ในเมื่อจางหย่งอ้ายเธอหมายมั่นที่จะจัดการกับเหล่าบรรดาสามีขององค์หญิงผู้นี้ เธอก็จะทำตัวเป็องค์หญิงอย่างแท้จริง
เธอยื่นมือเล็ก ๆ ของตนเองไปเกาะที่ท่อนแขนของสวินจื่อหยาง พลางคิดในใจ
ต่อไปนี้ ข้าจะองค์หญิงจางหย่งอ้ายของเ้านะ สวินจื่อหยาง
สวินจื่อหยางไม่กล้ามองพระพักตร์องค์หญิง จึงได้แต่รีบก้มหน้า ก่อนจะลุกขึ้นนำพาองค์หญิงเดินกลับไปยังเรือนนอน
จางหย่งอ้ายกระชับมือที่เกาะแขนเขาไว้อย่างลืมตัว ทั้งยังหันไปมองใบหน้าของเขาบ่อยครั้ง เนื่องจากเขามิกล้าเดินเสมอเธอ ทำให้ยามนี้เป็เธอที่เดินอยู่ด้านหน้าของเขาครึ่งก้าว
สวินจื่อหยางเริ่มทำตัวไม่ถูกขึ้นมา ปกติองค์หญิงไม่ได้สนใจเขามากนัก มีแค่คืนหนึ่งที่ทรงเมามาย จนเผลอมาบังคับร่วมผ่านคืนสุขสมกับเขา ทว่าเช้าวันต่อมาก็มิได้มอบสถานะใดให้แก่เขา
มีเพียงสีของผ้ามัดผมของเขาที่ถูกเปลี่ยนเท่านั้น
ยามนี้องค์หญิงทอดพระเนตรมาที่เขาบ่อยครั้ง เขาเริ่มกังวลแล้วว่าองค์หญิงกำลังป่วยอยู่หรือไม่
"องค์หญิงรู้สึกไม่สบายตรงที่ใดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"
เขาอดที่จะถามออกไปอย่างเป็ห่วงมิได้
จางหย่งอ้ายไม่เห็นว่าใบหูของเขาจะแดงระเรื่อสักที ทั้งที่ตนเองมองเขาบ่อยครั้งขนาดนี้
จึงได้แต่ออกแรงบีบแขนของเขา และนำพาตนเองเข้าประชิด พร้อมกับออกแรงมือเปลี่ยนทิศทางแขนของเขา ให้กลายเป็โอบเอวของเธอแทน พลางเงยหน้ากล่าวแ่เบาใกล้ ๆ ใบหูของเขา
"ข้ารู้สึกมึนหัวเล็กน้อย เ้าพยุงข้าหน่อยแล้วกันนะ"
ร่างกายนุ่มนิ่มขององค์หญิง นำพาให้สวินจื่อหยางรู้สึกใจเต้นระรัว หากแต่เมื่อได้ยินว่าพระองค์รู้สึกมึนเวียน จึงได้แต่ช่วยพยุงนางอย่างระมัดระวัง
จางหย่งอ้ายที่เงยหน้าอยู่ ในที่สุดก็เห็นว่าใบหูของเขาแดงก่ำขึ้นมาแล้ว เมื่อมองใบหน้าที่เรียบเฉยของเขา ก็อดที่จะหัวเราะอย่างชอบใจออกมามิได้
สวินจื่อหยางร่างกายพลันแข็งทื่ไปชั่วชะงัก ก่อนจะกลับมาเป็ปกติอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเสนาะหูเช่นนั้น
เหตุใดวันนี้องค์หญิงถึงทรงอารมณ์ดีเช่นนี้
ไม่นานนักสวินจื่อหยางก็นำพาองค์หญิงมาส่งถึงห้องสรงน้ำ
ด้านในมีนางกำนัลสองคนกำลังรอการรับใช้อยู่ เขาเดินเข้าไปกวักมือทดสอบความร้อนของน้ำ
"น้ำร้อนกำลังดี แต่องค์หญิงอย่าทรงแช่น้ำนานเกินไปนะพ่ะย่ะค่ะ"
"ได้ ข้าฟังเ้า"
จางหย่งอ้ายตอบรับด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเจือความออดอ้อน
นำพาให้สวินจื่อหยางได้แต่รีบทำความเคารพและผละออกจากห้องสรงน้ำไป ด้วยใบหูที่แดงระเรื่อขึ้นมาอีกครา
สองนางกำนัลลอบส่งสายตาให้กัน ก่อนจะหลุบตาต่ำจ้องมองปลายเท้าตนเองเหมือนเดิม
ติดกับห้องสรงน้ำนี้ เป็ห้องบรรทมขององค์หญิง หากองค์หญิงไม่ประสงค์ให้ผู้ใดมารับใช้ในค่ำคืน ผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปในห้องบรรทมนั้นได้
มิเช่นนั้นจะถือว่าเป็การผิดกฏต้องถูกลงโทษสถานหนัก
เขาจึงได้แต่ออกไปเฝ้าที่หน้าประตูห้องนอนขององค์หญิงอย่างที่เคยเป็ พร้อมกับคิดถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อย่างสุขใจ
นานเพียงใดแล้วนะ ที่องค์หญิงไม่ได้ใกล้ชิดกับข้าเช่นเมื่อครู่นี้
ทางด้านจางหย่งอ้ายที่อยู่ด้านใน ตอนนี้กำลังให้นางกำนัลช่วยถอดเสื้อผ้าอาภรณ์
คราแรกเธอกะจะถอดเอง เนื่องจากไม่ชินที่มีคนมาปรนนิบัติรับใช้ แต่เมื่อแกะเชือกหลายชั้นก็รู้สึกท้อแท้ จึงได้แต่เรียกให้นางกำนัลทั้งสองเข้ามาช่วย
่นี้เป็ต้นฤดูหนาว เสื้อผ้าที่องค์หญิงสวมใส่จึงมีถึงสามชั้น ไม่รวมชุดชั้นในบางเบาอีกชุดหนึ่ง
เมื่อนางกำนัลทั้งสองช่วยถอดเสื้อผ้ามาถึงชุดชั้นใน จางหย่งอ้ายก็รีบบอกให้พวกนางหยุดมือ
"องค์หญิงจะทรงถอดกำไลออกด้วยหรือไม่เพคะ"
นางกำนัลคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแ่เบา
จางหย่งอ้ายจับข้อมือตนเอง ก่อนจะยกกำไลที่อีกฝ่ายว่าขึ้นมาดู แล้วเธอก็ได้แต่เบิกตากว้าง
นี่มันกำไลของฉันนี่! มันมาได้ยังไงกัน
"องค์หญิงเพคะ"
นางกำนัลเอ่ยเสียงเบา เมื่อเห็นว่าองค์หญิงจ้องมองกำไลรูปทรงแปลกตานั้นอยู่หลายอึดใจแล้ว
"พวก พวกเ้า ออกไปก่อน"
จางหย่งอ้ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
คล้อยหลังนางกำนัลทั้งสองออกไป จางหย่งอ้ายก็รีบยกข้อมือตนเองขึ้นมาสำรวจ
"มันเป็กำไลของฉันจริงๆ!"
กำไลที่ตนเองออกแบบดีไซน์เอง ตนเองจะจำผิดได้อย่างไร
กำไลวงนี้เป็กำไลกึ่งสร้อยข้อมือ ที่ประดับประดาด้วยเพชรและคริสตัล ทั้งยังเพิ่มดีไซน์ล้ำสมัยด้วยภาพสามมิติในเม็ด Charm ทรงสี่เหลี่ยมที่เธอออกแบบมาอย่างเป็เอกลักษณ์
กำไลกึ่งสร้อยข้อมือของเธอ มีเม็ด Charm อยู่ด้วยกันเก้าเม็ด แต่ละเม็ด Charm ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยเทคโนโลยีสามมิติ
เม็ด Charm ทั้งเก้าประกอบไปด้วย ฤดูหนาว ฤดูฝน ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ร้านค้าของเธอ ห้องนอนของเธอ และ ชื่อสามพยางค์ของเธอ ที่แยกออกเป็สามเม็ด Charm
ในเม็ด Charm ค่ำคืนของวันคริสต์มาส ที่แทน่ฤดูเหมันต์ ด้านในถูกตกแต่งด้วยต้นคริสต์มาสและถนนหนทางสองข้างทางที่เต็มไปด้วยหิมะและร้านรวงที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ทั้งยังมีหิมะสีขาวโปรยปรายเล็กน้อย ให้บรรยากาศของฤดูหนาวที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
หากนำแว่นขยายมาส่อง ดูก็จะพบความสมจริงได้ไม่ยาก ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้การทำเมืองจิ๋วเช่นนี้มิใช่เื่ยากแต่อย่างใด ทั้งยังราวกับสถานที่จริงที่ถูกย่อขนาดให้เล็กจิ๋วอีกด้วย
ในเม็ด Charm ฤดูร้อน ด้านในเป็ทะเลสีครามหาดทรายขาว ท้องฟ้าใสกระจ่าง บนหาดทรายมีเตียงผ้าใบอยู่ของสองเตียง โต๊ะที่คั่นระหว่างเตียงผ้าใบทั้งสองมีผลไม้หน้าร้อนและน้ำปั่นวางอยู่
ร่มที่ถูกกางเพื่อบดบังแดด เพิ่มความรู้สึกว่านี่เป็หน้าร้อนอย่างแท้จริง
ฤดูฝน ด้านในเม็ด Charm เป็ห้องทำงานระดับรองประธานบริษัทของเธอ โดยเป็ห้องกระจกที่เห็นวิวทิวทัศน์ด้านนอกของเมืองฝั่งตะวันออกได้ทั้งหมด
และเนื่องจากมันเป็เม็ด Charm ฤดูฝน เธอจึงดีไซน์ให้มีฝนตกอยู่ด้านนอก ทำให้กระจกห้องทำงานของเธอมองเห็นสายฝนด้านนอกได้อย่างชัดเจน
ภายในห้องทำงานตกแต่งเสมือนจริง มีโต๊ะทำงานและอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับการทำงานออกแบบดีไซน์
แม้เธอจะไม่เคยเข้าไปในห้องทำงานนี้ใน่เวลาปกติ แต่เธอก็ชมชอบมันอย่างมาก
เม็ด Charm ฤดูใบไม้ร่วง ด้านในถูกตกแต่งไว้ด้วยต้นเฟิงสองข้างทาง ตามพื้นทางเดินมีใบไม้สีแดงสีเหลืองร่วงหล่นทับกันเป็ชั้นอย่างสวยงาม สุดปลายทางมีศาลาชมดอกไม้อยู่สามแห่ง แต่ละแห่งถูกตกแต่งอย่างพิถีพิถัน
หากนำแว่นขยายมาส่องดู ก็จะเห็นว่าใบเฟิงพวกนั้นราวกับกำลังถูกสายลมพัดไปมาพลิ้วไหวสมจริงอย่างมาก
จางหย่งอ้ายมองมันอย่างสับสน ว่าเพราะอะไรถึงทำให้มันติดมากับเธอได้
นางกำนัลทั้งสองที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องสรงน้ำ เวลาผ่านไปเกือบครึ่งถ้วยชาแล้ว ยังไม่ได้ยินเสียงสรงน้ำขององค์หญิง นางกำนัลผู้หนึ่งจึงเอ่ยปากด้วยความห่วงใย
"องค์หญิงจะให้เติมน้ำร้อนอีกหรือไม่เพคะ"
เสียงของนางกำนัลทำให้จางหย่งอ้ายรู้สึกตัวขึ้นมาว่าเธอต้องอาบน้ำ เธอจึงรีบเอ่ยปฏิเสธก่อนจะรีบถอดบังทรงและกางเกงสีขาวบางเบาออกจากร่าง และเดินลงอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่มีกลีบดอกไม้ทับกันหลายชั้น
กลิ่นของกลีบดอกไม้ทำให้เธอรู้สึกสบายตัวขึ้นมาไม่น้อย
เธอยกข้อมือตนเองเพื่อดูห้องนอนของเธอที่อยู่ในเม็ด Charm ที่นั่นมีทั้งสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดเล็ก และอ่างอาบน้ำที่สะดวกสบาย ห้องสุขาที่หรูหรา ชั้นหนังสือและโต๊ะทำงานขนาดย่อม ทั้งยังมีที่นอนนุ่ม ๆ ผ้านวมหอม ๆ อุ่น ๆ ไว้ใช้
บางทีพรุ่งนี้ทุกอย่างอาจจะกลับเป็เหมือนเดิมก็ได้
เธอคิดในใจอย่างปลดปลง พลางกวักน้ำชำระกายอย่างเหม่อลอย
เมื่อนางกำนัลได้ยินเสียงน้ำที่ตกลงกระทบน้ำในอ่างอาบน้ำ พวกนางก็นำผ้าเช็ดตัวและชุดนอนเข้ามา
จางหย่งอ้ายหวีดร้องอย่างใที่พวกเธอเข้ามาตอนที่เธอโป๊อยู่แบบนี้ ก่อนจะรีบหดกายลงไปในอ่างอาบน้ำอีกครั้ง
สวินจื่อหยางได้ยินเสียงหวีดร้องขององค์หญิงก็รีบรุดมา หากแต่เขาเห็นเพียงนางกำนัลสองคนที่คุกเข่าศีรษะจรดพื้น กับดวงตาขององค์หญิงที่โผล่พ้นน้ำออกมาเท่านั้น
เขารีบหมุนตัวกลับหลังหัน พลางถาม
"องค์หญิงเป็อะไรหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"
จางหย่งอ้ายเพียงแค่ใ เมื่อเห็นนางกำนัลเอ่ยปากขออภัยโทษและสวินจื่อหยางที่พรวดพราดเข้ามา จึงรู้ว่าตนเองทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่เสียแล้ว เลยได้แต่โผล่หน้าออกมากล่าวอย่างรวดเร็ว
"ข้าไม่เป็อะไร พวกเ้าวางผ้าและเสื้อผ้าไว้ก็พอ แล้วออกไปกันให้หมดเถอะ"
ทั้งสามรับคำก่อนจะถอยออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
จางหย่งอ้ายเป่าปากอย่างโล่งใจ
"โอย หัวใจจะวายตาย ทีหลังต้องบอกให้พวกนั้นส่งเสียงก่อนจะเข้ามาสักหน่อย"
เธอพึมพำไปเช็ดตัวเช็ดผมไป แม้จะได้อาบน้ำแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกสะอาดเท่าไรนัก
เมื่อไม่มีทั้งสบู่ทั้งยาสระผม เลยไม่มั่นใจในความสะอาดตามมาตรฐานที่เคยชิน
หลังจากไปถึงเตียงนอนก็พบปัญหาเตียงแข็ง หมอนแข็ง ทำเอาจางหย่งอ้ายได้แต่เม้มปากกับความโบร่ำโบราณนี้ ทว่าอย่างไรก็ต้องนอนอยู่ดี
เธอไม่ได้ปิดประตูห้องนอน เนื่องจากหากปิดประตูห้องนอน เธอก็จะมองไม่เห็นเงาของสวินจื่อหยางที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าเรือนนอน
ที่นอนและหมอนแข็งอย่างกับหิน ทำให้เธอนอนไม่ค่อยหลับ จึงได้แต่คิดอะไรในหัวมากมาย
พรุ่งนี้คงต้องรีบยกหลานถงอวี้และหลี่ซีม่อให้กับนางเอกไป ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะวางยาเธออีกหรือไม่
แล้วไม่รู้ว่าปิ่นที่องค์หญิงมอบหมายให้ลู่เอินทำ จะทำเสร็จหรือยัง หากเสร็จแล้วก็จะได้มอบให้เขาไปด้วยเลย ปิ่นนั่นยังไงซะองค์หญิงก็ตั้งใจมอบให้เขา
กว่าเขาจะรู้องค์หญิงก็ตกตายไปแล้ว นั่นเลยทำให้เขารู้สึกต่อองค์หญิงทุกครั้งที่นึกถึงนาง
เนื้อหาในนิยายผู้เขียนแต่งไว้ว่า เขารู้สึกว่าตนเองเป็เพียงของเล่นขององค์หญิง และเขาก็รู้สึกว่าตนเองถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี เนื่องจากองค์หญิงบีบบังคับให้เขาแต่งงาน
ทั้งที่ได้แต่งงานเป็สามีที่ถูกยกย่อง แต่องค์หญิงก็มอบเพียงปิ่นเงินแข็งทื่อเพียงอันหนึ่งให้เขา
เครื่องประดับผมของบุรุษที่ออกเรือนเป็ตัวบ่งบอกความโปรดปรานของภรรยา ทั้งยังเป็เครื่องบ่งบอกถึงสถานะของบุรุษด้วย
ผ้าผูกผมสีขาวหมายถึงชายโสดที่ยังไม่เคยผ่านหญิงใด
ผ้าผูกผมสีดำหมายถึงชายที่มีสัมพันธ์กับสตรีแล้ว แต่ยังมิได้แต่งงาน
ผ้าผูกผมสี ๆ มักเป็เครื่องประดับผมของบุรุษที่มีเ้านาย
ผ้าผูกผมที่มีแถบลายเป็สัญลักษณ์ของชายที่เป็ที่พึงใจต่อภรรยา หากแต่ยังเป็เพียงบ่าวอุ่นเตียงเท่านั้น
ปิ่นปักผมบ่งบอกถึงความเป็สามี ความงดงามของปิ่นจะบ่งบอกถึงความโปรดปรานของภรรยาด้วย
ยิ่งเครื่องประดับผมของบุรุษที่แต่งงานแล้วงดงามล้ำค่ามากเท่าใด พวกเขาก็จะมีหน้ามีตาและเป็ที่ยอมรับมากเท่านั้น
องค์หญิงจางหย่งอ้าย้ามอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่บุรุษที่ตนรักใคร่ ดังนั้นจึงเสาะหาอัญมณีล้ำค่าอย่างเงียบ ๆ และมอบหมายให้ลู่เอิน ช่างทำเครื่องประดับมือหนึ่งของตนเป็ผู้รับผิดชอบแกะสลักลวดลาย
ปิ่นที่นางตระเตรียมทำให้เขา ตัวเรือนทำจากอัญมณีสีแดงใส ที่ไม่ดูฉูดฉาดหรือราบเรียบเกินไป ทั้งมันยังถูกสลักลวดลายเป็รูปพยัคฆ์คาบแก้วอีกด้วย ดวงแก้วที่ถูกคาบหลอมมาจากอัญมณีสีขาวใสที่หาได้ยากยิ่ง
ซึ่งในความเป็จริงมันก็คือเพชรน้ำดีนั่นเอง เพียงแต่ในนิยายผู้คนยังไม่รู้จักเพชรเท่านั้น กว่าจะรู้จักและให้คุณค่าของมันสูงมากกว่าทองคำ ก็ตอนเมื่อนางเอกของเื่เห็นปิ่นอันนี้ที่พระเอกเก็บไว้ไม่เคยเปิดกล่องออกดู กระทั่งนางเอกอยากรู้ว่าน้องสาวมอบเครื่องประดับแบบใดให้พระเอก
พวกเขาถึงได้เห็นความอลังการของปิ่นนั่น ซึ่งนางเอกก็ใจกว้างให้พระเอกปักปิ่นนั้นได้ เนื่องจากมันแปลกตาและหรูหราเหมาะสมกับฐานะของเขาในยามนั้นอย่างที่สุด
แม้พระเอกจะรู้สึกไม่ดี ที่ตนเองมักจะคิดถึงแต่เื่ไม่ดีขององค์หญิงจางหย่งอ้าย แต่เมื่อนางเอกเอ่ยปากขอร้อง เขาก็ใจอ่อนยอมประดับปิ่นนั้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จนนางเอกเสาะหาอัญมณีขาวใสนั้นได้จำนวนมาก ถึงได้เปลี่ยนเก็บไป
จางหย่งอ้ายไม่อยากให้เขาเข้าใจองค์หญิงผิดไปนาน ดังนั้นเธอจึงวางแผนในใจว่าจะมอบปิ่นนี้ออกไปอย่างเปิดเผย ไม่ใช่ใส่กล่องสีดำมิดชิดจนผู้คนเข้าใจผิดว่าเป็เพียงเครื่องประดับดาษดื่น
ที่ฉันทำได้ก็คงเท่านี้ ในเมื่อองค์หญิงลงแรงลงใจไปมาก จะให้เขาเข้าใจผิดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันก็คงไม่ดี
จางหย่งอ้ายคิดถึงเื่การจัดการกับเหล่าบุรุษทั้งหลายขององค์หญิงจนกระทั่งผลอยหลับไป
ทั้งที่คิดว่าเผื่อตื่นขึ้นมาแล้ว เื่ทั้งหมดจะเป็เพียงความฝันแท้ ๆ แต่ก็ยังขบคิดวิธีการจัดการกับเหล่าบุรุษพวกนั้นอย่างลืมตัว กระทั่งรุ่งเช้าเมื่อหัวตกหมอนจนเกิดเสียงดังโป๊ก ถึงได้รู้ว่าเื่เมื่อวานมิใช่ความฝัน