หลินเฉียงเรียกประชุมคนงานและได้มอบหมายให้คนงานทุกคนผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าเวรยามในฟาร์มไก่ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเขาจะเพิ่มเงินพิเศษให้สำหรับการทำงานล่วงเวลา ซึ่งพนักงานทุกคนก็ตอบรับเป็อย่างดี ไม่ใช่เพราะเงินค่าล่วงเวลา แต่พวกเขาไม่อยากให้มีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นกับฟาร์มเลี้ยงไก่ เพราะถ้าฟาร์มเลี้ยงไก่ประสบปัญหา พวกเขาก็ต้องตกงานและต้องกลับไปใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเหมือนเดิม ดังนั้นไม่ว่าหลินเฉียงจะสั่งให้พวกเขาทำอะไร พวกเขาก็พร้อมที่จะทำตามและพร้อมที่จะปกป้องฟาร์มเลี้ยงไก่อย่างเต็มที่ ส่วนอาหารสำหรับเลี้ยงไก่ ่นี้หลินเฉียงจะเป็คนดูแลเอง
หลังจากประชุมเสร็จ หลินเฉียงก็ปั่นรถจักรยานไปที่ห้องประชุมของหมู่บ้าน เพราะใกล้ได้เวลาที่เขาต้องสอนหนังสือให้กับหลินฉีหนิงและซ่งจื่ออันแล้ว อีกอย่างวันนี้เขามีเื่ที่ต้องสอบถามจากซ่งจื่ออันเช่นกัน
“พี่เฉียง! ผมได้ยินว่ามีคนแอบเขาไปวางยาในอาหารไก่ เป็ยังไงบ้างพี่ มีไก่ตายไปกี่ตัว” หลินฉีหนิงรีบถามเมื่อเห็นพี่ชายเดินเข้ามา “แล้วมีเบาะแสพอจะจับตัวคนร้ายได้หรือเปล่า”
“พอจะรู้ตัวคนร้ายแล้วล่ะ” ขณะที่พูด หลินเฉียงก็สังเกตซ่งจื่ออันไปพร้อมกัน และเขาก็เห็นว่าซ่งจื่ออันมีอาการสะดุ้งเล็กน้อย แม้จะเป็เพียงชั่วครู่ แต่หลินเฉียงก็ยังสังเกตเห็น “เอาล่ะ มาเริ่มติวหนังสือกันเถอะ อีกหนึ่งเดือนก็จะถึงวันสอบกันแล้ว นอกจากจะติวหนังสือ ฉันจะให้พวกนายลองทำข้อสอบของปีก่อนๆ เพิ่มด้วย”
หลินฉีหนิงตั้งใจเรียนมาก ผิดกับซ่งจื่ออันที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีสมาธิ จนกระทั่งเลิกเรียน หลินฉีหนิงต้องรีบกลับบ้านเพราะคุณอาสะใภ้หลินไม่สบาย เขาจึงต้องกลับไปดูแล ดังนั้นที่ห้องประชุมของหมู่บ้านจึงมีเพียงหลินเฉียงกับซ่งจื่ออันที่ยังนั่งอยู่
“วันนี้ดูเหมือนนายไม่ค่อยมีสมาธิ หรือว่ามีเื่กลุ้มใจอะไร นายเล่าให้ฉันฟังได้นะ” หลินเฉียงเริ่มบทสนทนา ั้แ่เกิดเื่ที่ฟาร์มเลี้ยงไก่ เขาก็ไม่เชื่ออยู่แล้วว่าเื่นี้จะเป็ฝีมือของซ่งจื่ออัน ยิ่งมีเสี่ยวเฮยมาช่วยยืนยันว่าซ่งจื่ออันอาจถูกคนบังคับ เขาก็ยิ่งอยากรู้ว่าตกลงแล้วคนที่อยู่เื้ัเป็ใครและทำไมคนคนนั้นถึงอยากทำลายฟาร์มเลี้ยงไก่ของเขา อีกทั้งเขาก็อยากช่วยเหลือเพื่อไม่ให้เด็กหนุ่มนิสัยดีอย่างซ่งจื่ออันต้องตกไปเป็เครื่องมือของใคร
“ผมจะไปมีเื่อะไรได้ครับพี่ แค่รู้สึกว่ายิ่งใกล้วันสอบเข้ามาทุกที ผมก็เลยรู้สึกเครียดและรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมาน่ะครับ” ซ่งจื่ออันแสร้งพูดเฉไฉไปเื่อื่น “ถ้าปีนี้ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้และต้องไปสอบใหม่ในปีหน้า พ่อบอกว่าเขาจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของผม ผมก็เลยคาดหวังกับการสอบครั้งนี้มากไปหน่อยน่ะครับ”
“ที่แท้ก็กลุ้มใจเื่สอบ ฉันก็นึกว่านายไปทำเื่ไม่ดีอะไรไว้แล้วกลัวว่าจะถูกคนจับได้เสียอีก” หลินเฉียงก็แสร้งพยักหน้าอย่างเข้าใจเช่นกัน
แต่คำพูดของหลินเฉียงกลับทำให้ซ่งจื่ออันเริ่มกลัว น้ำเสียงที่พูดออกมาจึงสั่นเล็กน้อย “ผม...ผมจะกล้าไปทำเื่ไม่ดีได้ยังไงล่ะครับ เพราะถ้าผมทำแบบนั้นแล้วถูกคนจับได้ขึ้นมาจริงๆ ผมก็จะไม่มีคุณสมบัติพอที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยน่ะสิ”
“นายกลัวว่าถ้านายทำผิดแล้วถูกคนจับได้ นายก็จะไม่มีสิทธิ์สอบคัดเลือกเพื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยสินะ” หลินเฉียงยังพูดต่อด้วยท่าทางสบาย “แล้วเื่ที่เกิดขึ้นที่ฟาร์มไก่ของฉันล่ะ ใช่ฝีมือนายหรือเปล่า แต่ถ้าไม่ใช่นายแล้วใครเป็คนทำ หรือจะเป็พ่อของนาย”
“พี่...พี่พูดเื่อะไรครับ เื่ที่ฟาร์มไก่เกี่ยวอะไรกับพ่อของผม เรา...เราสองคนไม่รู้เื่อะไรด้วยหรอกครับ”
“นายไม่รู้เื่อย่างนั้นเหรอ แล้วนี่คืออะไร”
หลินเฉียงเปิดกระเป๋าสะพายของเขาแล้วหยิบเอากระเป๋าสะพายที่ถูกกัดจนมีรอยขาดขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ “กระเป๋าใบนี้ไม่ใช่ของนายเหรอ ฉันจำได้ว่าฉันเคยเห็นนายใช้มันนะ”
ซ่งจื่ออันเห็นกระเป๋าของตัวเองก็หน้าซีด เขาคิดว่าเขาซ่อนมันไปอย่างดีแล้ว แต่ทำไมหลินเฉียงถึงยังหาเจอ เมื่อคิดว่าปิดบังความลับไม่ได้แล้ว ซ่งจื่ออันร้องไห้ออกมาอย่างเสียใจ “พี่เฉียงครับ ผมขอโทษนะครับ ผมขอโทษแทนพ่อของผมด้วยครับ พ่อของผมเขาไม่ได้ตั้งใจ”
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มกล้าที่จะสารภาพ หลินเฉียงก็ถอนหายใจโล่ง อย่างน้อยเด็กหนุ่มที่เขาไว้ใจก็ไม่ใช่คนเลว “เป็นายใช่ไหมที่เป็คนะโว่าอาหารไก่ของฉันถูกวางยา ตกลงแล้วเื่มันเป็ยังไงกันแน่”
“เมื่อปีที่แล้วหลังจากที่แม่ของผมเสียชีวิต นิสัยของพ่อก็เหมือนกับเปลี่ยนไปเป็คนละคน จากผู้ชายที่รักและทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว พ่อก็กลายเป็คนติดเหล้าแถมยังชอบเข้าบ่อนเล่นการพนัน ของในบ้านแม้กระทั่งโฉนดที่ดินเขาก็เอาไปจำนำทั้งหมด ทุกวันนี้ที่ผมยังมีเงินไปเรียนและมีเงินใช้จ่ายเล็กๆ น้อยก็เพราะก่อนที่แม่จะเสีย แม่ฝากเงินเข้าบัญชีในชื่อของผมไว้สองพันหยวน
พ่อก็เลยเอาเงินก้อนนี้ออกไปใช้ไม่ได้ ตอนนี้บ้านของผมกำลังจะถูกยึดเพราะคุณหวงเจ๋อให้พี่ต้าหนิวมาทวงเงินที่บ้านทุกวัน” ซ่งจื่ออันก้มหน้าเล่าอดีตด้วยความขมขื่น “ผมตั้งใจว่าจะถอนเงินในบัญชีมาให้พ่อเอาไปจ่ายดอกเบี้ยและชำระเงินต้นในบางส่วน แต่ผมกลับไปได้ยินพี่ต้าหนิวพูดกับพ่อของผมว่าคุณหวงเจ๋ออยากให้พ่อของผมไปวางยาในอาหารไก่ของพี่ ถ้าทำสำเร็จ หนี้ทั้งหมดเขาจะยกให้ แถมยังจะคืนโฉนดพร้อมกับฉีกสัญญากู้ยืมทิ้ง พ่อของผมรีบตอบตกลงทันทีเลยครับ
ผมไม่รู้ว่าควรจะเอาเื่นี้มาบอกพี่ดีไหม เพราะถ้าบอกไป พ่อของผมอาจถูกพี่แจ้งความจับ ผมก็เลยคิดแผนเอาไว้เพื่อไม่ให้พ่อของผมถูกจับได้...”
หลินเฉียงพยักหน้าเข้าใจ “แผนของนายคือตอนที่พ่อของนายกำลังจะลงมือ นายจะะโบอกว่ามีคนกำลังจะวางยาในอาหารไก่ พ่อของนายก็จะใจนวิ่งหนี พอเห็นว่าฟาร์มไก่ของฉันเกิดเื่ชุลมุน นายก็เลยอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหนีเพื่อไม่ให้ถูกคนจับได้สินะ”
“ใช่ครับ ผมคิดว่าถ้าพ่อใเสียงะโของผมจนต้องวิ่งหนี เื่ที่พ่อรับปากกับพี่ต้าหนิวไว้ก็จะไม่สำเร็จ นอกจากพ่อจะไม่ต้องลงมือทำร้ายพี่แล้ว ฟาร์มเลี้ยงไก่ของพี่ก็จะปลอดภัยและไก่ของพี่ก็จะไม่ตาย เท่านี้พี่ก็จะไม่ตามหาคนที่้าวางยาในอาหารไก่ของพี่แล้ว” ซ่งจื่ออันมองหลินเฉียงก่อนจะถาม “แต่ผมจำได้ว่าผมฝังกระเป๋าสะพายของผมไว้ในป่าแล้ว แล้วพี่ไปเจอมันได้ยังไงครับ”
“ไม่ใช่ว่าตอนที่นายะโเสร็จแล้วกำลังจะวิ่งหนี เ้าเสี่ยวเฮยของฉันก็วิ่งตามไปกัดกระเป๋าของนายจนขาดหรอกเหรอ ตอนนั้นที่มันคาบเศษผ้ามา ฉันก็คิดว่าผ้าผืนนี้มันดูคุ้นตามาก จนเ้าเสี่ยวเฮยพาฉันไปดูตรงจุดที่นายฝังกระเป๋าใบนั้นไว้ ฉันก็เลยรู้แล้วว่าคนที่ะโบอกเถี่ยจู้ว่าอาหารไก่ของฉันถูกวางยาก็คือนาย”
“พี่เฉียง พี่จะเอาเื่นี้ไปแจ้งความให้ตำรวจมาจับพ่อของผมหรือเปล่าครับ” ซ่งจื่ออันถามอย่างกังวล
“ฉันจะไม่ไปแจ้งความเอาผิดพ่อของนายหรอก ยังไงไก่ที่ฟาร์มของฉันก็ยังอยู่ครบ”
“พี่พูดจริงเหรอครับ” ซ่งจื่ออันยิ้มอย่างดีใจ “ขอบคุณนะครับพี่ ต่อไปผมจะระวังไม่ให้พ่อมายุ่งกับฟาร์มของพี่อีกแล้วครับ”
“อืม...ฉันพูดคำไหนก็คือคำนั้น” หลินเฉียงจ้องซ่งจื่ออัน “แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ เพราะถ้าครั้งหน้าพ่อของนายยังทำตามคำสั่งของหม่าต้าหนิวแล้วมาเล่นงานฉันอีก ฉันจะไม่ปล่อยเขาไปแล้ว”
“ครับพี่! ผมจะกลับไปบอกพ่อเดี๋ยวนี้ว่าจะไม่ให้เขามายุ่งกับฟาร์มไก่ของพี่” ซ่งจื่ออันรับคำแล้วรีบวิ่งกลับบ้านอย่างดีใจ โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเวลานี้ที่บ้านของเขากำลังเกิดเื่
“คุณอาซ่ง ผมบอกให้อาไปวางยาในอาหารไก่ที่ฟาร์มของหลินเฉียงแค่นี้แล้วทำไมอาถึงทำไม่สำเร็จ” หม่าต้าหนิวชี้หน้าคุณพ่อซ่ง
“พี่ต้าหนิว เื่นี้จะโทษเขาก็ไม่ได้หรอก ก็ใครใช้ให้ลูกชายของเขาเข้ามาขวางกันล่ะ” ลูกน้องของหม่าต้าหนิวพูดขึ้น
“แกหมายถึงซ่งจื่ออันน่ะเหรอ” หม่าต้าหนิวขมวดคิ้วถาม เขาก็เป็คนในหมู่บ้านนี้เหมือนกัน แล้วเขาจะไม่รู้ได้ยังไงว่าใครเป็ลูกชายของคุณพ่อซ่ง
“ใช่ครับ เป็ซ่งจื่ออันนั่นล่ะที่เข้ามาทำลายแผนของเรา ถ้าเ้าเด็กนั่นไม่ะโขึ้นมา ป่านนี้ไก่ของหลินเฉียงคงตายไปหมดแล้ว”
หม่าต้าหนิวได้ยินอย่างนั้นก็หันไปยิ้มให้คุณพ่อซ่ง “ในเมื่ออาไม่มีปัญญาจะสั่งสอนลูก ถ้าอย่างนั้นผมจะช่วยสั่งสอนมันให้เอง”
“แก...แกจะทำอะไรลูกชายของฉัน” คุณพ่อซ่งถาม แม้ที่ผ่านมาเขาจะไม่ได้ทำหน้าที่พ่อให้ดี แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เป็ห่วงลูกชาย
“ก็จะช่วยสั่งสอนลูกชายให้อาไงล่ะ” หม่าต้าหนิวยิ้ม “ได้ยินมาว่าตอนนี้จื่ออันกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นวันนี้นอกจากผมจะยึดบ้านเพื่อไม่ได้พวกอามีที่ซุกหัวนอน ผมยังจะตีขาเ้าเด็กนั่นให้หัก แล้วผมจะคอยดูว่ามันจะเอาปัญญาที่ไหนไปเข้าสอบ”
“ต้าหนิว! ยังไงเราก็เป็คนหมู่บ้านเดียวกัน แกจะทำร้ายลูกชายฉันไม่ได้นะ!” คุณพ่อซ่งะโขึ้น จากนั้นเขาก็วิ่งไปคว้ามีดทำครัวมาถือไว้ในมือ “ถ้าวันนี้แกกล้าทำร้ายเขา ฉันจะสู้ตายกับแก”
ซ่งจื่ออันได้ยินเสียงของพ่อ เขารีบวิ่งเข้าไปในบ้านด้วยความใ “พ่อ! ทำไมพ่อถึงถือมีดไว้อย่างนั้นล่ะ”
“จื่ออัน! รีบหนีไป” คุณพ่อซ่งะโบอกลูกชาย “แกอยู่ที่นี่ไม่ได้ คนพวกนี้้าทำร้ายแก”
“ทำร้ายผม?” ซ่งจื่ออันมองไปที่หม่าต้าหนิว “พี่ต้าหนิว พี่จะทำร้ายผมเหรอ ทำไมพี่ต้องมาทำร้ายผมด้วย”
“ก็ใครใช้ให้แกเข้ามายุ่งจนวันนี้พ่อของแกทำงานไม่สำเร็จล่ะ ในเมื่อแกทำให้งานของฉันพังไม่เป็ท่า ฉันก็ต้องสั่งสอนแกบ้างน่ะสิ ต่อไปแกจะได้จำเอาไว้ว่าอย่าเข้ามายุ่งเื่ของคนอื่น” หม่าต้าหนิวหันไปสั่งลูกน้อง “เข้าไปจัดการมันซะ เอาแค่าเ็ไม่ต้องให้ถึงตาย”
แต่ลูกน้องของหม่าต้าหนิวยังไม่ทันจะเข้าถึงตัวซ่งจื่ออัน แม้คุณพ่อซ่งต่อสู้ไม่เป็แต่เขาก็อยากปกป้องลูกชาย เขาถือมีดวิ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้าลูกน้องของหม่าต้าหนิวแล้วแกว่งมีดที่ถืออยู่ในมืออย่างไม่มีทิศทาง ลูกน้องของหม่าต้าหนิวเห็นท่าทางนั้นก็หัวเราะเสียงดัง
“ลูกพี่ ดูท่าทางของไอ้คนแซ่ซ่งนี่สิ ตลกชะมัดเลย”
“พวกแกอย่ามัวเสียเวลา จัดการพวกมันสองพ่อลูกซะ ส่วนฉันจะรีบกลับไปรายงานพี่เจ๋อก่อน ครั้งนี้ทำงานไม่สำเร็จก็ไม่รู้ว่าพี่เจ๋อจะหักเงินเราไปอีกเท่าไหร่” หม่าต้าหนิวพูดจบก็เดินออกจากบ้านซ่งทางประตูหลัง
ลูกน้องของหม่าต้าหนิวไม่ได้คัดค้าน แต่ไหนแต่ไรลูกพี่ของเขาก็มักจะหายไปในเวลาแบบนี้อยู่แล้ว ลูกน้องของหม่าต้าหนิวทั้งสามคนเดินหน้าเพื่อที่จะเข้าไปจัดการกับสองพ่อลูก
ทันใดนั้นประตูบ้านซ่งก็ถูกถีบอย่างแรง และคนที่เดินเข้ามาก็คือหลินเฉียงกับถังเจี้ยนกั๋ว โดยมีเ้าเสี่ยวเฮยตามมาด้วย
“เสี่ยวเฮย! จัดการคนเลวพวกนี้ซะ” หลินเฉียงะโขึ้น