“เราจะเตรียมงานฉลองโบนัสสัปดาห์หน้ากันอย่างไรดี?”เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งถามขึ้นมา ขณะที่ทุกคนกำลังนั่งเล่นยืดเส้นยืดสายช่วงพักบ่ายได้ยินดังนั้นยี่โถไม่รอช้า รีบตอบทันควันอย่างกับกลัวจะถูกเพื่อนแย่งพูด
“ถ้าเฟลิกซ์มาด้วยก็ต้องเป็นธีมโทนสีน้ำเงินเขาไม่ชอบอะไรที่มันหวือหวานัก ฉะนั้นก็ไม่ต้องจัดใหญ่โต อ้อ! อย่าลืมเปิดเพลงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆด้วยนะ...” หญิงสาวต้องหยุดชะงักไปเมื่อสังเกตว่า เพื่อนหลายคนจ้องมาที่ตนตาแทบไม่กะพริบแถมยังอ้าปากค้างเหมือนกันอีก ยี่โถได้แต่เก็บความสงสัยไว้แล้วตัดสินใจพูดต่อ
“ส่วนอาหารก็ควรเน้นเป็นเมนูสุขภาพมีเครื่องดื่มมึนเมาได้ ถ้าจะซื้อของขวัญขอบคุณเขา แนะนำให้เป็นหนังสือปรัชญารับประกันว่าเขาชอบแน่นอนค่ะ”พูดจบยี่โถไม่ลืมที่จะส่งรอยยิ้มสดใสพร้อมยกนิ้วโป้งเป็นท่าประกอบ แต่เอ๊ะ?คราวนี้กลายเป็นว่าทุกคนพร้อมใจกันอ้าปากหวอ มองมายังเธอเป็นสายตาเดียวกันหมดหญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นมองหน้าทุกคนสลับกันไปมา
“ฉันพูดอะไรผิดไปเหรอ?”เสียงของเธอแผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัดเป็นรุ่นพี่คนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเรียกสติกลับมาได้ก่อนใคร
“อะ...เอ่อ...ขอบคุณนะยีสต์”เสียงของรุ่นพี่มาอิ สาวชาวญี่ปุ่น ช่วยดึงสติของคนอื่นๆ กลับมาเช่นกันหลายคนเลือกที่จะลุกขึ้นเดินออกไปแต่ก็มีบางส่วนที่หันมากระซิบกระซาบกันโดยที่สายตาแปลกๆ ยังคงจับจ้องมายังเธออยู่ว่าแต่...ทุกคนไม่คุยเรื่องจัดงานต่อเหรอ?
*****
ช่วงเวลาแห่งความมึนงงสำหรับยี่โถล่วงเลยมาถึงตอนเลิกงานหญิงสาวที่สะพายกระเป๋าเตรียมจะกลับบ้านต้องหยุดชะงักทันใดเมื่อได้ยินเสียงคุยกันอย่างออกอรรถรสของเหล่าสาวพนักงานเสิร์ฟชาวจีน
“แก! ที่วันนี้คุณเฟลิกซ์เข้ามาในครัวน่ะพึ่งได้เห็นหน้าใกล้ๆ คือ หล่อม๊ากกก! หน้าคมอย่างกับดาราฮอลลีวูดแน่ะ” เธอคนนั้นพูดไปก็หน้าแดงไป ดวงตาเรียวเล็กดูเคลิบเคลิ้มเรียกได้ว่าจินตนาการไปไกลแล้วในเวลานี้
“หุ่นก็ดี๊ดี! ฉันแอบไปตีเนียนยืนอยู่ใกล้ๆ นี่คือ หัวไม่ถึงไหล่เขาด้วยซ้ำกล้ามนี้อย่างแน่น! ฉันล่ะสงสารเสื้อเชิ้ตเขาจริงๆ อยากจะบอกเขาไปว่า ‘ถ้าใส่แล้วมันอึดอัดก็ถอดเสื้อมาทำงานได้นะคะ’ อ๊ายยยย! ฉันหื่นไปใช่ไหม!” เสียงกรี๊ดกร๊าดของสองสาว พาให้คนฟังอย่างเธอทนไม่ไหวยี่โถกระแทกเท้าเดินตรงไปยังสองคนนั้นทันที
“หยุดพูดจาแทะโลมเฟลิกซ์เสียที!” คำพูดเสียงดังฟังชัดของยี่โถเรียกความสนใจให้ใครหลายคนที่อยู่บริเวณนั้นเริ่มหันมามอง
“อะไรยัยยีสต์เน่า! เฟลิกซ์ไม่ใช่แฟนเธอเสียหน่อยทำเป็นหวงไปได้” หนึ่งในนั้นตอกกลับพร้อมกับหันมาชำเลืองมองก่อนจะกลอกตาใส่ยี่โถอย่างเอือมระอา
“ช่างเถอะ! เอลลี่” เพื่อนอีกคนพยายามสะกิดแขนบอก
“แต่ฉันจองเฟลิกซ์ไว้นานแล้ว! ใครหน้าไหนคิดเข้ามาแย่งก็ระวังตัวไว้ให้ดี” ยี่โถประกาศกร้าวตั้งใจให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นได้ยิน
“เหอะ!นี่ต้องให้พวกเราบอกกี่รอบถึงจะเข้าใจ ในสายตาเขา เธอก็เป็นได้แค่ ‘ยีสต์’ สมฉายาเธอนั่นแหละ เฟลิกซ์ เกลียด เธอรู้ไว้ด้วย!” เอลลี่จงใจเน้นเสียงทีละคำเพื่อตอกย้ำยี่โถยืนกำหมัดแน่นจ้องเขม็งไปยังคนตรงหน้า ยายนี้วอนอีกแล้ว!
“เอลลี่! เธอเองก็หยุดซะ!” พี่มาอิเดินเข้ามายืนขวางระหว่างยี่โถและเอลลี่ไว้ มาอิเลือกที่จะหันไปเผชิญหน้ากับรุ่นน้องชาวไทยดวงตาอ่อนโยนของรุ่นพี่นั้นฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัดนั่นทำให้ไฟร้อนในใจยี่โถค่อยๆ อ่อนลง มือที่กำลังกำหมัดเริ่มคลายออกพี่มาอิสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยออกมา
“พี่ขอเตือนยี่โถด้วยความหวังดีนะ...การที่เราคอยตามติดชีวิตเขาแบบนี้ไม่ได้ทำให้เฟลิกซ์มีความสุขแต่อย่างใด แต่กำลังทำให้เขาเกลียดและกลัวเธอด้วยซ้ำยี่โถอาจจะไม่รู้ตัว แต่พวกเราก็สังเกตมาโดยตลอด หยุดตอนนี้ยังทันดีกว่ามาเสียใจทีหลังนะ”น้ำเสียงนุ่มนวลแฝงความจริงจังจากรุ่นพี่กระตุ้นให้ไฟโทสะเริ่มลุกโหมขึ้นมาอีกครั้งยี่โถเลือกที่จะหันหลังเตรียมเดินออกไปแต่คำพูดต่อมาจากเอลลี่ก็ทำให้เท้าทั้งสองหยุดชะงักทันที
“ถึงจะหันหลังให้กับความหวังดีของเพื่อนเหมือนทุกครั้งก็ไม่ได้ทำให้หนีความจริงที่ว่า เธอทำตัวเป็น ‘สตอล์กเกอร์’ ได้นะยีสต์”ถ้อยคำอันเจ็บแสบได้เชือดเฉือนให้ฟางเส้นสุดท้ายของยี่โถขาดสะบั้นทันทีหญิงสาวหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับทุกคนความเย็นยะเยือกก่อตัวขึ้นมารอบกายเธออย่างรวดเร็วจนหลายคนสัมผัสได้
“ชีวิตของฉัน! ฉันเป็นคนเลือกเอง! ฉันมั่นใจว่า ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไรให้พวกคุณหรือตัวเฟลิกซ์เองเพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องทำตัวเป็นจิตอาสามาสอน! ฉันไม่ต้องการ!” ตะคอกจบยี่โถกระแทกเท้าปึงปังออกไปจากร้านทันทีมือคว้าจักรยานเร่งฝีเท้าปั่นออกไปจากร้านให้ไวที่สุดก่อนที่เธอจะเสียสติไปมากกว่านี้ หงุดหงิดชะมัด!เมื่อไรคนพวกนี้จะเลิกยุ่งกับเธอเสียที!
อารมณ์ขุ่นมัวพาเธอไปยังสถานที่แห่งหนึ่งเมื่อมาถึงจุดหมายปลายทาง ยี่โถลงจากจักรยานไปยืนด้อมๆ มองๆอยู่ริมรั้วของบ้านหลังหนึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นที่ทิวทัศน์ด้านหลังเป็นป่าไม้ร่มรื่นและภูผาสูงชันกระจกขนาดใหญ่ด้านหน้าทำให้มองเห็นพื้นที่บางส่วนในบ้านและเป้าหมายของเธอก็กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่น รอยยิ้มค่อยๆผุดพรายออกมาจากใบหน้าของยี่โถ
มากสุดของเธอก็แค่ยืนเกาะดูริมรั้วไม่เคยคิดที่จะบุกเข้าไปในบ้านเฟลิกซ์เสียหน่อยจะเป็นสตอล์กเกอร์แบบที่คนพวกนั้นกล่าวหาได้อย่างไร?เมื่อรู้สึกสบายใจกับข้อสรุปของตนเองแล้วยี่โถแอบมองชายหนุ่มต่อจนพึงพอใจก่อนจะปั่นจักรยานกลับบ้านด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม