ผมยืนนิ่งมองประตูห้องที่ปิดลงพร้อมกับเสียง ปัง ของเธอ ผมรู้ว่าเด็กคนนั้นต้องเขินจนหน้าแดงไปหมดแล้วแน่ๆ ใบหน้าเรียบเฉยของผมผุดรอยยิ้มจางๆ ขึ้นมาเล็กน้อย เธอชอบชุดนอนแบบนั้นจริงๆ ด้วยสินะ
ผมเดินตามเธอจนมาหยุดที่ประตูบานหนึ่ง พอลองขยับลูกบิดดูพบว่ามันไม่ได้ล็อค จัดการเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อนนานาที่กำลังจัดของอยู่หันมามองผมด้วยความใดวงตากลมโตเบิกกว้าง
“พี่เข้ามาได้ไงคะ” เธอถามเสียงหลง
ผมตอบพร้อมกับชี้ไปที่ลูกบิด “ไม่ได้ล็อค”
“อะ-ออกไปนะพี่ริท จะเข้ามาทำไมเนี่ย หนูจัดของอยู่นะ” มือเรียวของเธอพยายามจะตัวของผมแต่เหมือนจะไม่ได้ผล คงเพราะด้วยความต่างของขนาดตัวทำให้ตัวผมแทบจะไม่ขยับเลยสักนิด
“อยากเห็น…จริงๆ นะ”นานาชะงัก เธอจ้องมองผมด้วยแววตาไม่เข้าใจ “อะ-อะไรคะ พี่อยากเห็นอะไร”
“ชุดนั้น”
จุู่ๆ ใบหน้าสวยก็มีสีแดงที่แก้ม “ทำไมพี่ริทถึงอยากเห็น เอ่อ…หนูใส่ชุดนั้นล่ะคะ มันก็แค่ชุดนอนนี่” เธอถามเสียงตะกุกตะกัก
ผมจ้องมองเธอตรงๆ “อยากเห็น…มันน่ารัก”
ใบหน้าของนานาแดงก่ำขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แดงไปถึงใบหู ผมแอบเห็นเธอเม้มปากเล็กน้อย ผมรู้ว่าเธอคงกำลังเขินสุดๆ แต่ผมก็อยากเห็นจริงๆ นั่นแหละ ชุดนอนตัวนั้นดูน่ารักดี ผมจินตนาการภาพเธอใส่ชุดนั้นแล้ว…มันวูบวาบในใจแปลกๆ
เธอหลบสายตาผมก้มหน้าลงต่ำจนคางแทบจะชิดอก มือเรียวกำชายเสื้อตัวเองแน่น ผมเห็นแก้มแดงๆ ของเธอแล้วรู้สึกอยากแกล้งให้มากกว่านี้ ผมก้าวเข้าไปใกล้อีกหนึ่งก้าวจนร่างบางของเธอชิดกับผนังห้องไม่มีทางหนีแล้ว
“ทำไมไม่ตอบ” ผมถามเสียงเรียบกดดันเธอเบาๆ นานาเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อยดวงตากลมโตสั่นระริก
“พ-พี่ริท…อย่าแกล้งหนูสิ” เสียงเธอแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน
ผมยกมือขึ้นเท้ากับผนังข้างศีรษะเธอกักขังเธอไว้ในวงแขน ผมโน้มใบหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกเฉียดแก้มใสๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ
“ไม่ได้แกล้ง” ผมบอกเสียงกระซิบ “อยากเห็นจริงๆ”
นานาหลับตาปี๋ใบหน้าแดงก่ำจนแทบจะะเิได้ ผมเห็นเธอหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่าเธอคงเขินจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว
“นะ…หนู…” เธอพึมพำเสียงสั่น
“ใส่ให้ดูหน่อย” ผมพูดตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามอง ดวงตาคู่สวยฉายแววตัดใจก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ก็…ก็ได้ค่ะ”
“แต่พี่ริทต้องออกไปรอก่อนนะคะ” นานาบอกเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าของเธอยังคงแดงก่ำ ผมพยักหน้าเบาๆ แล้วก้าวถอยหลังออกมาจากห้อง ปิดประตูให้เธอเรียบร้อย
อาจจะมองว่าผมแปลกที่อยากดูอะไรแบบนั้น ถ้าอยากดูมากก็ดูในเน็ตก็ได้นี่
ใช่ ถ้าไม่ติดว่านานาเป็คนที่ผมสนใจอยู่อ่ะนะ
ผมแค่อยากเห็นเธอใส่ ชุดนอนแบบนั้น...แค่เธอเท่านั้น ไม่ใช่คนอื่น หรือจากอินเทอร์เน็ต ผมรู้ว่ามันดูเอาแต่ใจไปหน่อย แต่ผมชอบไง ชอบที่คนที่ใส่เป็เธอ
ผมนั่งรออยู่บนโซฟา มองนาฬิกาอยู่พักหนึ่งไม่นานนักประตูห้องของเธอก็เปิดออก นานาก้าวออกมาในชุดนอนตัวนั้น ผมหันมองแล้วกวาดสายตามองเธอั้แ่หัวจรดเท้า เสื้อสายเดี่ยวสีขาวบางเบาเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียด กางเกงขาสั้นโชว์เรียวขาขาวสะอาด ลูกไม้บางๆ ตรงขอบเสื้อและชายกางเกงยิ่งทำให้ชุดดูน่ารักและเซ็กซี่ไปพร้อมกัน
เธอยืนบิดตัวเล็กน้อยด้วยความเขินอาย ใบหน้ายังคงแดงปลั่ง นานาเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหม่า “เป็ไง…บ้างคะ” เธอถามเสียงแ่เบา
ผมมองเธอด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนเดิม ไม่ได้มีท่าทีใหรือตื่นเต้นอะไร ผมตอบไปตามความรู้สึก “อืม…น่ารัก”
นานาตาโตขึ้นเล็กน้อย เธอคงคาดหวังปฏิกิริยาที่มากกว่านี้จากผม
“เอ่อ…แค่น่ารักเหรอคะ” เธอถามย้ำ เสียงแ่ลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาที่มองมาดูเหมือนจะมีความน้อยใจปะปนอยู่ เธอบึนปากเล็กน้อยราวกับไม่พอใจในคำตอบของผม ผมเห็นแล้วก็รู้สึกขำในใจ
“อืม ทำไม” ผมถามกลับ
“มะ-ไม่มีอะไรค่ะ” เธอตอบเสียงอ้อมแอ้มก่อนจะเดินกระทืบเท้าจุ้มปุ๊กอย่างหงอยๆ นั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกับที่ผมนั่งอยู่เมื่อครู่แต่เธอนั่งห่างออกไปจนเกือบสุดปลายโซฟา
ผมมองท่าทางน้อยใจของเธอแล้วก็รู้สึกเอ็นดูอยากจะแกล้ง ผมขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิด เธอไม่ได้หันมามอง แต่ผมััได้ถึงความเกร็งในตัวเธอ ผมแกล้งยื่นมือออกไปหยิบรีโมททีวีที่วางอยู่ข้างตัวเธออย่างช้าๆ นิ้วมือผมเฉียดปลายแขนเธอเบาๆ นานาสะดุ้งเล็กน้อยแต่เธอก็ไม่ได้ขยับหนี
ผมกดเปิดทีวีเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ จนเจอช่องที่น่าสนใจ ผมแสร้งทำเป็สนใจทีวี แต่สายตาผมก็เหลือบมองปฏิกิริยาของเธอ เธอไม่ได้หันมามองผมตรงๆ แต่ผมเห็นว่าเธอแอบเหลือบตามองผมเป็ระยะ ผมรู้ว่าเธอยังคงเขินอยู่แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธการอยู่ใกล้ผม
ระหว่างที่หันไปมองดันสังเกตเห็นไหล่ขาวที่มีสีชมพูแต้มนิดๆ เคยได้ยินมาว่าเธอมีผิวขาวอมชมพู ตอนนี้ผมเห็นแล้วก็เข้าใจเลยว่าทำไมถึงได้ฉายานั้น มันขาวเนียนจนผมอดไม่ได้ที่จะเลื่อนสายตาลงไปมองเนินอกที่โผล่พ้นชุดนอนสายเดี่ยวขึ้นมานิดหน่อย
ผมรู้ว่าตัวเองกำลังทำตัวไม่เหมาะสม แต่ผมก็ควบคุมตัวเองไม่ได้จริงๆ ภาพนานาในชุดนอนแบบนี้มันยั่วยวนสายตาผมเกินไป ผมอยากจะลองััผิวเนียนๆ นั่นดูสักครั้งว่ามันจะนุ่มนิ่มเหมือนที่ตาเห็นหรือเปล่า
ผมพยายามระงับความรู้สึกของตัวเอง หันกลับไปมองทีวีอีกครั้ง แต่ในใจก็ยังคงวนเวียนอยู่กับภาพไหล่และเนินอกของนานา
ผมค่อยๆ เอื้อมมือซ้ายไปด้านหลังเธออย่างช้าๆ ปลายนิ้วแตะลงบนเส้นผมนุ่มสลวย ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนลงมาตามแผ่นหลังที่ว่างเปล่าใต้สายเดี่ยว ผมััได้ถึงอุณหภูมิอุ่นๆ จากผิวของเธอ นานาสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย เธอไม่ได้หันมามอง แต่ผมรู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอเกร็งขึ้น
ใช้ปลายนิ้วแตะโดนขอบกางเกงขาสั้นของเธอ ผมหยุดมือไว้ตรงนั้น ไม่ได้ทำอะไรต่อแค่ปล่อยให้ปลายนิ้วััอยู่เบาๆ
นานาเหมือนจะกลั้นหายใจเธออยู่นิ่งราวกับถูกสะกดไว้ ลมหายใจของเธอเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ ผมรับรู้ได้ถึงความตื่นเต้นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอ
ผมโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนผมััได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเธอที่รินรดอยู่ข้างแก้ม ผมได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากแชมพูที่ติดอยู่บนเส้นผมของเธอ มันเป็กลิ่นที่ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด
ค่อยๆ ขยับใบหน้าไปใกล้ซอกคอขาวเนียนของเธอ ผมไม่ได้ััโดนผิวเธอโดยตรง แต่ผมรับรู้ได้ถึงความร้อนจากร่างกายของเธอที่ส่งผ่านมา
นานายังคงนิ่ง เธอหลับตาปี๋ตัวสั่นเทาเล็กน้อย ผมรู้ว่าเธอคงกำลังประหม่าและไม่รู้จะทำตัวยังไง แต่เธอก็ไม่ได้ผลักไสผมออกไป
“เป็ไร” เอนตัวกระซิบถามเสียงเบาข้างหูเธอ
นานาส่ายหน้าน้อยๆ เธอไม่ได้ตอบอะไร ผมเห็นขนอ่อนๆ ที่ต้นคอของเธอลุกชันขึ้นมา ผมรู้ว่านั่นไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็เพราะความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นมา
“นี่”
“คะ-คะ?”
“ถ้าชุดเปียก มันจะเป็ไง” ใบหน้าสวยของเธอก็แดงก่ำพร้อมกับถอยกรูจนหลังชิดกับที่วางแขนของโซฟา “พะ-พี่ริทพูดอะไรเนี่ยคะ ทะลึ่ง!”
“อือ ทะลึ่ง” พอผมตอบสีหน้าของเธอก็ดูใยิ่งกว่าเดิม “หนูล่ะไม่เข้าใจพี่จริงๆ”
ผมเอียงคอพร้อมกับเลิกคิ้วเล็กน้อย “ไม่เข้าใจ?”
“ก็…พี่ริทเดี๋ยวดี เดี๋ยวแปลกหนูตามพี่ไม่ทันแล้วนะ”
“ก็เอ็นดู” ใบหน้าสวยแดงระเรื่อรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ขาเรียวสวยขยับเล็กน้อยราวกับว่ากำลังเขินแถมยังขยับปากขมุบขมิบอีก
เอื้อมไปจับใบหน้าของอีกคนให้หันมาก่อนจะกดจูบลงไปอย่างบางเบา ไม่ได้ละลาบละล้วงเหมือนไอ้พวกเพื่อนพที่หื่นกระหายพวกนั้น แค่ละเมียดชิมความหวานแบบพอเป็พิธีเท่านั้น
พอละริมฝีปากออกแทนที่จะพอกลับกลายเป็ว่าอยากจะชิมความหวานจากปากของเธออีก
“อีกได้มั้ย” นานาเม้มปากแน่น ใบหน้าแดงก่ำจากความเขิน แต่ผมไม่รอให้เธออนุญาตก็กดจูบลงไปอีกครั้ง มือลูบไล้เอวคอด ค่อยๆ ไล่สอดเข้าใต้เสื้อััแผ่นหลังที่แอ่นเล็กน้อย
ผละริมฝีปากให้อีกคนได้หายใจก่อนจะจับเธออุ้มในท่าเ้าบ่าวก่อนจจะพาไปวางที่พรมขนนุ่มสีขาวที่พื้นตรงริมห้อง
ทันทีวางนานาถึงพื้นผมก็กดจูบที่ริมฝีปากของเธอเบาๆ มือหนาลูบไล้ที่ขาอ่อนก่อนจะค่อยๆ สอดมือตัวเองเข้าใต้กางเกงนอนคาวาอี้ของเธอ
“อืม ~”
นิ้วเรียวลากผ่านชั้นแพนตี้สอดลึกเข้าไปจนัักลีบร่องอะไรสักอย่าง ก่อนจะค่อยๆ ใช้นิ้วถูตามร่องอย่างช้าๆ เพื่อเร้าอารมณ์อีกคน
“อื้อ~”
นานาแอ่นตัวพลางขยับตามจังหวะ ใบหน้าค่อยๆ แดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ ก่อนไม่นานกางเกงนอนสีขาวจะเริ่มเปรอะเปื้อนน้ำกามที่หลั่งไหลออกมา
“อึก!”
ด้วยอารมณ์ที่มันพลุ่งพล่านหยุดไม่อยู่ผมจึงจัดการวิสาสะเอื้อมไปดึงขาอีกคนให้ขยับเข้ามาชิดแล้วจับท่าของเธอให้เอนตัวนอนบน หมอนใบใหญ่
“พี่ริท…จะทำอะไร” เสียงแหบพร่าของเธอเอ่ยขึ้น ดูทรงอาการนี้คงพร้อมเต็มที่แล้ว
“บอกแล้วไง อยากเห็นเธอเปียก”
ไม่พูดพร่ำทำเพลงผมปลดซิบกางเกงของตัวเองแล้วจับความเป็ชายของตัวเองสอดเข้าไปใต้กางเกงนอนสีขาวของเธอแล้วค่อยๆ เริ่มขยับถูกับร่องกลีบช้าๆ
“อือ~”
ค่อยๆ ขยับสะโพกไปตามจังหวะแล้วจับแก่นกายกดลงไปเบาๆ พร้อมกับถูไปตามร่อง
“อ๊ะ อ่าส์~” เสียงครางกระเส่าของคนตรงหน้าให้ผมอยากจะแกล้ง
ขยับสะโพกเร่งความเร็วถี่ขึ้น พลางเอื้อมไปดึงเสื้อกล้ามสีขาวถกขึ้นถอดเสื้อในออกเผยให้เห็นหน้าอกคัพเล็กอมชมพูที่หน้าชิมเสียเหลือเกิน
ไม่รอช้าผมก้มลงไปเชียดชิมหน้าอกพลางขยับสะโพกไปตามจังหวะ
“อ๊ะ อ๊ะ อื้อ~”
ััได้ถึงความแฉะตามร่องกลีบก่อนไม่นานเราจะปล่อยน้ำกามออกมาพร้อมกัน
“อร๊าย!!”
“อ่าส์~”
แหวกขากางเกงนอนของนานาเพื่อดูผลงานของตัวเอง น้ำกามสีขาวขุ่นเปรอะเต็มร่องกลีบพลางใช้นิ้วโป้งกดลงไปที่เม็ดกระสันเพื่อแกล้งอีกคน
“อื้อ!! หนู…หนู เสียว อ่าส์~”
นานาหายใจหอบแรงก่อนเธอจะแอ่นตัวรับความเสียวพร้อมกับปล่อยน้ำกามให้ไหลออกมาเรื่อยๆ
“สะ…ใส่ ให้หนูหน่อย…ได้มั้ยคะ” มือเรียวกำกางแน่นใบหน้าสวยแดงก่ำไหนจะหลยสายตาที่เขินอาย
ท่าทางนั่นทำให้ผมอดที่จะไม่ปฏิเสธยังไงไหว มุมปากยกยิ้มน้อยๆ ก่อนจะคว้าคอของเธอมากดจูบพร้อมกับสอดลิ้นร้อนเข้าไปสำรวจในโพรงปากเพื่อกวาดหาความหวาน
“อื้อ!!!”
จัดการใส่เครื่องป้องกันที่โฟลทเคยให้ไว้ก่อนจะผละริมฝีปากแล้วสอดใส่แก่นกายของตัวเองเข้าไปในตัวของอีกคน
“อ่าส์!!!!”
เริ่มขยับสะโพกตามจังหวะก่อนจะค่อยๆ เร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อื้อ!!” แขนเรียวของเธอยกขึ้นมาจับหน้าอกที่กระเพื่อมตามจังหวะ ผมเลยจัดการดึงแขนเธอออกเพื่อให้เห็นหน้าอกสวยได้อย่างชัดเจน
“พะ-พี่ริท หนู…หนู” ด้วยเสียงเบาและแหบพร่าทำให้แทบไม่ได้ยิน ผมเลยขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ “ว่า”
“เสียว หนูเสียว”
“อืม~เหมือนกันแหละ”
เร่งจังหวะของสะโพกให้เร็วขึ้นก่อนในที่สุดเราก็ต่างปล่อยน้ำกามสีขาวขุ่นออกมา
“อ๊าส์!!! อึก!” ร่างบางกระตุกเกร็ง น้ำสีขาวขุ่นค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากร่องกลีบ
ผมยังไม่ได้ถอนกายตัวเองออกมาทันที ยังคงค้างมันไว้อยู่ก่อนจะขยับเข้าออกเล็กน้อยเพื่อแกล้งอีกคน
“พะ-พี่ริท อย่า…อย่าแกล้งหนู อื้อ!!!”
“หืม? ว่าไรนะ”
“อย่า อ๊าส์!!” ยังไม่ทันที่อีกคนจะได้พูดผมก็ถอนกายแล้วสอดนิ้วเข้าไปในตัวเธอพร้อมกับขยับมือด้วยความเร็วที่ทำให้นานต้องแอ่นตัวร้องครางลั่นห้อง
น้ำสีใสทะลักพุ่งออกมาจนเปียกแฉะไปทั่วพรมรวมถึงกางเกงนอนคาวาอี้ที่เธอภุมิใจก็เปียกปอนไปด้วยเช่นกัน
”อย่าใส่นะ”
“คะ?”
“ชุดนี้ อย่าใส่ ไม่ชอบ หวง” นานาทำหน้าเหมือนงงก่อนแก้มขาวอมชมพูจะค่อยแดงระเรื่อ “ก็-หนูซื้อมาใส่ให้พี่ดูคนเดียวนั่นแหละค่ะ”
คำตอบจากปากกับสีหน้าที่เขินอายทำเอาผมหลุดหัวเราะออกมาทันที “ก็ดี เพราะหวงมาก”
มือเรียวของเธอยกขึ้นปิดหน้าที่เขินอายไม่พอยังเอื้อมมาตีแขนผมเบาๆ ราวกับว่าบอกให้หยุดพูด
ตอนแรกที่รู้จักกับเธอก็เฉยๆ ตอนนี้เริ่มจะถูกใจเสียแล้ว อยากจะเอากลับไปนอนกอดที่บ้านจริงๆ
เสียงเพลงคลอเบาๆ ให้ฉันตื่น พยายามลืมตาที่หนักอึ้งยกมือขึ้นมาขยี้ตาเพื่อให้คลายความง่วง ยืดแขนยืดขาก่อนจะยันตัวนั่งพลางสอดสายตาทอดมองออกนอกหน้าต่างเพื่อดูอากาศยามเช้า
ลุกจากเตียงตรงไปยังห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา ขณะที่กำลังยืนแปรงฟันอยู่นั้นสายตาก็เหลือบไปมองกางเกงจู่ๆ ภาพเหตุการณ์เมื่อวานก็ผุดขึ้นมาในหัว
ภาพที่ฉันกับพี่ริทกำลังมีอะไรกันตรงห้องนั่งเล่น เรามีเซ็กส์กันในสภาพที่ฉันยังใส่ชุดเพราะพี่ริทบอกว่า ‘อยากเห็นเธอเปียก’ แค่นึกถึงประโยคนั้นใบหน้าของฉันก็ร้อนผ่าว ขนลุกกราวขึ้นมาทันที
นึกว่าเขาจะเป็คนนิ่งๆ ไม่สนใจเื่แบบนั้น แต่ที่ไหนได้ เขาก็เป็คนทะลึ่งเหมือนกันนะเนี่ย แต่ถึงแบบนั้นฉันก็ยอมเขาอยู่ดี
“ดี” เสียงทุ้มด้านหลังทำเอาฉันสะดุ้งเฮือกก่อนจะพบว่าเป็พี่ริทที่ทำหน้างัวเงียจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่
“อะ-อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
“อืม”
พี่ริทเดินงัวเงียมาหยุดข้างๆ ก่อนจะมองหาอะไรบางอย่างที่อ่างล้างหน้า ฉันที่แอบมองก็รู้ได้ทันทีก่อนจะรีบหยิบแปรงสีฟันอันใหม่มาให้เขา
“ขอบใจ”
เรายืนแปรงฟันแบบนั้นอย่างเงียบๆ โดยที่เราไม่ได้พูดอะไรกันก่อนจะจัดการธุระของตัวเองเสร็จ
“เอ่อ…พี่ริทหิวรึยังคะ” พี่ริทเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตอบ “งั้นพี่ริทไปนั่งรอก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูขอไปซื้อของก่อน พอดีของในตู้เย็นหมด”
“ไหว?”
“ไหวค่ะ แค่นี้เอง”พี่ริทกระพริบตาช้าๆ ราวกับกำลังประมวลผลอะไรบางอย่าง ก่อนจะเดินเข้าห้องไป แล้วกลับออกมาพร้อมกับแบงก์พันหนึ่งในมือ แล้วยื่นมันให้ฉันแบบไม่อธิบายอะไรเลย “ซื้อหนมด้วย”
ฉันมองธนบัตรในมือเขาอย่างขำๆ ก่อนจะรับมา “พี่ริทอยากกินอะไรพิเศษมั้ยคะ หนูจะได้ไปซื้อวัตถุดิบมาทำให้” พี่ริทไม่ได้ตอบ แต่ชี้นิ้วมาที่ฉันแบบนิ่งๆ ทำให้ฉันหน้าแดงแทบจะทันที
“พะ-พี่ริทอ่ะ! ทะลึ่ง!” แต่เขากลับแค่เลิกคิ้ว เหมือนไม่รู้ว่าพูดอะไรผิด
“หนูไปซื้อของก่อนนะคะ” เขาพยักหน้า ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไปอย่างเงียบๆ ฉันได้แต่ยืนถอนหายใจเบาๆ พี่ริทเวอร์ชันนี้ ฉันไม่ชินเลยจริงๆ
เดินออกจากหอออกมายังตลาดนัดตอนเช้าที่อยู่ใกล้ๆ โชคดีที่ยังไม่วายไม่งั้นคงได้เดินไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ถัดไปอีก 5 กิโลแน่ๆ
เดินซื้อของตามลิสต์ที่โน๊ตไว้ในมือถือจนครบ ส่วนขนมของพี่ริทฉันก็ซื้อเป็กล้วยปิ้ง ขนมทองม้วนมาให้แทน ก็รู้แหละว่าเขาชอบขนมห่อก๊อบแก๊บ แต่เขากินเยอะไปกลัวโรคไตจะถามเอา
หลังจากซื้อของเสร็จฉันก็เดินข้ามถนนไปยังธนาคารที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเพื่อจะกดเงินออกมาไว้ใช้เผื่อฉุกเฉิน
ระหว่างยืนหน้าตู้ ATM ฉันก็รู้สึกเหมือนมีคนมายืนอยู่ข้างหลัง
“อยู่เฉยๆ เอาเงินมาให้กูเดี๋ยวนี้” เสียงแหบต่ำจากผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นชิดหลังฉัน สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ มือข้างหนึ่งถือมีดจ่ออยู่ตรงกลางหลังทำให้ฉันยืนตัวแข็งทื่อ นี่มันโจรนี่!
“นะ-หนู ไม่มีเงินขนาดนั้นหรอกค่ะ”
“อย่ามาตอแหล! กูบอกให้เอาเงินมาก็เอามา!”
ินมาไง!!” โจรนั่นทำท่าจะง้างหมัดต่อยยิ่งทำให้ฉันไม่มีทางเลือก
ทำไงดี เงินในบัญชีก็มีแค่ 4,500 ถ้าให้ไปหมดฉันก็จะไม่มีเงินใช้
“รีรออะไรอยู่วะ!! เร็วๆ เข้าดิ!” เสียงดุดันจนฉันเริ่มมือไม้สั่น ทำอะไรก็ไม่ถูก สลับกดผิดๆ ถูกๆ ที่หน้าจอ
“ชักช้าจังว-!!”
ผลั๊วะ!!
เสียงดังสนั่นก่อนที่แรงบางอย่างจะกระแทกคนด้านหลังฉันล้มลงไปกองกับพื้น ฉันค่อยๆ หันกลับไปมอง และพบว่าโจรคนนั้นถูกใครบางคนล็อกตัวไว้ก่อนจะตามด้วยหมัด กระทืบและเสียงสบถดังสนั่นกลางฟุตบาท
ชายร่างสูงในเสื้อยืดเขียวขี้ม้า กางเกงยีนส์ขาดเซอร์กับผมสีน้ำตาลแดงที่ดูคุ้นตาเป็อย่างดี
“พี่…โฟลท” ชายคนนั้นหันมาพอรู้ว่าเป็พี่โฟลทขาทั้งสองข้างก็ทรุดลงกับพื้นทันที น้ำตาไหลอาบนองแก้มแรงที่เกร็งเมื่อกี้ปลดปล่อยออกหมดจนข้าวของที่ถืออยู่ร่วงลงพื้น
“สาวน้อยของพี่ มันไม่ได้ทำอะไรเราใช่มั้ย”
ฉันส่ายหน้า น้ำตายังไหลพรากแต่พยายามกัดฟันไม่ให้เสียงสะอื้นหลุดออกมา พี่โฟลทย่อตัวลงประคองฉันให้นั่งพิงข้างตึก มืออีกข้างก็ยังถือโทรศัพท์โทรแจ้งตำรวจและรถพยาบาลด้วยเสียงจริงจังผิดจากบุคลิกเ้าชู้ขี้เล่นของเขา
หลังจากนั้นไม่นานตำรวจก็มาถึงพร้อมกับจับตัวคนร้าย ส่วนฉันที่ยังอยู่ในสภาพสะบักสะบอม ใจเต้นแรงไม่หยุดก็ต้องนั่งสอบปากคำกับตำรวจอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง กว่าทุกอย่างจะจบลงฉันก็เหมือนิญญาหลุดออกจากร่างไปครึ่งหนึ่งแล้ว
“ไป กลับหอกัน เดี๋ยวพี่ไปส่ง” พี่โฟลทพูดพร้อมหยิบถุงข้าวของที่ฉันทำหล่นขึ้นมา รวมถึงกล้วยปิ้งที่เละนิดๆ แล้ว
“ขอบคุณนะคะ…” ฉันพูดเสียงเบา มือยังสั่นอยู่ตลอดทางแม้จะนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ของพี่โฟลทก็ตาม
“มันเป็หน้าที่ของพระเอกอยู่แล้วน่ะ ถ้าสาวน้อยของพี่อยากจะตอบแทน พี่ขอเลือกเองนะ” พี่โฟลทหันมายิ้มให้ระหว่างที่รถหยุดรอไฟแดง
“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณพี่จริงๆ” ฉันพูดเสียงเบา ดวงตาเริ่มร้อนผ่าวเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อตะกี้ “ถ้าไม่ได้พี่ หนูคงโดนแทงตายไปแล้วแน่ๆ”
“พี่ไม่ยอมให้เราตายหรอก” เขาหันมาตอบ น้ำเสียงแม้ติดเล่นแต่แฝงความจริงจัง “ถ้าเราตาย พี่จะปีนขึ้นไปลากตัวเรากลับมาจาก์เองให้ได้เลย”
คำพูดนั้นทำให้ฉันหัวเราะเบาๆ แม้จะยังรู้สึกหวาดๆ อยู่ก็ตาม…แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโล่งใจขึ้นมาไม่น้อย
เมื่อถึงหอ ฉันกำลังจะหันไปขอบคุณอีกครั้ง แต่สายตาก็เหลือบเห็นรอยแผลถลอกตรงข้อมือของเขา เืซึมบางๆ สีแดงตัดกับผิวอย่างน่ากังวล
“พี่โฟลท มือพี่…” เขาก้มมองรอยแผลแล้วพ่นลมหายใจเหมือนไม่ใส่ใจ “อ๋อ คงตอนซัดโจรนั่นแหละ ไม่เป็ไรหรอก แผลนิดเดียวเอง”
“แต่ก็ดูเจ็บอยู่นะคะ…” ฉันพูดอย่างลังเล ก่อนจะเสนอขึ้น “งั้นขึ้นไปให้หนูทำแผลให้หน่อยมั้ยคะ?”
พี่โฟลทยกยิ้มมุมปาก ท่าทีเ้าเล่ห์กลับมาอีกครั้ง “ชวนพี่ขึ้นห้องหรอ”
“เอ่อ…ก็พี่าเ็อยู่นี่คะ!” ฉันรีบตอบ แต่กลับโดนเขายื่นมือมาบีบแก้มทั้งสองข้างแรงๆ ราวกับหมั่นเขี้ยว
“น่ารักจริงๆ เลยสาวน้อยของพี่…แบบนี้ไง พี่ถึงหลงหนูหัวปักหัวปำเลยรู้มั้ย”
“อื้อ~ เจ็บนะ”
“โอ๋~ งั้นไปกันเลยดีกว่า พี่อยากขึ้นห้องหนูจะตายอยู่แล้ว~” เขาว่าแล้วจับมือฉันเดินนำไปหน้าหอราวกับรู้ทางทั้งที่ฉันยังไม่บอกอะไรเลย ก็สมกับเป็พี่โฟลทนั่นแหละนะ
เมื่อขึ้นมาถึงห้องสีหน้าเขากลับเปลี่ยนจากยิ้มกรุ่มกริ่มเป็เคร่งเครียบทันทีที่เห็นใครบางคนนอนแผ่อยู่กลางห้อง
พี่ริท นอนพิงโซฟา เปิดทีวีค้างไว้ สายตายังจับจ้องหน้าจออย่างไม่ไยดีต่อโลก
“ทำไมมึงมาอยู่ที่นี่?” พี่โฟลทถามทันที น้ำเสียงเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
พี่ริทหันมามองอย่างช้าๆ ด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ช้า”
“อย่าเมินกูไอสัส ตอบกูมา” พี่ริทขยับตัวขึ้นนั่ง เท้าคางอย่างเชื่องช้า “เพื่อ?”
“ฝนตก กลับไม่ได้ น้ำท่วม”
“ท่วมควยอะไร ฝนตกไม่ถึงสิบนาทีก็หยุดแล้ว มึงอย่ามาเนียน” ฉันรีบแทรกขึ้นก่อนที่บทสนทนาจะลุกลาม
“คือ หนูเป็คนชวนพี่ริทเองค่ะ พอดีเมื่อคืนหนูเป็ไข้ แล้วมันก็ดึกด้วย หนูกลัวพี่ริทจะหลง เลยให้เขาค้างน่ะค่ะ” ทั้งสองคนเงียบลงทันที
แต่สายตาของพี่โฟลทดูเหมือนจะยังไม่วางใจเพื่อนตัวเอง ส่วนพี่ริทก็แค่เลื่อนสายตามองฉันนิ่งๆ เหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรเลย
“แล้วมาไม”
“มาส่งสาวน้อยของกูไง”
“ส่งไม”
“เอ้า! มึงจะให้กูปล่อยสาวน้อยที่พึ่งจะโดนโจรปล้นมาหมาดๆ เดินกลับหอเองอ่ะนะ มึงบ้าเปล่า” พี่ริทที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วปมทันทีก่อนจะเหลือบมองมาทางฉันที่นั่งฝั่งเก้าอี้เดี่ยวข้างพี่โฟลท
“ทำไมไม่บอก”
“ตอนนั้นน้องจะโทรหามึงได้ไง น้องโดนเอามีดจี้อยู่นะเว้ย”
พี่ริทยิ่งทำหน้าขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมก่อนเขาจะลุกแล้วเดินตรงมาทางฉันพร้อมกับเอามือมาแนบแก้มทั้งสองของฉัน
พี่ริทยังจับหน้าฉันไว้แบบนั้นนิ่งๆ ดวงตาคู่คมนิ่งสงบแต่กลับมีบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันเหมือนกำลังสแกนความรู้สึกฉันผ่านสายตา ไม่ใช่แค่ดูว่า ‘เจ็บตรงไหน’… แต่เหมือนกำลังถามว่า “แล้วโอเคไหม?
“หนูไม่เป็ไรค่ะ ได้พี่โฟลทมาช่วยไว้ทันพอดี” ฉันยิ้มให้บางๆ พยายามเบี่ยงสายตาไม่ให้ตัวเองรู้สึกมากเกินไปกว่านี้
พี่ริทพยักหน้าน้อยๆ แล้วค่อยๆ ปล่อยมือออกอย่างเงียบๆ “เห็นมั้ย ไม่ต้องมีอะไรให้มึงต้องห่วงแล้ว ไปนั่งไปเลย”
พี่ริทไม่ได้พูดอะไรต่อ เขานั่งลงที่เดิมพิงพนักโซฟาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วก็หันไปดูทีวีเหมือนเดิมรายการข่าวเช้าเสียงแทรกเบาๆ
ฉันถอนหายใจยาวแล้วลุกไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล เตรียมทำแผลให้พี่โฟลทที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างๆ พร้อมด้วยท่าทางที่ดูสนุก
“หนูขอดูแผลหน่อยค่ะ” เขายื่นมือข้างที่มีแผลออกมาให้โดยไม่พูดอะไร
แผลมันไม่ได้ลึกมากแค่ถลอกแดงๆ เืแห้งกรังเป็รอยรอบข้อมือแต่ถ้าโดนน้ำคงแสบพอสมควร
“ดีนะคะที่ไม่เป็อะไรมาก”
“เยอะกว่านี้พี่ก็เจอมาแล้ว แผลแค่นี้จิ๊บๆ” หยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดรอบๆ อย่างระมัดระวังระหว่างนั้นเราต่างก็เงียบไม่ได้พูดอะไร คงเพราะพี่โฟลท้าให้ฉันมีสมาธิในการทำแผล
“ไม่ว่าจะมองกี่ที สาวน้อยของพี่ก็ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะ”
ฉันชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันไปยิ้มให้เขา “พี่โฟลทก็เหมือนเดิมเลยนะคะ”
เขาเลิกคิ้วพร้อมกับทำหน้ากวนๆ “เหมือนเดิมนี่อะไรหรอ? หล่อเหมือนเดิมรึเปล่า?”
ฉันหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ “ค่ะ หล่อเหมือนเดิมเลย”
“แหม ชมกันแบบนี้เลยหรอ แล้วแบบนี้พี่จะไปไหนได้เนี่ย” เขาทำหน้าระทวยติดตลก แต่ยังไม่ทันจะได้แซวอะไรต่อ จู่ๆ พี่โฟลทก็สะดุ้งเบาๆ ร้อง “ซี๊ด~” ขึ้นมา
“แสบ!” เขาขมวดคิ้วขณะฉันกำลังแตะแอลกอฮอล์ลงตรงขอบแผล ฉันเงยหน้ามองเขาพร้อมกับรีบขอโทษ “ขอโทษค่ะ แสบมากมั้ยคะ”
“มากเลย ฮือ~ สาวน้อยแกล้งพี่หรอ” เขาทำเสียงงอแงเหมือนเด็กโดนฉีดยา
ฉันกลั้นขำพลางใช้ปลายนิ้วกดพลาสเตอร์แปะแผลเขาอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้
“เปล่านะคะ สงสัยจะเผลอกดแรงไปหน่อย ขอโทษนะคะ”
“งั้นเป่าเพี้ยงๆ ให้พี่หน่อย” พี่โฟลทยื่นแขนมาตรงหน้า ฉันมองอย่างชั่งใจก่อนจะก้มลงไปเป่าเพี้ยงที่แผลเบาๆ
“เพี้ยง หายไวๆ นะคะ”
ฉันก้มลงเป่าเบาๆ บนแผลอย่างเบาๆ ััผ่านผิวตรงรอยถลอกก่อนที่ฉันจะเงยหน้าขึ้น แต่ก็ต้องชะงักเพราะ แทนที่พี่โฟลทจะยิ้มกวนกลับตามปกติ เขากลับนิ่งไป สีหน้าที่เคยยียวนแปรเปลี่ยนเป็เงียบงัน สายตาเหมือนกำลังจริงจัง
คิ้วเขาค่อยๆ ขมวดเข้าหากันและจู่ๆ เขาก็เรียกฉันด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้ม ชัดถ้อยชัดคำ
“น้องนานาครับ” แค่ได้ยินประโยคนั้น หัวใจฉันก็สะดุดวูบ
ไม่ใช่แค่เพราะเขาใช้คำว่า "น้องนานา" แต่เพราะน้ำเสียงจริงจังนั้นไม่ใช่สิ่งที่ฉันคุ้นเคยจากเขาเลย
“ค-คะ” ฉันกะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง
“ถ้าพี่เอาเราตอนนี้เลย…หนูจะโกรธมั้ย?”
“...!!!!” โลกหยุดหมุนไปชั่ววินาที สมองฉันว่างเปล่า สติที่เพิ่งตั้งได้กลับกระเจิงหายไปหมด
“พะ-พี่…พี่พูดอะไรน่ะคะ!?” หน้าแดงเถือกของฉันไม่ใช่แค่แดงธรรมดา แต่แดงแบบที่รู้สึกได้ว่ามันลามไปถึงหูและท้ายทอย ร้อนวาบจนแทบะเิจนควบคุมไม่ได้ก่อนจะเผลอหยิบของที่อยู่ในมือขว้างใส่เขา
ปั่ก!
กล่องปฐมพยาบาลในมือฉันพุ่งเข้าใส่หน้าพี่โฟลทเข้าเต็มแรงก่อนจะตามมาด้วยเสียงร้องดังลั่นของเขา
“โอ๊ย!”
“ขะ-ขอโทษค่ะพี่โฟลท หนูไม่ได้ตั้งใจ” ฉันรีบโผเข้าไปดูอย่างใสุดขีด มือไม้สั่นไปหมด “หนูแค่ใ ไม่คิดว่าพี่จะพูดแบบนั้น”
มีรอยแดงขึ้นกลางหน้าผาก พี่โฟลทเบะปากเหมือนเด็กกำลังร้องไห้ “โอ้โห ต้องรุนแรงกับพี่ขนาดนี้เลยเหรอสาวน้อย ใจร้ายอ่ะ”
“พี่อย่าขยับนะคะ เดี๋ยวหนูทำแผลให้” ฉันพูดพลางหยิบผ้าก๊อซมาเช็ดตรงรอยแดงที่ผุดขึ้นกลางหน้าผากเขาอย่างเบามือ
ฉันจดจ่อกับการทำแผลไม่กล้ามองตาเขาอีกเลย หัวใจก็ยังเต้นแรงไม่หยุด ราวกับจะทะลุออกมานอกอกอยู่ทุกวินาที
“ความผิดพี่โฟลทเลย พูดอะไรก็ไม่รู้" พี่โฟลทนั่งนิ่ง ยอมให้ฉันทำแผลแต่โดยดีพร้อมกับเขามองฉันด้วยรอยยิ้มขำๆ
“เขินหรอ” เขาหัวเราะเบาๆ
“เขินสิคะ คนทะลึ่ง” จู่ๆ รุ่นพี่ก็ฉวยโอกาสโน้มตัวมาหอมแก้มฉันเฉย ทำให้ฉันต้องฟาดแขนเขาไปที “พี่โฟลท~”
“มันห้ามใจไม่ไหวนี่ ก็เราอยากน่ารักเอง ช่วยไม่ได้” ได้แต่พองแก้มป่องพร้อมกับฟาดแขนเขาไปอีกที
“เสร็จแล้วค่ะ กลับไปเลยนะ” ทำแผลให้เขาเสร็จก็เดินไปเก็บกล่องปฐมพยาบาลเข้าที่เดิม
“เอ้า ไหงมาไล่พี่เฉยเลย ไม่กลับหรอก วันนี้พี่จะนอนที่นี่” เสียงพูดของเขาดังขึ้นจากข้างหลัง ทำให้ฉันชะงักมือทันทีตอนกำลังจะปิดตู้
“หา?” ฉันหันกลับไปมองเขาด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม
พี่โฟลทยิ้มอย่าเ้าเล่ห์เอียงคอนิดๆ “ทำไมล่ะ ก็ทีไอ้ริทยังนอนได้แล้วทำไมพี่จะค้างมั่งไ่มได้ล่ะ”
พี่โฟลทยิ้มกว้างเอียงคอเล็กน้อยอย่างรู้ทันพร้อมกับเท้าแขนพิงพนักเก้าอี้ทำตัวสบายราวกับห้องนี้เป็ของเขา ฉันยืนนิ่งอยู่กับที่กล่องปฐมพยาบาลในมือแทบจะหล่นอีกรอบ
“แต่ว่า…นี่มันห้องหนูนะคะ”
“ก็ใช่ไง พี่ถึงอยากค้าง~” เขายักคิ้วอย่างเ้าเล่ห์ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินเข้ามาใกล้ฉันช้าๆ
ฉันถอยหลังอัตโนมัติโดยไม่รู้ตัวจนแผ่นหลังแทบชิดผนังพยายามตั้งสติรวบรวมตัวเองกลับมาจากท่าทีกรุ้มกริ่มของเขา
“พี่โฟลท จะทำอะไรน่ะคะ พี่ริทยังอยู่ด้วยนะ”
“แล้วไงครับ” พี่โฟลทยื่นหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นนิดหนึ่งสายตาจับจ้องใบหน้าฉันไม่วางตา
“ค-คือ”
“โอเค” เสียงของเขานุ่มลงอย่างน่าประหลาด ก่อนจะยืดตัวกลับไปยืนตรงๆ เหมือนไม่ได้ตั้งใจบุกเข้ามาเกินเลยอะไร
“ก็ได้ งั้นพี่ไม่ค้างก็ได้ น่าเสียดายอยู่นะ แต่ถ้าสาวน้อยถ้าไม่สะดวกใจพี่ก็ไม่บังคับ” เขาว่าเสียงเรียบแล้วหันหลังกลับเดินไปหยิบกระเป๋าคาดอกที่วางอยู่บนโต๊ะ
พี่โฟลทหันหลังให้ ฉันมองแผ่นหลังเขาที่กำลังหยิบกระเป๋าคาดอกขึ้นมา หัวใจกลับรู้สึกวูบแปลกๆ ทำไมอยู่ๆ ถึงรู้สึกเหมือนห้องมันเงียบเกินไปทั้งที่อีกคนก็ยังนอนอยู่บนโซฟาแท้ๆ มันไม่ควรจะเป็แบบนี้สิ
เขาหยิบกระเป๋าแล้วเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูเหมือนจะเปิดออก ฉันกำกล่องปฐมพยาบาลแน่น ก่อนจะตัดสินใจพูดบางอย่างออกไปด้วยเสียงที่เบาและเกร็งสุดๆ
“ค–คือ...ถ้างั้น...พี่โฟลท ค้างที่นี่ก็ได้ค่ะ เพื่อนหนุก็ยังไม่กลับ น่าจะค้างได้อยู่”
คำพูดนั้นเหมือนทำให้เวลาหยุดลงชั่ววินาที พี่โฟลทชะงักมือที่กำลังจะบิดประตู แอบเห็นรอยยิ้มค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าแบบที่ฉันรู้ดีว่ามันคือรอยยิ้มของผู้ชายที่รู้ว่าตัวเอง ‘ชนะ’
เขาหันกลับมาช้าๆ ดวงตาแพรวพราวเป็ประกายเ้าเล่ห์
“ขอบคุณครับ…คนสวยของพี่”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้ฉันต้องหลบตาอย่างเขินๆ มือที่กำลังถือกล่องแทบจะลนไปหมด ฉันรีบเบือนหน้าหนี เดินหนีไปอีกมุมราวกับ้าซ่อนความร้อนวูบที่แล่นขึ้นมาบนใบหน้า
ส่วนพี่โฟลทก็ยังคงยิ้มพอใจ เหมือนทั้งหมดมันอยู่ในแผนของเขาั้แ่แรก ฉันว่าโดนเขาเล่นเข้าให้แล้วแหละ