
ตอน ความลับ
ชามข้าวราดด้วยแกงเผ็ดและขวดน้ำเปล่าถูกนำมาวางตรงหน้า โดยชายวัยกลางคนที่ผู้ชายใจร้ายคนนั้นเรียกชื่อเขาว่าไอ้ทัพ นายทัพวางชามข้าวและขวดน้ำแล้วเดินอ้อยอิ่งจากไปเงียบๆ ท่าทางของเขาเหมือนอยากจะพูดจะบอกอะไรกับเธอสักอย่างแต่นายทัพก็ไม่ได้พูดมันออกมา เธอถามอะไรเขาก็ไม่ตอบบอกเพียงว่าว่านายสมิงสั่งห้ามเอาไว้
ลูกพีชตักกินอาหารในชามเข้าปากหวังเพื่อดับความหิว เธอแทบไม่สนใจในรสชาติของอาหารด้วยซ้ำ ร่างกายของเธอ้าอาหารหลังจากเดินผ่านป่าผ่าฝ่าดงมาหลายชั่วโมง กระทั่งโผล่เข้ามาในหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่หลังเขา
ชาวบ้านแห่งนี้แต่งกายด้วยผ้าพื้นเมืองเหมือนพวกชาวเขาเผ่าอะไรสักอย่าง พูดจากันด้วยสำเนียงเปล่งหู แวบแรกที่พวกชาวบ้านเห็นนายสมิงฉุดกระชากลากถูเธอเดินเข้ามาพวกเขาต่างพากันดีใจ รุมล้อมเข้ามาทักทายผู้ชายใจเหี้ยมปากร้ายคนนั้น
ทว่าไม่มีใครสักคนให้ความสนใจในตัวเธอเลยแม้นแต่น้อย เสมือนว่าเธอเป็อากาศธาตุไม่มีตัวตน ระหว่างนั้นเธอพยายามพูดจาร้องขอให้พวกชาวบ้านช่วยเหลือเธอ แต่พวกชาวบ้านก็ได้แต่มองหน้าเธอด้วยสายตาแปลกๆ เท่านั้น ลูกพีชคาดเดาจากพฤติกรรมของพวกชาวบ้านเธอคิดว่าคนที่นี่หากไม่เกรงกลัวนายสมิงอยากมาก พวกเขาก็ต้องเคารพผู้ชายคนนั้นจนไม่กล้ากระทั่งจะพูดจากับเธอเสียด้วยซ้ำ หากเป็เช่นนี้แผนการหลบหนีของเธอคงยากขึ้นไปอีกหลายเท่า
หญิงสาวชาวกรุงมองออกไปนอกหน้าต่างของเรือนแพ มวลน้ำสีขุ่นโคลนไหลแรงมองดูแล้วน่าหวาดเสียว เสียงของกระแสน้ำเชี่ยวกรากกระทบกับไม้ของแพฟังดูน่ากลัว หากแพแห่งนี้เกิดแตกขึ้นมาเธอคงจมน้ำตายสถานเดียว เนื่องจากข้อเท้าก็ถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยโซ่เส้นใหญ่ ความยาวของโซ่ที่ล่ามเอาไว้เธอสามารถเดินไปได้ถึงบริเวณแคร่ไม้ไผ่และหน้าประตูเท่านั้น
พระอาทิตย์เริ่มคล้อยลงไปทางทิศตะวันตกลับทิวไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านยอยู่อีกฝั่ง ขณะที่หญิงสาวกำลังคิดถึงชะตากรรมของเธอนับจากนี้ไปก็มีเสียงเดินเหยียบย่ำบนแพไม้ไผ่บริเวณทางเดินจากชายฝั่งใกล้เข้ามาหาเธอเรื่อยๆ พอร่างนั้นปรากฏตัวขึ้นหน้าประตูเธอก็พบกับหญิงสูงวัยคนหนึ่ง
หล่อนจ้องมองเธอเขม็ง สีหน้ารวมไปถึงแววตาเปี่ยมไปด้วยความเวทนามหาศาล
“คุณคือ คุณอินเอวาใช่ไหมคะ”
“…”
ประโยคคำถามของหญิงสูงวัยทำให้ลูกพีชใอ้าปากค้าง
อินเอวา… คือพี่สาวต่างบิดาของเธอซึ่งอาศัยอยู่ต่างประเทศ ตัวเธอเองได้รับรู้เื่ของพี่สาวคนนี้ผ่านการบอกเล่าของคุณหญิงดาหวันผู้เป็แม่บังเกิดเกล้าเท่านั้น ไม่เคยพูดคุยสนทนาหรือว่าพบหน้าคร่าตากันมาก่อน แล้วทำไมจู่ๆ หญิงสูงวัยคนนี้จึงเอ่ยถามเธอด้วยประโยคอันน่าฉงนนี้