เกมนรกคนเดรัจฉาน ( The Death Game Hell )

    [ The Hermit #3 ] อดีตโปรเพลย์เยอร์

    หลังจากตอกบัตรออกงานปอนด์เดินออกมาจากห้างเงียบๆ ในขณะที่พนักงานคนอื่นต่างโบกมือลากันเป็นมิตรแยกย้ายกลับที่ประตูทางออกหน้าห้าง ไฟในห้างบางส่วนเริ่มปิดในเวลาสองทุ่มกว่าแต่ในทางกลับกันด้านหน้าห้างยังมีรถติดจอแจเต็มถนนและผู้คนที่กำลังสัญจรยามค่ำคืนวุ่นวาย เฉกเช่นทุกวันที่เขามองมันเป็นภาพคุ้นหูคุ้นตาไม่พิเศษแปลกกับมัน

    ปกติแล้วคนทั่วไปมักรีบกลับบ้านไปพักผ่อน แต่สำหรับปอนด์เขาเลือกจะเดินข้ามสะพานลอยไปยังอีกฝั่งแทน

    บนสะพานเต็มไปด้วยเศษขยะจากพวกคนมักง่ายทิ้งเรี่ยราดกับขอทานเนื้อตัวซอมซ่อวางแก้วน้ำตรงหน้ารอเงินบริจาคจากใครสักคนที่เห็นใจเพื่อนมนุษย์ บางคนที่ผ่านทางก็หยอดเหรียญห้าบาทสิบบาทไม่ก็แบงค์สีเขียวคนละใบสองใบ แต่สำหรับปอนด์ไม่คิดจะเสียสักเหรียญ เขาเดินผ่านคนพวกนั้นที่นอนบนกองผ้าเก่าเปรอะฝุ่นกับกองขยะผ่านไปหน้าตาเฉย แม้พวกเขาจะยกมือไหว้หรือพูดเสียงอิดออดขอสักบาทก็ไม่เปลี่ยนใจเขาและไม่คิดเหลียวมองด้วยซ้ำ

    เมื่อลงสะพานมาก็เจอกับอาคารพาณิชย์มากมายเรียงต่อกันหนาแน่นทั้งเก่าและใหม่ ส่วนมากเป็นร้านธุรกิจเล็กๆ กับร้านสะดวกซื้อของนายทุนที่เดินต่อไปอีกไม่กี่ตึกก็เจอ หนึ่งในตึกพวกนั้นมีร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ร้านสุดท้ายที่ยังเปิดให้บริการ

    ในยุคนี้ผู้คนต่างมีมือถือกับอินเทอร์เน็ตใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา แถมการเข้าถึงเทคโนโลยีก็ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน เป็นเหตุให้ร้านอินเทอร์เน็ตต่างปิดตัวล้มหายตายจากไปตามกาลเวลา

    เมื่อหลายปีก่อนเขาแวะมาแถวนี้สองสามครั้งสมัยยังเป็นนักศึกษายังพอเคยเห็นมีเปิดอยู่สองสามร้าน แต่ทว่าตอนนี้เหลือที่นี่แค่ร้านเดียว

    เขามักมาที่นี่เป็นประจำหรือแทบทุกวันหลังเลิกงาน สิ่งเดียวที่จะช่วยให้โลกใบนี้และชีวิตสุดรันทดของเขาได้อยู่มีหายใจต่อคือการเล่นเกมโปรด มองเข้าไปในร้านก็เห็นเหล่าวัยรุ่นสวมหูฟังจ้องเขม็งที่จะคอมพ์ ถึงจะมีโต๊ะว่างเยอะครึ่งร้านแต่ก็ถือว่าเยอะมากแล้วสำหรับยุคนี้ 

    ในตอนนั้นเองความทรงจำในของอดีตทำให้เขานึกถึงวันวานที่เพื่อนกับเขามาจับจองที่นั่งซ้อมแข่งเกมกันอย่างสนุกสนาน รอยยิ้มกับเสียงเฮพวกนั้นเลือนหายไปหลังจากเขาได้สติกลับมาโลกปัจจุบัน ก่อนที่เขาจะผลักประตูเดินเข้าไป

    ในร้านค่อนข้างกว้าง คอมพิวเตอร์ราคาสองหมื่นจัดวางเรียงเป็นแถวยาว เว้นช่องว่างให้พอมีทางเดินสะดวก เจ้าของร้านกำลังไถจอมือถือขณะสวมหูฟังไร้สายสีขาวนั่งแท่นอยู่ที่โต๊ะคอมพ์ส่วนตัว หน้าที่ของเขามีเพียงเก็บค่าบริการและยื่นตั๋วล็อกอินคอมพ์ในร้านเท่านั้น

    ปอนด์หยิบธนบัตรสีเขียวสามใบยื่นให้

    “สองชั่วโมงครับ…”

    เจ้าของร้านรับเงินมาใส่กล่องเก็บเงินและกระดาษที่มีรหัสพาสเวิร์ดสำหรับล็อกอิน

    “ใช้ได้ทุกเครื่อง เลือกเอาเอง” เขาบอกกับปอนด์แบบห้วนๆ ส่งๆ ทั้งที่ยังสนใจอยู่แต่หน้าจอมือถือไม่ห่าง

    ปอนด์แอบเหล่มองดูสิ่งที่อยู่บนหน้าจอมือถือของเจ้าของร้านด้วยความอยากรู้เพราะรู้สึกรำคาญใจที่หมอนั่นไม่แยแสลูกค้า ทำหน้าที่เหมือนขอไปทีมัวแต่ก้มหน้าดูมือถือ ก็พบว่าเขากำลังดูคลิปสั้นหญิงสาวเต้นร่อนยั่วท่าสยิวบนแอพติ๊กต็อกที่กำลังนิยมในหมู่วัยรุ่น นิ้วปัดขึ้นไปมาก็เจอแต่วีดิโอทำนองนั้นเป็นว่าเล่น ดูเหมือนเป็นหนึ่งในเทรนด์คอนเทนต์เรียกพวกหื่นให้เข้ามาเป็นหนึ่งในไลก์ผลักดันให้คลิปขึ้นหน้าฟีดแอพ

    ก่อนที่เจ้าของร้านจะจับพิรุธคนสอดรู้สอดเห็น เขารีบเดินไปนั่งที่โต๊ะคอมพ์โต๊ะหนึ่งที่อยู่ตรงมุมสุดของร้าน ไม่มีคนนั่งตรงแถวนั้นสักคน หลีกเลี่ยงเสียงโวยวายของพวกเด็กหัวร้อนแพ้เกม ทันทีที่ทิ้งก้นลงเบาะก็เปิดคอมพ์และกรอกรหัสเข้าใช้งาน ตรงขอบจอมีเวลาขึ้นแสดงนับถอยหลังเตือนว่าเขามีเวลาแค่สองชั่วโมงในการใช้งาน

    ไม่รอช้าเขารีบกดไปที่ไอคอนเกมแบทเทิล รอยัลที่อยู่บนหน้าเดสก์ท็อปไม่ให้เสียเวลา เข้าเกมมาได้ก็ล็อกอินรหัสส่วนตัวแล้วกดเริ่มเล่นทันทีไม่รีรอ

    แกร๊กๆๆๆๆ! คลิ๊กๆๆๆๆ! เสียงกดคีย์บอร์ดดังลั่น นิ้วอันหนาใหญ่เคาะปุ่มแป้นพิมพ์อย่างดุเดือด

    ผ่านไปสิบกว่านาทีกำลังจะเข้าสู่ช่วงกลางเกม เขาสังหารศัตรูไปหลายสิบคน และในตอนนี้ผู้เล่นในเกมเหลืออีกแค่สิบคน ผู้เล่นต่างถูกบีบให้เข้ามารวมตัวตรงกลางแผนที่ในเกม ม่านหมอกพลังงานสามารถทำให้หลอดพลังชีวิตของผู้เล่นลดฮวบๆ ต่อให้ยังไม่เข้าสู่ช่วงท้ายเกมก็ประมาทไม่ได้ มันคือสัญชาติญาณระวังตัวของเกมเมอร์มือโปร

    เขาใช้ความสามารถและประสบการณ์จากการเล่นกว่าหนึ่งพันชั่วโมงตลอดมาใช้ในการแข่งขัน ความรู้ทางยุทธศาสตร์แผนที่ภายในเกมทำให้เขารู้ว่าที่ไหนอันตราย รู้ว่าที่ไหนเป็นจุดฟาร์มไอเท็ม รู้ว่าเขาจะถูกซุ่มโจมตีจากทางไหน รู้ว่าที่ไหนเสี่ยงหรือไม่เสี่ยง เขาสามารถเดินหมากได้อย่างชำนาญ

    สายตาจับจ้องจอคอมพ์ไม่ละไปไหนแม้แต่วินาทีเดียว ตั้งใจฟังเสียงเท้าของผู้เล่นคนอื่น รวมถึงเสียงทิศทางของปืนด้วย เขาใช้เทคนิคนี้ในการไล่จัดการสังหารผู้เล่นที่เหลือ ยิ่งคนเหลือน้อยเท่าไหร่ ความกดดันยิ่งเพิ่มมากขึ้น ไม่ได้ยินเสียงจากโลกแห่งความเป็นจริงรอบข้าง ตัดขาดมันและดำดิ่งกับการแข่งขันในเกม

    ปอนด์ปรับหูฟังให้ดังสุดจนได้ยินเสียงตูมตามวุ่นวายในเกม นิ้วของเขาเคาะปุ่มแป้นพิมพ์เร็วขึ้นและแรงขึ้นเมื่อเข้าปะทะกับผู้เล่น นิ้วที่เมาส์ก็เช่นกัน ผ่านไปร่วมครึ่งชั่วโมงใกล้เข้าสู่ช่วงท้ายเกมก็ยังไม่มีใครหยุดเขาได้ ตอนนี้ผู้เล่นเหลือแค่สองคนเท่านั้น เขามั่นใจสุดเพราะไอเท็มที่เก็บมามีแต่ของดีพร้อมลุย

    คลิ๊กๆๆๆๆ! แกร๊กๆๆๆๆๆ! เคาะแป้นพิมพ์และเมาส์รัวเป็นจังหวะ เมื่อเจอผู้เล่นฝั่งศัตรูคนหนึ่ง เพื่อยิงโจมตีศัตรูเป็นชุด รักษาแรงดีดของอาวุธให้เข้าเป้ามากที่สุด โดยเฉพาะหัว

    แต่ดูเหมือนผู้เล่นอีกคนเชิงหนาพอตัว ไม่ยอมให้เขาปิดเกมง่ายๆ ด้วยความรีบร้อนประมาท บวกกับร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน ทำให้ลดประสิทธิภาพในการเล่นลง จึงพลาดถูกฝั่งตรงข้ามยิงตายแบบไม่ทันตั้งตัว พลาดเป้าเพียงเสี้ยววินาที เป็นอันว่าเกมจบที่เขาได้อันดับสองของแมทช์นี้

    “โธ่เว๊ย!”

    ตุบ!

    เขาทุบโต๊ะเสียงดังสนั่นโต๊ะด้วยความโมโหเซ็งที่ตัวเองทำพลาด นั่งกำหมัดหัวร้อนในขณะที่สายตาจากคนทั้งร้านเกมมองเขาเป็นสายตาเดียวกัน ต่างคนต่างชะเง้อมองดูสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเจ้าของร้านที่ลุกขึ้นกึ่งนั่งกึ่งยืนมองสีหน้าฉงนไม่พอใจที่ลูกค้าอาละวาดทุบข้าวของ

    “อ...เอ่อ...”

    ปอนด์รู้ตัวว่าทุกคนเขม็งมาที่เขาจึงรีบเจียมตัว เมื่อทุกคนเห็นว่าทุกอย่างกลับเป็นปกติก็เลิกให้ความสนใจและกลับเข้าที่ของตน รวมถึงเจ้าของร้านที่ส่งสายตาบอกเขาว่าถ้ามีครั้งที่สองก็เตรียมออกจากร้านไปเลย

    “เห้ออออ... แม่ง…”

    เขสที่ยังคงนั่งก้มหน้าหงออยู่ใต้แรงกดดันจากสายตานับสิบคู่สุดเอือมที่ค่อยๆ คลายกลับไปที่หน้าจอคอมพ์ของตน เขาตัดสินใจที่จะสงบสติอารมณ์ตัวเองไว้ ความอับอายมันถาโถมเข้ามาจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอและความเกรี้ยวกราดที่เพิ่งแสดงออกมา

    อีโก้ของเกมเมอร์มือโปรไม่ยอมให้เขาหยุดเล่นจนกว่าจะคว้าชัยได้ที่หนึ่งในคืนนี้ ยังพอมีเวลาเหลืออีกหนึ่งชั่วโมงกว่า ​เขาเอื้อมมือไปเก็บหูฟังที่ตกอยู่ข้างหน้าจออย่างช้าๆ แล้วลากเมาส์คลิกที่ปุ่มค้นหาแมทช์แทบจะทันที

    การจมดิ่งลงสู่โลกของเกมคือทางรอดเดียวที่จะทำให้เขาหลีกหนีจากความอับอายและความเป็นจริงที่กำลังบีบคั้นอยู่ได้

    กริ๊ง! กริ๊ง! 

    แรงสั่นเบาๆ สะเทือนในกระเป๋ากางเกง เสียงแจ้งเตือนข้อความมือถือดังขึ้นตามมา เขาล้วงหยิบมือถือในกระเป๋าออกมาดู เปิดอ่านข้อความนั้นด้วยความเบื่อหน่าย

    [ส่งจาก +0000666000] : สวัสดี! คุณกำลังท้อแท้ในชีวิตอยู่ใช่ไหม? ทั้งนี้เราขอเสนอสิ่งที่จะมอบประสบการณ์ขั้นสุดยอดให้กับคุณ เกมที่จะทำให้คุณเป็นคนกล้าหาญมากกว่าเป็นคนขี้ขลาด 《 เกมที่จะทำให้คุณเปลี่ยนไปตลอดกาล》และแน่นอน!!! คุณได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้เล่นกลุ่มแรกของอีเวนต์ในครั้งนี้ หวังว่าคุณจะสนุกกับมัน

    “อะไรวะเนี่ย...”

    เขาย่นคิ้วสับสนกับข้อความบนหน้าจอมือถือ อ่านข้อความนั้นซ้ำสองรอบ คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ คิดว่าคงเป็นพวกคอลเซนเตอร์ส่งข้อความมาป่วน

    “บ้าบอจริง คนกำลัง...”

    กริ๊ง! กริ๊ง!

    ยังไม่ทันให้จบประโยค เสียงแจ้งเตือนข้อความมือถือดังขึ้นอีกครั้ง มีข้อความใหม่ถูกส่งมา

    [ส่งจาก +0000666000] : คุณลงทะเบียนเล่นเกมเรียบร้อย

    กริ๊ง! กริ๊ง!

    [ส่งจาก +0000666000] : กำลังเข้าเกม...

    “นี่มันเชี่ยไรวะ!” เขาสบถตกใจ

    ความผิดปกติเริ่มขึ้น เขารู้สึกเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างดำดิ่งไปที่ไหนสักแห่งคล้ายกับอาการนอนอยู่แล้วร่วงจากที่สูง เสียงหวีดหวิวที่ไม่ใช่เสียงในเกมดังขึ้นในโสตประสาท ราวกับเสียงของอุโมงค์กาลเวลาที่กำลังถูกเปิดออก ความรู้สึกหนักอึ้งและเวียนหัวเข้าโจมตีพร้อมกันอย่างรุนแรง

    ทุกอย่างมันเกิดขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็วไม่ทันตั้งตัวเพียงเสี้ยววินาทีแทบไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ มารู้สึกตัวอีกทีเพียงกระพริบตา ปรากฎว่าเขามายืนอยู่ท่ามกลางสถานที่คุ้นหูคุ้นตาแห่งหนึ่งขณะที่มือยังจับมือถืออยู่

    “ห๊ะ...”