You Are My Light 14
“คิกๆ ๆ อารอนหล่อมากๆ เลย”
“แกล้งอาหรือเปล่าเนี่ย”
“ไม่แกล้งๆ หล่อจริงๆ อารอนถามป๊าดู”
“พี่โรม...”
“ก็หล่อ แต่แกทำหน้าตลกอ่ะทำหน้าดีๆ หน่อยพี่กับหลานพามาซื้อเสื้อนะเว้ย ยิ้มหน่อยสิ”
“บอกพี่รินหยุดถ่ายรูปสิ มันอายนะเว้ย”
“ถ่ายเก็บไว้ให้ไง เดี๋ยวก็มางอนว่าไม่มีรูปคู่หลานอีก เอาใจยากจังเลยน้องคนนี้”
สามพี่น้องบวกกับซันไชน์ทำลังสนุกกับการเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ห้องแบรนด์ๆ หนึ่งซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างดี ทั้งสามได้รับอนุญาตให้ถ่ายรูปภายในร้านได้ ทีแรกก็ใว่าทำไมถึงอนุญาตแต่พอได้นั่งคิดดู พวกเขาก็ออกจะรวยขนาดนี้ทางร้านก็คงจะรู้จักและตกลงกันแล้วล่ะ คุณรอนดูสนุกมากเมื่อเห็นเ้าลูกหมูวิ่งวนไปมาพร้อมกับหาเสื้อผ้ามาให้ลอง คุณรินเองก็ถ่ายรูปเก็บไว้ทั้งยังตาแดงปริ่มๆ น้ำตา ส่วนคุณหญิงไม่ต้องพูดถึงเลยท่านนั่งอยู่ข้างๆ ฉันใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาอยู่นี่ไงล่ะ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าครอบครัวพวกเขาเจออะไรมาแต่เหมือนตอนนี้มันดีกว่าแต่ก่อนมากเลย ฉันรู้สึกได้
“ขอบใจนะลูก”
“คะ?” ฉันหันกลับมามองคนที่นั่งข้างๆ อย่างสงสัยทันที คุณหญิงพูดแบบนั้นทำไมกันนะ
“ที่หนูเข้ามาในชีวิตลูกชายแม่ ที่ทำให้ครอบครัวกลับมาเป็ครอบครัวที่สมบูรณ์อีกครั้งถึงแม้พ่อเขาจะไม่อยู่แล้วก็ตาม”
“หนูไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลาหนูเชื่อแบบนั้น” ฉันบอกท่านไปอย่างที่ใจคิดซึ่งเป็คำที่ฉันใช้บอกตัวเองอยู่บ่อยๆ
“ม้าครับ!” เ้าลูกหมูเรียกสติฉันกลับมาอีกครั้งหันไปมองก็เห็นร่างเล็กๆ วิ่งเข้ามากอดขาไว้แน่น ใบหน้างอแงแบบนั้นมันน่าเอ็นดูนักเชียวเ้าลูกหมูของม้า คิดไปมือก็ยกจับแก้มลูกชายอย่างมันเขี้ยว
“มีอะไรครับ ทำไมทำหน้าแบบนั้น” ฉันถามกลับไปยิ่งทำให้ใบหน้าเล็กง้ำงอ
“ป๊าแกล้ง”
“ป๊าไม่ได้แกล้งนะลูก” บอสเดินตามมาทั้งยังขำอีกด้วย
“ไม่เอา ไม่คุยด้วยแล้ว” ซันไชน์ซุกใบหน้าลงกับต้นขาฉันด้วยท่าทีแสนงอน
“อะไรกันลูกทำไมงอนขนาดนั้นครับ”
“ป๊าบอกว่าจะซื้อสีเขียวแต่ไชน์อยากให้อารอนใส่สีฟ้า” ทำไมลูกฉันกลายเป็แบบนี้ล่ะ เมื่อก่อนลูกฉันไม่เคยเป็แบบนี้เลยนะ ชักจะเริ่มดื้อแล้วสิ
“ไชน์ครับ” ฉันอุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตัก คนตัวเล็กซุกกอดฉันไว้ทันทีเช่นเดียวกัน ฉันโน้มหน้ากระซิบข้างหูเล็กตั้งใจให้ได้ยินแค่สองคนแม่ลูกเท่านั้น
“หนูจะเอาแต่ใจตัวเองไม่ได้นะครับ ผู้ใหญ่เอ็นดูหนูนะหนูจะทำตัวไม่น่ารักงอแงเอาแต่ใจไม่ได้ถ้าอยากงอแงค่อยกลับไปงอแงกับม้าที่บ้านนะครับ” ไชน์พยักหน้าอยู่ในอ้อมกอดฉัน
“ขอโทษเ้านายม้าเถอะครับ หนูทำไม่ถูกนะครับที่งอแงเอาแต่ใจกับเ้านายม้า ขอโทษเสร็จแล้วม้าจะพากลับนะ”
“ครับ” เราสองแม่ลูกผละออกจากกันซันไชน์ลงจากตักหันไปมองบอสด้วยก่อนจะยกมือน้อยๆ ประกบกันทั้งสองข้างโค้งตัวลงก่อนจะขยับปากเอ่ยบอกบอส
“ขอโทษครับที่ไชน์เอาแต่ใจ”
“มาหาป๊ามา” บอสขยับมานั่งทับส้นเท้าตรงหน้าซันไชน์สองแขนโอบอุ้มลูกฉันไว้อีกครา
“เดี๋ยวป๊าให้อารอนใส่สีฟ้าเลยนะ”
“ไม่เป็ไรครับ ไชน์ไม่เอาแต่ใจแล้ว ม้าครับ” ไชน์หันกลับมามองฉันพรางดิ้นๆ ไปมาน้อยๆ เพื่อบอกอีกฝ่ายว่าเ้าลูกหมูอยากจะยืนบนพื้นเอง
“ครับลูก”
“เรากลับบ้านกันเถอะครับ ไชน์จะไปเล่นของเล่นพี่เ้าเอย” ไชน์เดินเข้ามากอดขาฉันอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่ได้งอแงเหมือนก่อนหน้านี้
“ครับเดี๋ยวม้าพากลับครับ”
“บอสคะ ขอตัวกลับก่อนนะคะ คุณหญิงหนูขอลาก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่นั่งมองอยู่ ก่อนจะหันไปไหว้ลาคุณรินและคุณรอนด้วย ปิดท้ายด้วยบอส ลูกชายฉันเองก็ยกมือไหว้คุณหญิงและคนอื่นๆ เช่นเดียวกับฉัน
“เดี๋ยวพี่ไปส่งครับ แม่ครับผมไปส่งน้องก่อนนะครับอาจจะกลับช้าหน่อย”
“ได้ลูก แม่ก็จะกลับแล้วล่ะ แล้วเจอกันนะตะวันอย่าลืมมาเล่นกับย่านะลูกซันไชน์”
“บ้ายบายครับ” ไชน์โบกมือลาทุกคนก่อนจะจับมือฉันเดินออกจากห้องเสื้อ บอสเดินตามกระทั่งเดินเร่งฝีเท้ามาอุ้มไชน์และจับมือฉันเดินไปยังชั้นจอดรถ ระหว่างที่เขาไปส่งที่คอนโดซันไชน์ก็หลับั้แ่วนรถออกจากห้าง ฉันนั่งเงียบๆ อยู่บนรถมีบ้างบางครั้งที่บอสเอ่ยถาม และเื่ที่เขาถามตอนนี้จะว่าลำบากใจที่จะตอบก็ใช่จะว่าจะว่าสบายใจที่ได้บอกเขาก็ไม่เชิง มันเป็ความรู้สึกที่ชวนสับสนยังไงชอบกล
“หยางมันอยากคุยด้วยเื่พี่สาวตะวันและเื่ไชน์”
“หนูยังไม่อยากคุยกับเขาค่ะ”
“ถ้าหนูพร้อมบอกพี่นะ พี่จะบอกมันให้”
“ทำไมเขาถึงอยากคุยด้วยล่ะคะ ทั้งที่เขาเองที่เป็ฝ่ายทิ้งพี่สาวหนู”
“มันรักของมันนะ ตอนมันจะกลับจีนมันก็บอกพวกพี่ว่ารักจันทร์มากจริงๆ”
“รักแล้วทำไมทำแบบนั้นคะ”
“พี่ พี่ตอบแทนมันไม่ได้รอให้มันมาบอกหนูนะ”
“นัดเขาพรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ คุยให้มันจบๆ แต่ขอร้องอย่าบอกเื่ไชน์”
“ครับ แต่หนูจะบอกมันเองใช่ไหม” ไม่! ฉันจะไม่มีทางบอกเขาเื่ไชน์เด็ดขาด ไม่มีวัน!!
เช้าวันถัดมาฉันส่งไชน์ก่อนจะแวะเอาขนมไปส่งที่ร้านกาแฟกว่าจะเข้าบริษัทก็ใกล้เวลาเริ่มงาน นับว่าหวุดหวิดฉันยังคงใช้บันไดในการเดินขึ้นลงไปยังแผนก เช้านี้บรรยากาศภายในแผนกนั้นยังคงสนุกเหมือนเดิมรวมถึงขนมที่หลากหลาย ฉันยังคงดำเนินชีวิตแบบเดิมไปจนถึง่บ่าย บอสโทรมาบอกให้ขึ้นไปหาเขาที่ห้องทำงาน ฉันบอกพี่ส้มเมื่อได้รับอนุญาตถึงได้เดินขึ้นไปยังชั้นบน โต๊ะตัวใหญ่สองตัวที่ตั้งหน้าห้องบอสมีคุณเลขาทั้งสองกำลังทำงานอยู่เมื่อทั้งสองเงยหน้าขึ้นมามองฉันก็ไม่ช้าที่จะยกมือไหว้ทักทาย รอยยิ้มหวานๆ ถูกส่งมายังฉันอีกครั้งก่อนจะเอ่ยบอกให้เข้าไปในห้องทำงานบอส
“เข้ามาเลยครับ” เมื่อได้ยินเสียงอนุญาตฉันถึงกล้าเปิดประตูเข้าไป แน่นอนว่ามีเ้าของห้องอย่างบอสนั่งอยู่และนอกจากนี้ยังมีแขกของบอสนั่งอยู่ที่โซฟาตัวเดิมที่เคยเห็นเขานั่งเมื่อวาน
“นั่งก่อนครับ” บอสลุกเดินจากเก้าอี้ทำงานมายังฉันประคองให้เดินไปนั่งที่โซฟาตรงข้ามกับผู้ชายคนนั้น
“สวัสดีตะวัน”
“ค่ะ” ฉันตอบรับเสียงเรียบ รู้สึกไม่ได้อยากพูดคุยกับเขาเลยต่างจากเขาที่ดูเหมือนมีเื่ค้างคาใจที่จะพูดคุยกับฉัน
“ทานข้าวหรือยัง” คนตรงข้ามเอ่ยถาม
“คุณพูดธุระของคุณดีกว่าค่ะ จะได้จบๆ กันไป”
“ตะวัน เื่เมื่อวานเื่จริงใช่ไหม” เขายังคงสับสนจึงเอ่ยถามแบบนั้น
“ค่ะ”
“แล้วลูกพี่...”
“เขาไม่ใช่ลูกคุณค่ะ”
“ตะวัน จันทร์อยู่ไหนพี่อยากเจอเมียพี่” เมีย? ยังกล้าเรียกแบบนั้นอยู่อีกเหรอ ตลกดีจัง
“คุณรวยนี่คะ ลองให้คนของคุณหาดูสิว่าพี่สาวฉันอยู่ไหน” ฉันท้าทายอย่างอวดดี ทั้งที่ก็รู้ตัวว่าไม่มีอะไรสู้เขาได้เลยหากว่าเขาจะทำอะไรขึ้นมาจริงๆ
“แล้วลูกพี่อยู่ไหน ใช่เด็กคนเมื่อวานใช่ไหม...”
“...”
“พี่ไม่ได้อยากจะแย่งเขามา แต่พี่แค่อยากเจอเขาอยากทำหน้าที่พ่อของเขา”
“คุณไม่คิดว่ามันจะสายเกินไปเหรอคะ เกือบห้าปีแล้วนะคะ”
“พี่รู้มันอาจจะสาย แต่พี่สาบานได้เลยว่าพี่ตามหาทุกทางแต่ก็ไม่เจอไม่มีใครมีข่าวของจันทร์เลย”
“คุณรู้ไหม เราทำบากมากแค่ไหนตอนนั้นคุณเองก็คงจะสบายใจสบายตัว แต่สำหรับเราสองพี่น้องเราลำบากมากจนกอดคอกันร้องไห้ทุกวัน กว่าจะผ่าน่เวลานั้นมาได้มันเหนื่อยมากจริงๆ นะ แล้วจู่ๆ คุณกลับบอกว่าอยากทำหน้าที่พ่อของเขามันง่ายเกินไปไหมสำหรับคุณ คุณจะบอกเขาว่ายังไงตอนที่คุณเจอเขา คุณจะบอกเขาไปตรงๆ เหรอว่าคุณคือพ่อของเขา ที่คุณหายไปเป็เพราะคุณมีผู้หญิงคนใหม่แล้วทิ้งแม่เขาไป พาแม่เขาไปอยู่ด้วยก็ทิ้งๆ ขว้างๆ พาผู้หญิงเข้าห้องตอนที่มีแม่เขาอยู่ด้วย ที่กลับมาวันนี้เพราะรู้สึกผิดจึงกลับมาหาเขา”
“...”
“ฉันไม่รู้นะคะ ว่าคุณกำลังคิดอะไรหรือคิดจะทำอะไรกันแน่ แต่ฉันจะไม่มีวันยอมให้คุณเอาตัวเขาไป ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่มีวัน แล้วถ้าคุณตอบไม่ได้ว่าคุณจะกลับเข้ามาในชีวิตเขาทำไมก็อย่าโผล่หน้ามาให้ฉันหรือเขาเห็นอีก”
“...”
“เพราะขนาดตัวคุณยังตอบตัวเองถึงเหตุผลไม่ได้ คุณคิดว่าฉันจะกล้าให้คุณเจอเขาเหรอคะ”
“พี่รักจันทร์จริงๆ นะตะวัน วันนั้นรักยังไงวันนี้พี่ก็ยังรักแบบนั้น” เขาเถียงกลับมา ดวงตาแดงก่ำมือเขาบีบกันแน่น
“รักแล้วทำไมคุณทำแบบนั้นคะ คุณรักแต่คุณกลับทำร้ายพี่สาวฉันอย่างเืเย็น รักของคุณหมายถึงอะไรกันแน่...”
“หยาง กลับไปคิดทบทวนก่อนไหมค่อยกลับมาคุยกัน” บอสที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยบอกเพื่อนของเขาเสียงเรียบๆ มือเอื้อมมาจับมือฉันไว้หลวมๆ อย่างให้กำลังใจ
“โรมมึงก็รู้ว่ากูรักจันทร์มากแค่ไหน ทำไมวะทำไมต้องเป็กูคนเดียวที่ต้องมารู้สึกผิด” แค่รู้สึกผิดอย่างนั้นเหรอ ฮาๆ ๆ ๆ บางทีฉันก็ควรจะเชื่อปักใจเต็มร้อยสักทีว่าเขาแค่รู้สึกผิดแต่ไม่ได้รักพี่สาวฉัน จะว่าไปตอนนั้นพี่สาวฉันก็อายุแค่เท่าไหร่เอง กำลังหลงละเลิงไปกับรักหลอกลวงของผู้ชายคนนี้นี่นา
“ตอนอยู่ที่นี่พวกกูเชื่อว่ามึงรักจันทร์จริงๆ เพราะมึงเปิดตัวกับเพื่อนกับครอบครัวแต่อยู่ที่นู่น กูไม่รู้นะว่าเกิดอะไรขึ้นถึงเป็แบบนี้ แต่กูบอกไว้ก่อนถ้ามึงคิดจะกลับมาเพราะสังคมหรือพ่อแม่มึงบังคับกูขอให้มึงหยุด” น้ำเสียงจริงจังของบอสทำให้ฉันเหลือบตามองเขาเล็กน้อย แค่รู้สึกดีแบบแปลกๆ ที่มีคนเข้าข้างน่ะ
“กูจะรับผิดชอบตะวันกับลูกมึงเอง”
“หึ มึงจะรับผิดชอบทำไมในเมื่อมึงเองก็อาสาดึงตัวตะวันมาอยู่ที่บริษัทเพื่อให้กูได้เจอกับเขา”
“หยางมึง!” บอสตะคอกเสียงดัง แต่ประโยคที่เพื่อนเขาพูดเมื่อกี้ทำเอาฉันใจกระตุก เหตุการณ์ทุกอย่างทั้งเื่ที่เขาปฏิบัติกับฉัน เป็เพราะเขาแค่อยากยื้อให้ฉันได้เจอกับเพื่อนของเขาเท่านั้นหรอกเหรอ ตลกจัง ฉันดันแอบเผลอคิดจริงจังว่าเขาจริงจังกับฉัน นี่มันเหนือความคาดหมายจริงๆ คนรวยๆ มักล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่นแบบนี้สินะ
“ตะวัน” คนข้างๆ เอ่ยเรียกชื่อฉันเสียงอ่อย แต่ฉันยังนิ่งไม่ตอบเขา สายตาจับจ้องไปยังคนที่อยู่ตรงข้ามแทน ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยอะไรบางอย่างออกไป
“ฉันไม่รู้นะคะว่าพวกคุณกำลังเล่นสนุกอะไรกันอยู่ แต่แค่อยากบอกว่าฉันไม่สนุกด้วยหรอกนะ ในหนึ่งวันฉันต้องตั้งใจทำงานหาเงินส่งลูกเรียนไม่ได้มีเวลาว่างมานั่งคิดแกล้งใครหรือเป็ตัวตลกให้ใคร หวังว่าพวกคุณคงเข้าใจ ส่วนคุณ...” ฉันมองไปที่พ่อจริงๆ ของซันไชน์ ยอมรับจากใจว่าพวกเขาเหมือนกันมากโดยเฉพาะดวงตาสีเข้มดวงนั้น
“คุณไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกนะคะ เพราะฉันไม่เคยบอกเขาว่าใครเป็พ่อของเขารูปคุณพวกฉันก็ไม่มีและไม่ได้หวังจะบอกเขาอยู่แล้ว หากเกิดจากการถูกบังคับคุณชี้แจงกับคนบังคับคุณไปเลยค่ะ บอกอะไรก็แต่กรุณาอย่ามายุ่งกับครอบครัวฉันอีก ขอให้มันจบตรงนี้เถอะนะคะ ไม่ต้องกลัวว่าเราจะสร้างความเดือนร้อนให้คุณ...”
“...” ผู้ชายคนนั้นเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ฉันเบือนหน้าหนีมองคนข้างๆ แทน อ่า ความรู้สึกพังแล้วล่ะ ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้เขาพังจนไม่เหลืออะไรแล้ว
“ส่วนคุณ บอสคะการที่คุณตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อยื้อให้ฉันได้เจอเพื่อนของคุณ ตอนนี้ฉันเจอเขาแล้วนะคะ คุณก็ควรเลิกทำแบบนั้นได้แล้ว ฉันไม่ได้สนุกด้วยหรอกนะหวังว่าคุณจะเลิกล้อเล่นกับความรู้สึกฉันสักที”
“ตะวัน...”
“เอาเป็ว่าธุระของวันนี้หมดแล้วนะคะ หวังว่าพวกคุณจะไม่เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตพวกฉันอีก ขอตัวค่ะ”
=============================
กรี๊ด!!! เค้าไม่ได้ตั้งใจเลยนะ ไม่ได้ตั้งใจจริงจริ๊ง