอ้นนั้นหอมนุ่ม อีกทั้งถ่านไม้ที่ใช้ก็มีกำลังไฟที่ดี ใช้เวลาย่างเพียงสองเค่อ[1] กลิ่นหอมก็เริ่มโชยมา
“โอ้โห! น้ำมันเยอะขนาดนี้เชียว กลิ่นหอมมากเลย!” หนิงเสี่ยงเสี่ยงร้องอย่างตื่นเต้น
แม้ตัวอ้นพวกนี้จะดูไม่อ้วน แต่ใครจะคิดว่าเนื้อของมันกลับมีน้ำมันแทรกอยู่มากมาย น้ำมันที่หยดลงบนถ่านไม้ ส่งเสียงฉ่า ฉ่า ดังขึ้นเป็ระยะๆ
หนิงลั่วจึงหยิบถ้วยเล็กๆ ขึ้นมา เพื่อรองรับน้ำมันที่หยดลงมา กลัวว่าหากปล่อยให้หยดลงไปมาก อาจส่งผลกระทบต่อการย่าง นางจึงหาท่อนไม้ไผ่ขนาดพอเหมาะ ผ่าครึ่งแล้วแขวนไว้เหนือเตาย่างให้ทำหน้าที่เป็รางรองน้ำมัน ผ่านไปไม่นาน ก็ได้น้ำมันตัวอ้นเกือบครึ่งถ้วยเล็ก
สิ่งที่ทำให้หนิงลั่วประหลาดใจคือ น้ำมันนี้ไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อย ซ้ำยังมีกลิ่นหอมอบอวลเมื่อถูกเผาไหม้อีกด้วย
หนิงเสี่ยงเสี่ยงยังคงเป็เด็ก แม้จะเห็นภาพเช่นนี้ ก็ไม่ได้รู้สึกขยะแขยงเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับรู้สึกสนุกเสียด้วยซ้ำ เขามองดูด้วยความสนใจ แล้วถามขึ้นว่า “พี่สาม ท่านกำลังทำอะไรอยู่ กำลังรองน้ำมันตัวอ้นอยู่หรือ”
“ใช่แล้ว บ้านเรายากจน น้ำมันตัวอ้นนี้จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้ อย่างน้อยก็ยังเอาไปใช้จุดตะเกียงได้!” หากน้ำมันตัวอ้นสามารถใช้ทำน้ำมันตะเกียงแทนน้ำมันพืชได้ พวกนางก็จะประหยัดน้ำมันพืชสำหรับทำอาหารไปได้ไม่น้อย
อาหารที่ไม่มีน้ำมัน หนิงลั่วกินไม่ลงจริงๆ แต่เมื่อมีวิธีนี้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเื่น้ำมันสำหรับจุดตะเกียงอีกต่อไป ทว่าสิ่งที่ดีที่สุดคืออย่าให้หนิงเวยรู้ หากนางรู้เข้า เกรงว่าอาจรู้สึกขยะแขยงจนไม่กล้าใช้
“เงียบไว้นะ นี่เป็ความลับของพวกเรานะ เ้าห้ามบอกพี่รองเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่” หนิงลั่วกล่าวพร้อมทำท่าทางปิดปากเป็เชิงให้เก็บเป็ความลับ หนิงเสี่ยงเสี่ยงรู้สึกเหมือนตนได้รับความไว้วางใจจากพี่สาว ในใจพลันรู้สึกตื่นเต้นและภูมิใจขึ้นมา เขาตบหน้าอกตัวเองอย่างหนักแน่นก่อนกล่าวด้วยความมั่นใจ “พี่สามวางใจเถอะ ข้าไม่บอกพี่รองแน่นอน นางขี้กลัว ถ้ารู้เข้า อาจจะร้องไห้ก็ได้”
“ใช่ ข้าก็คิดเช่นนั้น เ้ารีบไปหาขวดเล็กๆ มา พวกเราจะได้นำน้ำมันนี้เก็บไว้ใช้ยามค่ำคืน” หนิงลั่วและหนิงเสี่ยงเสี่ยงราวกับโจรตัวน้อย ค่อยๆ ย่องไปหาขวดเล็กๆ มาอย่างระมัดระวัง หลังจากล้างให้สะอาดแล้ว พวกเขาก็เทน้ำมันตัวอ้นที่เก็บไว้ทั้งหมดลงไปในนั้น ก่อนจะซ่อนขวดไว้เป็อย่างดี เพื่อทำให้หนิงเวยประหลาดใจ
สุดท้ายทั้งสองเก็บน้ำมันตัวอ้นได้เกือบครึ่งขวด ประมาณสองเหลี่ยงซึ่งแค่นั้นก็เพียงพอสำหรับใช้งานได้นาน
[1] เค่อ เป็หน่วยเวลาของจีน โดย 1 เค่อ คือประมาณ 15 นาที