ยามบ่ายของวันถัดมา เมฆฝนหนาทึบสีดำทะมึนยังคงตั้งเค้าลอยต่ำอยู่เหนือท้องทะเลปราณบุรีที่ปั่นป่วน ท้องฟ้าภายนอกมืดสลัวรวดเร็วราวกับเป็ลางบอกเหตุร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ลลินและคิรันนั่งเผชิญหน้ากันอยู่ในห้องทำงานเล็ก เสียงพัดลมระบายความร้อนของเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาดังประสานกับเสียงคลื่นลมที่ซัดกระแทกฝั่งโขดหิน ลลินพยายามทำการวิเคราะห์รหัสล็อกและถอดระบบความปลอดภัยของบัญชีการเงินที่ยึดมาได้จากตู้เซฟของอัยการสมเกียรติอย่างจริงจัง ทว่าจู่ๆ กล่องรับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ส่วนตัวของเธอก็ส่งสัญญาณแจ้งเตือนข้อความใหม่สีแดงฉายวาบบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
จดหมายนั้นระบุผู้ส่งด้วยชุดรหัสตัวเลขและสัญลักษณ์สุ่มไร้ชื่อเสียงเรียงนาม ลลินรีบวิเคราะห์ข้อมูลหัวจดหมาย พบว่าสัญญาณไอพีแอดเดรสของผู้ส่งถูกส่งผ่านระบบพร็อกซีเซิร์ฟเวอร์แบบสุ่มหลายสิบชั้นจากประเทศรัสเซีย ไอซ์แลนด์ และบราซิล เพื่อซ่อนพิกัดที่แท้จริงอย่างแ่า หัวข้อจดหมายเขียนด้วยภาษาอังกฤษตัวหนาชวนสะดุ้ง: "The Ghost is Talking" (ผีกำลังพูด)
ลลินขมวดคิ้วด้วยความฉงนหรี่ตากดเปิดข้อความ ภายในจดหมายไม่มีข้อความเขียนบอกเป็ตัวอักษรใดๆ นอกจากลิงก์ระบบเครือข่ายเชื่อมโยงความปลอดภัยระดับสูงพิเศษที่จำเป็ต้องเปิดผ่านเบราว์เซอร์เครือข่ายเว็บมืดเท่านั้น และที่น่าประหลาดคือ มีการแนบไฟล์ลายเซ็นต์ดิจิตอล ที่เข้ารหัสคีย์ลับ ลลินใช้โปรแกรมคัดกรองระบบความปลอดภัยดึงไฟล์ข้อมูลเมตาออกมาตรวจสอบ และพบข้อความถอดรหัสลับบรรทัดสั้นๆ ซ่อนอยู่ในช่องรหัสลายเซ็นต์: "รอยสักนกฮูกไม่มีวันบินในแสงแดด"
ข้อความรหัสลับนี้เป็คำประโยคเฉพาะตัวที่คิรันเคยบอกว่าคุณพ่อของเขาเคยเขียนบอกไว้ในสมุดไดอารี่โบราณ มีเพียงคิรันและคิรินเท่านั้นที่รู้ปมคำนี้! ลลินหันไปมองหน้าคิรัน ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้พยักหน้าให้สัญญาณเงียบๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและระมัดระวังตัว
ลลินเปิดระบบเบราว์เซอร์เครือข่ายพิเศษและตั้งค่าตัวกลางการเชื่อมต่อผ่านระบบ Tor Proxy สัญญาณหน้าจอหมุนโหลดแสดงสถานะการทำงานทีละขั้นอย่างล่าช้าชวนระทึกใจ: "Connecting to Tor Network... 10%... 45%... 85%... Done." หน้าจอประมวลผลเสร็จสิ้น ลลินพิมพ์แอดเดรสหัวเื่หัวข้อหัวเว็บหัวลิงก์ลับ `http://vesperghost4x7y...onion` และกดยืนยัน ระบบพาพวกเขาก้าวเข้าสู่หน้าต่างแชตรูมโบราณรูปแบบ IRC (Internet Relay Chat) ที่มีตัวหนังสือสีเขียวสะท้อนแสงกะพริบบนหน้าจอสีดำสนิท ไร้ปุ่มเครื่องมือรูปภาพหรือสีสันใดๆ มีเพียงแต่ตัวคีย์บอร์ดพิมพ์ตัวอักษรล้วนๆ
หลังจากระบบหมุนเชื่อมต่อโหลดข้อมูลอยู่สองสามวินาที ตัวหนังสือภาษาไทยก็เริ่มพิมพ์ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโดยอัตโนมัติ:
"Anonymous: "สวัสดีครับ ทนายลลิน"
ลลินพิมพ์โต้ตอบกลับทันทีด้วยความระแวดระวัง: "คุณคือใครคะ? และคุณส่งจดหมายและลิงก์นี้มาหาฉัน้าอะไร?"
ข้อความฝั่งตรงข้ามพิมพ์ตอบกลับมาอย่างรวดเร็วราวกับกุมข้อมูลทุกอย่างของพวกไว้ในกำมือ:
"Anonymous: "ผมคือคนที่ทุกคนคิดว่าเสียชีวิตไปแล้วในกองไฟเมื่อสิบปีก่อน... ผมชื่อ 'คิริน' แฝดผู้พี่ของคิรันครับ"
ลลินชะงักงันดวงตาเบิกกว้าง หัวใจสั่นระทึกอย่างรุนแรงจนแทบหยุดเต้น เธอหันขวับไปมองคิรันที่ยืนอยู่ข้างหลังทันที ชายหนุ่มหน้าถอดสี ร่างหนายืนนิ่งอึ้งแข็งทื่อราวกับถูกสาปดวงตาคมฉายประกายความใสุดขีด สับสน และหวาดระแวงระคนยินดี คิรันแย่งแผงแป้นพิมพ์มาพิมพ์ตอบแทนทันทีด้วยนิ้วมือที่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้:
"Kiran: "คิริน... นั่นนายจริงๆ หรอ? นายยังไม่ตายใช่ไหม? ตลอดสิบปีที่ผ่านมายกหูมาหาฉันบ้างสิ นายไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน! รู้ไหมว่าฉันต้องเผชิญอะไรบ้าง!"
หน้าจอเงียบไปเกือบสามสิบวินาทีราวกับฝั่งตรงข้ามกำลังสะกดกลั้นอารมณ์ ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับยาวเหยียดปรากฏขึ้นบนหน้าจอ:
"Kirin: "รัน... ฉันเสียใจที่ต้องแกล้งตายเพื่อความปลอดภัยของนาย สิบปีก่อนฉันถูกพวกมันจับตัวไปทรมานในพิธีกรรม แต่ฉันหนีรอดออกมาได้เพราะผู้คุมระดับล่างคนหนึ่งช่วยไว้ซึ่งตอนนี้เขาก็ตายไปแล้ว ถ้าฉันไม่ทำตัวเป็ผีไร้ตัวตน พวกมันจะรู้ว่าแผนสลับตัวล้มเหลวและนายจะตกเป็เป้าหมายฆ่าปิดปากทันที แต่ตอนนี้เราไม่มีเวลาอธิบายความหลังแล้วรัน พวกนายกำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงที่สุด แฟลชไดรฟ์ที่ลลินขโมยมาจากตู้เซฟของอัยการสมเกียรติน่ะ มันไม่ได้มีแค่ไฟล์ข้อมูลบัญชีลับ แต่มันมีชิปติดตามสัญญาณจีพีเอสสำรองฝังติดอยู่กับแผงวงจรภายในตัวมันเองด้วย ทันทีที่ลลินเสียบมันเข้ากับคอมพิวเตอร์และเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อแกะรหัสผ่าน สัญญาณพิกัดที่ตั้งของเซฟเฮาส์จะถูกส่งตรงไปที่ศูนย์ควบคุมใหญ่ของสมาคมนกฮูกมืดทันที"
คิรันกดพิมพ์ถามแฝดผู้พี่รวดเร็วด้วยประเด็นปมการตายของบิดา:
"Kiran: "คิริน... นายสืบพบเื่การตายของคุณพ่อด้วยใช่ไหม? พ่อโดนวางยาพิษจริงๆ หรือเปล่า?"
"Kirin: "ใช่รัน... พ่อถูกบังคับให้ดื่มยาพิษในถ้วยชาอู่หลงต่อหน้าสมาชิกแกนนำระดับสูงของสมาคมนกฮูกมืด เพราะพ่อพยายามจะเปิดเผยความลับและถอนตัวจาก Vesper Group และที่เ็ปที่สุดคือ คนที่ถือถ้วยชาส่งให้พ่อก็คือคนที่เราคาดไม่ถึง... แต่หยุดพิมพ์ถามเื่นี้ก่อนรัน! ตอนนี้พวกสมาคมรู้ที่อยู่ของพวกนายแล้ว อัยการสมเกียรติส่งหน่วยล่าสังหารเคลื่อนที่เร็วที่ชื่อ 'ทีมอัลฟา' เดินทางมุ่งหน้าไปที่เซฟเฮาส์ปราณบุรีของนายแล้ว ฉันได้ยินรหัสวิทยุของพวกมันบอกพิกัดชัดเจน 'เป้าหมายอยู่ปราณบุรี ยืนยันให้ใช้กำลังเด็ดขาดฆ่าทำลายหลักฐานทั้งหมด' พวกมันกำลังขับขึ้นทางด่วนเดินทางมาหาพวกนายแล้วในเวลานี้!"
"นายมีเวลาไม่เกินสิบนาทีเท่านั้นรัน! ทำตามที่ฉันบอกด่วนที่สุด... ดึงแฟลชไดรฟ์ออก เอาค้อนทุบทำลายมันให้ละเอียดเป็ผงแล้วโยนทิ้งทะเลซะ จากนั้นทิ้งข้าวของทั้งหมดพาลลินหลบหนีออกทางประตูด้านหลัง มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือไปยังเกาะทะลุ ฉันมีเรือเล็กของพันธมิตรเตรียมรอไว้ให้พวกนายที่นั่น รีบไปซะก่อนจะสายเกินไป!"
ตัวหนังสือสีเขียวบนจอภาพดับวูบลงพร้อมกับแชตรูมลับที่ทำลายล้างตัวเองทิ้งไปโดยระบบไม่เหลือร่องรอย ลลินรีบเอื้อมมืออันสั่นเทาดึงแฟลชไดรฟ์ออกจากช่องเสียบข้างคอมพิวเตอร์ ทว่าด้วยความตื่นตระหนกมือเรียวลื่นหลุดทำกุญแจเซฟและแฟลชไดรฟ์ร่วงหล่นลงพื้น คิรันคุกเข่าลงไปเก็บกุญแจส่งคืนให้เธอและกุมมือเรียวบีบแน่นเพื่อส่งผ่านความมั่นใจ: "มองตาผมลลิน... สูดลมหายใจลึกๆ ตั้งสติไว้ครับ ผมอยู่ตรงนี้ เราจะก้าวผ่านศึกนี้ไปด้วยกันแน่นอน" คำพูดเยือกเย็นแต่อบอุ่นของคิรันช่วยสงบอารมณ์ตื่นกลัวของลลินลงได้ทันที
คิรันคว้าแฟลชไดรฟ์ชิ้นนั้นเดินดิ่งไปที่ตู้เก็บเครื่องมือหลังห้อง หยิบปืนพกกระบอกสั้นและค้อนเหล็กปอนด์ขนาดใหญ่ทุบทำลายแฟลชไดรฟ์อย่างบ้าคลั่งจนเศษแผ่นเหล็กและชิปแผงวงจรแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี ชายหนุ่มยังใช้ไฟแช็กจุดเผาซากพลาสติกที่เหลือเพื่อละลายวงจรติดตามก่อนจะคว้าเศษซากทั้งหมดใส่ซองหนาแล้วขว้างทิ้งลงสู่ท้องทะเลสีเทาดำเบื้องล่าง
คิรันหันกลับมามองลลินด้วยแววตาเฉียบขาดและมีประกายป่าเถื่อนน่ากลัวแผ่ออกมา: "ลลินครับ! เก็บเฉพาะคอมพิวเตอร์พกพา ปืนพกกระบอกนี้ และกุญแจเซฟของพิมลภาที่อยู่ในกระเป๋าคุณติดตัวไป ข้าวของเครื่องใช้อื่นทิ้งไว้ทั้งหมด ดับไฟในบ้านทุกลูกห้ามให้มีแสงเล็ดลอดออกไปข้างนอกเด็ดขาด เราต้องหลบหนีออกทางหลังบ้านเดี๋ยวนี้!"
ลลินพยักหน้ากระวีกระวาดเก็บอุปกรณ์และอาวุธสอดใส่กระเป๋าเป้สะพายหลัง หัวใจสั่นระรัวเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนก ความจริงอันแสนช็อกที่ว่า 'คิริน' แฝดผู้พี่ของคิรันยังคงมีชีวิตอยู่ในเงามืด และคำเตือนเื่มือสังหารลัทธิมืดสร้างแรงกดดันอันหนักหน่วงสะกดลมหายใจของพวกเขา เสียงลมพายุภายนอกเริ่มทวีความรุนแรงพัดกระหน่ำปานจะโค่นล้มบ้านพักตากอากาศให้พังพินาศ ราวกับกำลังขับขานสัญญาณเริ่มต้นของการล่าและเอาชีวิตรอดครั้งใหม่ท่ามกลางรัตติกาลอันมืดมิดและอันตรายที่กำลังล้อมรอบตัวพวกเขาทุกวินาที คิรันจูงมือลลินวิ่งฝ่าความมืดของโถงทางเดินออกไปทางประตูหลังบ้านมุ่งหน้าสู่แนวป่าสนชายหาดอย่างรวดเร็ว กลิ่นดินเปียกฝนและใบสนร่วงหล่นใต้เท้าอบอวลไปกับเสียงลมพัดหวีดหวิวหวาดระแวงระคนเร่งวิ่งเอาชีวิตรอด
ทันทีที่ก้าวพ้นตัวบ้าน หยาดฝนหนาร้อนผ่าวล่วงหล่นชะโลมทั่วร่างกายคนทั้งสองจนเปียกโชกในเวลาเพียงเสี้ยววินาที ลลินก้าววิ่งฝ่าความมืดสลัวพลางกอดกระเป๋าเป้แน่น พื้นป่าสนเฉอะแฉะและลื่นไถลไปด้วยโคลนทำให้เธอเสียหลักไถลลงเนินทราย คิรันเบรกฝีเท้าแล้วหันมาโอบพยุงร่างบางขึ้นกระชับในอ้อมแขนทันควัน ชายหนุ่มแข็งแกร่งและกุมสติมั่นคงได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งคู่แอบซ่อนหลังต้นสนใหญ่สูงชะลูด และชะเง้อหน้าหันกลับไปมองยังตัวบ้านตากอากาศ
แสงไฟหน้ารถเอสยูวีสีดำคันใหญ่สองคันแล่นตะบึงฝ่าโคลนเข้ามาจอดสนิทหน้าเซฟเฮาส์ ชายฉกรรจ์ในชุดหน่วยรบพิเศษสีดำปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากนกฮูกสีทองสลัวสี่ห้าคนะโลงมาจากรถอย่างว่องไว ปลายกระบอกปืนพกและปืนกลมือส่องแสงเลเซอร์ตรวจค้นเล็งจี้กวาดไปตามหน้าต่างห้องทำงานที่เพิ่งมืดลง คิรันกระซิบบอกลลินเสียงเย็นะเืแนบชิดใบหู: "พวกมันมาแล้ว... เหมือนที่พี่ชายผมเตือนไว้ไม่มีผิด จับมือผมไว้ลลินเราต้องถอยร่นเข้าไปในแนวโขดหินชายฝั่งทะเลให้ลึกและมืดกว่านี้!" ลลินพยักหน้าสลัดความกลัวแล้วก้าวตามการนำของชายหนุ่มเข้าสู่ความมืดมิดของธรรมชาติเพื่อเอาชีวิตรอด เสียงคลื่นลมทะเลภายนอกพัดอื้ออึงสาดกระแทกโขดหินใหญ่จนเปียกปอนปนไอน้ำเย็นจัด ลัทธิมืดอาจมีอาวุธอานุภาพร้ายแรงและผู้ทรงอิทธิพลคอยคุ้มกะลาหัวกุมกฎหมายบ้านเมือง ทว่าสายใยความรักและความจริงที่พยายามเปิดเผยคือเกราะกำบังเดียวที่จะนำพาสองชีวิตฝ่ามรสุมความตายคืนนี้ไปให้ได้