จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 122 เมื่อสามพันปีก่อน (7)

    ตอนที่ 122 เมื่อสามพันปีก่อน (7) “อาาาาา…” กาติรัสคำรามเสียงแหบพร่าปรากฏเส้นเลือดปูดโปนขึ้นทั่วทั้งร่างราวกับร่างแหขนาดใหญ่ ร่างกายที่ผอมซีดแห้งเหี่ยวราวกับใบไม้ตายนั้น ทันทีที่มวลโลหิตของมนุษย์ไหลเข้าร่าง ความเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงจึงปรากฏขึ้นได้อย่างชัดเจน โลหิตไหลผ่านหลอดเลือดอย่างรวดเร็วราวกับสายธาร บริเวณที่โลหิตมนุษย์ไหลผ่านไป เนื้อหนังที่เหี่ยวเฉาใกล้ตายจะกลับมาดูมีชีวิตชีวาในทันควัน จากปลายนิ้วขยับเคลื่อนไปสู่แขนและไหลเข้าสู่ร่างกายก่อนส่งผ่านไปทั่วทั้งร่างในเวลาอันสั้น เพียงสามลมหายใจ ร่างกายที่ราวกับจะตายเมื่อไหร่ก็กลับกลายเป็นแข็งแรงดังเดิม “ทะ---ท่านทำอะไรลงไป…” สีหน้าของลิเวียธ่าราวกับเห็นภูติผีกลางวันแสกๆ นางเป็นฟีนิกซ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นอมตะก็จริง ทว่า เหตุการณ์เบื้องหน้าล้วนอยู่เหนือสามัญสำนึกเกินไป แม้กระทั่งเผ่าฟีนิกซ์เยี่ยงนางยังยากจะเชื่อได้!! สิ่งมีชีวิตใดในโลกที่เลือดไหลจนหมดตัวแต่กลับยังมีชีวิตรอดอยู่ได้? คำตอบคือไม่มี!!! ต่อให้นั่นจะเป็นเทพปีศาจก็ตาม!!! เด็กสาวแผดเสียงก้องลั่นดังด้วยความที่ตกตะลึงถึงขีดสุด “กาติรัส… โลหิตท่านไหลออกจนหมดร่าง แล้ว… ท่านคงไว้ซึ่งลมหายใจได้อย่างไรเล่า…” “หมดร่าง?” กาติรัสจับจ้องเด็กสาวตรงหน้าขมวดคิ้วมุ่น เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนกล่าวเสียงราบเรียบ “โลหิตข้ามิได้หมดร่าง… ข้ามีโลหิตของแปดสัตว์เทพบรรพกาลไหลเวียนอยู่ และมันเป็นสายโลหิตที่มิอาจเอาออกจากร่างข้าได้!” ลิเวียธ่าได้ฟังดังนั้น คิ้วงามดุจพระจันทร์เสี้ยวเลิกโค้งสูงขึ้น นัยน์ตาซ้ายดำขลับดุจราตรีและนัยน์ตาขวาแดงฉานดุจมณีแดงทอประกายแสงเล็กน้อย “โลหิตของเหล่าสัตว์เทพบรรพกาล?!” “ใช่…” หลังจากนั้น ลิเวียธ่าก็ไถ่ถามกาติรัสอยู่พักใหญ่เลยทีเดียว สัตว์เทพบรรพกาลคือสิ่งใดพวกท่านย่อมรู้กันดี ตัวตนเปรียบเสมือนเทพแท้จริงบนโลก ทุกคนล้วนเคารพเชิดชูบูชาเหล่าผู้แข็งแกร่ง แล้วสัตว์เทพบรรพกาลที่เปรียบดั่งเทพเจ้านั้น ไม่น่าแปลกเลยถ้าผู้บนโลกจะลุ่มหลงในพวกมัน ไม่เว้นแม้แต่ลิเวียธ่าก็ตาม… คราวแรก เด็กหนุ่มไม่ยอมอ่อนข้อให้ เขาไม่ปริปากเล่าอันใดออกมา แต่ลิเวียธ่าใสซื่อบริสุทธิ์มาก ผนวกกับที่จักรพรรดิอาศัยอยู่กับนางมานานเหลือเกิน จักรพรรดิที่เด็ดขาดไร้ปราณีคนนั้นกลับใจอ่อนให้นางได้อย่างไม่น่าเชื่อ หากเล่าเรื่องที่จักรพรรดิผู้สรรสร้างยอมใจอ่อนให้เด็กสาวคนหนึ่งสู่พวกสัตว์ประหลาดเฒ่าชั้นแนวหน้าของโลกฟัง ต่อให้ฆ่าพวกมันให้ตายก็มิอาจเชื่อได้ลง… “สุดยอด!! มีเลือดของแปดสัตว์เทพบรรพกาลครบทุกพระองค์เลย!!” ใบหน้าของลิเวียธ่าแสดงความตื่นเต้นอย่างสุดแสน ราวกับเลือดสัตว์เทพเหล่านั้นมิได้ไหลเวียนอยู่ในร่างกาติรัสแต่กำลังไหลเวียนอยู่ในร่างของนางแทน นางยังได้รู้มาอีกว่า ร่างกายของกาติรัสคงกระพันไร้เทียมทาน เพียงทำให้จักรพรรดิหลั่งโลหิตได้ก็นับว่าเป็นสัตว์ประหลาดได้แล้ว ลิเวียธ่าลืมเรื่องนึงไปเสียสนิท นางมัวแต่ตื่นเต้นดีใจเรื่องสายโลหิตเทพบรรพกาลจนลืมเรื่องนี้ไป “กาติรัส โลหิตที่ไหลเข้าไปในร่างท่านเป็นเลือดมนุษย์ใช่ไหม? ถ้าใช่… ท่านทำไปเพื่ออะไร…” “เจ้าก็รู้ว่าข้าเกิดมาในราชอาณาจักรเทพ ราชอาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลกในตอนนี้ มารดาข้าก็เป็นเทพ สายเลือดของข้าจึงเป็นสายเลือดของเทพ” กาติรัสอธิบายด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เขาผลัดเปลี่ยนโลหิตของตัวเองเช่นนี้ เขามั่นใจว่าตนเองไตร่ตรองมาดีแล้วก่อนอธิบายต่อ “ลิเวียธ่า เจ้าเป็นฟีนิกซ์ครึ่งมนุษย์… หากสายเลือดเทพของข้าหลอมรวมกับเจ้า สายโลหิตของข้าอาจกลืนกินสายเลือดเข้าจนหมดได้” “โอ้วววว----วาาาาา…” ลิเวียธ่าปากอ้าค้างสุดกราม สีหน้าเผยความตื่นตะลึงอย่างมาก นี่นับเป็นความรู้ใหม่เลย ดูเหมือนกาติรัสตั้งใจทำเรื่องนี้เพื่อ เพื่อ… เพื่อ… …เอ๊ะ!!? ดูเหมือนเด็กสาวจะพึ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “หลอมรวม…!?” “ใช่ นอกจากเราจะมีลูกกันไม่ได้แล้ว เจ้าก็จะตายในทันทีเลยด้วย” กาติรัสกล่าวเสียงเรียบนิ่ง ฉับพลันนั้น ใบหน้าขาวผ่องเนียนละเอียดดุจหยกกลับกลายเป็นแดงระเรื่อในชั่วพริบตา แดงฉานราวกับตกถังสี ถึงนางจะอายุเพียงสิบเอ็ดขวบเศษ ถึงนางจะซื่อใสบริสุทธิ์เพียงใด แต่นั่นไม่ใช่สำคัญอีกหลังจากกาติรัสขยายความของความหมายคำว่า “หลอมรวม” สำหรับตัวของเด็กสาว บุรุษหนุ่มตรงหน้าคือชายที่นางหลงรัก อีกทั้ง เขายังกล่าวออกมาเองอีกว่าไม่ได้มีใจให้นาง แต่ทว่า จู่ๆเขา… ก็พูดเรื่องนี่น่ะรึ? “กาติรัสไม่ได้รักเราหนิ… แล้วเราจะมีลูกกันได้ยังไง?!” “จะมีทายาทนี่จำเป็นต้องรักกันด้วยหรือ?” ลิเวียธ่าแข็งค้างราวกับรูปปั้น ดูเหมือนว่าความคิดของเด็กหนุ่มจะผิดปกติขั้นสุด หญิงชราหม้ายมักจะบอกกับนางเสมออย่างน้อยหญิงชราก็เล่าสิ่งที่เรียกว่าความรักให้ลิเวียธ่าฟังบ่อยๆ ด้วยความที่ลิเวียธ่าเป็นเด็กซื่อ กระบวนการคิดการกลั่นกรองจึงบริสุทธิ์อย่างมากราวกับป้อนสิ่งใดรับสิ่งนั้น นางจึงมั่นใจว่าสิ่งที่ตนเองคิดไม่ผิดอย่างแน่นอน “การมีลูกหมายถึงคำมั่นสัญญาของชายหญิงสองคน! พวกเขาจะยอมมีลูกกับใครก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายเป็นคนที่เขารักไม่ใช่เหรอ!? ใครจะยอมมีลูกกับคนที่ไม่ใช่คนรักกันละ จริงไหม?” “ไม่ใช่” กาติรัสตอบกลับเสียงเย็นยะเยือกดังกังวาล แววตาของจักรพรรดิกลับกลายเป็นเย็นชาในทันตา นัยน์ตาคู่นั้นส่อประกายคมกล้าดุจใบมีด เด็กหนุ่มเผลอปลดปล่อยกลิ่นอายสังหารออกมาจางๆ “ท่านแม่ของข้าไม่เคยรักไอ้ขยะบัดซบนั่น แต่ท่านก็ให้กำเนิดข้าออกมา และสิ้นใจไป… แล้วเจ้ากล้าพูดได้อย่างไรว่าการให้กำเนิดลูก พิสูจน์ได้ว่าเกิดจากคนสองคนที่รักกันจริงๆ” จักรพรรดิบันดาลโทสะผ่านถ้อยคำอย่างหักห้ามไม่อยู่ …ไอ้ขยะบัดซบ… แน่นอน เขากล่าวถึงบิดาตนเอง ย้อนกลับไปตอนที่กาติรัสเอ่ยถึงสาเหตุที่ต้องผลัดเปลี่ยนเป็นเลือดมนุษย์นั้น ตอนที่เขากล่าวว่า มารดาของตนเป็นเทพ… เด็กหนุ่มผู้นี้ไม่เคยคิดแม้แต่จะเอ่ยคำว่า บิดา ออกมา เพียงเท่านี้ก็บ่งบอกได้แล้วว่าเขาเคียดแค้นบิดาของตนเองเพียงใด ลิเวียธ่าที่ได้ยินดังนั้นถึงกับตกตะลึงค้างไป ถึงนางจะซื่อบื้อไปหน่อย แต่เด็กสาวผู้นี้มิใช่คนโง่… ไม่ทราบว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ หยาดน้ำตาที่ไม่ได้ไหลรินออกมานานหลายปีพลันเอ่อล้นออก ดวงตาสุกใสสองสีพร่างพรายด้วยน้ำตาส่งผลให้ทัศนียภาพนั้นเลือนลางในฉับพลัน ถูกต้อง… ตั้งแต่กาติรัสยอมรับลิเวียธ่าในฐานะสหาย กาลเวลาก็ล่วงเลยผ่านมากว่าสองปีได้แล้ว ตั้งแต่ครั้นนั้นเด็กสาวเจ้าน้ำตาก็ไม่เคยร้องไห้อีกเลย จวบจนกระทั่งวินาที… หลังจากบ่อน้ำตาที่ไม่เคยหลั่งไหลนานถึงสองปี ยามปรากการแตกพ่ายนั้น มันทะลักราวกับน้ำป่าไหลหลาก แต่เหตุผลที่น้ำตาคราวนี้เยอะกว่าครั้งก่อนๆ สืบเนื่องจากว่า มันเป็นน้ำตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกของเด็กสาวคนหนึ่ง… “ถะ…ถ้า ถ้า… ถ้าอย่างนั้น…” ลิเวียธ่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นยากจะจับใจความได้ ด้วยน้ำเสียงของนางก็มากพอจะบอกได้ว่าถ้อยคำของจักรพรรดิกระทบกระเทือนต่อจิตใจของนางเพียงใด “ท่านก็… ท่าน… ท่านก็จะทำ… เหรอ… อึก…”  น้ำตาครั้งนี้ไหลรินมากกว่าครั้งไหนๆ รวมถึงน้ำมูกด้วย นางสูดของเหลวใสในจมูกสุดแรงก่อนตะโกนกล่าวอย่างแรงกล้า แต่ถึงอย่างนั้น ถ้อยคำที่พูดออกมาล้วนสั่นเครือมากอยู่ดี “ท่านก็จะทำกับเราเช่นเดียวกันกับที่บิดาของท่านทำกับท่านแม่ของท่านน่ะเหรอ!!!” เปรี๊ยง… ประดุจสายฟ้าฟาดใส่จักรพรรดิเข้าอย่างจัง เขาพึ่งตระหนักได้ว่าตนเองทำผิดพลาดขั้นมหันต์ไป โดยปกติจักรพรรดิจะพูดอย่างรอบคอบและคิดไตร่ตรองก่อนพูดเสมอ ทว่า หลังจากเขาผ่อนคลายตัวเองมากเกินไป อุปนิสัยเรื่องนี้ก็หย่อนคล้อยตามไปด้วย ไม่เกินเลยที่จะพูดว่า คำที่เขากล่าวออกไปเป็นคำพูดพล่อยๆที่ไม่ได้ครุ่นคิดให้ดี “ลิเวียธ่า… ไม่ใช่อย่างนั้น…” กาติรัสเอ่ยชื่อของนางด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่รู้สึกผิดอย่างมาก หากลองพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนดูแล้ว นางจะเข้าใจไปเช่นนั้นก็ไม่แปลก กาติรัสพูดเองว่าไม่ได้รักนาง แล้วไฉนถึงพูดเรื่องการมีลูกล่ะ? หากท่านเป็นลิเวียธ่า ท่านจะเข้าใจนาง ย้อนกลับไปตอนที่กาติรัสเผลอจับหน้าอกของเด็กสาวโดยไม่ได้ตั้งใจ นางถึงกับร่ำไห้ออกมา สืบเนื่องจากเผ่าฟีนิกซ์ถือเรื่องความบริสุทธิ์อย่างยิ่งยวด และการสื่ออะไรอย่าง ปรารถนาจะมีลูกกับใครคนหนึ่งแต่แท้จริงแล้ว คนผู้นั้นไม่ได้รักเรา เผ่าฟีนิกซ์เกลียดบุคคลประเภทนี้อย่างถึงที่สุด เพราะถือว่าไม่เกียรติต่อความบริสุทธิ์ที่ตนมอบให้ แต่ถึงลิเวียธ่าจะไม่ได้สูญเสียความบริสุทธิ์ไป เพียงนางรับรู้ได้ถึงเจตนาของเขา มันก็มากเกินพอแล้ว ในจังหวะเช่นนี้ ต่อให้เป็นเทพเจ้าลงมาโปรดก็มิอาจหยุดยั้งดรุณีน้อยนางนี้ได้ ความคิดและห้วงอารมณ์ของนางเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งโทสะครอบงำโดยสมบูรณ์ ท่านเชื่อใจใครคนหนึ่งมากจนราวกับจะสละชีวิตนี้ให้ได้ แต่จังหวะที่ทราบได้รู้ว่าความเชื่อใจนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงความจอมปลอม… เพลิงโทสะไร้ขอบเขตจะเข้ากลืนกินท่าน และท่านไม่สามารถแม้จะต่อกรกับมันได้เลย… ในช่วงเวลานี้ สมองของนางปิดกั้นทุกอย่างเกี่ยวกับเขา ต่อให้เขาจะแก้ตัวยังไง ความคิดด้านลบที่ก่อตัวขึ้นอย่างมหาศาลในตอนนี้ก็ยากจะลบมันออกไป “ไม่ต้องตามเรามานะ!! กะ…กาติรัส… เรามองท่านผิดไป…” ลิเวียธ่าหันกายกลับทันที นางหันมองไปทางป่าลึก ทันใดนั้นราวกับสองจิตวิญญาณเชื่อมต่อกันได้อย่างน่าประหลาด ในป่าเขตลึกพลันปรากฏการเคลื่อนไหวของสัตว์มหึมาซึ่งกำลังเคลือบคลานเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึง เพียงสามลมหายใจ งูขนาดมหึมาเผยเรือนร่างต่อหน้าเด็กน้อยทั้งสอง ในช่วงเวลานี้ จิตวิญญาณของพญานาคเชื่อมต่อกับนางโดยสมบูรณ์ ทุกสิ่งที่นางต้องการมันล้วนตระหนักได้ในชั่วพริบตา นางอยากออกไปจากที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด… ไปให้ไกลจากเขา… พญานาคน้อมศีรษะก้มต่ำลง ลิเวียธ่ากระโดดขึ้นไปบนเศียรอันสูงส่งของสัตว์มายาในตำนาน แต่มันเต็มใจ… เพียงสามลมหายใจ มันเลื้อยหายไปอย่างรวดเร็ว ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตาจริงๆ แม้กระทั่งกาติรัสยังไม่มีโอกาสจะได้แก้ต่างใดๆเลย อาจเป็นเพราะเขาไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน จักรพรรดิไม่เคยต้องปลอบใจใคร เพียงเขาต้องการสิ่งใดก็แค่ดลบันดาลเสกสรรค์หรือออกคำสั่ง ไม่ว่าจะสตรีที่งดงามที่สุดในโลก ไม่ว่าจะมณีที่ล้ำค่าที่สุดในโลก ขอแค่จักรพรรดิกล่าววาจาออกมา… นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จักรพรรดิทำร้ายจิตใจของใครสักคน เขาเคยทำร้ายจิตใจของหญิงสาวนับไม่ถ้วน นางเหล่านั้นล้วนนับว่างามเลิศต่างอยู่บนจุดสูงสุดของเหล่าสตรีทั่วโลก แต่จักรพรรดิก็หาได้เห็นใจไม่ ใช่… นี่คือครั้งแรกที่จักรพรรดิเห็นใจใครสักคน เห็นใจและรู้สึกผิดต่อผู้หญิงคนหนึ่ง… พวกท่านย่อมทราบกันดี จักรพรรดิผู้นี้โอหังและจองหองอย่างมาก อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยอ้อนวอนใครหรือต้องไล่ตามใคร เหตุนี้เองทิฐิจักรพรรดิจะสูงทะลุสวรรค์ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอันใด เขาตัดสินใจที่จะไม่ตามนางไป… เพียงคิดว่าก็แค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง… “ที่ท่านทำดีกับเรามาตลอดนั่น… เรื่องหลอกลวงเหรอ… บ้า… บ้า… บ้าที่สุด…” นี่คงเป็นการทะเลาะครั้งแรกระหว่างกาติรัสและลิเวียธ่า… “ก็แค่กลับไปใช้ชีวิตโดยไม่มีนางก็เท่านั้น” กาติรัสกล่าวเสียงหนักแน่น อย่างไรก็ตาม จวบจนวินาทีสุดท้ายที่ลิเวียธ่าจากไป หัวใจของจักรพรรดิช่างเงียบสนิทเหลือเกิน ไม่มีแม้กระทั่งเสียงเต้นของหัวใจราวกับคนตาย ในขณะนี้จักรพรรดิอายุสิบเอ็ดขวบ หลังจากการทะเลาะครั้งนั้น นี่ก็ผ่านมาได้ปีกว่าแล้ว จักรพรรดิใช้ชีวิตประจำวันไปกับการฝึกและก็ฝึก ท้าท้ายหยดน้ำตาเทพีสวรรค์ใช้เวลาพักฟื้นร่างกายเสร็จก็ฝึก พอครบเดือนผนึกเทพีปลดออกก็กลับไปท้าท้ายเสียใหม่ หากรวมเวลาทั้งหมดนั้น นี่ก็ผ่านมาประมาณสี่ปีเศษได้แล้ว… มันใกล้จะครบกำหนดการทำลายวิญญาณพิพักษ์ของหยดน้ำตาเทพีสวรรค์ ในขณะนี้เวลายามราตรี หมู่ดาวบนฟากฟ้าล้วนงดงามมิแปรเปลี่ยน มันยังสวยงามจนจักรพรรดิเอ่ยคำว่า “งดงาม” ออกมาดังเดิม กาติรัสนั่งพิงก้อนหินก้อนใหญ่ก้อนเก่า มุมเดิมๆ บรรยากาศเดิมๆ แต่เขากลับเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป ต้นไม้ใบไม้พริ้วไหวตามสายลมบางเบายามค่ำคืน ต้นไม้ที่ถูกขนานนามว่าวิหกสีชาดวันนี้ทอแสงใบเป็นสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิงกำลังรุกไหม้เหนือน่านนภา มันสว่างตาเกินไป… ดวงดาราและใบของต้นไม้ต้นนี้กำลังแข่งกันส่องแสงชิงดีชิงเด่น มันไม่ได้งดงามเทียบเท่ากับตอนมีเทศกาลของพวกเผ่าฟีนิกซ์ กาติรัสเกิดอารมณ์ด้านลบในจิตใจ ถึงเขาจะรู้สึกว่าท้องฟ้ามีหมู่ดาวมันงดงามดี แต่เหมือนขาดบางอย่างไป… “ข้าคือจักรพรรดิผู้สรรสร้าง ตลอดเก้าปีข้าใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าทุกเวลาทุกวินาที ข้าข้ามผ่านซากศพนับล้านล้านได้โดยไม่ต้องกระพริบตา ข้าสามารถสังหารสัตว์อสูรเลเวลหลักแสนเพียงกระดิกนิ้ว ศาสตราคู่ใจของข้าสามารถสะบั้นราชามังกรได้ในดาบเดียว ข้าอยู่เหนือสิ่งมีชีวิตทั้งหมดทั้งปวง จนกระทั่งข้าได้พบกับนาง…” “ตอบข้าทีเหล่าดาราและจันทรา!! นางก็แค่เด็กสาวคนหนึ่ง เหตุใดตัวข้าถึงได้ว้าวุ่นเช่นนี้!! ที่ผ่านมาข้าใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องมีนาง แล้วทำไม… ทำไมตอนนี้ข้าถึงเอาแต่คะนึงถึงนางอยู่เล่า!! ทั้งที่นางทำให้ข้าต้องเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์กว่าสามปีเต็ม… ทั้งที่นางทำให้ร่างกายของข้าต้องบาดเจ็บสาหัส… อาาาา….” “เหล่าดาราและจันทรา พวกเจ้าต้องไม่เชื่ออย่างแน่แท้ นางจากข้าไปเพราะคำพูดโง่ๆ และเหตุผลโง่ๆ มันน่าโง่มาก หากพวกเจ้าได้ฟังพวกเจ้าคงอยากหัวร่อให้ลั่นทั่วราชอาณาจักรเทพเลยเชียว แต่ทำไม… ตั้งแต่นางจากไป…” “ข้ากลับรู้สึกเปล่าเปลี่ยวและอ้างว้างเหลือเกิน” ..สเตตัสปัจจุบัน...
    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:11,414 พลังกาย:96,954,879 พลังเวทย์:98,901,001 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ 

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิผีดิบ ที่คุณอ่าน