3
น้ำขิงพยายามฝืนสังขารพาร่างกายที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงนี้เข้าไปยังตัวเมืองเพื่อหางานทำแลกกับที่อยู่และอาหารอ้อ! จะว่าไปร่างนี้ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่เกินไปนักแค่ไม่เคยได้บำรุงและผอมแห้งไปหน่อยเท่านั้นทำงานหาเงินขุนตัวเองให้มีเนื้อมีหนังหน่อยก็คงสวยขึ้นได้ไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก เมื่อเธอเดินเข้ามาในเมืองได้สักพักก็เห็นร้านรวงรับสมัครคนงานหลายร้านจึงรีบเดินปรี่เข้าไปร้านที่ใกล้ที่สุดเพื่อของานทำ
“ท่านป้าขอรับข้าน้อยเห็นที่นี่รับคนงานขายผ้าข้า้ามาทำงานหน้าที่นี้ได้หรือไม่ขอรับ”
น้ำขิงเอ่ยออกไปด้วยเสียงแหบพร่าอ่อนแรงทว่าสิ่งที่ได้กลับมาคือใบหน้าที่บิดเบี้ยวสายตาที่มองตั้งหัวจรดเท้าเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ทำไมต้องมองแบบนี้ด้วยไม่เคยเห็นคุณหนูน้ำขิงสุดเพอร์เฟคหรือไงชิแน่นอนว่าเธอได้แต่คิดในใจไม่กล้าพูดออกไปหรอกขืนพูดออกไปก็อดได้งานกันพอดี เธอได้แต่แสดงสีหน้าสลดเรียกความสงสารจากท่านป้าผู้นั้น
“โอ๊ย! ไปไกลๆ เลยนะเ้าขอทานนี่ อย่ามาเกะกะร้านข้า สกปรกไป! ยังไม่ไปอีกอย่าให้ข้าต้องเอาน้ำมาสาดไล่นะ ยังจะมองหน้าอีกหรือเ้าอยากจะโดนตีนักใช่หรือไม่เด็กๆ มาไล่เ้าขอทานนี่ออกไป”
เสียงฮูหยินร้านผ้าะโด่าทอเรียกสายตาผู้คนมากมายบางคนมองด้วยความสงสาร บางคนมองด้วยความหยามเหยียดราวกับเธอเป็แมลงสาบจนเธอต้องรีบวิ่งออกจากร้านเพราะกลัวจะโดนสาดน้ำใส่ดีไม่ดีอาจโดนทำร้ายาเ็ได้ตอนนี้เธอยังไม่มีแรงจะต่อกรกับใครจึงต้องอดทนให้มากเข้าไว้
“ทำไมคนที่นี่ใจร้ายใจดำนักนะ ก็ไม่ได้อยากเป็ขอทานไงเลยหางานทำดันไม่รับยังจะไล่อย่างกับหมูกับหมา!! อีก”
น้ำขิงเดินของานทำมาเรื่อยหากแต่ยังไม่มีผู้ใดรับเพราะจากสภาพเธอนั้นเหมือนขอทานหากรับมาแล้วกลัวจะขโมยของภายในร้านทว่ายังดีมีอาซ้อใจดีซื้อหมั่นโถวให้เธอกินสามลูกด้วยความสงสาร ถึงไม่อิ่มหนำก็พอให้เธอมีเรี่ยวแรงเดินหางานต่อไปไม่เป็ลมเป็แล้งไปเสียก่อน
เมื่อเห็นว่าใกล้ค่ำแล้วเธอจึงหาบ้านหรือวัดร้างเพื่ออาศัยหลับนอนหากแต่เธอก็โดนขอทานเ้าถิ่นขับไล่ออกมาบางทีก็ถูกทุบตีจนมาเจอบ้านร้างหลังหนึ่งที่ดูวังเวงมาก แต่เธอก็กลั้นใจเดินเข้าไปอย่างช่วยไม่ได้ในเมื่อเธอไม่มีที่จะไปแล้วหลังจากเธอสำรวจบ้านหลังนั้นอยู่เพียงครู่เมื่อไม่พบคนอื่นอาศัยอยู่เธอจึงหามุมเพื่อนอนพักวันนี้เธออ่อนล้าเหลือเกิน เธอคิดถึงบ้านคิดถึงน้าเบลคิดถึงเจสซี่เพราะอะไรทำไมเธอต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยน้ำขิงนอนขดตัวจนเป็ก้อนกลมแล้วหลับไปทั้งน้ำตา
เธออาศัยอยู่ที่บ้านร้างนี้มาได้1 เดือนแล้วร่างกายพอมีเนื้อมีหนังขึ้นมาบ้างทุกวันเธอตื่นออกไปหางานทำแล้วก็คว้าน้ำเหลวตลอดกลับมานอนน้ำตานองหน้าทุกวันไม่มีใครให้งานเธอทำเลยไม่เพียงเท่านั้นยังไล่เธออย่างกับหมูอย่างกับหมาทั้งทุบตีทั้งสาดน้ำสกปรกใส่ตอนนี้เธออ่อนแรงมากร่างกายเธอเต็มไปด้วยรอยช้ำแต่ก็จำต้องฝืนทนออกไปเพื่อหางานทำ
เธอเดินออกมาเรื่อยๆจนไปเจอโรงเตี๊ยมใหญ่เฟยหยา ปิดประกาศรับคนงานจึงตรงเข้าไปเพื่อของานทำทันทีแต่ยังไม่ทันได้อ้าปากพูด ก็โดนไล่ออกมาทันทีเช่นเคย ทำให้น้ำขิงเริ่มท้อหากมีเสื้อผ้าดีๆสักชุดแล้วละก็คงพอมีคนจ้างบ้างทว่าความคิดของเธอต้องสะดุดเมื่อมีน้ำเย็นสาดใส่หน้าอย่างแรง
“ไปๆ ไปไกลๆ โรงเตี๊ยมของข้า เ้าขอทานใส่เสื้อผ้าสกปรกขนาดนี้ลูกค้าเห็นเข้าคงอาเจียนเป็แน่ ไปให้ไกลๆ เลยนะ”เสี่ยวเอ้อประจำโรงเตี๊ยมสาดน้ำไล่น้ำขิงให้ออกไปให้พ้นหน้าร้านด้วยความหิวและหนาวสั่นน้ำขิงเลยไปได้ไม่ไกลจากโรงเตี๊ยมเฟยหยานักนั่งหลบร่มไม้อยู่ครึ่งค่อนวันเพื่อคิดหาวิธีหาเงินซื้อข้าวและน้ำกินประทังความหิว
เธอเดินหางานมาหลายวันแล้วแทบไม่มีอะไรตกถึงท้องวนเวียนในรูปแบบเดิมๆ ไม่ด่าทอก็สาดน้ำไล่พอเธอตามตื๊อเข้าหน่อยก็ทุบตีเธอแล้วจับโยนออกมาอย่างกับเธอไม่ใช่คนคนที่นี่มองคนที่ภายนอกเสียจริงงานใช้แรงยังเลือกคน แค่ใส่เสื้อผ้าขาดๆเก่าไปบ้างก็ตั้งท่ารังเกียจกันแล้วสงสัยต้องหาเสื้อผ้าใหม่ก่อนถึงจะสามารถหางานทำได้แล้วเธอจะทำยังไงดีในเมื่อเธอไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อข้าวแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อชุดได้เล่า
ขณะที่นั่งครุ่นคิดอยู่นั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งถือถุงผ้าใส่ตำลึงทองเต็มถุงอยู่กำลังควักจ่ายค่าปิ่นปักผมอยู่ความคิดชั่วร้ายก็แล่นเข้ามาในหัวเธอแทบจะทันทีเธอเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าความอดอยากทำให้คนเปลี่ยนไปขนาดนี้หากเธออยู่เมืองไทยต่อให้อดอยากขนาดนี้ก็คงไม่คิดเป็โจรเพราะยังมีคนให้โอกาสให้ข้าวกินแต่กลับที่นี่มันไม่เป็เช่นนั้น
“เอาน่ะ น้ำขิงครั้งเดียวเองคงไม่เป็ไรหรอก ตอนนี้เงินมันจำเป็จริงๆคุณป๋าคุณหญิงแม่อย่าโกรธน้ำขิงเลยนะที่ทำตัวเป็โจรแบบนี้แต่วินาทีนี้ถ้าหากไม่ทำน้ำขิง คงอดตายแน่ๆน้ำขิงพยายามหางานแล้วแต่ไม่มีใครให้งานทำเลยต้องหาทุนนิดๆ หน่อยๆสักหลายร้อยตำลึงทอง แค่นี้เอง!! ขิงไม่โลภมากหรอก คงไม่โกรธกันใช่ไหมจ๊ะ”น้ำขิงพนมมือไว้กลางอกก่อนพึมพำขออนุญาตป๋ากับแม่ของตน เมื่อตัดสินใจกับตัวเองอย่างแน่วแน่แล้วก็กระโจนวิ่งเข้าไปคว้าถุงเงินจากบุรุษผู้นั้นทันทีแล้วรีบวิ่งหายลับเข้าไปในตรอกเล็กใกล้ๆ อย่างรวดเร็ว
“หึ หึ” เสียงแค่นหัวเราะดังขึ้นในลำคอของชินอ๋องหยางเจียจิ้ง‘ช่างไม่รู้จักรักตัวกลัวตายเสียจริง ถึงได้กล้ามาขโมยเงินของเปิ่นหวาง’เขาไม่ได้เสียดายเงินถุงนั่นเลยสักนิดใช่ว่าเขาจะไม่รู้ตัวว่าเด็กนี่จ้องมองเขามาสักพักหนึ่งแล้วเขาเพียงอยากรู้ว่าเด็กคนนี้คิดจะทำอะไรไม่คิดว่าเ้านี่ถึงกับใจกล้าขโมยเงินของเขาผู้นี้
“ฟุหลุน ตามไป” หยางเจียจิ้งสั่งองครักษ์ให้ตามไปก่อนที่จะรับปิ่นจากพ่อค้าแล้วเดินออกมานั่งรอ ที่โรงเตี๊ยมเฟยหยา ผ่านไปหนึ่งเค่อองครักษ์ประจำกายก็พลิ้วกายลงมาอยู่เบื้องหน้า
“คนเล่า” หยางเจียจิ้งพูดออกมาเสียงเย็นเมื่อเห็นองครักษ์กลับมาคนเดียวไม่มีเ้าเด็กที่กล้าขโมยเงินของเขามาด้วย
“เรียนท่านอ๋องข้าน้อยขออภัย ข้าน้อยตามไม่ทันขอรับเ้าเด็กนั่นวิ่งเร็วมากข้าน้อยตามมิทันขอรับ”
“ฟุหลุน เ้ารู้โทษทัณฑ์หรือไม่ จงกลับไปรับโทษของเ้าเสียจำไว้อย่าได้มีเหตุการณ์เช่นนี้อีก มิเช่นนั้นอย่าหาว่าเปิ่นหวางไม่ปรานีเ้า”หยางเจียจิ้งเอ่ยออกมาเสียงเรียบแววตาเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธปล่อยไอสังหารออกมาจนองครักษ์หนุ่มอย่างฟุหลุนทรุดลงไปหัวเข่ากระแทกพื้นเสียงดังก่อนจะกระอักเืคำโตออกมา
“ขอรับ” ฟุหลุนรับคำก่อนเร้นกายหายไปในพริบตาภายในใจก็โล่งอกมีหรือคนเป็วรยุทธเช่นเขาจะตามเด็กน้อยคนนั้นมิทันถึงจะวิ่งเร็วมากก็จริงแต่ดูอ่อนแรงแถมยังซ่อนตัวในที่หาง่ายเพียงนั้นเขาเข้าไปใกล้จะเอาตัวมาแล้วเพียงแต่เสียงบ่นถึงการไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้วแถมเนื้อตัวดูบอบช้ำจนเขานึกสงสาร
หากเขาจับกลับไปให้ท่านอ๋องจุดจบคงมีแต่ความตายเท่านั้นอีกฝ่ายเป็เพียงแค่เด็กหิวโหยผู้หนึ่งไม่มีพิษภัยเขาจึงปล่อยไปและยอมรับผิดกับท่านอ๋องเองเพราะถึงอย่างไรก็คงไม่ถึงตายและเขาก็รู้เช่นกันว่าท่านอ๋องคงคาดเดาถึงสิ่งที่เขาได้กระทำลงไปออกเพียงแต่ท่านอ๋องทรงไม่อยากเอาเื่กับเขาเพียงเท่านั้น
หลังจากฟุหลุนกลับไปหยางเจียจิ้งก็เดินออกจากโรงเตี๊ยมพลิ้วกายหายไปยังทางที่เ้าหัวขโมยวิ่งไปเมื่อสักครู่มีหรือที่ฟุหลุนจะตามเด็กหัวขโมยมิทันฟุหลุนคงเห็นว่าไม่ได้เป็อันตรายต่อเขาเลยปล่อยไปเพราะความสงสารเป็แน่เหตุใดเขาจะไม่รู้ความคิดของฟุหลุนกันเพียงแต่ฟุหลุนปล่อยเด็กนั่นไปใช่ว่าเขาจะปล่อยไปไม่เช่นนั้นเขาจะมายืนอยู่ตรงนี้หรือ
“โอ๊ยเหนื่อย” การเป็โจรครั้งแรกของนังน้ำขิงสุดสวยทำไมมันเหนื่อยแบบนี้เป็โจรไม่ใช่เื่ง่ายเลยจริงๆอย่างแรกคือต้องวิ่งให้เร็วมือต้องไวและเบาดุจปุยเมฆ อย่างที่สองต้องรู้จักเส้นทางแต่ในเมื่อเธอไม่รู้จักเส้นทางของที่นี่และมือไม่ได้เบาดุจปุยเมฆเพราะเธอกระชากมาสุดแรงเกิดก็มีแต่ต้องใช้แผนสำรองเท่านั้นคือไปตายเอาดาบหน้าใครจะมีแผนสำรองกันเล่าเธอไม่ได้คิดจะเป็ขโมยแต่แรกนี่นา
น้ำขิงวิ่งลัดเลาะไปตามตรอกเล็กๆไม่หยุด จนเมื่อเธอวิ่งต่อไม่ไหวแล้วจึงคิดที่จะหาที่หลบซ่อนตัวแล้วเธอจะหาที่ซ่อนตัวได้ที่ไหนเล่า เธอหันมองโดยรอบสายตาพลันสะดุดกับเข่งใบใหญ่สามใบที่มีผักเน่าเสียอยู่เกือบเต็มเข่งเหมือนมีแสงสว่างเข้ามาในหัว หลบในเข่งนี่ไปก่อนแล้วกัน ขอให้หลบพ้นแบบในหนังหรือนิยายพวกนั้นนะ
น้ำขิงรีบมุดเข้าไปหลบในเข่งจัดการเอาใบผักเน่าปิดคลุมเพื่อหลบซ่อนตัวพยายามขดตัวเป็ก้อนกลมที่สุดเท่าที่จะทำได้
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งจิบชาก็มีฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้บริเวณเข่งผักที่น้ำขิงซ่อนตัวอยู่น้ำขิงเผลอกลั้นหายใจเพราะกลัวว่าคนที่ตามมาจะรู้ที่ซ่อนตัวฝีเท้าเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆเธอได้แต่ภาวนาในใจอย่าให้พวกนั้นหาเธอเจอเลยไม่งั้นต้องเหนื่อยวิ่งอีก
ถ้าเธอหนีไม่พ้นอาจโดนทำร้ายหรือไม่ก็จับส่งทางการหากโชคร้ายหน่อยก็อาจถูกฆ่าตายคิดแล้วทางไหนเธอก็ไม่อยากได้ทั้งนั้น ‘ผ่านไปซะทีเถอะ ผ่านไปซะที เร็วๆ เข้า’ น้ำขิงได้แต่ภาวนาให้คนข้างนอกเดินผ่านไปให้เร็วที่สุดแล้วไม่หันกลับมาไล่ล่าเธออีกยิ่งดี
หยางเจียจิ้งกวาดสายตาดำมืดแฝงไปด้วยความเย็นะเืมองโดยรอบจนมาหยุดตรงเข่งใส่ผัก ซึ่งตรงนั้นมีเข่งใหญ่ๆอยู่สามใบในเข่งมีผักเน่าอยู่เต็มทั้งสามใบ ส่งกลิ่นเหม็นเขียวผสมกับกลิ่นซิ่ง หยางเจียจิ้งนั้นประสาทััทั้งห้าดีกว่าคนปกติแทบจะเหนือกว่าองครักษ์เงาเสียด้วยซ้ำจึงแยกแยะออกว่ามีกลิ่นอะไรบ้างกลิ่นหอมที่เจือจางมากับกลิ่นเหม็นเขียวของผักนั้นเรียกสายตาของหยางเจียจิ้งให้หยุดอยู่กับที่ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะในลำคอออกมาคิดว่าจะหนีเปิ่นหวางพ้นหรือถ้าอยากเล่นซ่อนแอบเปิ่นหวางก็จะเล่นกับเ้า
หยางเจียจิ้งเดินย้อนกลับไปทางเก่าจงใจลงน้ำหนักเท้าให้เกิดเสียงดังระหว่างเดินผ่านเข่งผักไปก่อนพลิ้วกายขึ้นไปดักรอเ้าหัวขโมยตัวน้อยบนหลังคาอย่างเงียบเชียบ