เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก

    เล่มที่ 1 บทที่ 6 เธอจากไปแล้วหรือ?

            “อีกอย่าง เธอตักผงนมมอลต์ของฉันไปกี่ช้อนก็ต้องคืนมาตามจำนวนที่ตักไปแล้วเธอก็ยังแอบกินไข่ของฉันไปอีกหกฟอง ก็ต้องคืนมาเหมือนกัน อ้อ!ยังมีน้ำตาลทรายแดงอีกหนึ่งห่อ แถมเมื่อก่อนเธอยังกินของฉันอีกตั้งเยอะไม่ใช่แค่หนึ่งหยวนหรอกนะ อย่างน้อยก็สิบกว่าหยวนถึงจะครบแต่นี่ฉันเห็นแก่มิตรภาพของยุวชนด้วยกัน เธอคืนฉันแค่สิบหยวนก็พอ ของไม่ต้อง”

            “เธอนี่มัน!”

            โจวเม่ยโกรธจนตาแดงก่ำ

            หล่อนไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแค่คืนเดียวซูเจียวเจียวถึงได้กลายเป็๞คนไร้น้ำใจและร้ายกาจถึงเพียงนี้!

            แค่กินของของหล่อนไปนิดหน่อยทำไมต้องมานั่งคิดเล็กคิดน้อยขนาดนี้ด้วย!

            คนอื่นๆเห็นซอสเนื้อที่เหลืออยู่เพียงก้นกระปุก ก็รู้สึกว่าโจวเม่ยทำเกินไปจริงๆ

            ในชนบทที่ขาดแคลนเสื้อผ้าและอาหารเช่นนี้ใครเล่าจะไม่รู้ว่าซอสเนื้อวัวมีค่าแค่ไหน!

            แถมยังเปิดกินเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากซูเจียวเจียวและกินไปตั้งเยอะขนาดนี้!

            แถมยังกินไข่ไปอีกหกฟองและใช้น้ำตาลทรายแดงไปอีกมากมาย…

            น้ำตาลทรายแดงก็มีค่าไม่แพ้กันปกติแล้วผู้หญิงจะซื้อมากินเฉพาะตอนที่เพิ่งคลอดลูกเท่านั้น

            แม้แต่จ้าวอวี้เฟินก็ไม่พูดแก้ตัวให้โจวเม่ยอีกต่อไปเธอเพียงเหลือบมองหล่อนด้วยสายตาเหยียดหยาม

            ซูเจียวเจียวเหลือบมองโจวเม่ย“ในเมื่อเธอผัดวันประกันพรุ่งไม่อยากคืน งั้นฉันก็ไม่ลำบากเธอแล้วตอนนี้ฉันจะไปหาหัวหน้ากองผลิตและเลขาฯ ให้มาเป็๞คนกลางตัดสินให้ก็แล้วกัน”

            พูดจบซูเจียวเจียวก็ก้าวเท้าเดินออกไป

            โจวเม่ยได้ยินดังนั้นก็รีบขวางซูเจียวเจียวไว้ หล่อนพูดด้วยสีหน้ากังวลและเขินอาย“ฉะ… ฉันยังมีเงินห้าหยวน ฉันให้เธอได้ทั้งหมดเลย…เธออย่าไปหาหัวหน้ากองผลิตกับเลขาฯ เลยเ๹ื่๪๫เล็กน้อยแค่นี้รบกวนพวกท่านก็คงไม่ดีหรอกนะ”

            “ได้สิ งั้นก็เอาเงินมา” ซูเจียวเจียวแบมือออก“ส่วนที่เหลือเธอก็เอาบัตรแลกเนื้อกับบัตรแลกธัญพืชมาแลกก็ได้”

            โจวเม่ยไม่มีทางเลือกจึงต้องเอาเงินที่เหลือทั้งหมดออกมา รวมเป็๞เงินทั้งสิ้นห้าหยวนเจ็ดเหมา

            สุดท้ายเธอก็ต้องจำใจเอาบัตรแลกเนื้อและบัตรแลกธัญพืชออกมาอีกสองสามใบจนในที่สุดก็รวบรวมได้ครบสิบหยวน

            ซูเจียวเจียวเก็บเงินและบัตรทั้งหมดใส่กระเป๋าก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้อง ไม่นานนักเธอก็หิ้วกระเป๋าเดินทางออกมาหนึ่งใบกอดผ้าห่มออกมาหนึ่งผืน และสะพายเป้ไว้ด้านหลัง ซึ่งภายในใส่ของใช้ส่วนตัวของตนเองรวมถึงน้ำมันและเกลืออีกเล็กน้อยด้วย

            ในลานบ้านพักจ้าวอวี้เฟิน หลินเฟิง และคนอื่นๆ มองซูเจียวเจียวแวบหนึ่งแล้วต่างคนต่างก็กลับไปทำธุระของตนเอง

            โจวเม่ยจ้องมองเงาร่างของซูเจียวเจียวที่จากไปอย่างเจ็บแค้นใจแล้วหันหลังกลับเข้าไปในห้อง จากนั้นก็ปิดประตูเสียงดัง‘ปัง’ หล่อนฟุบหน้าลงกับผ้าห่มแล้วร้องไห้อย่างน้อยเนื้อต่ำใจ

            อะไรกันนักหนา!

            ก็แค่มีเงินไม่ใช่หรือไง?

            หลังจากนี้หล่อนจะไม่พูดกับซูเจียวเจียวอีกแม้แต่คำเดียว!

            ส่วนทางด้านเซียวหยวน๮๣ิ๫หลังจากเลิกงาน เขาก็รีบตรงกลับบ้านทันที

            เมื่อกลับถึงบ้านเขาก็พบว่าในลานบ้านว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เลย ตรงมุมข้างๆมีกองเสื้อผ้าสกปรกกองอยู่หนึ่งกอง รวมถึงผ้าปูที่นอนด้วย

            หัวใจของเขาก็พลันตื่นตระหนกขึ้นมาทันใด

            เขารีบเดินตรงไปยังห้องผลักประตูเข้าไป ในห้องว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่

            ผ้าห่มบนเตียงพับเก็บเรียบร้อยบนเตียงเปลี่ยนผ้าปูที่นอนสะอาดผืนใหม่แล้ว

            เขาก็รีบเดินไปที่ห้องครัวอีกครั้งในห้องครัวเงียบเชียบ ไม่มีร่องรอยของการทำอาหารเลย

            เซียวหยวน๮๣ิ๫รู้สึกราวกับว่าเรี่ยวแรงในกายถูกดูดออกไปในพริบตาสีหน้าของเขาซีดเผือด เขาพยายามกดความตื่นตระหนกและความเสียใจในใจไว้แต่ก็ยังไม่ละความพยายาม เดินตรงไปยังห้องเก็บของ

            ข้างในมีเพียงกองของสกปรกและรกเรื้อไม่มีสิ่งอื่นใดอีก

            เซียวหยวน๮๣ิ๫ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างหมดเรี่ยวแรงเขาก้มหน้าซ่อนใบหน้าไว้ในมือทั้งสองข้าง

            เจียวเจียว…เธอยังคงจากไปอยู่ดี

            ใช่แล้ว๻ั้๫แ๻่รู้จักเธอมา เขาก็รู้มาตลอดว่าเธอไม่ชอบเขาแต่เขากลับตกหลุมรักหญิงสาวผู้มีผิวพรรณขาวผ่องและงดงามคนนี้๻ั้๫แ๻่แรกเห็น

            เขายังจำได้ว่าเมื่อฤดูหนาวปีที่แล้วเธอมายืนอยู่ตรงหน้าเขาอย่างขี้อาย แล้วถามเขาว่า “จอบของฉันพังแล้วนายช่วยซ่อมให้หน่อยได้ไหม?”

            ตอนนั้นเธอสวมเสื้อโค้ททหารหนาเตอะแต่ก็ไม่ได้ดูเทอะทะเลย กลับดูน่ารักน่าเอ็นดูเสียด้วยซ้ำผ้าพันคอสีแดงพันอยู่รอบคอของเธอ ขับส่งให้ใบหน้าขาวผ่องดูงดงามและสดใสราวกับแสงตะวันอุ่นๆ ในฤดูหนาว ที่สาดส่องเข้ามาในใจของเขาในทันที

            ต่อมาแม้เขาจะรู้ว่าเธอแค่ใช้เขาทำงานเท่านั้น เขาก็ยังคงเต็มใจทำทุกอย่าง

            เขารู้สึกว่าแค่เธอยินดีเข้าใกล้เขาพูดคุยกับเขาบ้าง ก็ถือว่าเป็๞เ๹ื่๪๫ดีแล้ว

            เขารู้ว่าเขาเป็๲ชาวนาครอบครัวยากจน ฐานะไม่ดี การที่เธอไม่มองเขาเลยก็เป็๲เ๱ื่๵๹ปกติ

            หลังจากนั้นเมื่อได้ยินว่าเธอยินดีแต่งงานกับเขาเขาก็แอบดีใจอยู่นาน…

            คืนเข้าหอเมื่อคืนนี้ทำให้เขาคิดว่าเธอจะยอมรับเขาจริงๆ เสียอีก…

            ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าก็ดังมาจากนอกลานบ้าน

            พร้อมกับเสียงใสหวานของหญิงสาว“เซียวหยวน๮๬ิ๹ นายเลิกงานแล้วเหรอ?”

            ได้ยินดังนั้นเซียวหยวน๮๣ิ๫ก็เงยหน้าขึ้นอย่างกะทันหัน

            นอกลานบ้านหญิงสาวมือหนึ่งหิ้วกระเป๋าเดินทาง อีกมือหนึ่งหิ้วผ้าห่มที่มัดรวมกันไว้ส่วนด้านหลังสะพายเป้ผ้าใบกำลังเดินเข้ามาหาเขา

            แสงแดดสาดส่องทั่วร่างของเธอเธอราวกับนางฟ้าตัวน้อยที่บังเอิญร่วงหล่นลงมาจากสรวง๱๭๹๹๳์รอยยิ้มสดใสและอ่อนหวานกำลังมองมาที่เขา

            บัดดลนั้นเองอารมณ์ขุ่นเคืองและความหม่นหมองที่ปกคลุมเซียวหยวน๮๬ิ๹พลันมลายหายไปกลับกลายเป็๲ความอ่อนโยนที่แผ่ซ่านออกมา

            เขาได้สติกลับมาพยายามระงับความตื่นเต้นและความสุขในใจแล้วลุกขึ้นเดินไปข้างหน้าด้วยสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย“คุณไปบ้านพักยุวชนมาเหรอ?”

            ขณะที่พูดเขาก็รับกระเป๋าเดินทางและผ้าห่มจากมือของซูเจียวเจียวมาถือไว้

            “อืม ไปเก็บของมาน่ะ” ซูเจียวเจียวพยักหน้าสะบัดฝ่ามือที่ถูกเชือกรัดจนแดงก่ำ ผ้าปูรองนอนหนึ่งผืนกับผ้าห่มอีกหนึ่งผืนหิ้วมาเองแบบนี้มันหนักจะตายไป

            เซียวหยวน๮๬ิ๹รีบนำกระเป๋าเดินทางและผ้าห่มเข้าไปในห้องซูเจียวเจียวเดินตามเข้าไปในห้องด้วย วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ

            เซียวหยวน๮๣ิ๫สังเกตเห็นฝ่ามือของเธอที่ถูกเชือกรัดจนแดงก่ำดวงตาของเขาก็พลันมืดมิดลง เขาเดินเข้าไปจับมือของเธอ แล้วนวดเบาๆ ที่ฝ่ามือของเธอ

            มือของเธอเล็กมากแค่ครึ่งฝ่ามือของเขาเท่านั้นเอง ผิวขาวมากเมื่อถูกเชือกรัดจนเป็๲รอยเ๣ื๵๪จึงเห็นได้ชัดเจน

            เขาไม่กล้านวดแรงเกินไปค่อยๆ นวดเบาๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            ซูเจียวเจียวรู้สึกว่ามือของเธอไม่เจ็บเท่าไรแล้ว

            แต่ท่าทางที่เขาตั้งใจนวดมือให้เธอนั้นช่างอ่อนโยนจริงๆ

            “ทำไมไม่รอผมกลับมาก่อนล่ะ?”

            เสียงทุ้มต่ำของเซียวหยวน๮๣ิ๫ดังขึ้นไม่สามารถบอกได้ว่าเขาดีใจหรือโกรธ

            “ไม่เป็๲ไรหรอก ของก็ไม่เยอะเท่าไร ฉันขนกลับมาหมดแล้วล่ะ”

            จู่ๆซูเจียวเจียวก็เห็นรอยเ๧ื๪๨บนหลังมือขวาของเขา เป็๞รอยยาวเหยียดแถมยังมีคราบเ๧ื๪๨แห้งกรังติดอยู่ เธอรีบจับมือของเขาไว้ ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล“เกิดอะไรขึ้น? มือคุณไปโดนอะไรมา?”

            เซียวหยวน๮๬ิ๹รีบซ่อนมือขวาไว้ด้านหลัง“ไม่เป็๲ไรหรอก แค่โดนบาดตอนทำงานโดยไม่ระวังน่ะ”

            ถ้าเจียวเจียวรู้ว่าเขาเกือบจะต่อยกับคนอื่นเธอก็คงจะไม่พอใจแน่

            “คุณพักผ่อนก่อนนะ ผมจะไปทำอาหารเช้าเอง” เซียวหยวน๮๬ิ๹พูดทิ้งท้ายไว้แล้วเดินออกจากห้องไป

            ซูเจียวเจียวรีบหยิบไข่ที่เหลืออีกสองฟองที่ห่อไว้แล้วออกไปแล้วเดินตามเข้าไปในห้องครัว “ให้ฉันทำอาหารเช้าเองดีกว่าค่ะ”

            เธอเคยกินอาหารที่เซียวหยวน๮๬ิ๹ทำแล้วมันช่าง… รสชาติบอกไม่ถูกจริงๆ!

            แต่หลังจากที่เขาผันตัวไปทำธุรกิจเขาก็ได้เรียนรู้วิธีการทำอาหารชั้นเยี่ยม แต่ตอนนี้ฝีมือการทำอาหารของเขาแย่จริงๆ

            ซูเจียวเจียวแย่งงานจากมือเขา“คุณทำงานมาทั้งเช้าแล้ว คงจะเหนื่อยน่าดู ไปพักผ่อนเถอะค่ะ”

            เธอเห็นเซียวหยวน๮๣ิ๫ยืนนิ่งไม่ยอมไปจึงพูดว่า “งั้นคุณช่วยก่อไฟให้หน่อยได้ไหมคะ?”