CHAPTER 1
แรกพบสบตา

KRIS PART :
@Suvarnabhumi Airport
ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพ
"เดินทางปลอดภัยนาอันนา ฮึก"
"ฮึก...ฮืออ ขอบคุณนะ อย่าร้องไห้สิเพลง" บอกเพื่อนแต่ตัวเองก็หยุดร้องไห้โฮไม่ได้เหมือนกัน เด็กน้อยอ้อย
"ฉันต้องคิดถึงแกมาก ๆ แน่เลย"
"ฮือ อันนาไปแค่อาทิตย์เดียวเอง เดี๋ยวก็กลับแล้ว"
"โอ๋....อย่าร้องไห้สิ มากอด ๆ นะ"
"เพลงอ่ะร้องก่อนทำไมเล่า...ฮืออ"
ผมยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยความสงสารปนขำ เพื่อนรักสองคนที่กำลังกอดคอร้องไห้เหมือนจะจากกันไปเป็แรมปีอะไรอย่างนั้น จะร้องกันทำไม ไปแค่อาทิตย์เดียวเอง แถมมีผมอยู่ทั้งคน อันนาไม่เป็อะไรหรอก ทุกคนคงสงสัยว่าผมมาอยู่ตรงนี้ได้ไง เห็นแบบนี้ ผมก็เป็นักศึกษาทูตเหมือนกันนะครับ ตัวแทนของมหาลัยเราก็มีแค่ผมกับอันนา แล้วก็นักศึกษาอีกสองสามคน ส่วนที่ผมเป็ห่วงอันนาน่ะเหรอ ผมรู้จักเธอั้แ่เธออยู่ปี 1 แล้วล่ะครับ ผมรู้จักเธอแต่เธอคงไม่รู้จักผม แต่ก็อาจจะรู้จักผ่านหูคนอื่นมาบ้างแหละ เด็กน้อยเฟรชชี่ที่หาตึกคณะตัวเองไม่เจอจนต้องวิ่งมาถามผมที่เดินผ่านตรงนั้นพอดี หลังจากนั้นผมก็แอบมองเธออยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ มาตลอด ไม่ให้ห่วงได้ไงล่ะ ซุ่มซ่ามขนาดนั้น
"อะ..อ้าว....พี่คริส" แล้วเสียงของอันนาก็ทำให้ผมต้องสลัดความคิดในหัวทิ้งไป
"...."
"พี่คริสไปด้วยหรอคะ" ทำไมเธอถามผมแบบนี้ล่ะ นี่เธอจำผมไม่ได้รึไงกันนะ เห้อ
"พี่ก็เป็นักศึกษาทูตเหมือนเรานะ"
"อ๋อออ...แฮ่ะๆ ขอโทษค่ะ" คนตัวเล็กส่งยิ้มแห้ง ๆ กลับมา เอามือเกาท้ายทอยตัวเองแก้เขิน แต่ทำไมผมมองว่าน่ารักนะ
"สวัสดีค่ะพี่คริสสุดหล่อ ^^ หนูฝากอันนาด้วยนะคะ" น้องเพลงเพื่อนสนิทอันนาเดินมาหาผมพร้อมกับฝากฝังเพื่อนรัก ควรจะฝากแหละครับ เพื่อนทั้งน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้
"อืม" ผมพยักหน้ารับ
"ยัยเพลงง....มาฝงมาฝากอะไรเล่า อันนาไม่ใช่เด็กแล้วนะ" ประโยคนี้คนตัวเล็กหันไปพูดกับเพื่อนของเธอ
"ไม่ใช่เด็กแต่ก็เหมือนเด็กนะแหละ อย่าลืมนะคะพี่คริสฝากอันนาด้วยนะ^^" ถึงเพื่อนเธอไม่ฝากผมก็ต้องดูแลอยู่แล้วแหละ
"อ้าวนักศึกษาทั้งหมด มารวมกันตรงนี้เราจะไปเข้าเกทกันแล้ว" สิ้นเสียงคำพูดของอาจารย์พวกเราทั้งหมดก็เดินกันไปเข้าเกทเพื่อเตรียมตัวขึ้นเครื่อง แล้วเจอกันใหม่นะไทยแลนด์
ANNA PART :
@Baglioni London Hotel, Hyde Park
ฮึบ! ถึงโรงแรมซะที เมื่อยตัวมาก นั่งเครื่องตั้ง 12 ชั่วโมงแหน่ะ ทั้งเมื่อยตัว เมื่อยตูด ฮืออออ อยากนอน พูดปุ๊บก็ไม่รอช้าเด้งตัวนอนลงเตียง
ฟุบ
เฮ้อ ดีชะมัดเลย ได้นอนห้องเดี่ยวด้วย ห้องก็กว้าง หรูหรา ชาตินี้ถ้าไม่ได้ไม่ได้มากับมหาลัยอันนาคนนี้คงไม่มีโอกาสได้เข้ามาเหยียบโรงแรมนี้แน่ๆ ไม่มีปัญญา เอาตังค์ค่าโรงแรมไปไปซื้อบัตรคอนอปป้าดีกว่า คิกคิก ว่าแล้วก็ไถไอจี ไถทวิตดูความเคลื่อนไหวของอปป้า กำลังใจของอันนาวันนี้มาอัพรึยังน๊าา ><
เอ๋ เรายังไม่ได้โทรหาพ่อกับแม่แล้วก็เพลงเลยว่าถึงแล้ว แต่ถ้าโทรไปตอนนี้อาจจะไม่เหมาะ ไทม์โซนต่างกันนี่น่า ส่งข้อความไปบอกดีกว่า ส่วนพรุ่งนี้ไว้ค่อยโทรหา
ก๊อก ๆ
หืม เสียงเคาะประตู ใครกันนะ ขอเช็คผ่านตาแมวแป๊ป เราต้องปลอดภัยไว้ก่อน! พอส่องจากตาแมววก็เจอกับน้อง 'โรส' เป็น้องในคณะอยู่ปีหนึ่ง เธอเป็แทนนักศึกษาทูตเหมือนกัน เก่งแล้วก็สวยด้วย
"สวัสดีค่ะพี่อันนา ^^ ขอโทษที่รบกวนเวลาพักผ่อนนะคะ อาจารย์ให้เอากำหนดการของวันพรุ่งนี้มาให้ค่ะ"
"อ๋อ ขอบคุณมากนะน้องโรส^^"
"ไม่เป็ไรค่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะคะ Goodnight ค่ะพี่อันนา"
"จ้า เช่นกัน^^" หลังจากที่น้องออกไปท้องก็ร้องโครกครากซะงั้น ตอนนี้ก็ทุ่มนึงแล้ว ข้างล่างจะยังมีอะไรให้กินบ้างนะ เอ๊ะ หรือโทรเรียกรูมเซอร์วิสดี แต่ไม่เอาดีกว่า อยากเดินชมโรงแรมถ่ายรูปไปอวดยัยเพลง
หลังจากที่เตรียมของจัดเสื้อผ้าเข้าตู้ อาบน้ำอะไรเรียบร้อยก็เดินลงมาด้านล่างของโรงแรม หรูมากเลยล่ะ ไม่แน่ใจว่ามหา’ลัยเขาเอางบกันมาจากไหนกัน แต่ช่างเถอะ ให้เป็เื่ของผู้ใหญ่ล่ะกัน ตอนนี้มาสนใจวิวดีกว่า แถมวิวข้างนอกโรงแรมก็สวยมาก อยากถ่ายรูปจัง ถ้าข้ามถนนไปถ่ายอีกฝั่งคงไม่เป็ไรมั้ยเนอะ รถไม่เยอะด้วย ถามเองตอบเองเสร็จสรรพก็จัดการพาตัวเองข้ามมาถนนฝั่งตรงข้าม แสงไฟในลอนดอน กับท้องถนนที่เงียบสงบ คงแปลกมาก ๆ สำหรับเมืองท่องเที่ยว แต่คงเป็เพราะละแวกที่พวกเราพักกันมันไม่ใช่แลนมาร์กของที่นี่ด้วยล่ะมั้ง
.
.
.
อัพลงไอจีแล้วว รูปออกมาสวยมากเลย น้องโรสมาคอมเมนต์ถามว่าอยู่ไหน น่าจะเป็ห่วง แฮร่ ตอนออกมาก็ไม่ได้บอกใครด้วย เลยตอบกลับไปว่าออกมาเดินเล่นข้างนอก
"เมี๊ยว เมี๊ยวว"
อ้ะ มีน้องมาจากไหนไม่รู้เดินต่อกแต๊กมาทางนี้ ท่าทางจะเป็แมวเปอร์เซีย ขนฟู ๆ สีขาว แถมดวงตาของมันยังเป็สีฟ้าน้ำทะเลอีกด้วย ดวงตาเหมือนมีเวทมนต์เลย อ้อ น้องเป็ผู้ชายค่ะทุกคน แอบสังเกตมาลีน้อยมา แฮ่ะ ๆ แต่ตัวน้องเลอะหมดแล้ว ฮือ น่าจะหิวด้วย สงสารจัง
"ว่าไงจ้ะเ้าแมวน้อย มาจากไหนฮึเราอ่ะ" ฉันคุยกับน้องแมวเหมือนคุยกับเพื่อน แต่คิดว่าน้องก็น่าจะเข้าใจที่พูด มั้งนะ ฮ่า ๆ เพราะมันเข้ามาคลอเคลียที่ขาใหญ่เลย
เมี๊ยววว~"
"หิวใช่มั้ย" ฉันนั่งยอง ๆ แบ่งขนมที่เอามาจากโรงแรมให้น้องแมวสีขาว เอ๋ มันมีชื่อมั้ยนะ ตั้งชื่อให้คงไม่เป็ไรหรอกเนอะ เพราะปลอกคอก็ไม่มี น่าจะเป็แมวที่ีคนเอามาปล่อย
"ชื่อมาลีแล้วกันนะ...เ้าหนูมาลี^^"
"เมี๊ยวว~ แผล่บ ๆ" เ้าหนูมาลีขานรับออกมาเหมือนบอกว่ามันก็ชอบชื่อนะ งื้อ น่ารักจังเลย อยากได้ อยากเก็บไปเลี้ยงที่หอ แต่ที่หอเขาไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ แถมที่บ้านพ่อกับแม่ก็ไม่ชอบแมวด้วย เศร้า T_T นุ้งอยากเลี้ยงแมว
DION PART :
รถหรู ติดฟิล์มกระจกสีดำขับเคลื่อนไปตามท้องถนนในกรุงลอนดอนยามค่ำคืน ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนกำลังทอดมองออกไปนอกรถเพื่อชมวิวเช่นกัน ผมโตมากับเมืองนี้ ถ้าเป็เมื่อก่อน ที่นั่งข้างผมคงมีผู้ชายอีกคนมานั่งข้าง ๆ แต่ตอนนี้มันไม่แล้ว มีเพียงแค่ความทรงจำระหว่าผมกับ ‘เขา’ คนนั้น คนที่ผมรัก
จากที่ปล่อยความคิดล่องลอยอยู่กับภาพในอดีต ตอนนี้ภาพเบื้องหน้าของผมตอนนี้คือผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่นั่งยองกับพื้นอุ้มแมวตัวน้อยสีขาวไว้ในอ้อมแขน เส้นผมพริ้วไหวตามแรงลมพร้อมกับใบหน้าสวยที่มีรอยยิ้มประดับ รอยยิ้มที่ทำให้คนที่พบเจอใจเป็ต้องสั่นไหว ผมก็เช่นกัน ในหัวตอนนี้มีแต่คำว่า ‘สวย’ ให้ตายเถอะ ทำไมถึงสวยขนาดนี้วะ เธออาจจะไม่สวยเด็ดเหมือนดารานางแบบที่ผมเคยควง แต่คนนี้ สวยแบบหวาน ๆ อาจจะเรียกว่าน่ารักก็ได้ ผิวขาว ๆ แก้มป่อง ๆ นั้น มันน่าจับมาหอมแก้มสักฟอด คงจะหอมและนุ่มน่าดู แต่นี่ผมกำลังแทะโลมผู้หญิงแปลกหน้าทางสายตาหรอวะเนี่ย!
แต่ทว่า...เป็เพียงเสี้ยววินาทีที่เธอเงยหน้าจากแมวตัวน้อยมามองรถที่ขับผ่านเธอไป เสี้ยววินาทีที่ผมและเธอสบตากัน ผมมองเห็นเธอ แต่เธอคงมองไม่เห็นผมเพราะฟิล์มกระจกสีดำที่กั้นเอาไว้ เธอทำให้ผมเผลอตกอยู่ในภวังค์โดยไม่รู้ตัว....
ตึกตัก ตึกตัก
เสียงหัวใจผมเต้นระรัวเป็ครั้งแรก หลังจากที่มันเงียบเหงามานาน ทำไมใจผมเต้นเร็วแบบนี้ เป็เพราะสาวน้อยคนนั้นเหรอ
"บอสครับ"
"บอส"
"บอสโว้ย!!"
"มึงจะะโทำไมเนี่ย" ไอแม็คมันจะจะโกนหาพระแสงอะไรของมัน ในรถก็มีกันอยู่สองคน
"อ้าว ก็เรียกแล้วไม่ได้ยิน -_-"
"มีอะไร" ผมตอบมันห้วน ๆ กลับ แม่ง ขัดจังหวะฉิบหาย คนกำลังได้ฟีล
"เป็อะไรรึเปล่าครับ เห็นเอามือทาบอก"
"เสือก!"
"ยังหนุ่มยังแน่น ไม่น่าจะเป็โรคหัวใจนะครับ"
"สัส หุบปากแล้วขับรถไป"
"ผมเห็นนะครับ"
"หะ...เห็นอะไรของมึง" เชี่ย มันเห็นอะไรของมัน อย่าบอกนะว่าเห็นเหตุการณ์เมื่อกี้ หรือมันจะเห็นผู้หญิงคนนั้น
"เห็นว่าบอสมอง.."
ตึกตัก ตึกตัก
มันจะหยุดทำบ้าไรเนี่ย
"มองผู้หญิงคนนั้น"
"ผู้หญิงคนไหน มั่วแล้วมึงอ่ะ กูไม่ได้มองใคร" ผมปฏิเสธออกไปหน้าด้าน ๆ ทั้ง ๆ ที่หลักฐานคาตา แต่จะให้ยอมรับต่อหน้าลูกน้องมันก็น่าอายเกินไปป่ะวะ
"ฮ่าๆๆ" ไอแม็คขำออกมาพลางส่งสายตาล้อเลียนมาทางกระจก
"ขำอะไรของมึง"
"มาเฟียหนุ่มหน้าหวานหน้าแดงเพราะโดนแซวไงครับ"
"สัส!!! เดี๋ยวมึงจะไม่ตายดี!"
"สมมติว่าผมไม่เห็นนะครับ ฮ่าา!"
"มึงจะกินลูกะุปืนแทนข้าวมั้ยไอแม็ค" ผมด่ามันกลับจนมันหันไปสนใจกับการขับรถต่อ แซวเก่งฉิบหาย หมดกัน ภาพลักษณ์ที่สะสมกันมาก หน้าแดงเพราะมองผู้หญิงแปลกหน้าข้างถนน พูดถึงผู้หญิงคนนั้นใจก็เสือกเต้นแรงอีก แม่งเอ้ย รอยยิ้มนั้นยังติดตา
เธอคือใครกันนะ...