มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 55 หยางเช็งซี

            มองไปภายในห้องชั้นสองแห่งนี้หลากหลายโต๊ะนั่งเต็มไปด้วยผู้คน


            เรื่องที่ผู้คนต่างให้ความสนใจและพูดถึงยังคงเป็นเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น ทางเชิงเขาด้านหลัง !! ..แผ่นดินสั่นสะเทือน..!! ลมพายุปั่นป่วนรุนแรง ..!! พร้อมเสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหว..!!  เหตุการณ์ที่ทำเอาหลายคนตื่นตกใจ วิ่งหนีกันวุ่นวายจนจ้าละหวั่น

     

            ดีที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวด้านหลังของโรงเตี้ยมแชน์ฮ๊วง และต่างกลัวอันตรายจากภูเขาถล่ม  จึงมิมีใครถือวิสาสะเข้าไปสำรวจ  กังหลงได้ฟังเช่นนั้นก็ทราบว่าสาเหตุส่วนใหญ่ของเรื่องราวนี้มาจากตน..นึกยิ้มในใจ ครุ่นคำนึงขั้นอย่างโล่งอก

     

            "ดีที่มิมีใครรุดไปค้นหาสาเหตุ  หากมิเช่นนั้นคงวุ่นวายต่อการตอบคำถามเป็นแน่แท้ คราต่อไปหากคิดจะทะลวงข้ามระดับคงต้องหาสถานที่อันมิดชิดไร้ผู้คน มิเช่นนั้นอาจมิโชคดีเช่นครานี้แน่ " 

     

            ในหลายโต๊ะเป็นนักสู้ธรรมดา และเป็นชาวบ้านธรรมดาที่มาดื่มกินกัน  ยกเว้นโต๊ะริมระเบียงด้านตรงข้ามกังหลง ซึ่งนั่งหันหลังไว้ด้วยคนผู้หนึ่งรูปร่างสูงใหญ่กล้ามเป็นมัด ๆ ผู้หนึ่ง

     

            คนผู้นี้ไว้ผมยาวประบ่าแต่งตัวด้วยผ้าสีทองมีราคา ..มิอาจเห็นโฉมหน้าชัดเจน.. แต่จากผิวกายดูคล้ายอายุไม่มากนัก ..ระดับปราณยุทธอยู่ที่ปราณขุนพลระดับสองขั้นห้า ขั้นสุด ...บนโต๊ะด้านหน้าวางไว้ด้วยสุราอาหารและถ้วยชามว่างเปล่า ซ้อนกันมากมาย  นั่งดื่มกินอย่างตะกละตะกรามมิสนใจผู้ใด จนได้ยินเสียงขบเคี้ยวและบ่นพึมพำจากชายรูปร่างสูงใหญ่กล้ามเป็นมัด ๆ ผู้นั้น

     

            "อืม  ..ง่ำ ..ๆ..ซูีด.. ครึ่ก ๆ..ไม่ทราบท่านพ่อและพี่สาวไปที่ใดแล้วใยยังมาไม่ถึง บอกให้ข้ามารอรับประทานอาหารที่โรงเตี้ยมแห่งนี้ ..หิวจะตายอยู่แล้ว...ดื่มกินรอสึกครู่ก่อน หากยังไม่มาข้าจะไปเที่ยวชมเมืองสักหน่อย ...นาน ๆ จะได้ออกจากบ้านมาทั้งที..ครานี้ข้าจะเที่ยวให้คุ้ม ฮ่า ฮ่า "

     

            เสียงพึมพำและเสียงดื่มกินอาหารดังมาเป็นระยะ  กังหลงเห็นแล้วอดยิ้มและส่ายหัวในความตะกระตะกรามของอีกฝ่ายมิได้ ..

     

            ชั่วครู่ผู้รับใช้นำอาหารมาส่งพร้อมสุราป้านหนึ่ง   กังหลงมิเคยดื่มสุราทำท่าจะปฏิเสธแต่เหลือบมองที่โต๊ะอื่น ๆ ล้วนต่างมีสุราด้วยกันทั้งสิ้น จึงจำต้องจำใจให้ผู้รับใช้วางไว้ ....

     

            "เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิวตาตาม  คิดจะอยู่ในวงนักเลงย่อมมิอาจขาดสุราน้ำมิตร"  !!   

     

            พลันนึกถึงวลีที่บิดาเคยพูดบ่อย ๆ ยามนั่งทานอาหารพร้อมหน้ากันในตระกูล        

           

            กังหลงเริ่มกินอาหาร รสชาดอาหารถือว่าดีเยี่ยมมิน่าถึงได้เป็นโรงเตี้ยมอันดับหนึ่งของเมืองเหอหนาน  กินจนอิ่มหนำ..ผู้รับใช้รินสุราให้ถ้วยหนึ่ง พร้อมกล่าว

     

            "นี่เป็นสุราหมื่นหอมหวล ซึ่งเป็นสุรามีชื่อของโรงเตี้ยมแชน์ฮ๊วง ขอรับนายท่าน"

     

              ได้กลิ่นหอมลอยมา ..ถือโอกาสยกขึ้นจิบดู ทันทีที่น้ำสุราไหลลงสู่ลำคอ กังหลงถึงกับสำลัก พ่นน้ำสุราออกมา ใบหน้าแดงก่ำ พลันเกิดเสียงหัวเราะลั่นขึ้น !!..

     

            "ฮ่า ฮ่า ฮ่า น้องชาย เจ้ามิเคยดื่มสุรารึไร.. เจ้าคงเพิ่งออกจากบ้านมากระมัง มา ๆ ให้พี่ชายคนนี้จะสอนวิธีดื่มสุราให้เจ้า พี่ชายคนนี้จะสอนโดยมิคิดค่าเล่าเรียนสักแดงเดียว ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

     

            กังหลงเหลือบไปมองตามเสียง จึงเห็นเป็นชายหนุ่มร่างใหญ่ที่นั่งหันหลังฝั่งตรงข้ามตนก่อนหน้านี้ มิทราบแต่ชายหนุ่มร่างใหญ่คนนั้นได้หันกลับมาทางตนตั้งแต่เมื่อใด

     

            บัดนี้ได้ชายหนุ่มร่างใหญ่ได้นั่งจ้องตนอยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หัวเราะร่า  จากหน้าตาดูเป็นชายหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตน หรืออาจจะเยาว์วัยกว่าตนก็มิมาก ใบหน้าดูเที่ยงธรรม หน้าผากกว้าง คิ้วหนา  จมูกโด่ง ตาโต แววตานิ่งไม่รวนเร มองโดยรวมนับเป็นบุรุษเข้มแข็งเที่ยงธรรมผู้หนึ่ง

     

            เมื่อเห็นผู้อื่นกล่าวทักทายด้วยไมตรีจิต และสายตานิ่งบริสุทธิ์ มิคล้ายมีแววเจ้าเล่ห์เจ้าอุบายใด ๆ

     

            กังหลงนั้นตั้งแต่เล็กตนก็มิเคยมีเพื่อน เพราะถูกมองเป็นขยะ มิเคยมีใครอยากชิดใกล้ คนในวัยเดียวที่พูดคุยด้วยมีเพียงเยี่ยนฟางผู้เป็นน้องสาวเท่านั้น ออกจากบ้านคนเดียวครานี้มีคนพูดคุยสนทนาด้วย กลับมิเลวมากนัก   กังหลงยิ้มขึ้นด้วยความละอาย พร้อมยกมือคารวะกล่าว 

     

            "ข้ากังหลง ขอคารวะพี่ท่าน มิทราบพี่ท่านชื่อเสียงเรียงนามใด พอดีข้าเพิ่งออกจากบ้านมาท่องเที่ยว คงต้องรบกวนพี่ท่านแนะนำแล้ว "

     

            "ฮ่า ฮ่า ฮ่า  ข้าหยางเช็งซี เรียกสั้น ๆ ว่าหยางซีก็พอ  ... ยินดีที่รู้จักเช่นกัน ข้าออกจากบ้านตามบิดากับพี่สาวมาเที่ยวเมืองนี้คราแรกเช่นกัน แต่การดื่มสุรามิใช่คราแรกของข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

     

            หยางเช็งซีหัวเราะร่า พร้อมเดินมายังโต๊ะกังหลง นั่งเก้าอี้ด้านตรงข้ามพร้อมยกสุราทั้งป้านขึ้นเทลงลำคอรวดเดียวจนหมดสิ้น เสียงดัง ครั่ก ๆ  พร้อมเอ่ยขึ้น

            "สุราป้านนี้ข้าขอถือเป็นของขวัญแรกเจอของเราละกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า !!"

     

            กังหลงไม่ถือสาในนิสัยห่าม ๆ ของอีกฝ่าย ดูจากการดื่มกินของอีกฝ่ายก่อนหน้านี้ เป็นผู้ที่กระทำการอย่างเปิดเผยมิเกรงกลัวสิ่งใด  แย้มยิ้มขึ้น

     

            "เชิญตามสบายพี่ท่าน  ...ผู้รับใช้ขอสุราอีกห้าป้าน  ค่าอาหารของพี่ชายท่านนี้ให้มาคิดรวมกับของข้าก็แล้วกัน"   

     

            "ฮ่า ฮ่า มันต้องอย่างนี้สิ เดี๋ยวหยางซีผู้นี้จะสอนเทคนิคการดื่มสุราให้น้องท่านชำนาญเอง"        

     

            หยางเช็งซี ก็ไม่ปฏิเสธในไมตรีนี้และยิ่งรู้สึกถูกใจในความในกว้างของบุรุษหนุ่มท่าทางอ่อนแอผู้นี้  เพราะตนออกจากบ้านครานี้บิดาให้เงินติดตัวมาเพียงเล็กน้อยพอได้ดื่มกินตามปกติ แต่ตนได้ใช้จ่ายดื่มกินไปจนเกือบหมดแล้ว

     

            เมื่อมีคนจ่ายค่าดื่มกินให้เช่นนี้จึงยินดียิ่ง  แม้หยางเช็งซีดูภายนอกจะเป็นคนหยาบกระด้าง แต่แท้จริงเป็นคนยึดถือคุณธรรมน้ำมิตรยิ่ง  เมื่อได้รับน้ำใจจากบุรุษหนุ่มท่าทางอ่อนแอที่เพิ่งพบหน้านี้

     

            หยางเช็งซีจึงตั้งใจไว้ว่า หลังจากนี้จะคอยดูแลปกป้องกังหลง ชายหนุ่มผู้บอบบางเบื้องหน้า ขณะอยู่ในที่นี้จะมิให้ใครมารังแกเขาได้ เพราะจากการสำรวจของตนก่อนหน้านี้ หยางเช็งซีพบว่ากังหลงมีระดับปราณอยู่ที่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดเท่านั้น จึงกล่าวขึ้น

     

            "ข้ายิ่งชอบเจ้าเข้าให้ใหญ่แล้ว  ...ข้าหยางซีผู้นี้จะยึดถือเจ้าเป็นสหายแล้ว อยู่ในเมืองแห่งนี้หรือที่แห่งใดหากมีข้าอยู่ด้วย ข้าจะมิให้ใครมารังแกเจ้า ข้าจะปกป้องเจ้าเอง  มา ๆ เรื่องอื่นพักไว้ก่อน มาดื่มสุรากันดีกว่า  "

     

            "อันดับแรก เจ้าต้องควบคุมลมปราณมาห่อหุ้มสุรา และค่อย ๆ ปล่อยให้ไหลรินลงสู่ลำคอทีละน้อย เจ้าจะค่อย ๆ ได้รับรสชาด อันหอมหวานของสุราขณะค่อย ๆ ไหลผ่านลำคอลงไปในช่องท้อง  เช่นนี้เจ้าจะได้ซึมซับความหอมหวานได้เนิ่นนานนัก   ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า"

     

            พูดจบหยางเช็งซีก็ยกสุราทั้งป้านเทกรอกลงไปในปากจนหมดสิ้นคราเดียว หลับตาลิ้มชิมรสสุราอย่างเอร็ดอร่อย

     

             "ครึ่ก ครึ่ก ครึ่ก" เอื๊อก !!

     

            กังหลงอมยิ้ม ครุ่นคิดขึ้น 

     

            " ค่อย ๆ ดื่มตรงไหน แบบนี้มันเทและอาบแล้ว"


            พลางยกป้านสุราขึ้นแล้วทำตามขั้นตอนเทสุราเข้าปากใช้พลังปราณห่อหุ้มสุราแล้วค่อย ๆ ปล่อยให้ไหลลงลำคอไป ซึ่งก็เป็นเช่นที่หยางเช็งซีกล่าวไว้  ไม่สำลักให้ขายหน้าเหมือนคราแรกที่ตนดื่ม  และขณะนี้กังหลงได้เริ่มสัมผัสรสชาดสุราอันร้อนแรงหอมหวานทีละน้อยแล้ว

     


    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน