พิธีบรมาาภิเษกผ่านไปด้วยความราบรื่น โดยอดีตฮ่องเต้ได้มีราชโองการฉบับสุดท้ายมอบหมายให้ฮ่องเต้หรือองค์รัชทายาทฉู่เฉิงแต่งตั้งพี่น้องทั้งห้าคนให้ดำรงตำแหน่งอ๋องปกครองดินแดนต่างๆ
องค์ชายใหญ่ฉู่คุน ถูกแต่งตั้งเป็ ‘หนานอ๋อง’ ปกครองดินแดนทางใต้
องค์ชายรองฉู่หาน ถูกแต่งตั้งเป็ ‘หวงอ๋อง’ ช่วยงานในราชสำนัก
องค์ใหญ่สี่ฉู่ฉือ ถูกแต่งตั้งเป็ ‘ตงอ๋อง’ ช่วยงานในราชสำนัก
องค์ชายห้าฉู่อัน ถูกแต่งตั้งเป็ ‘หลินอ๋อง’ ปกครองดินแดนทางเหนือ
องค์ชายหกฉู่เหลียง ถูกแต่งตั้งเป็ ‘เหออ๋อง’ ปกครองดินแดนทางตะวันออก
เมื่อองค์ชายทุกพระองค์รับราชโองการเป็ที่เรียบร้อย ทั้งหมดยังคงอยู่ในห้องทรงพระอักษรของฮ่องเต้พระองค์ใหม่
“พี่ใหญ่ พี่รอง น้องสี่ น้องห้า น้องหก พวกท่านคงไม่ตำหนิข้ากระมัง นี่เป็ความ้าของเสด็จพ่อ” องค์รัชทายาทฉู่เฉิง หรือขณะนี้คือฮ่องเต้องค์ปัจจุบันพูดขึ้น
“น้องสาม เ้าอย่าพูดเช่นนั้น การที่เ้าส่งข้าไปทางใต้ ข้ารู้สึกขอบคุณเ้ามาก ที่เมืองหลวงแห่งนี้มีร่องรอยความวุ่นวายของท่านตาข้าหลงเหลืออยู่ไม่น้อย หากข้าไม่อยู่เสีย เ้าจะได้จัดการเื่ราวต่างๆ ได้อย่างสะดวก” หนานอ๋องฉู่คุนพูด
“ขอบคุณพี่ใหญ่ที่เข้าใจข้า พี่รอง น้องสี่ ตำแหน่งช่วยงานในราชสำนักเป็ของพวกท่าน พี่รองถึงท่านจะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับราชสำนัก แต่อย่างไรมันก็หลีกไม่พ้น ท่านช่วยข้าดูแลเื่ในเมืองหลวงจะเป็การดีที่สุด ส่วนน้องสี่ เ้ามีทักษะการแพทย์ที่เป็เลิศ ที่แต่งตั้งเ้าเช่นนี้เพราะมันจะทำให้เ้ามีอิสระในการทำงานมากกว่าที่จะส่งเ้าไปปกครองดินแดน”
“ขอบคุณพี่สามขอรับ” ตงอ๋องฉู่ฉือตอบรับ
“น้องหก เมืองเหอเป็เมืองท่า เ้ามีความสามารถด้านการค้า เ้าจะช่วยข้าพัฒนาแผ่นดินให้มีความเจริญได้ อีกทั้งเมืองเหอยังเป็เมืองที่เ้าคุ้นเคย” ฮ่องเต้กล่าวกับน้องชาย
“เมืองเหอเป็เมืองท่าขนาดใหญ่ ความรับผิดชอบของข้าก็ต้องมากด้วยนะขอรับ งานใหญ่อย่างนี้ข้าเกรงว่าข้าอาจจะทำให้ท่านผิดหวัง” เหออ๋องฉู่เหลียงกล่าวอย่างกังวล
“น้องหก ข้างกายเ้ายังมีคนมีความสามารถช่วยอยู่ เ้าลืมซ่งเจียอีไปได้อย่างไร” ตงอ๋องฉู่ฉือกล่าวเตือน
“ข้าลืมนึกถึงเจียอีไปเลยขอรับพี่สี่” เหออ๋องฉู่เหลียงกล่าวด้วยความดีใจ
“น้องหก คนของข้าส่วนหนึ่งยังอยู่ที่เหมืองเหอ เ้าเรียกใช้พวกเขาได้ พวกเขาเป็คนที่มีความจงรักภักดีเป็อย่างมาก เมื่อถึงเวลาที่เ้าจะออกเดินทาง ข้าจะเขียนหนังสือถึงพวกเขา เ้าจะได้เลิกกังวลเสียที” หลินอ๋องฉู่อันบอก
“น้องห้า ดินแดนทางเหนือมีความอันตรายมาก ศึกามีอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งดินแดนทางเหนือยังมีอากาศค่อนข้างเย็นตลอดทั้งปี และจะหนาวจัดเมื่อเข้าสู่่ฤดูหนาว เ้า...” ฮ่องเต้กล่าวอย่างรู้สึกหนักใจ
“พี่สาม เสด็จพ่อเคยพูดเื่นี้กับข้ามาก่อนแล้วขอรับ ข้ายินดีที่จะไปอยู่ที่นั่น หากไม่เพราะข้าต้องไปทำภารกิจที่เมืองเหอเสียหลายปี ป่านนี้ข้าคงสู้รบอยู่ที่เมืองหลินเป็แน่” หลินอ๋องฉู่อันพูดอย่างอารมณ์ดี
“หากเ้าคิดเช่นนั้นข้าก็เบาใจ แล้วชายากับบุตรชายของเ้าเล่าจะทำอย่างไร” ฮ่องเต้ยังคงไม่คลายกังวล
“ชายาของข้ารับรู้เื่นี้มาก่อนเช่นกันขอรับ นางกับเฟยหรงเต็มใจเดินทางไปกับข้า เพียงแต่การเดินทางครั้งนี้ ข้าอยากพาท่านตาของข้าเดินทางไปด้วย เวลานี้ท่านตาชรามากแล้วข้าไม่อยากให้ท่านตาอยู่ที่เมืองหลวงเพียงลำพัง และเฟยหรงยังต้องให้ท่านตาช่วยสอนตำราอยู่ขอรับ”
“เราอนุญาต หากเ้า้าสิ่งใดให้เ้าบอกกับเรา เราสนับสนุนเ้าเต็มที่” ฮ่องเต้รับสั่งหนักแน่น
“พี่สาม ข้าขอเดินทางไปกับน้องห้าได้หรือไม่ขอรับ เมื่อครั้งที่ข้าและน้องหกเดินทางไปเมืองหลิน ข้าเห็นว่าทหารและชาวบ้านยังขาดแคลนหมออยู่ขอรับ” ตงอ๋องฉู่ฉือรีบบอกความประสงค์
“ที่เ้าพูดมาก็มีเหตุผล เราจะออกราชโองการให้เ้าเดินทางไปพร้อมกับน้องห้า ให้เ้าช่วยน้องห้าฟื้นฟูดินแดนทางเหนือ เ้าจะใช้เวลาอยู่นานเท่าใดก็ให้เป็ไปตามความปรารถนาของเ้า” ฮ่องเต้บอกอย่างยินดี
พี่น้องทั้งหกคนยังคงพูดคุยกันต่ออยู่เป็เวลานาน เหตุการณ์ของพระสนมเอกและอัครมหาเสนาบดีเป็บทพิสูจน์ที่พี่น้องทั้งหกมีต่อกัน เวลานี้ฮ่องเต้ไม่ต้องกังวลสิ่งใดแล้ว
“เราจะออกเดินทางเมื่อไหร่หรือเ้าคะ” หลิวจางิ่ถามขึ้น
“หนึ่งเดือนหลังจากนี้เราจะออกเดินทาง จางิ่ดินแดนทางเหนือยังคงไม่สงบเรียบร้อย อากาศหนาวเย็น ชาวบ้านยังคงอดอยาก การเดินทางไปอยู่ที่นั่นคงต้องลำบากเ้าแล้ว” ฉู่อันบอกกับนางอย่างเสียใจ
“ท่านพี่ท่านจะกังวลสิ่งใดเ้าคะ ข้าไม่ได้กลัวกับความลำบาก ข้าเคยบอกกับท่านแล้วว่าข้าจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับท่านไปตลอด ท่านลืมแล้วหรือเ้าคะ” นางแสร้งทำน้ำเสียงน้อยใจ
“ขอบใจเ้ามาก” ฉู่อันกอดนางไว้ในอ้อมแขน
“ท่านพี่จะเตรียมการกับเื่นี้อย่างไรเ้าคะ”
“ข้ายังนึกอะไรไม่ออกเช่นกัน เื่ศึกาข้าว่า่นี้ยังไม่น่าเป็ห่วง สิ่งที่ต้องทำเป็อย่างแรกคงเป็เื่ปากท้องของชาวบ้าน เมืองที่มีอากาศเย็นอย่างนี้เราจะแก้ไขปัญหาปากท้องอย่างไรดี” ฉู่อันกล่าวอย่างกลัดกลุ้ม