เขาเดินอยู่ในพระราชวังโดยได้รับการนำทางจากเ้าหญิง
คนรับใช้และพวกอัศวินต่างมององค์หญิงผู้มีสภาพอิดโรยและชายหนุ่มไม่คุ้นหน้าอยู่ห่างๆ โดยที่ไม่มีใครส่งเสียงทักไม่มีใครรู้ว่ามีเื่เกิดอะไรขึ้น
ห้องที่ฮิฟุมิถูกอัญเชิญมานั้นถูกปิดล็อกโดยที่ยังมีซากศพทหารอยู่ข้างในเื่น่าเศร้าสลดที่เกิดในที่นั้นยังไม่มีใครรู้ ข้ารับใช้ล้วนถูกกันออกไปส่วนใหญ่แล้วคนที่ทำงานในปราสาทได้รับแจ้งแค่เพียงว่ากำลังมีเื่สำคัญเกิดขึ้น
‘เป็ปราสาทที่โอ่อ่าจัง เหมือนกับปราสาทแบบตะวันตกที่เคยเห็นในเน็ตก่อนหน้านี้เลย’
เขากวาดสายตาไปรอบๆ พร้อมกับเก็บข้อมูล
'พวกที่ดูเหมือนคนรับใช้ใส่ชุดที่ทำจากผ้าลินินงั้นเหรอเทียบกับโลกเก่าของเราก็คงมีอารยธรรมประมาณยุคกลางสินะ? ถึงชุดของอิเมราเลียดูจะใช้เนื้อผ้าดีกว่ากันเยอะก็เถอะ…'
ระหว่างที่เดิน จู่ๆ ฮิฟุมิก็นึกอยากลองใช้มนต์แห่งความมืดที่ได้รับก่อนจะข้ามมาโลกนี้เขาคาดว่าความรู้สึกแปลกๆไม่เข้าที่เข้าทางในร่างกายที่เกิดหลังจากข้ามโลกมานี่บางทีคงเป็เพราะพลังเวทมนต์
เมื่อเขาลองนึกภาพว่ารวบรวมพลังเวทย์ไปไว้ที่มือซ้ายก็เกิดสิ่งที่เหมือนหมอกสีดำผุดขึ้นมาจากมือ
‘ถ้าเป็มนต์แห่งความมืดก็น่าจะ...’
ขณะที่นึกได้ว่าก่อนหน้านี้เคยอ่านเจอที่ไหนสักแห่งในนิยายเขาก็เค้นจินตนาการถึงตอนใช้เวทย์ให้ชัดขึ้น
วงกลมสีดำเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณยี่สิบเิเผุดขึ้นตรงหน้าฮิฟุมิลองเอาดาบแหย่เข้าไปในนั้น
‘ใส่เข้าไปได้แล้ว ต่อไปก็…’
เขาเอามือขวาไพล่ไปด้านหลังแล้วจินตนาการว่าล้วงเข้าไปคว้าดาบในความมืดเมื่อกำมือก็ััได้ถึงด้ามดาบที่คุ้นเคย
‘ถึงไม่เห็นก็ดึงออกมาได้ทำได้ตามที่คิดไว้เลยจริงๆแฮะ’
ขณะที่ทำการทดลองก็เดินไปโดยไร้เสียงฝีเท้าข้างหน้าเขาคืออิเมราเลียผู้เดินอย่างวิตกกังวล เสียงส้นรองเท้าแข็งๆ กระทบพื้นดังกังวานในหัวของเธอเต็มไปด้วยความคิดที่ไม่สามารถเรียบเรียงได้
พาเขาไปหาท่านพ่อที่เป็พระาาทั้งๆ อย่างนี้จะดีหรือ?
หรือต้องพาเขาไปยังที่อื่น?
พาไปแล้วหลังจากนั้นจะทำยังไงต่อ?
ตอนที่เขารู้ว่าโดนหลอกตัวเราจะเป็ยังไง?
ไม่สิถึงเราจะถูกฆ่าตาย แต่หลังจากนั้นล่ะ?
สุดท้ายแล้วก็คงจับใครสักคนในปราสาทบังคับให้นำทางไปหาท่านพ่ออยู่ดีไม่ใช่หรือ?
“ทำไมดิฉันถึงต้องมาทำอะไรแบบนี้กันนะ…"
ทั้งที่ตั้งใจจะกระซิบเสียงเบาไม่ให้ใครได้ยินแต่ท่าทางเพื่อนร่วมทางผู้เงียบงันจะฟังอยู่
“คำตอบนั้นมีแต่ตัวเธอเท่านั้นแหละที่ตอบได้"
“เอ๋?”
เธอหันกลับมาเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินเขาพูด
“ทั้งเื่ที่ถูกบังคับให้ทำ ทั้งเื่ที่เผลอทำไปสุดท้ายคนทำก็มีแต่จะต้องรับผลของการกระทำนั้นๆ ไม่ว่าจะทำด้วยความมุ่งร้ายหรือเพราะผลประโยชน์จะยินดีหรือจะเจ็บช้ำก็ไม่เกี่ยวหรอก มีแค่การกระทำกับผลลัพธ์เท่านั้น"
คำพูดนั้นทำให้ความคิดต่างๆ จมลงไปในหัวอีกครั้ง
“การกระทำจะสะท้อนกลับมาที่คนทำทั้งหมดจะไปหาสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้นจากอย่างอื่นนอกเหนือจากการกระทำของเธอก็ไม่มีประโยชน์หรอก"
“คะ...ค่ะ…"
ระหว่างที่อิเมราเลียหัวหมุนด้วยคำพูดของฮิฟุมิพวกเขาก็มาถึงหน้าห้องท้องพระโรงั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้พระาาคงกำลังรอคอยการมาถึงของผู้กล้าอยู่ภายในห้องนี้เป็แน่
อัศวินที่ไม่รู้เื่อะไรเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
“องค์หญิง ท่านผู้นี้คือ…"
“ใช่ ข้าจะแนะนำเขากับท่านพ่อเปิดประตูสิ"
ระหว่างมาจนถึงที่นี่อิเมราเลียเตรียมใจไว้ได้อย่างหนึ่งแล้ว การพูดจากับอัศวินเมื่อครู่ก็เช่นกันตอนนี้เธอสงบลงกว่าก่อนหน้านี้มาก
ท้องพระโรงอันกว้างขวางนั้นมีพระาาอยู่ตรงกลางแท่นยกพื้น ประกบด้วยคนที่ดูเหมือนพระราชินีและเ้าชายทั้งสองฟากของห้องเรียงรายด้วยอัศวินและข้ารับใช้
ฮิฟุมิซึ่งซ่อนดาบไว้ในเวทแห่งความมืดเดินตามอิเมราเลียเข้าไปในห้องด้วยท่าทางปกติ
อิเมราเลียหยุดยืนห่างจากเบื้องหน้าของพระาาประมาณห้าเมตรส่วนฮิฟุมิยืนเฉียงออกมาด้านหลังแม้จะมีคนบางส่วนที่เลิกคิ้วเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้คุกเข่า แต่ฮิฟุมิก็ไม่ได้สนใจ
เมื่ออิเมราเลียถวายความเคารพพระาาก็เปิดปากพูด
“อิเมราเลียเอ๋ยคนผู้นั้นคือผู้กล้างั้นหรือ?”
ทว่าคนที่ตอบคำถามกลับไม่ใช่เ้าหญิง
“ไม่ล่ะ ผู้กล้าอะไรนั่นไม่มาหรอกนะ"
ฮิฟุมิมองตรงไปที่ดวงเนตรของาา
“ไร้มารยาท!าายังไม่ได้อนุญาตให้เ้าพูดนะ!”
ข้ารับใช้ชายไว้หนวดท่าทางภูมิฐานอายุราว50 ปีะโขึ้นมา แต่ฮิฟุมิเมินเขาอย่างสิ้นเชิง
“ที่ผู้หญิงคนนี้เรียกออกมาคือผู้เคราะห์ร้ายน่าสงสารที่โดนบังคับดึงมาจากต่างโลก…"
ดาบที่ถูกดึงออกมาจากความมืดเปล่งประกายที่ทั้งสวยงามและน่าพิศวง
“สำหรับความผิดนั้นจงชดใช้ด้วยชีวิตซะเถอะ ฉันคือนักฆ่าไงล่ะ"
ฮิฟุมิตั้งท่าเล็งดาบไปที่ตาแล้วหัวเราะเบาๆ
☆
ท้องพระโรงเงียบงันไปชั่วครู่ก่อนจะตกอยู่ในความสับสนอลหม่าน
“ดาบนั่นมันอะไรกัน!ทำไมถึงเอาอาวุธเข้ามาในห้องนี้ได้!”
“นี่อยู่ต่อหน้ากษัตริย์นะ!”
“องครักษ์มัวทำอะไรอยู่!รีบจับตัวมันสิ!”
หลังจากที่ข้าราชการพลเรือนสั่งเหล่าองครักษ์ที่รอรับคำสั่งก็กรูกันเข้ามาอย่างรวดเร็ว
คงจะเป็อาวุธมาตรฐานของปราสาทนี้ทุกคนใช้หอกสั้นเหมือนกับพวกอัศวินที่อยู่ในห้องอัญเชิญ
“กรุณาคอยก่อนค่ะ!”
อิเมราเลียกางแขนผอมบางออกเต็มที่ราวกับจะปกป้องฮิฟุมิ
“ท่านผู้กล้าก็โปรดฟังเื่ที่ดิฉันจะพูดเถอะนะคะ"
“...ลองพูดมาก่อนสิ"
“ขอบพระคุณค่ะ…"
เมื่อเห็นว่าคำพูดของตนไม่ถูกเมินอิเมราเลียก็เบาใจขึ้นเล็กน้อย ทว่าปัญหาคือหลังจากนี้ต่างหากเธอรู้สึกหนักใจขึ้นมาอีกครั้ง
“เดี๋ยวก่อน อิเมราเลียเอ๋ย"
ด้วยเสียงของาาอิเมราเลียจึงมองขึ้นไปที่บิดาของตน
แม้จะฝังตัวอยู่ในบัลลังก์ด้วยท่าทีสบายๆแต่ดูจากสีหน้าก็รู้ว่ากำลังโกรธจัด
“ก่อนอื่น จงฟังข้าก่อนผู้กล้าเอ๋ยข้าคือวิลิบัลเคน โกเดนไฮม์ ออร์ซองกรันเดและข้าคือกษัตริย์ของอาณาจักรออร์ซองกรันเดแห่งนี้"
ฮิฟุมิไม่เคลื่อนสายตาไปจากอิเมราเลีย
“ทะ...ท่านผู้กล้าคะ?”
“บอกว่าจะฟังเื่ที่เธอจะพูดไงรีบพูดมาสิ"
เมื่อเห็นว่าตนโดนเมินอย่างสิ้นเชิงพระาาก็ทุบที่วางแขนของบัลลังก์
“อย่ามาเมินใส่ข้านะ!ถึงเป็ผู้กล้าก็อภัยให้ไม่ได้! องครักษ์ทั้งหลายจงจับกุมตัวมันซะ!มันจะาเ็มากน้อยอย่างไรข้าก็ไม่ถือ!”
ทันทีที่าาสั่งเสร็จอัศวินสี่คนจากทางด้านซ้ายขวาและทางด้านหลังรวมสี่คนจึงพุ่งเข้ามาโจมตีแต่เพียงแค่อึดใจเดียวทุกคนกลับโดนฟันล้มลง
แม้จะไม่ใช่ท่วงท่าที่หวือหวาแต่การแกว่งดาบแต่ละครั้งแต่ละครั้งก็ฆ่าคนโดยไม่มีการเคลื่อนไหวสูญเปล่า
ความสง่างามและความโหดร้ายนั้นทำให้ทุกคนในท้องพระโรงนั้นหยุดหายใจไปชั่วขณะ
“ท่านผู้กล้าคะ"
“อะไร?”
“ขอทราบชื่อของท่านหน่อยสิคะ"
“…ฮิฟุมิ"
ฮิฟุมิคิดเล็กน้อยแล้วตอบไปแค่ชื่อตัวนามสกุล'โทโนะ’นั้นเขาคิดว่าบางทีทิ้งมันไปซะก็น่าจะดี
สังหารเทพ, ข้ามโลก, ฆ่าคน
เดิมทีเขาก็ไม่ได้ผูกพันกับครอบครัวอยู่แล้วไม่แน่ว่าเขาอาจจะอยากบอกให้ตัวเองฟังว่าเขาสามารถผ่านเื่ต่างๆ มาจนถึงตอนนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว
หลังจากถามชื่อแล้วอิเมราเลียมองตรงเข้าไปในดวงตาของฮิฟุมิแล้วกล่าว
“ท่านฮิฟุมิคะพวกดิฉันกระทำตามอำเภอใจของตนเองด้วยการเรียกท่านมายังโลกนี้ดิฉันรู้สึกผิดจากใจจริง ต้องขออภัยเป็อย่างสูงค่ะ"
อิเมราเลียก้มศีรษะลงจนต่ำทำให้ผู้คนรอบข้างพากันส่งเสียงอื้ออึง
คนในราชวงศ์ถึงกับก้มศีรษะให้กับเด็กไร้มารยาทคนหนึ่งในโลกที่แบ่งแยกชนชั้นและสถานะอย่างชัดเจนนี้ เื่แบบนี้ถือว่าเป็เื่แปลกประหลาดที่น้อยครั้งจะเกิดขึ้น
“เื่ที่เกิดขึ้นคราวนี้เป็ความผิดของดิฉันเองค่ะเพื่อให้ความโกรธของท่านฮิฟุมิสงบลงดิฉันจะยอมทำทุกอย่างไม่ว่าเื่อะไรก็ตามค่ะ…ถ้าหากท่าน้าชีวิตของดิฉันล่ะก็จะฆ่าดิฉันทิ้งเสียที่นี่ก็ไม่เป็ไรค่ะ"
ดวงตาสีฟ้าของอิเมราเลียนั้นไม่ละไปจากฮิฟุมิเธอรอฟังคำพูดของเขาด้วยอาการราวกับแสดงการเตรียมใจ
แต่ว่าคนที่ส่งเสียงขึ้นมาคือพระาา
“บ้าน่ะ!ทำไมเ้าถึงต้องทำเื่เช่นนั้น! คนผู้นี้เป็ผู้กล้าไม่ใช่รหรือ? อิเมราเลียเ้าจงอธิบายมาซะ!”
เสียงของาาสูงขึ้นด้วยความโกรธ
“ทำไมเ้าหญิงอย่างเ้าถึงต้องก้มหัวให้กับมัน? แล้วพวกอัศวินที่เข้าร่วมพิธีหายไปไหน? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”
“…ดิฉันจะอธิบายให้ฟังค่ะ"
ความจริงอันน่าตกตะลึงที่เกิดขึ้นในที่นั้นถูกเล่าผ่านปากของอิเมราเลีย
ชายที่น่าจะถูกเรียกมาเพื่อช่วยอาณาจักรเป็คนที่ทำให้อัศวินตายไปไม่รู้กี่คนแล้ว
และเื่ที่น่าใอย่างการกล่าวโทษว่าเป็'ความผิด’ขององค์าา ไม่สิ เรียกร้องการลงโทษต่างหากการที่เื่แบบนั้นที่พุ่งเป้าไปที่ผู้มีสิทธิในการปกครองอย่างเด็ดขาดเช่นาานั้นเป็เื่ที่ยอมรับไม่ได้
อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของผู้คนในโลกนี้
“ชื่อฮิฟุมิใช่ไหมถ้าเป็ตอนนี้ก็ยังทันเ้าจงคุกเข่าลงต่อหน้าข้าผู้เป็กษัตริย์แล้วจงสาบานว่าจะรับใช้ข้าด้วยฝีมือของเ้าคงจะทำให้ได้รับตำแหน่งสูงเป็แน่ ถ้าหากเป็ตอนนี้ทั้งความไร้มารยาทของเ้า ทั้งความผิดของเ้า ข้าจะยอมมองข้ามไปก็ได้"