หลังจากอาบน้ำประทินโฉมเสร็จก่อนจะแต่งหน้าแต่งตัว เพนนีก็นึกขึ้นได้แล้วรีบกดโทรศัพท์หาพงษ์
"ฮัลโหลนายพงษ์ ถึงที่จัดงานแล้วรึยัง"
"ถึงแล้วครับคุณเพนนี"
"ทำไมนายไปถึงไวจัง"
"คุณเพนนีครับ ผมออกจากที่คฤหาสน์มาจะครบชั่วโมงแล้วนะครับ ไม่ให้ถึงไวได้ยังไง นี่ตกลงคุณจะตามมาใช่มั้ย"
"ตามไปสิย่ะ ฉันจะไปเจอคุณธนา"
"แล้วคุณพร้อมเจอคุณหญิงเฟื่องทองแล้วหรอครับ"
"คนอย่างเพนนีไม่มีคำว่าไม่พร้อมนะจ๊ะ จำไว้ให้ขึ้นใจนะไอ้พงษ์ แล้วนี่งานเลี้ยงเริ่มกี่โมง"
"ทุ่มนึงครับ ก็เหลือเวลาอีกไม่มากละ รีบมานะครับคุณเพนนี เกิดคุณมาช้ากว่าคุณหญิงเขาจะถูกมองว่าชอบโชว์ เป็ดาวเด่นคนเดียวในงาน มาทีหลังเอาซีน มาช้าแบบนี้ไม่มาตอนงานปิดเลยล่ะ อันนี้ผมไม่ได้พูดเองนะครับ แต่เคยเห็นจากสายตาคุณหญิงเขาพูดเอา"
"เลอะเทอะ เขาไม่มาคิดหยุมหยิมขนาดนั้นหรอกย่ะ เขาเห็นฉันปรากฏตัวทีไร เขาก็คงภูมิใจว่า อุ้ยตายแล้ว นี่ลูกชายฉันได้ควงคนสวยขนาดหนูเพนนีเลยหรอเนี่ย ทั้งสวยทั้งน่ารักทั้งนิสัย เหมาะสมที่สุด"
"ผมว่าจากท่าทางที่ผ่านมาของคุณหญิง ผมว่าถ้าไม่ผมเข้าใจผิดก็ต้องเป็คุณเพนนีที่เข้าใจผิดแน่ หรือจริงๆแล้วเราหมายถึงคุณหญิงกันคนละคนหรอครับเนี่ย ยัยคุณหญิงคนที่คุณเพนนีพูดถึง ผมไม่ยักกะเคยเห็นสักที"
"ไอ้นี่ อย่ามารู้ดี แล้วคุณหญิงเธอยังไม่ถึงงานใช่มั้ย"
"ยังนะครับ ก็ตามสไตล์เธอ ป่านนี้คงแต่งองค์ทรงเครื่องไม่แพ้คุณหรอก"
"ก็ดี นี่คุณหญิงเขาน่าจะรู้ เขาเป็คนเดียวเลยที่ฉันอนุญาตให้เทียบรัศมีด้วย แถมยังให้ได้มากกว่าคนอื่น เพราะคนอื่นน่ะโดนฉันแย่งซีนหมด"
"แหม่! ผมก็เห็นว่าเป็ตามที่คุณเพนนีพูดทุกคำเป๊ะเลย"
"พอแล้วจ่ะ ฉันรู้ตัวว่าฉันสวย ดังนั้นนายเลิกประจบฉันได้ละ ว่าแต่วันนี้วันอะไร เสาร์ใช่มั้ย"
"ถูกต้องครับบบบ"
"งั้นฉันเดาเลยว่าคุณหญิงเธอต้องแต่งชุดราตรี สีม่วงประจำวันแน่นอน ฉันเห็นออกงานวันไหน ก็ต้องแต่งสีตามวันนั้น อยากกับพวกนางในเก่าในรั้ววังยังไงยังงั้นแหล่ะ"
"คุณเพนนีก็รู้หนิครับ ว่าต้นตระกูลเก่าเธอนะ เป็ผู้ดีทุกคนนนนน เติบโตมาจากในรั้วในวัง โตมาก็พร้อมไปด้วยกิริยามารยาท มีแต่ความเป็ผู้ดี อ่อนหวานเรียบร้อย"
"นี่พงษ์ ฟังนะ ไอ้ความเป็ผู้ดีอ่อนหวาน เรียบร้อยอะไรที่แกพูดน่ะ ฉันไม่เถียงเลยสักคำ เพราะก็เห็นเหมือนกัน แต่นอกเหนือไปกว่านั้น คุณหญิงเธอยังจิกกัดเก่งเหลือเกิน เจอกันแต่ละทียิ่งกว่าฉันเอาตัวเข้าไปคลุกคลีกับพวกมดคันไฟซะอีก เห็นหน้าเป็ไม่ได้ต้องจิกต้องกัด เธอคิดว่าเธอกัดเป็คนเดียว แต่ฉันโต้ตอบไม่เป็สินะ เดี๋ยวได้รู้ฤทธิ์ของคุณเพนนีแน่"
"คุณเพนนีครับ คุณจะทำอะไรคุณก็รู้ว่าผมน่ะสนับสนุนคุณเสมอ ผมถือหางคุณตลอดนะ"
"นี่แกว่าฉันเป็จิ้งจอกหรอ"
"แหม่! ตอนแรกผมว่าจะเปรียบคุณให้เป็สัตว์อื่นสักหน่อย แต่พอคุณบอกตัวเองเป็จิ้งจอก ผมว่าก็เหมาะสมดี ปีศาจจิ้งจอกสักเก้าหางแล้วกัน ร้ายเหมือนคุณแน่นอนผมว่า ฮ่าๆๆๆๆ"
"นี่ ไอ้พงษ์ แกอยากโดนดีใช่มั้ยยยยยย"
เพนนีขึ้นเสียงสูงใส่โทรศัพท์ จนทำให้พงษ์ต้องยกโทรศัพท์ออกจากหู
"โอ๊ะขี้หูผมเต้นไปหมด แก้วหูผมจะทะลุแล้วเนี่ยครับคุณเพนนี คุณต้องทำตัวให้เรียบร้อย น่ารักน่าเอ็นดูกว่านี้หน่อยสิครับ คุณหญิงเธอจะได้เอ็นดูไม่หาใครมาแทนที่คุณ"
เพนนีเหมือนเริ่มสำนึกตัวขึ้นได้ "เออ ที่แกพูดมาก็จริง แต่ฉันก็เป็ฉันแบบนี้อ่ะ จะให้มาเปลี่ยนง่ายๆได้ยังไง ขนาดยัยคุณฟ่งเอ๋อมาเจอฉันแปปเดียวยังทนไม่ไหวเลย อุ๊ย นี่ฉันเพิ่งเผลอพูดถึงยัยนั่นหรอ ต้องวางเื่แม่คนนี้ไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยคิดแก้ไขไปทีละเปลาะ ตอนนี้ที่ต้องเจอจริงคือเื่ของคุณหญิง งั้นแค่นี้แหล่ะ แกนี่ทำฉันเสียเวลาจริงๆไอ้พงษ์"
หญิงสาวโยนความผิดทุกอย่างให้พงษ์ทั้งที่แท้จริงแล้วเธอเป็คนเริ่มต้นเอง
"งั้นเอาชุดสีชมพูแซมขาวนี้แล้วกันจะได้เทียบรัศมีคุณหญิงให้ได้ ปังกว่างานที่แล้ว"
เพนนีว่าแล้วก็หยิบชุดเดรสปาดไหล่สีชมพูแซมขาวตัวยาว ระยิบระยับ ที่ตัดเย็บมาจากดีไซเนอร์ชื่อดังของประเทศ เมื่อแต่งกายแล้วจะเผยให้เห็นถึงความอวบอิ่มของเนินอก ความงามของผิว ความสมส่วนของสัดส่วนร่างกายที่ปรากฏออกมา เมื่อแต่งตัวแล้วทำให้เพนนีไม่แตกต่างจากเ้าหญิงเลยทีเดียว
"ทุกอย่างเสร็จละ สวยมากจ่ะเพนนี เพอร์เฟค พร้อมออกงาน ไม่เจอใครทุกคนต้องยอมแพ้ รีบไปดีกว่า เดี๋ยวไม่ทันโชว์ความสวย งานจะเลิกซะก่อน"
เพนนีพูดแล้วป้องปากหัวเราะกับตัวเอง จากนั้นรีบเดินลงไปชั้นล่าง
"ป้าวรรณคะ บอกนายก้องเกียรติหน่อยค่ะ ว่าฉันจะออกไปข้างนอก ให้เตรียมรถตอนนี้เลยค่ะ ขอเวลาไม่เกิน 5 นาที"
ก้องเกรียติที่เป็ยามเฝ้าประตูคฤหาสน์ ก็ต้องคอยทำหน้าที่คนขับรถประจำตัวเช่นกัน สาเหตุเพราะเพนนีไม่ชอบจ้างงานคนภายในคฤหาสน์มากเกินไปนอกจากเื่สอดรู้สอดเห็นแล้วเธอยังรู้สึกว่าบางตำแหน่งสามารถทำควบคู่กันได้ และงานก็ไม่ได้หนักมากเกินไป เธอเกลียดความวุ่นวาย เกลียดคนเยอะ ได้แต่คิดว่าหากเธอต้องย้อนไปอยู่ในบ้านที่มีคนรับใช้สัก 40 คนเดินผลัดกันไปกันมา วนเวียนไปมา คงจะปวดหัวแย่ คนรับใช้คงแบ่งพรรคพวกกันไปมาเหมือนในละคร ดังนั้นการที่จ้างงานคนน้อย เื่อื่นๆ ความขัดแย้ง การทะเลาะกันในหมู่คนงานก็ย่อมน้อยตามไปด้วย
"รอสักครู่นะคะคุณเพนนี เดี๋ยวป้ารีบไปบอกให้ พักแปปนึงนะคะ แต่ป้าว่าวันนี้ คุณเพนนีแต่งตัวสวยมากเลยนะคะเนี่ย สวยเหนือกว่าทุกคนแน่นอน"
ป้าวรรณพูดด้วยความเอ็นดู
"ขอบคุณมากค่ะป้า ป้าก็ชมฉันตลอดเลย ฉันเขินตัวลอยหมดแล้ว ป้ารีบไปบอกนายก้องเกียรติเถอะค่ะ ก่อนที่ฉันจะโดนลอยไปติดเพดานมากกว่านี้"
เพนนีพูดด้วยอารมณ์ดี เมื่อป้าวรรณกลับมาพร้อมกับรถ เพนนีจึงเดินขึ้นไป บอกจุดมุ่งหมายในงาน โดยลืมหยิบบัตรเชิญติดตัวไปด้วย
ในขณะเดียวกัน หลังจากที่เพนนีวางสายพงษ์เกาหัวแกรกๆ
"อะไรวะเนี่ย โยนมาเลยครับ ความผิดทุกอย่างเป็ของผมคนเดียวววว ไอ้พงษ์ชาติก่อนแกไปทำเวรกรรมอะไรคุณเพนนีเขาไว้วะ จะเป็เบ๊ก็ไม่ใช่ น้องชายก็ไม่เชิง เหมือนเราเป็ทุกอย่างให้คุณเธอมาระบายอารมณ์ แต่ชั่งมันๆๆ ไปเข้างานก่อนดีกว่า"
หน้าประตูที่ประชุมงานเลี้ยง ณ โรงแรมชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่
ธนินทร์ผู้เป็น้องชายของธนาวินทร์หันมาทักทายภาสพงษ์
"สวัสดีครับคุณภาส เนื่องจากกฎที่พี่ธนาเขาตั้งไว้ รบกวนขอดูบัตรเชิญด้วยนะครับ ถึงแท้ผมจะรู้ว่าคุณเนี่ยเป็แขกคนสำคัญ แต่กฎก็ต้องเป็แบบนั้นนะครับ ฮ่าๆๆๆ"
หลังจากดูเสร็จจึงเขาหยิบบัตรเชิญไปเก็บไว้
"เชิญครับคุณภาส วันนี้คุณพี่เพนนีจะมาด้วยหรือเปล่าครับ"
ที่เขาเรียกว่าคุณพี่เพนนีแทนจะเรียกว่าคุณเพนนีเฉยๆย่อมแสดงให้เห็นถึงความสนิทสนมกันของทั้งคู่
"มาสิครับ นี่เธอกำลังรีบแต่งตัวเลยนะ กลัวจะแต่งตัวมาแล้วสวยแพ้คุณหญิงเฟื่องทองเขา"
"คุณภาสก็พูดไป คุณแม่เฟื่องของผมน่ะ ยังไงก็สวยเทียบเท่าคุณพี่เพนนีเธอไม่ได้หรอกนะครับ ผมนี่รอชมเลยนะ ว่าวันนี้คุณพี่เธอจะแต่งตัวยังไงมา แต่คิดว่าแย่งซีนทุกคน ถ้ามีประกวดนางงามละก็ ได้คว้ามงไปครองแน่นอน ฮ่าๆๆๆๆๆ"
ธนินทร์พูดแล้วก็หันไปหัวเราะกับภาสพงษ์
"ผมก็รอชมเหมือนไม่ต่างจากคุณเลย แต่คุณธนินทร์น่ะไม่ต้องเรียกผมว่าคุณภาสก็ได้ คุณเรียกผมว่าพี่ภาสเถอะครับ จะได้รู้สึกเป็กันเองมากขึ้นน่ะ ผมกับคุณก็เจอกันั้แ่ในรั้วมหาลัย จะมาเรียกคุณเคินอะไรกันเล่า"
ความจริงภาสพงษ์จำธนินทร์ในรั้วมหาลัยไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะถ้านับก็คงผ่านมาเกือบสิบกว่าชาติ แน่ล่ะ คนที่ย้อนมาอยู่ในวัย 26 เป็สิบเป็ร้อยรอบแบบนี้ความทรงจำก็ย่อมมีแต่วัยนี้ จะไปจำ่เวลาก่อนหน้านั้นได้ยังไง ที่รู้ก็เพราะเป็ตัวของธนินทร์เองเจอภาสพงษ์แล้วเดินเข้ามาทักก่อน ความจำอย่างกับปลาทองแบบนี้ มันก็ทำให้จำไม่ได้หรอก ทำได้แค่เออออห่อหมกตามไป คุณธนินทร์เขาจะได้ไม่เสียใจ นอกจากนี้แล้วภาสพงษ์ก็เห็นว่าคุณธนินทร์เป็น้องชายคนเดียวของคุณธนาวินทร์ ถ้าช่วยเข้าทางครอบครัวได้สักฝ่ายหนึ่ง คุณเพนนีก็คงจะแฮปปี้ขึ้น
"ได้สิครับพี่ภาส"
ด้วยความที่ธนินทร์เองก็รู้สึกถูกชะตากับภาสพงษ์จึงยินยอมเรียกตามเขาไป
"แต่พี่น่ะ ก็ต้องไม่เรียกผมว่าคุณธนินทร์เหมือนกัน เรียกผมว่าธันเหมือนที่คนอื่นเขาเรียกกันเถอะ ให้รู้จักมาเรียกชื่อจริงก็รู้สึกแปลกๆพิกลยังไงอยู่ครับ"
"ได้ครับคุณธัน แล้วนี่คุณธนาวินทร์มาถึงรึยังครับ"
"โอ๊ยพี่ภาสเรียกพี่ธนาเฉยๆก็ได้ครับ แหม่ เรียกทีเต็มยศเชียว"
"ไม่ได้หรอกครับ คุณเพนนีเธอว่าไว้ ต้องให้เกียรติคุณธนาเทียบเท่าคุณเพนนี อาจจะรองลงมาหน่อยนึง ได้แต่ยังไงก็ห้ามตีเสมอเหมือนเวลาทำกับเธอ ต้องมีระยะห่าง ผมน่ะเต็มใจเรียกคุณธนินทร์ว่า คุณธันแล้ว เื่นี้คุณเพนนีคงไม่รู้ ผมก็เรียกได้ แต่จะไปเรียกคุณธนาวินทร์ว่าคุณธนา ผมน่ะทำไม่ได้แล้วก็ไม่อยากจะทำ เกรงใจคุณเพนนีเขาน่ะ"
"โหหหห คุณพี่เพนนีนี่เขารู้ตัวมั้ยครับเนี่ยว่าเจอมิตรที่ดีขนาดนี้ จะยังไงพี่ภาสก็เคารพให้เกียรติเธอเสมอเลยทั้งต่อหน้าและลับหลัง ผมล่ะปลื้มแทนจริงๆ"
ธนินทร์หมายควมว่าแบบนั้นตามที่พูดจริงๆ เขารู้สึกชอบใจในตัวภาสพงษ์มากยิ่งขึ้น
"ขอบคุณครับคุณธัน แล้วตอนนี้คุณหญิงเฟื่องทองเธอมาถึงรึยัง"
"คุณแม่เฟื่องใกล้ถึงแล้วครับ เห็นว่าอยู่ตรงข้างหน้าปากทางนี้แล้ว แย่หน่อยน่ะครับ วันนี้ถนนไม่ค่อยดีเลย ขรุขระอีกด้วย กว่าคุณแม่เฟื่องจะมาถึง ไม่รู้ทรงผมจะยับเยินขนาดไหน ฮ่าๆๆๆๆๆ อุ้ย! นี่ผมแอบหัวเราะไปซะแล้ว ถ้าคุณแม่เฟื่องเธอรู้ก็คงบ่นผมจนหูชาแน่"
ที่ธนินทร์ต้องเรียกคุณหญิงเฟื่องทองว่าคุณแม่เฟื่องนั้น ก็เพราะคุณพ่อมีภรรยาสามคน คือคุณหญิงเฟื่องทอง คุณเอมิกา และคุณสร้อยสิรินทร์ คุณพ่อบังคับให้ลูกชายทั้งคู่ต้องเรียกทุกคนว่า คุณแม่ แต่คุณหญิงไม่้าให้ถูกเรียกเหมือนกันกับพวกเมียน้อยเพราะเธอถือยศศักดิ์และถือสิทธิ์ว่าตนเป็เมียหลวง เธอจึงให้ลูกทั้งคู่ของเธอเรียกตนว่า คุณแม่เฟื่อง เพื่อไม่ให้ซ้ำกับใคร อีกทั้งยังถือว่าชื่อของเธอมีแต่ความมงคล ด้วยนิสัยให้เรียกชื่อไม่เหมือนใครแบบนี้ เธอคงไม่รู้เลยว่า จะเป็นิสัยแบบเดียวกับเพนนี หญิงสาวคนรักของลูกชายที่เธอไม่ชอบ ซึ่งเพนนีก็จะกำหนดชื่อเรียกเฉพาะไว้ในบ้านเพื่อใช้เรียกตามใจของเธอ
คุณหญิงเฟื่องทองที่ปรากฏตัวในชุดราตรีสีม่วงตามที่เพนนีได้ทำนายไว้ เธอได้เดินขึ้นมาท่ามกลางสายตาของทุกคนซึ่งก็ทำให้ตนเองได้รับความสนใจ เธอถือว่านั่นเป็สิ่งที่ดีที่สายตาทุกคนสนใจเธอดีกว่าจะให้สายตาของทุกคนไปสนใจเวลามองแม่พนิตพรอะไรคนนั้น
"นี่กล้านินทาแม่เลยหรอตาธัน แหม่ แม่ยังมาไม่ทันถึงก็จะโดนไอ้เ้าลูกชายตัวดีคนนี้เผาซะแล้วหรอ เดี๋ยวตีโชว์แขกซะหน่อยดีมั้งจะได้ดัดนิสัย"
เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความสุขและอารมณ์ขันเล็กน้อย ถึงตัวเธอจะเ้ายศเ้าอย่างยังไงก็ตามนั่นเป็เพียงตัวตนที่เธอแสดงออกมา
แต่เมื่อมีลูกๆอยู่ด้วยถึงแม้ว่าอยู่ต่อหน้าคนเยอะๆหรืออยู่ภายในงานเลี้ยง เธอก็จะแสดงความเป็กันเองภายในครอบครัวกับลูกเสมอมา เพราะเมื่ออยู่กับลูกชายทั้งสองคนเธอก็คือแม่ที่เลี้ยงดูแลลูกด้วยความรักและความเอาใจใส่ ทำให้ลูกๆเชื่อฟังเธอมาตลอด
เสียก็แต่อย่างเดียว เมื่อตาธนาไปพบกับพนิตพรเข้า ไอ้ที่เคยเชื่อฟังเธอก็กลายเป็ว่าเริ่มต่อต้านเธอเงียบๆ คนที่เคยถูกลูกเชื่อฟังและตามใจมาตลอดแบบเธอ จึงเริ่มรู้สึกรับไม่ได้และมีความคิดว่า พนิตพรคงจะเป็ตัวการณ์สำคัญที่ทำให้ครอบครัวของเธอเกิดความแตกแยก