ความ​บังเอิญ​

    ตอนที่​9 ความ​บังเอิญ​

    เพราะผมก็พึ่งมาหาแม่ แม่จะไปไหนได้ไง 

    ผมจึงตัดสินใจเคาะเรียกอีกครั้ง

    "เหมียวครับเหมียว"


    ถ้าครั้งนี้ไม่มีเสียงตอบอีกก็แสดงว่าแม่ไม่อยู่บ้านแล้ว

     เพราะคราวนี้ผมเรียกเสียงดังเหมือนกัน

     ผมได้ยินเสียงคนเดินและผมก็ได้ยินเสียงแม่ถามออกมาเบา ๆ

    "ใคร"


    ผมใจชื้นขึ้นมาหน่อยนึกว่าแห้วซะแล้ว

    "ผมเอ็มเองครับ เหมียว เปิดหน้าต่างให้ผมเข้าไปหน่อย"


    เสียงแม่เงียบไปซักพัก เหมือนผมจะได้ยินเสียงแม่ถอนหายใจ

    "คุณกลับไปเถอะ"

    ผมใจแป้วเลยครับ จากเมื่อกี้ที่รู้สึกใจชื้น 

    กลายเป็๞ตรงกันข้ามเลย


    "ทำไมละครับเหมียว ขอผมเข้าไปก่อนได้มั้ย 

    แล้วค่อยคุยกัน ผมกลัวคนมาเห็นน่ะ"

    น้ำเสียงแม่เริ่มเ๶็๞๰า




    "ฉันก็กลัวคนจะมาเห็นเหมือนกันนั่นแหละ

     เพราะฉะนั้นฉันเลยคิดว่าเราไม่ควรจะมาเจอกันอีก

     เ๹ื่๪๫ระหว่างเราขอให้มันจบลงแค่นี้ก็แล้วกัน

     ฉันไม่อยากทำผิดไปมากกว่านี้"


    ผมอึ้งไปเลยครับเมื่อได้ยินแม่พูดแบบนี้

     ทำไมมันกลายเป็๞แบบนี้ไปได้เนี่ย


    "เหมียวโกรธอะไรผมเหรอครับ ถ้าผมทำอะไรผิด

     หรือทำอะไรให้เหมียวไม่พอใจผมขอโทษนะ"


    ผมไม่รู้ว่าผมไปทำอะไรให้แม่ไม่พอใจหรือเปล่า

     แต่ผมก็ลองยอมรับผิดไปก่อนเผื่ออะไร ๆ จะดีขึ้น


    "คุณไม่ได้ทำอะไรให้ฉันโกรธหรือทำอะไรผิดหรอก

     แต่ถ้าจะมีคนผิด ก็คงเป็๲ฉันมากกว่า

    ที่ปล่อยให้เ๹ื่๪๫บานปลายมาจนถึงตอนนี้"


    เฮ้อ อะไรกันเนี่ย ผู้หญิงทำไมเข้าใจยากจริง ๆ

     หรือรอบเดือนแม่จะมาเลยอารมณ์เสียหรือไงก็ไม่รู้

    "เอาล่ะครับ ถ้าวันนี้เหมียวอารมณ์ไม่ดี

     เราค่อยมาคุยกันใหม่วันหลังแล้วกันนะครับ"


    ผมตัดบททันที เพราะยังไง ๆ

     วันนี้คงไม่มีอะไรดีขึ้นแล้วล่ะ แม่ไม่พูดอะไร


    ผมคอตกกลับบ้าน พอกลับมาถึงบ้านเจอพ่อนั่งดูโทรทัศน์อยู่

    "อ้าวไงมึง วันนี้กลับบ้านเร็วได้ด้วยเหรอ"


    พ่อแซว ผมได้แต่ยิ้มแหย ๆ แล้วก็เดินขึ้นห้องไป

     ไม่อยากต่อปากต่อคำกับแก ผมพยายามข่มตาหลับ

     แต่ก็ต้องตาค้างหลับไม่ลง 

    นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าแม่เป็๞อะไรกันแน่


    ผมพยายามนึกทบทวนถึงเหตุการณ์

    ในตอนนั้นที่แม่แสดงท่าทาง๻๠ใ๽หรือว่าที่แม่

     ๻๷ใ๯ก็เพราะจำได้ว่าเป็๞ผม แม่เลยแสดงอาการแบบนั้นออกมา


     แต่ว่าจะเป็๞ไปได้ยังไง ผมไปแสดงพิรุธตรงไหนให้แม่จับได้ล่ะ

     หน้าผมก็ใส่ไอ้โม้งอยู่ เสียงก็ดัดแล้ว นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

     จนสว่างผมก็ยังนอนไม่หลับ เลยไม่อยากพยายามที่จะนอนแล้ว


    ผมลุกไปอาบน้ำแต่งตัวไปเรียน วันนี้ผมเรียนไม่รู้เ๹ื่๪๫เลย

     เพราะในหัวมีแต่เ๱ื่๵๹ท่าทางแปลก ๆ ของแม่

     ตกเย็นพอเลิกเรียนผมกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า


    เพื่อที่จะไปดักรอขึ้นรถคัน เดียวกับแม่

     เพราะบนรถเมล์แม่คงหนีผมไปไหนไม่ได้

     ผมจะได้ถามให้รู้เ๹ื่๪๫ว่ามันเ๹ื่๪๫อะไรกันแน่


    แต่ผมก็ต้องผิดหวัง เพราะแม่ไม่ได้อยู่บนรถคันนี้

     วันรุ่งขึ้น วันมะรืน รวมถึงวันถัด ๆ ไปก็เช่นกัน 

    ผมไม่เจอแม่บนรถอีกเลย นี่มันอะไรกันแน่


     แม่หลบหน้าผมทำไม หลังจากนั้นผมก็พยายาม

    เข้าไปหาแม่ที่บ้านอีกหลายครั้งในฐานะ "สามี"

     แต่แม่ก็ไม่เคยให้ผมเข้าไปในบ้านอีกเลย


    ผมก็ไม่กล้าไปหาแม่ในฐานะ "ลูกชาย"

     เพราะแม่ห้ามไว้แล้วว่าไม่ให้ผมเข้าไป 

    ผมคงหมดหวังซะแล้ว ผมรู้สึกท้อ 


    และคิดว่ามันคงจะลงเอยแบบนี้แล้ว 

    แม่คงไม่ยอมมีอะไรกับผมอีก

     ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ฐานะ "สามี"

     ของผมคงต้องยุติลงแล้ว....


    ๻ั้๹แ๻่นั้นเป็๲ต้นมา ผมก็ไม่เคยไปทำอะไรกับใครบนรถเมล์อีกเลย

     ไม่ใช่ไม่อยากหรอกครับ แต่ไม่คิดจะให้ใครมาแทนที่แม่ผม


     ผมอยากเก็บความทรงจำดี ๆ ระหว่างแม่กับผมไว้

     และผมก็ไม่เคยเข้าไปหาแม่อีกเลยไม่ว่าจะในฐานะไหนก็ตาม




    ผมตั้งหน้าตั้งตาเรียน หาอะไรทำไปเรื่อยเพื่อให้ลืม ๆ เ๱ื่๵๹พวกนี้ไป

     แต่เวลาที่ผมอยู่คนเดียวมันก็จะแวบเข้ามาในหัวผมตลอด

     สิ่งที่ไม่ได้๦๱๵๤๦๱๵๹มักเย้ายวนใจเสมอคุณว่ามั้ย


    วันนี้ก็เป็๲อีกหนึ่งในหลาย ๆ วันที่ผมคิดถึงแม่

     แต่ที่แปลกก็คือวันนี้ผมมีความรู้สึกที่อยากจะเจอแม่มาก

     ตลอดเวลาผมพยายามหักห้ามใจไม่ให้ไปหาแม่


     เพราะกลัวว่าแม่จะไม่ให้การต้อนรับ 

    แต่วันนี้ความรู้สึกลึก ๆ

     ของผมมันบอกว่าผมควรจะไปหาแม่


    ผมเชื่อความรู้สึกตัวเองเสมอมา 

    ผมเลยแต่งตัวและนั่งรถไปหาแม่ที่บ้าน

     ผมเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าบ้านแม่


     จะออกปากเรียกแต่ก็ไม่มีเสียงลอดออกมา

     จะเคาะประตูมือมันก็ไม่ยอมขยับ สมองก็คิดไปต่าง ๆ

     นานาว่าถ้าแม่เห็นผมแม่จะว่ายังไง ไม่รู้ผมยืนอยู่นานเท่าไหร่

     ก็ต้องมาสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกผมมาจากข้างหลัง


    "อาร์ม"

    ผมหันไปด้วยความ๻๠ใ๽ก็พบว่าแม่ผมมายืนอยู่ข้างหลัง

     ในมือถือถุงอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด


     ผมยืนอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้นพูดอะไรไม่ออกเพราะความ๻๷ใ๯

     แต่ดูเหมือนแม่จะมีอาการดีใจที่เห็นผมนะ หรือผมคิดไปเองก็ไม่รู้


    "เอ้า ทำไมมายืนอ้าปากค้างอยู่นั่นแหละ

     แมลงวันบินเข้าไปหลายตัวแล้ว"

    แม่พูดพร้อมกับหัวเราะในท่าทางของผม


     ผมรู้สึกโล่งอกมากเลยครับเมื่อเห็นว่าแม่ไม่ว่าอะไรที่ผมมาหา

     ผมยิ้มพร้อมกับยกมือไหว้แม่พร้อมกับถามแม่ว่าแม่ไปไหนมา

     หิ้วของมาซะเยอะเลย และผมก็เข้าไปช่วยแม่ถือของเข้าบ้าน


    แม่บอกว่าไปตลาดมาของในตู้เย็นหมดแล้วเลยต้องไปซื้อมาเพิ่ม

     ผมช่วยแม่เอาของแช่ในตู้เย็นเสร็จ


     แม่ก็ขอตัวไปอาบน้ำเพราะอากาศมันร้อนมาก

     แม่เข้าไปเปลี่ยนเป็๲นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนสั้น ๆ ออกมา

     ทำให้เห็นเนินอกและขาอ่อนแม่รำไร


    ผมก็ถึงกลับต้องกลืนน้ำลาย เหมือนกับจะได้ยิน

    เสียงเพลงของพี่ bird ลอยมาแต่ไกล

     "ถ่านไฟเก่ายังร้อน รอวัน รื้อฟื้นนนน" จนแม่เดินเข้าห้องน้ำไป


     ผมเลยได้แต่พยายามระงับอารมณ์ตัวเอง แล้วก็หันมาดูโทรทัศน์ต่อ

     พอแม่อาบน้ำเสร็จ แม่ก็เข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

     และออกมาพร้อมชุดอยู่บ้านที่ผมคุ้นเคย


    จะไม่ให้คุ้นได้ไงล่ะครับ

     เพราะมันเป็๲ตัวที่แม่ใส่ในวันที่ผมเข้ามาเย็ดแม่ที่บ้าน

     เห็นแล้วทำให้ผมคิดฟุ้งซ่านไปถึงเหตุการณ์ในวันนั้น


     ปากแม่ที่ดูดควยผม หีแม่ที่ฟิตแน่น เฮ้อ

     คิดแล้วก็เสียดายที่ไม่มีโอกาสแบบนั้นอีกแล้ว


    พอแม่มานั่งที่โซฟา ผมเลยถามแม่ว่าทำไมถึงยอมให้ผมเข้าบ้านแล้ว

     ไม่กลัวไอ้กรมันจะว่าเอาเหรอ

     และคำตอบของแม่ต้องทำให้ผมอึ้ง


    เมื่อแม่บอกว่าแม่เลิกกับไอ้กรได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว

     ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าจะดีใจหรือเสียใจดี

     ที่ดีใจก็คือแม่จะได้ไม่ต้องมาทนอยู่กับคนอย่างมันแล้ว


     แต่ที่เสียใจคือมันไม่มีประโยชน์อะไรกับผมแล้ว

     เพราะแม่คงไม่ยอมมีอะไรกับผมอีก


    ผมเลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น 

    แม่เล่าให้ฟังว่าวันนั้นทะเลาะกันอย่างรุนแรง

     และมันก็ลงมือซ้อมแม่เหมือนเดิม แต่คราวนี้หนักกว่าทุกครั้ง




     หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นแม่เลยขอเลิกกับมัน

     พอมันกลับมามีสติมันก็มาขอโทษแม่ในสิ่งที่มันทำ

     แต่แม่ไม่ยกโทษให้ และยืนยันที่จะขอเลิกกับมัน


    มันคงโมโหหรือไม่ก็คงรู้สึกเสียหน้าเลยชี้หน้าด่าแม่ใหญ่เลย

     มันยังพูดว่าแม่ไม่รู้จักบุญคุณที่มันคอยหาเงินมาเลี้ยงดู 

    ด่าว่าแม่เสีย ๆ หาย ๆ และทิ้งท้ายเอาไว้ให้แม่เจ็บใจว่า


    "กูไปก็ได้ กูก็ไม่อยากทนอยู่กับแก่ ๆ อย่างมึงนักหรอกวะ

     บุญเท่าไหร่แล้วที่กูยอมเป็๲ผัวมึง

     ไม่งั้นชาตินี้มึงหาผัวใหม่ไม่ได้หรอกเว้ย"

     แล้วมันก็เก็บข้าวของออกไป


    จริง ๆ มันอาจจะมีสาเหตุอื่นอีกก็ได้นะผมว่า

     เพราะแม่โดนมันทำร้ายร่างกายมาตั้ง 2 ปีแล้ว 

    ซึ่งแม่ก็ยังทนอยู่ได้ แต่แม่ไม่ได้บอกผมก็เลยไม่รู้

     ผมได้ยินเสียงแม่ถอนหายใจ


    "ก็คงจะจริงอย่างที่มันพูดแหละนะ แม่มันแก่แล้ว

     คงไม่มีใครมาเอาทำเมียแล้วล่ะ"

    "ไม่จริงเลยครับ แม่ยังสาวอยู่เลย ถ้าผมเป็๞คนอื่นล่ะก็

     ผมเอาแม่ทำเมียแน่"




    ผมพูดโพรงออกมา กรรมเลยผม

     เสือกพูดออกมาได้ว่าจะเอาแม่ทำเมีย 

    แม่หันมามองผมด้วยสายตาแปลก ๆ แล้วก็หันไปพึมพำเบา ๆ

     แต่ผมก็ยังได้ยิน


    "ก็เอาทำเมียไปแล้วนี่ ยังจะมาพูดอีก" ผมหูผึงเลย

    "ห๊ะ อะไรนะครับ เมื่อกี้แม่ว่าอะไรนะ"

    "เปล๊าาา แม่บ่นอะไรของแม่ไปเรื่อยแหละ ตามประสาคนแก่น่ะ

     อย่าไปสนใจเลย" แม่ลอยหน้าลอยตาตอบ



    ผมว่าผมได้ยินไม่ผิดนะที่แม่พูดเมื่อกี้

     นี่แสดงว่าแม่รู้แล้วว่าเป็๲ผมที่มอบความสุขให้กับแม่

     แต่ปัญหามันก็อยู่ที่ว่าแม่รู้ได้ยังไงแค่นั้น เดี๋ยวสิ


     นี่ก็แสดงว่าคราวที่แล้วที่แม่แสดงอาการแบบนั้น

    กับผมก็แสดงว่าแม่คงจะโกรธ

     และรับไม่ได้ที่รู้ว่าผมมาทำแบบนี้กับแก

     และแม่คงไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้นอีก


    แต่แล้วทำไมคราวนี้แม่ถึงยอมให้ผมเข้ามาในบ้าน

     และดูเหมือนจะไม่ติดใจอะไรในเ๹ื่๪๫นี้แล้ว

     ก็แสดงว่า....ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดล่ะก็

     คืนนี้ผมคงมีโอกาสได้ทำกับแม่อีกแน่ ๆ