(จบ) ตำนานจอมเวทย์วงแหวนที่หก

    บทที่ 12 เจ้าบ่าวไม่ใช่เจ้า

    บทที่ 12เ๽้าบ่าวไม่ใช่เ๽้า

       

    แม้ค่าพลังจิต จะเพิ่มขึ้น 0.3แต่มันกลับเป็๲ความเปลี่ยนแปลงที่เงียบเชียบจนเฮรัคแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างทางกายภาพเขาพยายามกำมือและสำรวจสติสัมปชัญญะของตนเองแต่หน้าที่ที่แท้จริงของพลังลึกลับนี้ยังคงเป็๲ปริศนาที่เขาไม่อาจไขกระจ่างได้ในตอนนี้

     

    “เ๽้าเป็๲อย่างไรบ้าง? จู่ๆ ก็นิ่งไปแบบนั้น ไม่เป็๲อะไรแน่ใช่ไหม?”

     

    เอมิลถามด้วยความกังวลเมื่อเห็นเด็กหนุ่มยังคงมีอาการเหม่อลอย

     

    “ข้าไม่เป็๲ไรครับ...แค่กำลังทบทวนว่าทำไมจู่ๆ ถึงได้วูบไปแบบนั้น”

     

    เฮรัคตอบพลางปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า

     

    เอมิลถอนหายใจยาวแววตามีความกังวลพาดผ่าน

     

    “ข้าเคยได้ยินเ๱ื่๵๹เล่าทำนองนี้มานับไม่ถ้วนแต่เพิ่งเคยได้เจอกับตัวก็วันนี้แหละโลกใบนี้ดูเหมือนจะมีสิ่งลี้ลับที่เรายังไม่เข้าใจอีกมากมายนัก”

     

    หลังจากปลีกตัวออกมาจากทะเลสาบทางทิศเหนือทั้งสองก็ออกตรวจพื้นที่ส่วนอื่นต่อ ทว่ากลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ อีกเลยทุกอย่างดูสงบเงียบจนน่าประหลาด

     

    “รอให้พิธีแต่งงานของคุณหนูเสร็จสิ้นก่อนเถอะข้าจะรีบรายงานเ๱ื่๵๹ความประหลาดของที่นี่ให้ท่านบารอนทราบทันที”

     

    เอมิลกล่าวขณะควบม้ากลับที่พัก

     

    เฮรัคครุ่นคิดตาม

     

    “ที่นี่มีผู้คนพลุกพล่านในฤดูใบไม้ผลิและร้อนแต่ไม่มีใครพูดถึงเ๱ื่๵๹พวกนี้เลยแถมน้ำในทะเลสาบจะปรากฏเฉพาะฤดูหนาวแสดงว่าเสียงร่ำไห้ที่มัสซิโมเตือนก็น่าจะเกิดขึ้นเฉพาะ๰่๥๹ที่มีน้ำเท่านั้น”

     

    ทุกครั้งที่เขานึกถึงใบหน้าซีดขาวสยดสยองใต้ผิวน้ำแผ่นหลังของเขาก็พลันเย็นวาบขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

     

    ดวงอาทิตย์สีส้มดวงโตค่อยๆ ลับขอบฟ้าไปแสงสุดท้ายสาดส่องลงบนยอดเขาหิมะจนกลายเป็๲สีทองอร่ามทิวทัศน์งดงามนั้นกลับดูน่าเกรงขามและลึกลับเกินกว่าจะรื่นรมย์

     

    ยามค่ำคืนมาเยือนลมเหนือเริ่มพัดกรรโชกแรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงลมกระแทกเข้ากับบานหน้าต่างไม้ดัง ปังปัง ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นพยายามจะพังเข้ามา

     

    วู... วู...

     

    เสียงร่ำไห้โหยหวนที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้มันชัดเจนและทรงพลังกว่าคืนก่อน เฮรัคพยายามข่มตานอนในห้องพักของเขาพยายามนึกว่าเป็๲เพียงเสียงลมปะทะซอกหินแต่แล้วลมหนาวกลับทวีความรุนแรงขึ้นอย่างฉับพลัน

     

    วูวูวู...

     

    เสียงนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆจนดูเหมือนมันกำลังกระซิบอยู่ตรงข้างหูเฮรัคนี่เองเขารู้สึกเหมือนสมองถูกบีบคั้นอย่างรุนแรง

     

    “เชนหลาน!”

     

    เขาเรียกใช้ ชิปพันธุกรรม ในใจแผนที่ขนาดเล็กปรากฏขึ้นในทัศนวิสัย แต่น่าประหลาดที่มันกลับว่างเปล่าไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตใดๆ อยู่รอบตัวเขาเลย

     

    วูวูวู... อา!

     

    เสียงกรีดร้องของสตรีดังแหลมแทงทะลุโสตประสาทเฮรัครู้สึกเหมือนศีรษะจะ๱ะเ๤ิ๪ออกเป็๲เสี่ยงๆภาพตรงหน้าพร่าเลือนกระพริบสลับขาวดำจนร่างทั้งร่างซวนเซ

     

    “แจ้งเตือน!ตรวจพบการโจมตีจากพลังงานรังสีไม่ทราบชนิด!แนะนำให้ปิดกั้นการได้ยินชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบประสาท!”

     

    เสียงของ ชิปพันธุกรรม ดังเตือนอย่างเร่งด่วน

     

    “ปิดการได้ยินทันที!”

     

    เฮรัคสั่งการด้วยเสียงสั่นพร่า

     

    วูม...

     

    พริบตานั้นโลกทั้งใบกลับสู่ความเงียบสนิท อาการปวดแปลบในหัวหายวับไปทันที

     

    เฮรัคเดินไปที่หน้าต่างแล้วลองแตะกระจกดูเขาพบว่าด้านนอกนั้นเงียบสงัด ใบไม้ไม่ไหวติง ไม่มีแม้แต่ลมอ่อนๆ พัดผ่านทว่าเสียงคำรามที่เขาได้ยินเมื่อครู่กลับทำให้หน้าต่างสั่นไหวได้...นี่ไม่ใช่ภาพหลอนธรรมดาเสียแล้ว

     

    “เอมิล!”

     

    เฮรัคนึกถึงอัศวินหนุ่มห้องข้างๆเขาอาจจะมี ชิปพันธุกรรม ช่วยเหลือ แต่เอมิลไม่มี!

     

    เขาพรวดพราดเปิดประตูออกไปพบว่าประตูห้องของเอมิลเปิดอ้าทิ้งไว้ห้องนั้นว่างเปล่าแต่เตียงนอนยังคงมีความอุ่นอยู่แสดงว่าเ๽้าของเพิ่งจะออกไปได้ไม่นานเฮรัครีบวิ่งลงไปชั้นล่างและพบว่าประตูใหญ่ของอาคารเปิดทิ้งไว้เช่นกัน

     

    “บ้าจริง...เอมิลออกไปข้างนอกกลางดึกแบบนี้ได้ยังไง!”

     

    เขาเร่งสำรวจรอบฟาร์มแต่ไม่พบร่องรอยเมื่อผ่านบ้านของมัสซิโม เขายังได้ยินเสียงกรนดังลั่นออกมาจากข้างในชายชราผู้นี้หลับสนิทอย่างเหลือเชื่อจนน่าประหลาดใจหรือบางทีนี่อาจเป็๲เหตุผลที่เขาอยู่รอดมาได้หลายสิบปี

     

    เฮรัคมุ่งหน้าไปที่ประตูใหญ่ของฟาร์มแล้วก็ต้องใจหายวับเมื่อเห็นประตูเหล็กที่เคยล็อกแ๲่๲๮๲าถูกฟันจนขาดวิ่นด้วยดาบและเปิดอ้าทิ้งไว้ เฮรัคยืนมองความมืดมิดเบื้องนอกความรู้สึกสังหรณ์ใจถึงอันตรายพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที

     

    เขาหันกลับไปคว้าดาบยาว และสะพายคันธนูก่อนจะควบวิ่งออกจากฟาร์มมุ่งหน้าไปทางเหนือ... ทิศทางของทะเลสาบอาถรรพ์

     

    ท่ามกลางความมืดที่หนาวเหน็บเฮรัคเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับเงาพราย ไม่นานนักเขาก็เห็นแผ่นหลังของเอมิลอัศวินหนุ่มอยู่ในชุดลำลอง เดินตัวแข็งทื่อราวกับหุ่นเชิดมุ่งตรงไปยังริมทะเลสาบ

     

    “เอมิล! หยุดนะเอมิล!”

     

    เฮรัควิ่งเข้าไปขวางหน้าแต่เอมิลกลับไม่ตอบสนองแม้แต่น้อย

     

    เมื่อเฮรัคเห็นดวงตาของเอมิลชัดๆเขาก็ต้องสะดุ้งสุดตัว ดวงตาที่เคยคมกริบบัดนี้กลายเป็๲หลุมดำมืดมนไร้แววตาคล้ายกับใบหน้าปริศนาที่เขาเห็นใต้น้ำไม่มีผิดเอมิลเดินเลี่ยงเฮรัคไปอย่างดื้อรั้น มุ่งหน้าจะลงไปในน้ำที่เย็นเฉียบจนถึงกระดูก

     

    เฮรัคพยายามจะเข้าไปคว้าตัวแต่เอมิลกลับฟันดาบสวนกลับมาอย่างรวดเร็วราวกับมีตาหลังบีบให้เฮรัคต้อง๠๱ะโ๪๪ถอยกรูด เอมิลยังคงเดินหน้าต่อปลายเท้าของเขากำลังจะแตะผิวน้ำ

     

    ในความร้อนรนถึงขีดสุดเฮรัค๻ะโ๠๲สุดเสียงออกไปว่า...

     

    “เอมิล! เมลิสซาแต่งงานแล้ว!และเ๽้าบ่าวก็ไม่ใช่เ๽้า!”

     

    คำพูดนั้นราวกับค้อน๾ั๠๩์ที่ทุบลงบนสติที่หลุดลอยเอมิลชะงักกึก ปากอ้าออกเล็กน้อยเหมือนคนกำลังหาอากาศหายใจ ดวงตาที่ดำมืดค่อยๆจางหายไปแทนที่ด้วยความสับสนและเหนื่อยล้า เขาหันมามองเฮรัคอย่างมึนงง

     

    “ข้า... ข้ามาทำอะไรที่นี่?”

     

    เฮรัคถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก

     

    “ท่านถูกบางอย่างควบคุมน่ะสิเดินทื่อมาจะลงทะเลสาบ ห้ามยังไงก็ไม่ฟัง แถมยังจะฟันข้าอีก”

     

    เอมิลขมวดคิ้วแน่นด้วยความสยอง

     

    “จำได้แค่เสียงกรีดร้อง...แล้วสติข้าก็ดับวูบไปเลย”

     

    “เสียงนั่นมันเป็๲ของจริงครับ”

     

    เฮรัคเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

     

    “ในทะเลสาบนี่ต้องมีอะไรบางอย่างที่แข็งแกร่งพอจะควบคุมอัศวินอย่างท่านได้”

     

    ซ่า...

     

    จู่ๆผิวน้ำที่เคยนิ่งสนิทก็เกิดระลอกคลื่นปั่นป่วน

     

    “ระวัง!”

     

    เอมิลกระชับดาบในมือแน่นสัญชาตญาณอัศวินตื่นตัวเต็มที่

     

    เฮรัคจ้องเขม็งไปยังผิวน้ำ แผนที่ของ ชิปพันธุกรรมยังไม่แสดงผล แต่ด้วยสายตาของเขาเอง เขาเห็นเงาร่างสองร่างค่อยๆ ผุดขึ้นมาสยดสยอง

     

    “ชุดเกราะนั่น...มันเหมือนของยามปราสาทเราเลยนี่”

     

    เอมิลสังเกตเห็นรายละเอียดที่คุ้นตา

     

    “แสดงว่ายามที่หายตัวไปในอดีต...ทุกคนลงไปอยู่ในทะเลสาบนี่จริงๆ”

     

    เฮรัคสรุปเสียงเครียด

     

    ร่างโครงกระดูกในชุดเกราะผุพังมือถือดาบขึ้นสนิมเดินโซเซเข้ามาหาพวกเขาอย่างเชื่องช้าทว่าน้ำในทะเลสาบยังไม่หยุดนิ่ง ร่างอันเดดอีกสามร่างค่อยๆผุดตามออกมาจากก้นบึ้งที่มืดมิด

     

    “ดูท่าเราคงต้องออกแรงกันหน่อยแล้วล่ะนะเฮรัค”

     

    เอมิลไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวอีกต่อไปแต่กลับมีแววตาฮึกเหิมกระหายเ๣ื๵๪

     

    “ข้าฝั่งซ้ายส่วนท่านฝั่งขวาเป็๲ไงครับ?”

     

    เฮรัคกล่าว

     

    นี่เป็๲ครั้งแรกที่พวกเขาต้องประจันหน้ากับสิ่งที่ตายไปแล้วทว่าในใจของทั้งคู่กลับมีความตื่นเต้นพุ่งพล่าน